อบอุ่น ละมุน ร่วมสมัย

ประตูไม้บานเล็กเปิดออกให้เห็นสวนหินสไตล์ญี่ปุ่นที่ดูเรียบง่ายสบายตาช่วยเพิ่มความรู้สึกสงบนิ่งเหมือนเช่นตัวบ้านที่ออกแบบให้มีรูปทรงแบบเรขาคณิตดูไม่หวือหวา ทว่าก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เจ้าของบ้านตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้ “เดิมทีผมมีบ้านอยู่อีกที่หนึ่ง หลังนั้นค่อนข้างเล็ก ก็เลยอยากได้บ้านที่มีสนามหญ้าหน้าบ้าน มีบ่อปลาคาร์พ มีมุมปาร์ตี้สังสรรค์กันเล็กๆ ภายในครอบครัว และผมก็มาเจอที่นี่ ชอบที่ตำแหน่งของบ้านมีลมพัดผ่านตลอดเวลา บรรยากาศในบ้านจึงเย็นสบาย” เจ้าของบ้านเกริ่นถึงที่มาของบ้านหลังนี้ให้ฟัง บนพื้นที่ประมาณ 360 ตารางเมตรที่มาพร้อมกับตัวบ้านของโครงการ เจ้าของบ้านต้องการแบ่งสัดส่วนและต่อเติมบ้านใหม่ทั้งหมด จึงค้นหาทีมสถาปนิกและนักออกแบบตกแต่งภายในจากอินเทอร์เน็ต จนได้มาพบกับ คุณดาวุค – นิรัติศัย สลาม จากบริษัทพาย จำกัด ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้อย่างครบถ้วน “เจ้าของบ้านอยากได้บ้านที่ดูอุ่นๆ ไม่โมเดิร์นจนเกินไป มีบรรยากาศอบอุ่นแบบโฮมมี่ ผมจึงตีโจทย์เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นผสมกับคอนเทมโพรารีที่มีความร่วมสมัยครับ” คุณดาวุคเล่าถึงแนวทางออกแบบว่า เน้นความเรียบหรูภายใต้โทนสีขาวที่ดูสว่าง เริ่มที่ส่วนรับแขกออกแบบให้เชื่อมต่อไปถึงส่วนรับประทานอาหารและส่วนเตรียมอาหาร วัสดุส่วนใหญ่ที่บ้านหลังนี้เลือกใช้ก็เป็นวัสดุธรรมชาติอย่างหินอ่อนและไม้ “เจ้าของบ้านชื่นชอบหินและไม้อยู่แล้ว อยากให้บ้านทั้งหลังดูอบอุ่นด้วยโทนสีครีมและขาว ผมและทีมงานจึงออกแบบให้ที่นี่มีบรรยากาศที่ดูกลมกลืนกันทั้งหลังซึ่งกลมกลืนในที่นี้หมายถึงเข้ากันได้ดี ไม่ขัดแย้งกันระหว่างไม้กับหินครับ” ถัดจากส่วนรับแขกก็เป็นโต๊ะรับประทานอาหารสีขาวที่จัดวางอย่างโดดเด่น อีกทั้งเพิ่มความน่าสนใจให้พื้นที่โดยรอบด้วยตู้ปลาขนาดใหญ่ที่เจ้าของบ้านรักและชื่นชอบ โดยติดตั้งอยู่ในผนัง ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ถัดมาคือห้องนั่งเล่นที่เจ้าของบ้านและครอบครัวมักใช้เวลาในช่วงหัวค่ำมารวมตัวพูดคุยกัน จัดวางโซฟาสีส้มบนพื้นพรมเนื้อนุ่มสีเทา – ดำ เข้ากันได้ดีกับฝ้าเพดานที่ออกแบบเป็นระแนงไม้ เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง นอกจากนี้เมื่อมองทะลุประตูบานเลื่อนกระจกออกไปด้านนอกจะเห็นบ่อปลาคาร์พที่ทำหน้าที่เพิ่มความเป็นธรรมชาติและสร้างบรรยากาศน่าสบายให้บ้าน “ในห้องนั่งเล่นนี้ยังมีมุมสำหรับปาร์ตี้กันเล็กๆ ออกแบบให้มีมินิบาร์เพื่อรับรองแขกที่มาเยือน ด้านหลังเป็นตู้บิลท์อินสำหรับเก็บของและโชว์ถ้วยรางวัลที่เจ้าของบ้านได้มาจากการแข่งขันดริฟต์รถแข่ง”   เมื่อขึ้นไปยังชั้นบนจะเห็นมุมนั่งเล่นที่เชื่อมไปยังห้องนอนใหญ่ ห้องนอนลูกสาว และห้องนอนลูกชาย […]

Chiang Mai City วิถีชน (ใน) เมือง

แฟน “บ้านและสวน” หลายท่านน่าจะคุ้นชื่อของ คุณขวัญชัย สุธรรมซาว กันดี สถาปนิกรุ่นใหม่แห่งบริษัทแผลงฤทธิ์ จำกัด คนนี้เป็นหนึ่งในผู้เปิดแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในจังหวัดเชียงใหม่ มีประสบการณ์ออกแบบบ้านและอาคารต่างๆ มานานนับ 10 ปี เมื่อต้องมาออกแบบบ้านของตัวเอง หลายคนอาจคิดว่าเขาจะออกแบบให้มหัศจรรย์พันลึกด้วยเทคนิคพิเศษอย่างไรก็ได้ แต่เอาเข้าจริงบ้านของคุณขวัญชัยกลับดูเรียบง่าย เพราะสิ่งที่เขาเน้นก็คือทำเล ซึ่งสะดวกสำหรับการใช้ชีวิตในเขตเมืองที่ต้องการความคล่องตัว ทว่าปัจจุบันที่ดินในเขตเมืองเชียงใหม่นั้นกลายเป็นพื้นที่ทางธุรกิจหรือคอนโดมิเนียมไปหมด การหาที่ดินสำหรับสร้างบ้านสักหลังนั้นยากเต็มทน   “การสร้างบ้านในเมืองเชียงใหม่เป็นเรื่องยากแล้วครับ เพราะที่ดินมีราคาแพงมาก ไม่อย่างนั้นก็ต้องออกไปอยู่นอกเมือง แต่เมื่อผมเลือกอยู่ในเมืองบ้านเป็นหลังๆ นั้นตัดออกไปได้เลย ทางเดียวที่จะได้ที่อยู่อาศัยที่ใกล้เคียงกับบ้านก็คือตึกแถว ผมตระเวนหาจนมาเจอที่ตรงนี้ ขนาดกำลังพอดีคือ 3 คูหา ไม่ใหญ่เกินไป แล้วจึงปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเลยครับ” การปรับปรุงในที่นี้คือการทุบรื้อทุกส่วนออกทั้งหมด ไม่เหลือแม้กระทั่งบันได คงไว้แค่เพียงเสากับคานเท่านั้น มีการจัดแปลนใหม่ สร้างพื้นที่ใช้สอยใหม่ แม้ทั้ง 3 คูหาจะออกแบบไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่โครงสร้างเดิมที่บังคับอยู่ก็ทำให้ดูไม่แตกต่างกันเท่าไร คุณขวัญชัยเลือกห้องริมขวาสุด (หากหันหน้าเข้าตัวอาคาร) เพราะมีพื้นที่ว่างข้างอาคารก่อนสุดแนวรั้วกับบ้านข้างเคียง ส่วนที่เหลืออีก 2 คูหาทำเพื่อขาย   อ่านต่อหน้า2

