เถางูเขียว

 เครืองูเขียว ชื่อวิทยาศาสตร์: Vanilla aphylla  Rolfe วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้น: เกือบกลมหรือแบนเล็กน้อย และเป็นสี่เหลี่ยมขอบมน ผิวต้นเกลี้ยง สีเขียวเข้ม ปล่องยาวได้ถึง 50 เซนติเมตร รากออกที่ข้อ ใบ: ปกติไม่มีใบ ดอก: ออกดอกเป็น็นช่อสั้นตามข้อ 2-3 ดอก กลีบดอกสีขาวอมเขียว กลีบปากสีขาว โคนเชื่อมติดกับเส้าเกสร ลักษณะม้วนห่อขึ้น ด้านในสีเหลืองอมน้ำตาล ปลายผายออกเป็นแผ่นยาว ขอบย้วยเป็นคลื่น มีขนยาวสีชมพูเรื่อหนาแน่น  ออกดอกเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: ในธรรมชาติเป็นไม้เถาเลื้อย อวบน้ำ […]

สามปอยหลวง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Vanda denisoniana  Bens.& Rchb.f. var. hebraioca Rchb.f. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้น: กลม แข็ง ตั้งตรง ใบ: รูปขอบขนาน พับเป็นราง แผ่นใบหนาและเหนียว ดอก: ออกดอกเป็นช่อโปร่ง ลักษณะดอกคล้ายสามปอยดง แต่กลีบดอกสีเหลืองไม่มีลายตาข่าย  กลีบปากสีเหลืองอ่อน ออกดอกเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ตัดดอก

ฟ้ามุ่ย

ชื่อวิทยาศาสตร์: Vanda coerulea  Griff. ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ขนาดกลาง ลำต้น: กลมแข็ง ตั้งตรง ใบ: รูปขอบขนาน พับเป็นราง แผ่นใบหนาและเหนียว ปลายใบป้านหยักตื้นๆ 2-3 หยัก มีใบเกือบตลอดต้น ดอก: ออกดอกเป็น็นช่อตั้งที่ซอกใบ ช่อดอกโปร่ง กลีบดอกค่อนข้างกลมใหญ่ โคนคอดเล็ก กลีบสีฟ้าหรือฟ้าอมม่วง มีลายตาข่ายสีเข้มกว่าสีพื้น กลีบปาก สีเข้มกว่ากลีบอื่นๆ ออกดอกเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: เป็นกล้วยไม้ที่ได้รับความนิยมมากช้านาน ขนาดดอก ใบ ต้นและสีดอกมีหลากหลาย ปัจจุบันพบในธรรมชาติน้อยมาก ที่ปลูกเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสม นิยมใช้เป็นไม้ตัดดอก

เอื้องดิน

กล้วยไม้ดิน/ว่านจุก ชื่อวิทยาศาสตร์: Spathoglottis plicata Blume วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้ดิน ลำต้น: มีหัวรูปไข่หรือรูปรีแกมรูปไข่อยู่ใต้ดิน มีแนวข้อปล้องชัดเจน ส่วนบนมีโคนกาบใบหุ้ม ใบ: เป็นแถบ ยาวได้ถึง 1 เมตรหรือมากกว่า แผ่นใบบาง แข็ง ปลายแหลม โคนเรียวเล็กน้อย ดอก: ออกที่ปลายช่อ ตั้งตรง กลีบดอกสีชมพูถึงสีม่วงเข้ม  กลีบปากเล็กและสั้น สีเข้มกว่ากลีบอื่นๆ กลางกลีบปากคอดกิ่ว ปลายแผ่เป็นแผ่นกว้าง ออกดอกตลอดปี ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: ออกดอกดกช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ต้นจะสร้างหัวใหม่ขยายกอออกไปเรื่อยๆ ปลูกเลี้ยงง่าย

