จันทน์กะพ้อ
ไม้ต้นดอกหอม ออกดอกในช่วงปลายฤดูหนาว คนโบราณนิยมนำดอกมาเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า เพื่อใช้อบให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอม และยังนำมาสกัดกลิ่นหอม ใส่ในน้ำมันใส่ผมและใช้ทำน้ำหอม ดอกใช้ปรุงในยาหอม แก้ลม บำรุงร่างกาย
เขี้ยวงูเขา, จันทน์พ้อ
ชื่อวิทยาศาสตร์:Vatica diospyroides Symington
วงศ์: Dipterocarpaceae
ประเภท: ไม้ต้น

ลำต้น: สูง 6-12 เมตร ต้นตรง ทรงพุ่มโปร่ง เปลือกเกลี้ยง
ใบ: ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ สีเขียวเข้ม เห็นเส้นใบชัดเจน

ดอก: ช่อดอกแบบช่อกระจุก ออกที่ซอกใบตามกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก ทยอยบานได้นาน เมื่อบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอกสีน้ำตาล กลีบดอกด้านในสีขาวนวล มี 5 กลีบ เรียงเวียนซ้อนเกยกัน ออกดอกในช่วงปลายฤดูหนาว กลิ่นหอมแรง
ผล: ผลกลม ขนาด 2.5-3 เซนติเมตร เมื่อแก่จะแตกออก ภายในมีเมล็ดเดียว
อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง
ดิน: ดินร่วน
แสงแดด: แสงแดดตลอดวัน
น้ำ: มาก ทนน้ำขังแฉะ
การขยายพันธุ์:เพาะเมล็ด
การใช้งานและอื่นๆ: คนโบราณนิยมนำดอกจันทน์กะพ้อมาเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า เพื่อใช้อบให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอม และยังนำมาสกัดกลิ่นหอม ใส่ในน้ำมันใส่ผมและใช้ทำน้ำหอม นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพร เนื้อไม้ใช้แก้ลมวิงเวียน ช่วยขับลม ขับเสมหะ ดอกใช้ปรุงในยาหอม แก้ลม บำรุงร่างกาย
เกร็ดน่ารู้: เป็นไม้ต้นที่มีถิ่นกำเนิดในภาคใต้ของไทย เวียดนาม และมาเลเซีย
ติดตามหนังสือใหม่ได้ทาง : สำนักพิมพ์บ้านและสวน