The Field of Dream บ้านในฝันกลางป่า และนาผืนพอดี

ณ เวิ้งเขาริมทุ่งนาของบ้านแม่แอน อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางชุมชนชาวบ้านแถบนี้ที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย เราแวะมาชม บ้านในฝันกลางป่า แสนสวยของ คุณกานต์ ขวัญเมือง ผู้หลงรักเมืองเชียงใหม่มาเนิ่นนาน เวลานี้คือช่วงหกโมงเช้า เราจึงได้เห็นน้ำค้างบนยอดข้าวในทุ่งนากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ขนาบข้างด้วยผืนป่าสัก อากาศเย็นยะเยือกของเชียงใหม่ทำให้แสงแรกของตะวันอบอุ่นกว่าที่เคย “ผมชอบธรรมชาติ แต่ก็ยังขาดชีวิตคนเมืองไม่ได้เชียงใหม่มีครบตามที่ผมต้องการ มีความเป็นเมืองที่ครบครันไม่แพ้กรุงเทพฯ บ้านหลังนี้ก็เดินทางออกมาแค่ไม่เกินครึ่งชั่วโมงจากตัวเมือง เพียงแค่นี้ก็จะได้พบกับธรรมชาติแท้ๆ ทั้งป่าไม้ ทุ่งนา และทิวเขา ตลอดจนสังคมชาวบ้านที่เรียบง่ายและน่ารัก ถ้าถามว่าหลงรักสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อไร คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 21 ปีก่อน”     คุณกานต์มาเยือนเมืองเชียงใหม่ครั้งแรกเมื่อร่วมเป็นนักแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “กระโปรงบานขาสั้น” หลังจากนั้นเขาก็แวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ กระทั่งช่วงปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่คุณกานต์มาพักอยู่ที่เชียงใหม่นานเป็นพิเศษ ตอนนั้นเองที่เขาตัดสินใจคิดหาที่ปลูกบ้านอย่างจริงจัง “ผมตระเวนไปดูที่ดินกับนายหน้าเยอะมาก ไปกับคุณนัทผู้ออกแบบบ้านด้วยอีกคน ก็ไม่เจอที่ใช่เสียที หาอยู่นานจนเริ่มปลง ก็บังเอิญเห็นที่ดินผืนนี้ เพราะว่านายหน้าขออนุญาตแวะมาทำธุระแถวนี้ พอคุณนัทลงไปดูก็เล็งเห็นวิวสวยๆ อย่างที่เห็น”   คุณกานต์บอกว่าตอนแรกที่ดินผืนนี้ยังเป็นพื้นที่รกๆ แต่ คุณนัท – เสกสรรค์ ศิลป์วัฒนานุกูล คือผู้เจียระไนวิวสวยๆ เหล่านี้ออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะและยังเป็นผู้รังสรรค์แทบทุกส่วนของบ้านหลังนี้ “ผมพยายามมาอยู่ในที่จริง ค่อยๆ มอง […]

สวนลอยฟ้า จากแนวคิด อวตาร

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ราวกับสรวงสวรรค์อวตารมาปรากฏอยู่เบื้องหน้า นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดหลังจากลิฟต์มาถึงยังชั้นดาดฟ้าของอาคารกรมดิษฐ์บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และได้พบสวนสวยแห่งนี้ของ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจและนักเขียนผู้มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัทอมตะคอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ทางเดินพื้นคอนกรีตตกแต่งด้วยกรวดแม่น้ำสลับสีอย่างเป็นธรรมชาติทอดยาวผ่านพรรณไม้ไทยโบราณ อาทิ อินจัน จำปี ชงโค จันทน์กะพ้อและหมากเม่า แทรกไปกับไม้พุ่มทรงสูงอย่างมะเขือต้น แก้วเจ้าจอม และพุดชนิดต่างๆ ซึ่งแผ่กิ่งก้านแตกแขนงออกเป็นทรงพุ่มดูสวยงาม บางต้นยังออกดอกสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปทั่ว โดยมีไม้ระดับล่างอย่างเฟิน คล้า บุก บอน กล้วยไม้ดิน สับปะรดสี และมอสส์ขึ้นเขียวชอุ่มอยู่รอบโคนต้นจนไม่น่าเชื่อว่าสวนนี้จะอยู่เหนือพื้นดาดฟ้าคอนกรีตของอาคารใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งถมพื้นดินหนาเพียงแค่ประมาณ 15 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้ผมต้องถามถึงเคล็ดลับการดูแลสวนให้ดูอุดมสมบูรณ์ได้นานกว่า 8 – 9 ปีเช่นนี้ คุณวิกรมให้คำตอบว่า “การทำสวนไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ สวนเป็นสิ่งที่มีชีวิต เราจึงต้องแบ่งเป็นเฟสๆ สวนนี้ไม่ได้มีแปลน ทำไปเรื่อยๆ เฟสแรกคือทดลองปลูกเมื่อก่อนมีมอสส์และเฟินเติบโตได้ดี ถัดมาเราก็ดูว่าอะไรที่ควรจะปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา พอมันลงตัวแล้วจะได้รู้และดูแลรักษาให้ดีได้ เฟสสุดท้ายคือเฟสที่ลงตัว ถ้าเราแบ่งการจัดสวนเป็นเฟสจะดูยั่งยืนกว่าการจัดสวนครั้งเดียว เพราะแรกๆ ก็ดูดีแต่หลังๆ อาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลา” สวนแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงามชั่วครั้งชั่วคราว สิ่งสำคัญคือการดูแลเอาใจใส่พืชพรรณต่างๆ […]