เหลืองพิศมร

เหลืองศรีสะเกษ/เอื้องหัวข้าวเหนียว ชื่อวิทยาศาสตร์: Spathoglottis affinis de Vriese ชื่อพ้อง :  Spathoglottis Lobbii  Rchb.f. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้ดิน ลำต้น: มีหัวใต้ดิน รูปร่างไม่แน่นอน ผิวเรียบมีเยื่อบางใสคลุม ใบ: เป็นแถบ ปลายแหลม แผ่นใบบาง   ดอก: ออกเป็นช่อโปร่ง 5-8 ดอก ช่อดอกยาว 20-40 เซนติเมตร ออกค่อนไปทางปลายช่อ  กลีบเลี้ยงและกลีบดอกคล้ายกัน กางผายออกเกือบเป็นระนาบเดียวกัน สีเหลือง อาจมีขีดสีม่วงที่โคน ช่วงกลางกลีบปากคอดกิ่ว ปลายกว้างและหยักเว้า โคนมีหูปากพับตั้งขึ้นทั้งสองข้าง สีเหลืองมีขีดสีม่วงหนาแน่น ออกดอกเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ดิน: ใบไม้ผุผสมอิฐมอญทุบ น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: พักหัวในหน้าแล้ง  แตกใบในหน้าฝน

เอื้องพวงพลอย

ชื่อวิทยาศาสตร์: Sarcoglyphis mirabilis  (Rchb.f.) Garay วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ขนาดเล็ก ลำต้น: กลมแข็งและผอม ยาว 5-10 เซนติเมตร ใบ: เป็นแถบ ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายหยัก 2 แฉก ไม่เท่ากัน แผ่นใบหนา แต่ไม่แข็ง ดอก: ออกเป็นช่อ ห้อยลง ความยาวใกล้เคียงใบ  ช่อดอกโปร่ง กลีบเลี้ยงและกลีบดอกคล้ายกัน กางผายออกเกือบเป็นระนาบเดียวกัน สีเขียวอ่อน ปลายสีม่วงอมน้ำตาลเล็กน้อย โคนกลีบปากกระดกตั้งขึ้นทั้งสองข้าง ปลายแผ่เป็นแผ่นและหยักเว้าเป็นแฉก สีขาวอมชมพู ด้านหลังเป็นเดือยยาว ออกดอกเดือนมีนาคม-เมษายน ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: […]

สร้อยระย้า

ชื่อวิทยาศาสตร์: Otochilus porrectus  Lindl. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้น: เป็นปล้องคล้ายไส้กรอกเรียงต่อกัน ปล้องใหม่เกิดข้างยอด ใบ: รูปรีหรือรูปรีแกมใบหอก โคนใบเรียวเป็นก้าน ใบหนาและเหนียว ผิวใบมัน ดอก: ออกเป็นช่อที่ปลายของปล้องใหม่ ช่อดอกห้อย ยาว 6-8 เซนติเมตร ดอกเรียงสลับซ้ายขวา แกนช่อหยักคดไปมา กลีบและกลีบปากเรียวยาว สีขาว ขอบกลีบกระดกงุ้มขึ้น  ออกดอกเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: มีอีกชนิดคล้ายกันคือ Otochilus albus  Lindl.

มังกรทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ornithochilus difformis  (Will. ex Lindl.) Schltr. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้น: รากใหญ่ ต้นสั้น ใบ: รูปรีหรือรูปรีแกมรูปช้อน ปลายมนหรือแหลม ใบค่อนข้างใหญ่  ผิวใบมันเล็กน้อย ดอก: ช่อดอกโปร่ง ยาว 20-25 เซนติเมตร กลีบดอกสีเหลืองอมเขียว มีเส้นสีม่วงแดงตามยาว 2-5 เส้น หูกลีบปากตั้งขึ้นทั้งสองด้าน ขอบกลีบปากย้วยเป็นคลื่นและฉีกเป็นครุย มีเดือย  ออกดอกเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: –

เอื้องลิ้นดำ

ชื่อวิทยาศาสตร์: Luisia thailandica Seidenf. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้น: กลมยาวและแข็ง ตั้งตรง สูง 20-50 เซนติเมตร ใบ: กลมยาวคล้ายต้น เรียงเป็นระยะๆ รอบต้น   ดอก: ออกเป็นช่อสั้นที่ซอกใบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกหนาเป็นมันและงุ้มลงมาคลุมกลีบปาก สีเหลืองอมเขียว กลีบปากเป็นแผ่นหนา สีม่วงอมน้ำตาลเข้ม แยกเป็นสองช่วง ช่วงโคนผิวเรียบและมีหูปาก ช่วงปลายแผ่เป็นแผ่นกลมหรือรูปไข่ ผิวขรุขระเป็นตุ่ม ดอกบานหลายวัน ออกดอกเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: ในธรรมชาติบางครั้งก็พบขึ้นบนหิน