French Cottage Garden กลิ่นอายสวนฝรั่งเศส

สวนในแถบตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นอวลด้วยกลิ่นอายธรรมชาติในโทนสีละมุนตา ภายในแปลงปลูกไม้ดอกผสมผสานไม้ตัดฟอร์มวางแปลงลักษณะกึ่งฟอร์มัล ดูไม่เป็นทางการ ทั้งหมดคือภาพเริ่มต้นก่อนจะแปรเปลี่ยนให้กลายมาเป็นสวนสวยริมแม่น้ำกกภายในร้าน Melt in Your Mouth คาเฟ่บรรยากาศดีเจือกลิ่นอายแบบชนบทฝรั่งเศส จากจุดเริ่มต้นของที่ดินผืนงามริมแม่น้ำกกซึ่งเป็นที่ดินของคุณพ่อ เมื่อ คุณสมบูรณ์ และ คุณพูนสุข รักมนุษย์ สองพี่น้องเจ้าของร้าน คิดจะใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนี้ หลายตัวเลือกก็ตามมา ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะทำเป็นร้านกาแฟบรรยากาศสบายๆ เพราะทั้งสองเป็นคอกาแฟตัวยง “แต่เดิมเวลามาเชียงรายก็ต้องนั่งดื่มกาแฟแบรนด์ตามร้าน แล้วที่นี่ก็เป็นแหล่งปลูกกาแฟด้วย จึงมีความคิดว่าถ้าจะเปิดร้านจะมีความเป็นไปได้ไหม” นั่นคือเรื่องราวเริ่มต้นที่ คุณเปิ้ล – กุลนรี สุรเลิศรังสรรค์ ภรรยาคุณสมบูรณ์ และเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้านนี้เล่าให้เราฟัง “เราให้โจทย์สถาปนิกว่าอยากใช้ประโยชน์จากที่ดินให้ได้เต็มที่ ตัวอาคารต้องเปิดมุมมองให้เห็นแม่น้ำเยอะๆเดิมทีดีไซน์เป็นไม้ ดูดิบๆ เพื่อขายกาแฟกับอาหารเหนือไม่กี่เมนู แต่ผู้ออกแบบทักว่าร้านมันใหญ่มากนะสำหรับกาแฟกับอาหารนิดหน่อย ประจวบกับได้รับคำแนะนำจากพี่คนหนึ่งที่เปิดร้านอาหารให้ส่งคนไปเรียนกับเขา ซึ่งเปิ้ลก็ได้เมนูอาหารฝรั่งมาระดับหนึ่งและมีเค้กด้วย จึงมาปรับดีไซน์ร้านใหม่ให้เบาลง เราเปิดหนังสือดูแบบที่ชอบรวมๆ กว่า 10 เล่ม ปรากฏว่าพอชอบรูปไหนก็จะไปในอารมณ์เฟรนช์วินเทจ เป็นแนวฝรั่งเศส ไม่ใช่อังกฤษหรืออเมริกัน “สำหรับสวนเป็นอะไรที่เราไม่มีความรู้เลย บังเอิญมีคนจัดสวนที่เคยร่วมงานกันแนะนำ บี (คุณสุธาทิพย์ ไพบูลย์นันทพงศ์) ซึ่งตอนแรกเราไม่รู้ว่างานบีเป็นอย่างไรแล้วบีก็ชวน นุ่น (คุณอิศรา แพงสี) ซึ่งเขาทำงานเข้าขากันได้ดี […]

บ้านซ่อนตัว

สบาย ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว คือปัจจัยหลักที่เรานึกถึงก่อนจะสร้างบ้านหรือเลือกพื้นที่ส่วนตัว แบบบ้านโมเดิร์น หลังใหญ่ที่ดูน่าค้นหาหลังนี้สะดุดตาตั้งแต่ไกลด้วยที่ตั้งซึ่งอยู่ในเขตชุมชนของอำเภอเมืองนครปฐม แต่กลับมีความเป็นส่วนตัวอย่างมากด้วยรั้วปูนเว้นร่องเล็กๆ ที่ดูเท่และไม่ทึบจนเกินไป เมื่อเข้ามาด้านในก็ยิ่งตื่นเต้น เพราะเราไม่อาจมองเห็นตัว แบบบ้านโมเดิร์น ทั้งหมดได้ จากมุมนี้สร้างความสงสัยว่าถ้าจะเข้าไปในตัวบ้านจริงๆ ต้องเข้าทางไหนกันแน่ คุณมีชัย เจริญพร สถาปนิกจากบริษัท Backyard Architect จำกัด เล่าให้ฟังว่า “เจ้าของบ้านต้องการความเป็นส่วนตัวสูงมาก บนที่ดินผืนนี้ประกอบด้วยบ้านจำนวน 3 หลัง โดยมีคอร์ตกลางเป็นตัวเชื่อมพื้นที่ทั้งหมด” นอกจากบ้านหลักของเจ้าของบ้านแล้ว บ้านหลังที่สองเป็นบ้านของพี่และน้อง ส่วนหลังสุดท้ายเป็นบ้านคุณพ่อคุณแม่ ตามความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีความเป็นส่วนตัวด้วย สถาปนิกเสนอให้บีบพื้นที่ของบ้านให้กะทัดรัด และออกแบบให้มีสวนเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้งานร่วมกัน ซึ่งทำให้บ้านดูอบอุ่นขึ้นด้วย คุณมีชัยเล่าต่อไปว่า “เจ้าของบ้านอยากให้แต่ละพื้นที่ของบ้านมีการเล่นระดับและสเต็ปไม่เท่ากัน ผมได้นำโจทย์นี้มาพัฒนาต่อ โดยใช้บันไดเป็นตัวเชื่อม วัสดุหลักเป็นไม้ เพราะดูเรียบง่ายและอบอุ่น” การออกแบบโดยใช้บันไดเป็นตัวเชื่อมอาคารทั้งสามหลังจึงทำให้เกิดพื้นที่ที่ลดหลั่นเป็นสเต็ป ซึ่งช่วยแยกความเป็นส่วนตัวของแต่ละครอบครัว อีกทั้งเป็นตัวบอกพื้นที่การใช้งานได้ดี เช่น บันไดด้านหน้าที่ใช้โครงเหล็กและไม้จริงเป็นระแนงบังสายตาจากภายนอก สร้างความเป็นส่วนตัว และใช้กับบ้านหลังแรกเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของความพอดี

บ้านชั้นเดียว หลังนี้ตั้งอยู่ในละแวกเส้นทางแม่ริม – โป่งแยง จังหวัดเชียงใหม่ ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านจัดสรรเก่า แต่ปัจจุบันมีต้นไม้ขึ้นครึ้มจนปิดบังภาพเดิมของหมู่บ้านนี้ไปเกือบหมด คุณทองมา – จำเนียร ทองมา ศิลปินและประติมากรฝีมือเยี่ยม ผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ เล่าถึงที่มาของบ้านให้ฟังว่า “ผมเจอที่ดินตรงนี้ก็เพราะเพื่อนชวนให้มาตกแต่งห้องของเขาซึ่งก็อยู่ข้างบ้านผมนี่เอง ผมเห็นที่ดินแล้วชอบ เพื่อนก็ชวนให้มาอยู่เป็นเพื่อนบ้านกัน ผมใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน เพราะที่นี่มีสิ่งที่ผมชอบหลายอย่าง เช่น เป็นที่ที่อยู่กลางธรรมชาติ มีป่าและลำธารที่ได้ยินเสียงน้ำไหลรินตลอดเวลา อาจเป็นเพราะว่าผมทำงานที่ค่อนข้างดิบๆ จึงอยากอยู่แบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานของผมได้ดี” ไม่เกิน 4 เดือน บ้านชั้นเดียว หลังนี้ก็สร้างเสร็จ จากเดิมที่ที่ดินผืนนี้เต็มไปด้วยหญ้าสูงท่วมศีรษะ มีต้นไม้ขึ้นรกชัฏ ก็เปลี่ยนสภาพเป็นที่ดินพร้อมปลูกที่อยู่อาศัยเหมือนเมื่อครั้งเป็นที่ดินจัดสรรตอนแรกเริ่มโครงการ บนพื้นที่ 1 ไร่ คุณทองมาได้วางแผนล่วงหน้าแล้วว่าจะทำเป็นสตูดิโอทำงานศิลปะและส่วนพักอาศัย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้กินพื้นที่ประมาณเท่ากัน ด้านริมถนนเป็นส่วนสตูดิโอ ส่วนด้านหลังติดลำธารเล็กๆเป็นบ้านพัก โดยทุกหลังสร้างเป็นอาคารชั้นเดียวสีขาว หลังคาจั่ว ดูสงบและสบาย ส่วนที่เป็นบ้านพักวางแปลนเป็นรูปตัวแอล (L) หันหน้าเข้าหากัน เว้นพื้นที่ตรงกลางซึ่งค่อนข้างกว้างเป็นพื้นดินว่างๆ “ผมอยากอยู่แบบธรรมชาติ ตัวบ้านจึงค่อนข้างเรียบง่าย เป็นบ้านที่เหมือนออกมาจากภาพวาดในวัยเด็ก บ้านทรงสี่เหลี่ยม มีหลังคาจั่ว มีต้นไม้ มีลำธารอยู่ข้างบ้าน แล้วก็มีภูเขาอยู่หลังบ้าน […]

The Neverland of Andra Matin ระหว่างพื้นที่กับการเดินทาง

  เมื่อเดินผ่านประตูรั้วด้านหน้าบ้านเข้าไปเราจะพบทางเดินไม้ลอยอยู่เหนือสระน้ำ ขนาบด้วยกำแพงดินที่มีมอสส์และเฟินแทรกอยู่เป็นระยะ ร่องไม้ที่ชั้นบนเว้นที่ว่างให้แสงสว่างลอดผ่านลงมาสะท้อนกับผืนน้ำดูระยิบระยับไปทั่วบริเวณ  ปลาคาร์พตัวเขื่องว่ายน้ำลอดจากมุมหนึ่งไปสู่อีกมุมหนึ่ง แดดจัดจ้าของประเทศอินโดนีเซียช่วยเติมเต็มความสดใสให้บ้านหลังนี้ได้อย่างเหลือเฟือ Mr. Andra Matinเจ้าของและผู้ออกแบบบ้าน AM House หลังนี้ยิ้มต้อนรับและผายมือเชิญเราเข้าสู่ภายในบ้าน  เขาพาเราเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านซึ่งจัดวางโต๊ะยาวขนาด 4 – 5 เมตร เพื่อใช้รับแขก จากตรงนี้เรามองเห็นอาคารคอนกรีตสมัยใหม่ที่เปิดโล่งและมีพื้นที่อเนกประสงค์คล้ายบ้านใต้ถุนสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร แล้วบทสนทนาระหว่างเรากับคุณอันดราก็เริ่มขึ้น “ผมเริ่มก่อสร้างบ้านหลังนี้ในปีค.ศ. 2008 เริ่มจากโครงสร้างหลักคือกล่องปูนเปลือยยกสูงอย่างที่เห็นเมื่อบ้านค่อยๆก่อร่างขึ้นก็ทำให้ผมเห็นรายละเอียดที่ควรใส่เพิ่มลงไปจึงใช้เวลาก่อสร้างนานกว่าบ้านทั่วไปแต่การค่อยๆคิดและถักทอพื้นที่ต่างๆเข้าด้วยกัน ทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นบ้านที่ลงตัวกับผมและครอบครัวอย่างแท้จริงบ้านหลังนี้เสร็จสมบูรณ์ในปีค.ศ. 2013 ใช้เวลารวม 5 ปีพอดี” คุณอันดราเป็นเจ้าของสำนักงานออกแบบ Andramatin และถือเป็นสถาปนิกรุ่นบุกเบิกที่เปิดรับงานออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างอิสระในประเทศอินโดนีเซีย สิ่งที่เขาใส่ใจที่สุดก็คืองานออกแบบที่สอดรับกับภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศนี้ บริษัทของเขาจึงเป็นผู้นำด้านงานออกแบบสไตล์โมเดิร์นทรอปิคัล ดังจะเห็นได้ว่าบ้านหลังนี้แทบไม่ใช้เครื่องปรับอากาศเลย มีเพียงสองจุดเท่านั้นคือห้องน้ำที่ชั้นใต้ดินซึ่งต้องใช้เครื่องกำจัดความชื้นและในห้องนอนชั้นบน นอกเหนือจากนั้นล้วนพึ่งพาพลังจากธรรมชาติทั้งสิ้น และอีกเรื่องหนึ่งที่คุณอันดราสนใจก็คือการออกแบบพื้นที่ “ผมสนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่มากกว่ารูปทรง” คุณอันดราอธิบายหลักการออกแบบพื้นที่ซึ่งใช้กับทุกงานออกแบบของเขาแม้แต่กับบ้านหลังนี้ “ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ (Spatial Relationship) ต้องมองไปถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นมากกว่าการมองแบบเป็นห้องสี่เหลี่ยม เพราะในความเป็นจริงกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะนั่งนอนเดินหรือยืนต่างก็มีพื้นที่ ‘ระหว่างกัน’ทั้งสิ้นเมื่อคิดได้ดังนี้รูปทรงก็จะออกมาต่างอย่างที่ควรจะเป็นสามารถออกแบบร่วมกับเรื่องภูมิอากาศและการอยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม” คำอธิบายข้างต้นพอทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมบ้านหลังนี้จึงมีรูปทรงแปลกตาและชวนให้แปลกใจทุกครั้งที่ก้าวผ่านจากบริเวณหนึ่งไปสู่อีกบริเวณหนึ่ง “ผมชอบการเดินทางบ้านของผมก็เลยให้ความรู้สึกของการเดินทาง” การเปลี่ยนผ่านแต่ละพื้นที่ของบ้าน AM House เปรียบได้กับการผจญภัยย่อมๆ ทั้งทางเข้าที่เดินทะลุขึ้นมายังเนินดินก่อนเข้าสู่พื้นที่รับแขกที่ลัดขึ้นบันไดเวียนสู่สวนดาดฟ้าได้ หากเดินจากพื้นลาดอีกด้านหนึ่งก็จะแยกออกไปยังเรือนเล็กของคุณอันดรา แล้ววนกลับเข้ามาที่ห้องของลูกๆ ห้องทำงานชั้นล่างยังมีประตูซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือเพื่อออกไปยังห้องละหมาดและห้องน้ำได้อีกด้วย […]

โอบล้อมด้วยแสงใน บ้านไทย สไตล์มินิมัล

นับเป็นโชคดีของเราที่วันนี้อากาศดี ไม่ร้อนจัดและแสงแดดไม่แรงจนเกินไป เหมาะแก่การถ่ายภาพบ้านเป็นอย่างยิ่ง บ้านที่เรามาเยือนในครั้งนี้เป็นเรือนหอ บ้านไทย สไตล์มินิมัลของ คุณจุ๊บ – ศศธร ภาสภิญโญ และ คุณรินทร์ – ภัทรกานต์ เศรษฐชยั ตั้งอยู่ในย่านพัฒนาการ บนพื้นที่ 100 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินเดิมของครอบครัวคุณจุ๊บ บ้านที่มีไอเดียในการจัดการกับแสงสว่างได้อย่างน่าสนใจ   “เริ่มแรกเราอยากได้บ้านไทยสไตล์มินิมัล กล่าวคือมีโถงทางเดินอยู่ตรงกลางบ้านเหมือนบ้านไทย แต่การตกแต่งต้องดูเรียบ มีแฝงอารมณ์แบบญี่ปุ่นนิดๆ และเปิดรับแสงธรรมชาติได้รอบบ้านโดยที่ต้องไม่เพิ่มความร้อนให้บ้านด้วย เราสองคนชื่นชอบการอ่านหนังสือและมักเก็บภาพสไตล์การตกแต่งบ้านไว้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างบ้านของเรา” คุณจุ๊บเกริ่นนำให้เราฟัง การหาไอเดียจากหนังสือประกอบกับเคยเรียนด้านสถาปัตยกรรม จึงสเก็ตช์ภาพบ้านแบบคร่าวๆ พร้อมบอกความต้องการหลักให้ คุณวิมลรัตน์ อิสระธรรมนูญ สถาปนิกนำไปออกแบบต่อ ใน บ้านไทย หลังนี้ จากที่จอดรถ ผู้ออกแบบทำทางเดินรอบบ่อปลาคาร์พ ก่อนจะนำเข้าไปสู่ตัวบ้าน การออกแบบดังกล่าวสร้างบรรยากาศแห่งการเชื้อเชิญ เปรียบเสมือนการต้อนรับจากเจ้าของบ้าน รอบบริเวณบ้านยังปลูกต้นไม้นานาพรรณดูร่มรื่น สร้างความรู้สึกสดชื่นได้ดีก่อนเข้าไปสู่ภายในบ้าน ซึ่งสิ่งแรกที่พบคือโถงนั่งเล่นแบบดับเบิลสเปซที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย สะท้อนบุคลิกของเจ้าของบ้านทั้งสองที่ชื่นชอบความสบายและเป็นกันเอง ผู้ออกแบบใช้โถงบันไดกลางบ้านเป็นจุดเชื่อมโยงทุกพื้นที่ใช้งานตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ผนังที่ขนาบโถงนี้ทั้งสองด้านเป็นปูนเปลือย ดูเท่และทันสมัยแบบที่เจ้าของบ้านชื่นชอบผสมผสานกับการเลือกใช้ไม้และไม้วีเนียร์ เป็นการเพิ่มรายละเอียดที่ดูสะอาดตา โถงบันไดนี้ยังแบ่งบ้านเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วยส่วนรับแขก ส่วนรับประทานอาหาร […]

ฤดูแห่งสวน

แม่น้ำบางนรา แม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวนราธิวาสมายาวนาน สองฝั่งแม่น้ำยังคงบรรยากาศเรียบง่าย อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีน้ำใสสะอาดไหลมุ่งหน้าสู่ประตูกั้นเขื่อนลุ่มน้ำบางนรา โครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการพัฒนาแหล่งน้ำจืด เพื่อใช้ในการชลประทาน อุปโภคบริโภค ป้องกันน้ำเค็ม ระบายน้ำ ควบคุมน้ำในลุ่มน้ำบางนราและพรุโต๊ะแดง เขื่อนกั้นน้ำที่ว่านั้นคืออีกหนึ่งวิวงดงามเมื่อมองจากบ้านหลังนี้ บ้านหลังงามบนพื้นที่ราว 4 ไร่ครึ่งของ คุณพงศ์ศักดิ์ ชุติเชาวน์กุล ไม่เพียงแต่จะอยู่ติดริมแม่น้ำบางนราซึ่งให้บรรยากาศดีอย่างที่สุด สวนรอบบ้านนี้ยังเต็มไปด้วยไอเดียการตกแต่งที่น่าประทับใจสร้างสรรค์ผลงานโดย คุณนนทชัย จันทร์เต็ม แห่ง GardenAAA สภาพพื้นที่เดิม “ที่นี่มีสวนอยู่แล้วในรูปแบบลำธารธรรมชาติ มีบ่อปลาและพื้นไม้ระแนง แต่ด้วยอากาศของภาคใต้จะมีฤดูฝนค่อนข้างยาวนาน มีช่วง 4 เดือนที่ฝนตกต่อเนื่องทั้งวันและสลับกับตกหนักทั้งวัน บางสัปดาห์มองไม่เห็นแสงแดดเลยก็มี หรือมีแดดก็นิดเดียว บางครั้งเราเห็นแดดออกแต่ฝนตกก็มี ส่วนในฤดูร้อนตอนกลางวันจะร้อนจัด ยิ่งเข้าเดือนเมษายนความร้อนจะสูงมากจนรู้สึกแสบผิวหนังเป็นสาเหตุให้บ่อปลาและลำธารเจออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทำให้น้ำในบ่อเป็นสีเขียว อุณหภูมิน้ำไม่คงที่ ปลาจึงไม่สามารถอยู่ได้ และด้วยอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงมากในแต่ละฤดู กับความชื้นที่สูงมากในช่วงฤดูฝน ทำให้พื้นไม้ระแนงเดิมผุกร่อนเร็ว” คุณนนทชัยอธิบาย และทั้งหมดจึงเป็นที่มาของการออกแบบสวนเพื่อแก้ปัญหาให้สอดรับกับสภาพภูมิอากาศของที่นี่   อ่านต่อหน้า 2 

แบบสวนสวย สีสันบนเนินสวน

แบบสวนสวย ที่เราจะพาชมกันนี้ มาจาก สายลม องค์ประกอบของธรรมชาติที่ไร้สี ไร้แสง ไร้รูปทรง ไม่หยุดนิ่งและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เราจะสัมผัสกับสายลมได้เพียงบางครั้งที่ลมเคลื่อนไหว แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา จนบางครั้งก็หลงลืมไปว่ามีสายลมอยู่รอบตัว ผมเดินทางมาชม แบบสวนสวย สวนแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ในอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พร้อมกับสายลมหนาวซึ่งเตรียมมาแทนที่ลมฝนที่กำลังพัดจากไป อย่างที่เขาเรียกกันว่าปลายฝนต้นหนาว ช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งกับการตากอากาศและชื่นชมความงดงามของเหล่าดอกไม้ใบหญ้า อากาศเริ่มเย็น และยังคงมีเมฆสีเทาอ่อนปกคลุมให้แสงแดดลอดผ่านลงมาเพียงบางๆ ทำให้ตลอดวันที่เราอยู่ที่นี่ไม่ได้สัมผัสความร้อนแต่อย่างใด หลังรั้วสีขาวเตี้ยๆ คือบ้านตากอากาศหลังน้อยที่ปลูกขึ้นอย่างเรียบง่ายบนเนินเล็กๆ ของ ทันตแพทย์เกียรติชัย และ คุณธัญพร พงศ์ไพโรจน์ สิ่งที่ทำให้บ้านหลังนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครคือบ่อน้ำบริเวณหน้าบ้านและเหล่าพรรณไม้ในสวนที่จัดแต่งในสไตล์อิงลิชคันทรี ซึ่งต่างแข่งกันอวดสีสันสะดุดตา “มันเหมือนที่เราไปตากอากาศที่ต่างจังหวัด เราไม่ควรกลับไปอยู่ในความแข็งกรอบสี่เหลี่ยม หรือความเป็นระเบียบอื่นๆ แบบในเมืองอีก เราควรออกมาสู่ความอ่อนนุ่ม ดูสบายๆ ไม่มีแบบแผน เหมือนสวนที่มีความเป็นชนบท” คุณศักดิ์ เรืองพร้อม นักจัดสวน เล่าถึงที่มาของสวนนี้ให้เราฟัง เช่นเดียวกับคุณธัญพร เธอเล่าถึงโจทย์ก่อนที่จะมาเป็นสวนอย่างที่เห็นว่า “พอมีบ้านแล้วจะให้อยู่ในที่ดินโดดเดี่ยวก็ดูจะน่าสงสารเกินไป เพราะที่ดินของเราไม่ได้ติดกับทัศนียภาพสวยๆ มีน้ำตก ภูเขา หรือทะเล เลยคิดอยากจัดสวนให้บ้านอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงาม อยากให้สวนดูเป็นธรรมชาติเหมือนสวนของอังกฤษตามแถบชนบท แล้วก็อยากให้มีเส้นสายพลิ้วไหวให้เกิดความรู้สึกสบายๆ”     เมื่อเดินลงมาจากบ้านผ่านลานที่โรยกรวดแม่น้ำขนาดเล็กสำหรับทำกิจกรรมนอกบ้าน เพียงไม่กี่ก้าวเราก็ออกมาเดินเล่นชมสวนบนทางเดินขั้นบันได […]

บ้านโมเดิร์น ทรงเหลี่ยมๆ บนหินทรงกลม ๆ

บ้านโมเดิร์น บนที่ดินที่คาดคะเนว่าอาจมีน้อยคนนักที่จะสนใจที่ดินผืนนี้…ทำไมน่ะหรือ บ้านโมเดิร์น ก็เพราะบริเวณนี้เต็มไปด้วยหิน ไม่ใช่หินธรรมดาเสียด้วย เป็นหินก้อนกลมขนาดใหญ่มาก ดังนั้นการวางแปลนบ้านก็จะยากกว่าบ้านทั่วไปหรือแม้แต่บ้านบนเนินเขาหลายเท่านัก แต่เจ้าของบ้านหลังนี้กลับไม่คิดเช่นนั้น ที่ดินขนาดประมาณ 1 ไร่นี้ดูคับแคบกว่าความเป็นจริง เพราะเต็มไปด้วยหินธรรมชาติขนาดยักษ์ ขอบเขตของพื้นที่ต่ำกว่าระดับถนนลงไปเป็นผาหินชัน บังตัวบ้านสองชั้นจนมองเห็นแค่หลังคาบางส่วนเท่านั้น เราจึงไม่อาจคาดเดาหน้าตาของบ้านว่าจะมีลักษณะเป็นเช่นไร ที่ดินที่มีระดับแตกต่างกันมาก ประกอบกับเต็มไปด้วยหิน ทำให้การออกแบบอาคารต้องแยกพื้นที่ใช้สอยให้ห่างกัน เป็น บ้านโมเดิร์น ภายใต้หลังคาแบบเพิงหมาแหงนที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน โดยทุกพื้นที่จะมีการ “เล่นเส้น” อย่างแยบยล สร้างความเชื่อมโยงและปรับความรู้สึกของแปลนรูปทรงสี่เหลี่ยม ผืนผ้าที่น่าเบื่อด้วยการออกแบบโครงสร้างที่ยกระดับพื้นให้ลดหลั่นกัน เปิดฝ้าเพดานขึ้นไปจนติดหลังคา ปล่อยเปลือยโครงสร้างบางส่วนเพื่อรับแสงด้านข้างและลวงตาให้เกิดเป็นเส้นสายในงานออกแบบ ทำให้รูปทรงดูต่างออกไป และสร้างความรู้สึกสบายยิ่งขึ้น ด้วยลักษณะของพื้นที่ การวางตำแหน่งอาคารจึงแยกเป็น 3 หลัง มีเรือนหลังใหญ่สองชั้นที่วางแปลนเป็นรูปตัวที (T) ชั้นบนเป็นส่วนนั่งเล่นแบบเปิดโล่ง เผยให้เห็นงานโครงสร้าง ผนังด้านในบางส่วนตีไม้ระแนง บางส่วนเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนสลับกับกระจกใส มีระเบียงโล่งแนวขวางตั้งฉากกับห้องจัดเป็นส่วนรับประทานอาหารแบบเอ๊าต์ดอร์ ส่วนชั้นล่างของเรือนใหญ่แม้จะเน้นให้มีความเรียบโล่ง แต่ก็มีผนังกั้นเพื่อความเป็นสัดส่วนมากกว่าชั้นบน หลักๆ ออกแบบเป็นผนังบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่เต็มผนัง ประกอบด้วยส่วนนั่งเล่นที่ออกแบบเป็นเตียงขนาดใหญ่ ใกล้กันเป็นห้องรับประทานอาหารกึ่งทางการ และส่วนที่อยู่ในสุดเป็นแพนทรี่แบบทันสมัย   เรือนหลังที่สองเป็นเรือนชั้นเดียว ด้านหน้ามีสนามหญ้าที่ต่อกับเรือนใหญ่พอดี มีเฉลียงหน้าห้องขนาดไม่ใหญ่นัก เรือนนี้เป็นห้องนอนเล็ก แม้จะเป็นห้องที่มีเพดานไม่สูงนัก แต่ก็ดูน่าอยู่ […]

ปริ่มสุขในพื้นที่จำกัด

  บ้านที่ดีควรเป็นบ้านที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศ บ้านหลังนี้ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการออกแบบให้สัมพันธ์กับอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย เบื้องหลังประตูตะแกรงเหล็กสีดำคือบ้านสไตล์โมเดิร์นของ คุณเอ – จิรสีห์ และ คุณสุพินดา เตชาชาญ ซึ่งสร้างบ้านเกือบเต็มพื้นที่ ทำให้บ้านดูใหญ่และโอ่โถง ทั้งที่ขนาดที่ดินไม่ได้ใหญ่มาก เมื่อก้าวเข้าไปภายในบ้านเราสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน พร้อมกับสายลมอ่อนๆ ที่พัดเข้ามาตลอดเวลา “เดิมทีที่ดินตรงนี้เป็นสนามหญ้าของบ้านคุณแม่คุณเอ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 65 ตารางวา และคุณเอต้องการใช้เป็นเรือนหอครับ” คุณรักศักดิ์ สุคนธะตามร์ สถาปนิกผู้ออกแบบบ้าน และยังเป็นเพื่อนสนิทของคุณเอด้วย เกริ่นนำให้เราฟัง “โจทย์แรกที่ผมได้รับก็คือคุณเอเป็นโรคภูมิแพ้ ไม่ชอบอยู่ในพื้นที่อับๆอยากได้บ้านที่โปร่งโล่ง และต้องการพักผ่อนสบายๆ ในบ้านที่ให้อารมณ์กึ่งๆรีสอร์ต เพราะเป็นคนชอบอยู่บ้าน และต้องมีมุมสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์กันทุกเดือน” คุณรักศักดิ์เท้าความถึงวันแรกๆ ของการพูดคุยกับคุณเอ นับจากวันนั้นเขาและทีมงานก็กลับมาทำการบ้าน โดยพิจารณาจากความต้องการของเจ้าของบ้านและข้อจำกัดของพื้นที่ จนได้แนวคิดหลักในการออกแบบ “เรามองว่าจะต้องเป็นบ้านที่อยู่สบาย ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ประหยัดพลังงาน ที่สำคัญรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด” ตัวอาคารใช้โครงสร้างเหล็กกรุกระจกใส ซึ่งตอบโจทย์ความชื่นชอบบ้านสไตล์โมเดิร์นของเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ยังทำประตูเชื่อมระหว่างบ้านคุณเอกับบ้านคุณแม่ จุดเด่นที่น่าสนใจของบ้านนี้คือโครงสร้างเหล็กและประตูบานสูงชะลูดบริเวณทางเข้าบ้าน ซึ่งเปิดได้ทั้งหมด 4 ช่องทาง ทำให้เกิดทางระบายอากาศภายในบ้านระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้ หลายท่านอาจสงสัยว่าการเลือกใช้กระจกจะเหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเราจริงหรือ คุณรักศักดิ์ให้คำตอบว่า “หากเลือกวางตำแหน่งบ้านในทิศทางที่ถูกต้อง เน้นการรับแสงธรรมชาติเลี่ยงแดดจัด ก็จะทำให้บ้านที่ใช้กระจกได้สัมผัสกับความร่มรื่น ผมและทีมงานจะคำนวณด้วยโปรแกรมทุกครั้งก่อนออกแบบ เพื่อหาทิศทางของกระแสลมที่พัดในแต่ละช่วงเวลาตลอดทั้งปี […]

Co-housing Space บ้านที่แชร์พื้นที่ร่วมกันกับธรรมชาติ

ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา เรากำลังมุ่งหน้าไปทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย อุณหภูมิในรถเช่าไม่เย็นพอที่จะลดความอบอ้าวของสภาพอากาศด้านนอก หรืออาจเป็นใจของเราเองก็ได้ที่ร้อนขึ้นจากสภาพการจราจรเบื้องหน้า หนึ่งชั่วโมงครึ่งผ่านไปกับระยะทางไม่ไกลนักจากย่านกลางเมือง  เราเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ผ่านประตูโครงการที่เหมือนประตูบ้านหลังใหญ่มากกว่าเป็นโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งเปิดให้เห็นต้นไม้ใหญ่ ดูคล้ายเป็นหมู่บ้านโมเดิร์นกลางป่า และช่วยเปลี่ยนความรู้สึกร้อนในใจให้เย็นลงได้แบบฉับพลัน “Tanah Teduh” เป็นโครงการบ้านจัดสรรที่ทำให้เรานึกถึงบ้านแบบ Co-housing Space หรือกลุ่มสังคมขนาดเล็กที่ทุกบ้านรู้จักกัน มีพื้นที่หน้าบ้านหรือหลังบ้านร่วมกัน แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้ได้ด้วยการออกแบบที่ดี บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ซึ่งเดิมเป็นสวนผลไม้ เจ้าของโครงการพยายามเก็บต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ได้มากที่สุด โดยใช้วิธีสร้างบ้านหลบต้นไม้ อาคารทุกหลังเน้นการออกแบบเปิดรับแสงธรรมชาติ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าและทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รู้สึกใกล้ชิดกับสภาพแวดล้อมสีเขียวให้มากที่สุด แนวคิดดังกล่าวทำให้บ้าน 20 หลังในโครงการนี้มีพื้นที่ที่เปิดรับธรรมชาติและดูเป็นสัดส่วน แม้จะไม่มีรั้วกั้นบ้านแต่ละหลัง แต่ต้นไม้และการออกแบบสถาปัตยกรรมก็ช่วยให้เกิดความเป็นส่วนตัวได้ไม่ยาก โครงการนี้ออกแบบโดย 10 สถาปนิกระดับแนวหน้าของอินโดนีเซีย บ้านแต่ละหลังมีหน้าตาไม่เหมือนกัน ราวกับเป็นลายเซ็นที่สถาปนิกกำกับไว้ผ่านรายละเอียดงานออกแบบที่ปรากฏ เราตั้งใจมาเยือนบ้านหลังหนึ่งที่ Mr. Andra Martin สถาปนิกผู้เป็นไดเร็กเตอร์ของโครงการนี้ออกแบบเอาไว้ แต่ต้องพบกับความผิดหวังเล็กน้อย เพราะเจ้าของยังไม่ได้มาอยู่บ้านหลังดังกล่าวจริงๆ ทว่า the show must go on เราเริ่มต้นถ่ายบ้าน แต่เหมือนฟ้าลิขิต น้องในทีมรีบวิ่งมาบอกเราอย่างตื่นเต้นว่า “พี่ๆ บ้านด้านหลังนี้เจ้าของบ้านเป็นคนไทยและสวยมาก” แน่นอนว่าใจของเราพุ่งไปถึงบ้านหลังนั้นก่อนขาจะก้าวไปทันเสียอีก […]

จุลนิยมอย่างบ้านริมคลอง

อยากให้เหมือนบ้านไทยสมัยก่อนที่ปลูกติดริมน้ำ มีการลดหลั่นของอาคารและเปิดมุมมองสู่ริมน้ำ มีความเคารพต่อธรรมชาติ แต่อยู่ในรูปแบบที่ดูทันสมัย ทั้งวัสดุ รูปลักษณ์ และจริตอย่างปัจจุบัน

Overlays มิติสวนที่ซ้อนทับ

เป็นธรรมเนียมของนิตยสาร “บ้านและสวน” ฉบับเดือนมกราคมของทุกปีที่เราจะมาอัปเดตไอเดียและสิ่งน่าสนใจภายใน งานบ้านและสวนแฟร์ ซึ่งจัดผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับคอลัมน์ “สวนสวย” เราจะพาทุกท่านไปชมความสวยงามของสวนโชว์ ซึ่งเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่าง “บ้านและสวน” กับบริษัทกิ่ง ก้าน ใบ จำกัด โดยจัดสวนภายใต้คอนเซ็ปต์ของงานแฟร์ครั้งนี้ นั่นคือ “โลกหลอมรวม” ที่ทำออกมาได้แปลกใหม่และสร้างความประทับใจให้ผู้ชมงานได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่มุมมองจากด้านหน้าทางเข้าสวนโชว์ที่ดูแตกต่างจากสวนทั่วไป เพราะมีกำแพงล้อมรอบ ทำหน้าที่กั้นพื้นที่ส่วนต่างๆ ภายในสวน จึงไม่อาจคาดเดาบรรยากาศด้านในได้ ความน่าสนใจของส่วนนี้คือ           การออกแบบกำแพงสีขาวดูเรียบง่ายตามสไตล์โมเดิร์น แต่ซ่อนรายละเอียดความเป็นไทยเอาไว้ด้วยการตกแต่งไม้เทียมทาสีเทาเป็นลวดลายที่ประยุกต์มาจากลายผ้าขาวม้า ซึ่งดึงดูดสายตาผู้พบเห็นได้ดี เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามาภายในจะพบส่วนนั่งเล่น (Living Zone) ให้ผู้ชมงานนั่งพักผ่อนกันได้ การออกแบบจะดึงเอากรอบผนังมาใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนแบบง่ายๆ ซึ่งเป็นไอเดียให้เจ้าของบ้านที่มีพื้นที่จำกัดสามารถทำตามได้ ถัดไปเป็นมุมที่ปลูกสนฉัตรยักษ์หลายต้นซึ่งมองเห็นได้แต่ไกล บริเวณใต้ต้นยังปลูกบลูฮาวายออกดอกเป็นทุ่งสีน้ำเงินดูเรียบง่าย แต่ให้บรรยากาศของสวนป่าในแถบยุโรปหรืออเมริกาเหนือ และหากสังเกตวัสดุปูพื้นทางเดินจะเห็นว่าใช้กระเบื้องดินเผาและไม้ไผ่ที่ให้อารมณ์ไทยๆ ทอดยาวไปจนถึงมุมปาร์ตี้บนเทอร์เรซดาดฟ้า (Rooftop Party Terrace Garden) ซึ่งจำลองเป็นดาดฟ้าของบ้านตึกแถวในเมือง โดยจัดเป็นมุมรับประทานอาหารยามเย็นสุดชิกตามสไตล์นิวยอร์กเกอร์ ทั้งยังเชื่อมต่อกับสวนสนด้านข้างและส่วนนั่งเล่นที่เพิ่งเดินผ่านมา “ตอนที่เราได้โจทย์มาก็เริ่มออกแบบโดยนำรูปภาพที่เราอยากได้ในสไตล์ต่างๆ มาวางบนโต๊ะ แล้วเริ่มเขียนเส้นทางสัญจรเชื่อมต่อกัน จากนั้นจึงค่อยๆรวมเอาสิ่งต่างๆ มาจับคู่ผสมหลอมรวมกันจนออกมาเป็นสวนอย่างที่เห็น […]

Bossa Blossom House บ้านแสนรักของคุณลุลา

หากเอ่ยถึงชื่อ “ ลุลา ” หลายท่านคงรู้จักเธอเป็นอย่างดี ผ่านผลงานเพลงแนวบอสซ่าฟังสบาย หรือจากบทสัมภาษณ์อื่นๆ ผมไม่แปลกใจที่หลายท่านคงจะมีภาพตัวตนของเธอผู้นี้อยู่ในความคิดตามมุมมองของแต่ละคน หากว่าบ้านเป็นเหมือนตัวตนของผู้เป็นเจ้าของซึ่งสะท้อนผ่านมุมต่างๆ ภายในบ้าน บ้านหลังนี้คงสะท้อนตัวตนของ คุณลุลา หรือ คุณตุ๊กตา – กันยารัตน์ ติยะพรไชย ออกมาได้อย่างเปิดเผยทุกแง่มุม ทั้งมุมที่เราเคยรู้จักเธอและในมุมที่จะทำให้เรารู้จักตัวตนของเธอมากยิ่งขึ้น ผมออกจะประหม่าเล็กน้อยเมื่อยืนอยู่หน้าประตูห้องของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในย่านเอกมัย เพราะผู้ที่อยู่ภายในคือศิลปินชื่อดัง เมื่อประตูบานนั้นเปิดออก คุณลุลาก็ปรากฏตรงหน้า พร้อมเอ่ยคำทักทายอย่างเป็นกันเอง ก่อนพาเราเดินชมบรรยากาศภายในห้องซึ่งเดิมตกแต่งในแบบยุค 1970 มีการกั้นพื้นที่เป็นหลายๆ ห้องตามการใช้งาน หลังคุณลุลาได้ห้องนี้มาก็ทุบผนังห้องที่เคยกั้นไว้เหลือเพียง 2 ส่วน ส่วนแรกคือครัว ส่วนรับแขก – นั่งเล่น และสวนเล็กๆ ริมระเบียง ส่วนที่สองคือห้องนอนและมุมทำงาน การตกแต่งโดยรวมใช้โทนสีขาว ดูสว่าง เข้ากับประตูกระจกโปร่งใสที่รับแสงธรรมชาติเข้ามา ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและไม่ทึบ ตัวฝ้าเพดานและงานระบบเดิมถูกรื้อออกหมดเพื่อเดินระบบใหม่ตามบริเวณใต้แนวคาน ก่อนตีโครงไม้หุ้มต่ำลงมา 10 เซนติเมตรรอบคาน แล้วทาสีตกแต่งให้เกิดเท็กซ์เจอร์ดูคล้ายไม้เก่า ที่สะดุดตาคือผนังข้างประตูเล็กๆที่ก่ออิฐเรียงกันสวยงาม ซึ่งใช้เป็นที่แขวนจักรยานและสิ่งของต่างๆ “อยากใช้มุมนี้แขวนจักรยานและพวกรองเท้าปีนเขา เพราะชอบกิจกรรมผจญภัย ช่วงที่ไม่มีงานก็จะออกต่างจังหวัด ส่วนมากจะไปกระบี่เพื่อปีนหน้าผา แล้วก็ไปภูเก็ตเพื่อเล่นเซิร์ฟ ช่วงหลังก็จะเล่นพวกกีฬาที่มันเซฟมากขึ้น […]

เทียบขอบน้ำ เทียมขอบฟ้า

ลักษณะที่โดดเด่นของบ้านหลังนี้คือออกแบบเป็นบ้าน 3 หลังแยกจากกัน โดยมี” ชานไม้ “เชื่อมต่อพื้นที่ให้เป็นผืนเดียวกัน ดูคล้ายแนวคิดการสร้างบ้านไทยในอดีต