เอื้องเทียนลำเขียว

ชื่อวิทยาศาสตร์: Coelogyne lentiginosa  Lindl. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้น: เป็นหัวทรงกระบอกแกมรี มีเหลี่ยมมน เรียงตัวบนเหง้าห่างกันเล็กน้อย ผิวค่อนข้างมัน สีเขียวอ่อน ใบ: รูปรี แผ่นใบสีเขียวเข้ม หนาและแข็ง โคนเรียวสอบเป้นก้าน  ดอก: ช่อดอกเกิดจากยอดใหม่ทางด้านข้างของโคนหัวเก่า กลีบสีครีมหรือเหลืองอมเขียว กลีบเลี้ยงใหญ่กว่ากลีบดอก กลีบดอกเป็นแถบแคบ โคนกลีบดอกทั้งสองข้างกระดกตั้งขึ้น ขอบสีน้ำตาลเข้ม ปลายปากแผ่กว้าง ขอบย้วยเป็นคลื่น ตรงกลางสีเหลืองอมน้ำตาล ขอบสีน้ำตาลกว้าง มีสันตรงกลางกลีบปาก  ออกดอกเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกเป็นไม้กระถางประดับสวน หรือมุมบ้าน

เอื้องมิ้น

 เอื้องคำป๊อก ชื่อวิทยาศาสตร์: Dendrobium capillipes Rchb.f. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้น: เป็นลำรูปรีหรือคล้ายกระสวย ขนาด 6-8 x 1-1.2 เซนติเมตร ขอบของกาบใบตามข้อมีสีดำคล้ายเอื้องผาเวียง ต้นเรียงเป็นกระจุก ใบ: รูปหอก ขนาด 3-4 x 1.5 เซนติเมตร แผ่นใบบางและร่วงก่อนออกดอก ดอก: ออกดอกตามช่อ 3-5 ดอก กลีบสีเหลืองสด กลีบปากขนาดใหญ่ โคนกระดกห่อขึ้น ปลายบานเป็นทรงกลม กลางเว้า บริเวณขอบมีสีอ่อนกว่า ดอกขนาด 2-3 เซนติเมตร ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน วัสดุปลูก: ไม่ต้องใช้วัสดุปลูก เพียงหาขอน กิ่งไม้ หรือใช้แผ่นไม้หนาๆ ให้ต้นยึดเกาะ หรือใส่ในกระเช้าไม้ น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า การใช้งานและอื่นๆ: […]

เอื้องสายล่องแล่ง

เอื้องสายไม้/เอื้องงวงช้าง ชื่อวิทยาศาสตร์: Dendrobium aphyllum (Roxb.) Ficher วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้น: ผอมยาว ยาวได้ถึง 100 เซนติเมตร ส่วนปลายเรียว เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 เซนติเมตร ใบ: รูปไข่แกมรี ขนาด 5.7×2-2.5 เซนติเมตร ปลายแหลมมน แผ่นใบบางและร่วงก่อนออกดอก ดอก: เกิดตามข้อ ข้อละ 1-4 ดอก กลีบสีม่วงอ่อน กลีบปากขนาดใหญ่ ขอบด้านโคนกระดกห่อขึ้น ปลายบานเป็นทรงกลม ขอบจักเป็นริ้ว สีเหลืองอ่อน โคนกลีบมีเส้นสีม่วงจำนวนมาก ขนาดดอก 3-4 เซนติเมตร ออกดอกเดือนมีนาคม – เมษายน วัสดุปลูก: ไม่ต้องใช้วัสดุปลูก เพียงหาขอน กิ่งไม้ หรือใช้แผ่นไม้หนาๆ ให้ต้นยึดเกาะ น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า […]

พญาไร้ใบ

ชื่อวิทยาศาสตร์: Chiloschista Lunifera (Rchb.f.) Sm. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย เจริญเติบโตทางด้านข้าง ลำต้น: สั้นมาก ใบ: ใบลดรูปเป็นเกล็ดเล็กๆ จึงเห็นแต่รากขนาดใหญ่จำนวนมาก ดอก: ช่อดอกห้อยลง มี 10 – 20 ดอก ดอกขนาด 0.5-0.8 เซนติเมตร กลีบสีเหลือง แต้มสีน้ำตาลแดงเป็นบริเวณกว้างที่กลางกลีบ กลีบปากสีขาว มีจุดสีน้ำตาลแดง 2 จุด ออกดอกเดือนมีนาคม – เมษายน วัสดุปลูก: ไม่ต้องใช้วัสดุปลูก เพียงหาขอน กิ่งไม้ หรือใช้แผ่นไม้หนาๆ ให้ต้นยึดเกาะ น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ดหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกประดับสวน โดยให้เลื้อยเกาะกับต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ได้บรรยากาศแบบสวนป่าเมืองร้อน

เข็มขาว

 กล้วยไม้หางปลา ชื่อวิทยาศาสตร์: Vanda lilacina Teijsm. & Binn. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย เจริญเติบโตทางยอด ลำต้น: ลำต้นยาว 10 – 15 เซนติเมตร รากอวบหนา ใบ: ใบรูปแถบ กว้าง 1.2 – 1.5 เซนติเมตร ยาว 10 – 12 เซนติเมตร ดอก: ดอกออกเป็นช่อที่ด้านข้าง จำนวน 10 – 15 ดอก สีขาว บานเต็มที่กว้าง 1.5 เซนติเมตร กลีบปากอาจมีสีม่วงอ่อน ออกดอกเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา […]

เอื้องสายสุคนธ์

แมงคำซอน/เอื้องจำคอน ชื่อวิทยาศาสตร์: Trichoglottis cirrhifera Teijms. & Binn. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย เจริญเติบโตทางด้านข้าง ลำต้น: ลำต้นเรียวห้อยลง ยาว 25 – 50 เซนติเมตร ใบ: ใบรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 1.5 เซนติเมตร ดอก: ดอกออกเดี่ยวตามข้อ บานเต็มที่กว้าง 1 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีเหลืองเข้มมีแต้มเป็นปื้นสีน้ำตาลแดง กลีบปากสีขาว ที่โคนเป็นรยางค์ มีแต้มเล็กๆ สีชมพูเข้ม ออกดอกเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: […]

เอื้องกลีบมะเฟือง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Thecopus maingayi (Hook.f.) Seidenf. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย เจริญเติบโตทางด้านข้าง ลำต้น: ลำลูกกล้วยรูปรีค่อนข้างแบน มีสันสองสัน ใบ: ใบรูปขอบขนานแกมรูปแถบ กว้าง 3.5 – 4 เซนติเมตร ยาว 9 – 10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม แผ่นใบบางและเหนียว ดอก: ช่อดอกออกจากโคนลำลูกกล้วย ห้อยลง แต่ละช่อมี 5 – 18 ดอก ดอกบานขนาด 1.5 เซนติเมตร สีเหลืองอมน้ำตาล มีริ้วสีน้ำตาลแดง กลีบปากสีขาวอมเหลืองเรื่อ ปลายเส้าเกสรแผ่เป็นครีบด้านหน้า ออกดอกเดือนพฤศจิกายน – มกราคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก […]

เอื้องหนวดพราหมณ์

 เอื้องกุหลาบสระบุรี/เอื้องผมเงือก/เอื้องผมผีพราย ชื่อวิทยาศาสตร์: Seidenfadenia mitrata (Rchb.f.) Garay วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย เจริญเติบโตทางยอด ลำต้น: ลำต้นกลมและสั้น ใบ: ใบรูปเส้น ออกเรียงสลับระนาบเดียว แผ่นใบหนากลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 – 7 มิลลิเมตร ยาว 30 – 50 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม มีร่องลึกตลอดแผ่นใบ ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบ ชูตั้งขึ้น ยาว 10 – 15 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก เมื่อบานมีขนาดประมาณ 1.5 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีขาวอมชมพู ปลายกลีบสีชมพูเข้ม กลีบปากเล็กสีชมพูเข้ม ออกดอกเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว […]

ช้างกระ

เอื้องต๊กโต/Giant Rhynchostylis ชื่อวิทยาศาสตร์: Rhynchostylis gigantea (Lindl.) Ridl. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย เจริญเติบโตทางยอด ใบ: ใบรูปขอบขนานออกเรียงสลับระนาบเดียว กว้าง 4 – 8 เซนติเมตร ยาว 20 -40 เซนติเมตร แผ่นใบหนา มีลายสีเขียวอ่อนสลับสีเขียวแก่ตามความยาวของใบ ปลายใบหยักเป็นแฉกสองแฉกไม่เท่ากัน ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ยาว 20 – 35 เซนติเมตร แต่ละช่อมีดอกจำนวนมาก มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีสีขาว มีจุดกระสีชมพูกระจายทั่ว กลีบปากสีชมพูเข้ม และหยักเว้าเป็นพูตื้นๆ 3 พู ออกดอกเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก […]