Tropical House of Phangan มุมสงบแห่งท้องทะเล

  เรือเฟอร์รี่เทียบที่ท่าเรือท้องศาลา แดดแรงของพะงันขับทุกองค์ประกอบเมืองให้กลายเป็นเส้นคม ชาวต่างชาติเดินยิ้มแย้มคุยเล่นกันขณะขึ้นจากเรือ หลายคนมาเพื่อร่วมงานฟูลมูนปาร์ตี้อันโด่งดัง สถานที่แห่งนี้ไม่เคยห่างหายจากเสียงอึกทึก แต่…จุดหมายของเรานั้นต่างออกไป เรากำลังจะไปยังอีกฟากหนึ่งของเกาะ ที่ซึ่งมีแต่บ้านเรือนและหาดทรายอันเงียบสงบ เรากำลังจะไปที่อ่าวหินกองกันครับ “จากท้องศาลาให้ขับขึ้นเหนือมาทางซ้ายเลาะริมหาดมาเรื่อยๆพอถึงสามแยกก็เจอเลยจ้ะ” คุณเข็ม – ณฐกร พรหมเจริญ เจ้าของบ้าน บอกทางมาสู่บ้านหลังนี้ทางโทรศัพท์ด้วยสำเนียงแหลงใต้ชัดเจน แต่เราขับเลยไปเล็กน้อยก่อนจะถอยรถกลับมาเพราะความร่มครึ้มของต้นไม้นานาพรรณจนทำให้มองไม่เห็นตัวบ้านนั่นเอง “คุณชาลีชอบสวนรกๆ แน่นๆ คนข้างนอกจะได้ไม่เห็นเรา และยังให้บรรยากาศแบบทรอปิคัลดีนะ นั่นคือสิ่งที่ทำให้บ้านนี้เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ” “ทรอปิคัล” เป็นคำที่คุณเข็มนิยามถึงบ้านหลังนี้ บ้านไม้ซึ่งปลูกเป็นแนวยาวจากหน้าบ้านสู่หลังบ้าน ยกเพดานสูง มีพื้นที่เปิดถึงกันหมดตั้งแต่ห้องรับแขก โถงบันได ครัว ออกไปสู่นอกชานและยาวลงทะเลไปเลย บ้านหลังนี้ต้อนรับธรรมชาติเข้าสู่ทุกพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เพราะตลอดแนวของตัวบ้านนั้นเป็นหน้าต่างและประตูแทบทั้งสิ้น ทุกพื้นที่ในบ้านจึงแนบสนิทกับแมกไม้น้อยใหญ่ได้อย่างลงตัว ให้บรรยากาศแบบสวรรค์แดนใต้อย่างเกาะตาฮีตีอย่างไรอย่างนั้น สำหรับการออกแบบทางสัญจรในบ้านจะเป็นระเบียงยาวทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสอง สามารถเข้าถึงทุกส่วนของบ้านได้โดยง่าย อันที่จริงบ้านนี้ดูคล้ายรีสอร์ต เพราะคุณเข็มและ คุณชาลี โบเนลโล่ ต้องการให้ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนของทั้งสองคนและเพื่อนๆ ของคุณชาลีในยามที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน วัสดุในบ้านจะเน้นการใช้ไม้ ทั้งตัวบ้านเองและเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าทั้งหลาย ซึ่งก็เข้ากันดีกับการเข้าไม้ในรายละเอียดของส่วนต่างๆ ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี และด้วยความที่บ้านอยู่ติดทะเล การปล่อยให้งานไม้บางส่วนมีร่องรอยบ้างก็สร้างเรื่องราวและความอบอุ่นได้อีกทางหนึ่ง เช่น ร่องรอยบนไม้ระเบียงสระว่ายน้ำที่อยู่ก่อนถึงทางเดินลงหาด “อยู่ที่นี่เหมือนทุกวันเป็นวันพักผ่อน” คุณเข็มกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเป็นวันปกติเวลาว่างๆ ก็จะชอบนอนดูทะเลอยู่ตรงชานรับแขก […]

Unconditional Love รักไม่รู้จบ

กาลเวลาไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าต้องใช้เวลากี่ปีถึงเรียกสถานที่ที่เราพักพิงว่า “บ้าน” บางที่เราอยู่แค่ไม่กี่เดือนก็กลับรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข ที่นั่นก็เป็นบ้านของเราได้ องค์ประกอบหลักที่เป็นหัวใจสำคัญคือครอบครัวและผู้ที่อยู่ในบ้านต่างหากที่ช่วยเติมเต็มให้คำว่าบ้านนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น บ้านสวยที่เรามาเยือนในครั้งนี้เป็นห้องชุดขนาดใหญ่อายุกว่า 30 ปีของครอบครัว คุณแจง – ชมพูนุท และ คุณนน – ณัฐวรรธน์ เตชะไพบูลย์ คุณแม่คนสวยและลูกชายหนุ่มหล่อคนเดียวของบ้าน ห้องชุดแห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน ด้วยขนาดของแต่ละห้องและการใช้งานที่ครบครัน ในห้องชุดชั้นแรกใช้เป็นส่วนต้อนรับ มีการใช้งานเหมือนผังบ้านปกติ กล่าวคือจัดเป็นโถงรับแขก ครัวโชว์ ครัวไทย ส่วนรับประทานอาหาร ส่วนนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับห้องเก็บไวน์และมุมจิบไวน์ มีระเบียงยาวที่มองเห็นวิวเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยา ชั้นบนเป็นห้องชุดแบบดูเพล็กซ์ เป็นพื้นที่ส่วนตัวของบ้าน มีมุมรับประทานอาหารมุมนั่งเล่น และครัวเหมือนในชั้นแรก ส่วนชั้นลอยเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องนอนคุณนน และห้องทำงาน โดยมีพื้นที่นั่งเล่นเป็นตัวเชื่อมโยงกิจกรรมของครอบครัว คุณแจงเล่าถึงที่มาของบ้านนี้ให้ฟังว่า “ตอนแต่งงานใหม่ๆ พี่อยู่บ้านสามี ยุคนั้นคอนโดมิเนียมเริ่มเข้ามาเป็นที่นิยม ทุกคนก็ตื่นเต้นไปจองกัน ตอนนั้นลูกชายสองขวบแล้ว เราก็อยากหาที่อยู่ใหม่ ถ้าปลูกบ้านต้องใช้เวลาปีถึงสองปี และยังมีอีกหลายคำถามตามมา เช่น ใกล้โรงเรียนลูกหรือเปล่า เดินทางสะดวกไหม เป็นความโชคดีของพี่ที่เพื่อนของสามีขายห้องข้างบนให้ เพราะไม่เคยมาอยู่เลย เขาชอบอยู่บ้านมากกว่า พี่ก็ย้ายมาอยู่เลย จากวันนั้นก็อยู่มาจนถึงวันนี้ พอที่นี่อยู่สบายก็ทำให้ลืมไปเลยว่าเราอยากปลูกบ้าน” การจัดสรรพื้นที่ที่ดีเป็นหัวใจหลักของการอยู่คอนโดมิเนียม ข้อดีของคอนโดมิเนียมในยุคก่อนคือมีพื้นที่กว้างขวางไม่ต่างจากบ้าน […]

บนความพอดีของชีวิต

เราได้พบ บ้านไม้ชั้นเดียว หลังหนึ่งหลบซ่อนตัวลึกเข้าไปในเรือกสวนของอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ผ่านสวนผลไม้และสวนยางมากมาย ลัดเลาะไปตามเนินเขาซึ่งเป็นภูมิประเทศเฉพาะของพื้นที่แถบนี้อย่างเงียบเชียบบ้านขนาดกำลังพอดีที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา บ้านไม้ชั้นเดียว หลังนี้เป็นของ คุณนพดล ศรีเกียรติขจร ซึ่งตั้งใจใช้เป็นบ้านสำหรับพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของครอบครัว บนทำเลที่เคยเป็นสวนผลไม้มาก่อน “ที่บ้านชอบต้นไม้ครับ สิ่งแรกที่คิดเลยก็คืออยากมีที่ให้ปลูกต้นไม้ได้ อยากมีสวนเป็นของตัวเองพอได้ทำเลที่นี่ก็คุยกับคุณเล็กผู้ออกแบบว่าอยากได้บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใหญ่มาก เป็นบ้านไม้อารมณ์ไทยๆที่เข้ากับบริบทความเป็นสวนผลไม้ของที่ดินแถวนี้” บ้านหลังนี้จึงวางแปลนโดยมีเรือนเล็กๆ 4 หลังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เชื่อมต่อด้วยระเบียงไม้ซึ่งใช้เป็นทั้งทางสัญจรในบ้านและพื้นที่อเนกประสงค์ในตัว จากถนนใหญ่เมื่อผ่านสวนผลไม้และสระว่ายน้ำเข้ามา จะพบทางเดินที่ขนาบด้วยแนวต้นไผ่ซึ่งนำพาเข้าสู่ตัวบ้าน โดยเดินเข้ามาตามทางเดินไม้ที่เปิดมุมมองสู่บ่อน้ำขนาดใหญ่และวิวภูเขาด้านหลังบ้าน “ด้วยวิวภูเขาด้านหลังและบ่อน้ำที่มีอยู่ก่อนแล้ว เพราะที่นี่เคยเป็นสวนผลไม้ ทำให้เราต้องหันทิศของตัวบ้านมาทางนี้แม้จะเป็นทิศตะวันตกก็ตาม” คุณเล็ก – กรรณิการ์ รัตนปรีดากุล สถาปนิกของบ้านหลังนี้ แก้ปัญหาการรับมือกับแสงแดดยามบ่ายที่ร้อนแรงด้วยการทำชานยื่นออกไปทางทิศตะวันตก เพื่อรับกับแสงแดดที่จะสาดส่องเข้ามา พร้อมปลูกต้นไม้ ซึ่งเมื่อโตเต็มที่ก็จะช่วยให้บรรยากาศของบ้านมีความร่มรื่นมากกว่านี้ เวลาเริ่มคล้อยสู่ช่วงสายและเที่ยง แม้คุณเล็กจะออกแบบให้หลังคาบางส่วนมีความโปร่งแสง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกร้อนแต่อย่างใด หลายองค์ประกอบทำให้บ้านหลังนี้อยู่ใน “ภาวะน่าสบาย” ได้อย่างเหลือเชื่อ ตั้งแต่ทำเลที่อยู่ในสวน มีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ การออกแบบเป็นเรือนหลังเล็กๆ แยกกัน ทำให้สามารถขยับปรับเปลี่ยนแต่ละห้องได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของและเว้นช่องว่างให้ลมพัดผ่านได้สะดวก บ้านหลังนี้ประกอบด้วยห้องนอนที่แยกออกเป็น 3 หลัง และพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นส่วนนั่งเล่น ครัว และส่วนรับประทานอาหารอีก 1 หลัง […]

ทำไมต้อง…ติมอร์

  สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต หรือติมอร์ตะวันออก (ซึ่งจะขอเรียกย่อๆว่า “ติมอร์”) เป็นประเทศม้า นอกสายตาที่น้อยคนนักอยากจะไปเที่ยว บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ส่วนไหนของโลก เนื่องจากเป็นประเทศค่อนข้างใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 15 ปี ส่วนคนที่รู้จักติมอร์ก็จะติดตากับภาพการสู้รบในยุคสมัยที่อินโดนีเซียยึดครอง จึงอาจเกิดความสงสัยหรือไม่มั่นใจว่าประเทศนี้มีอะไรดี สำหรับนักดำน้ำอย่างฉันนั้นได้ยินเขาร่ำลือเรื่องความสวยงามของโลกใต้ทะเลที่นี่มานานพอสมควร อยากจะไปแต่ก็ไม่ได้จังหวะเสียที เมื่อรู้ว่าอดีตหัวหน้าที่สนิทกันมากไปประจำการที่กรุงดิลี จึงถือโอกาสไปเยี่ยม ดำน้ำ และสำรวจความบริสุทธิ์ของธรรมชาติที่ติมอร์ในคราวเดียวกันเสียเลย การเดินทางไปติมอร์จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก ที่ง่ายคือสามารถเลือกที่จะไปต่อเครื่องได้ที่สิงคโปร์หรือบาหลี ที่ยากคือหากไปทางสิงคโปร์จะมีแค่สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบินและต้องค้างหนึ่งคืน ส่วนถ้าจะไปทางบาหลี แม้จะมีเที่ยวบินทุกวันก็ต้องค้างคืนเช่นกัน แถมเสี่ยงกับสายการบินโลว์คอสที่ไม่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย บวกกับการดีเลย์เป็นเรื่องธรรมดา หลังจากหารือกับอดีตหัวหน้าและเพื่อนที่อยู่สถานทูตไทยที่กรุงดิลีแล้ว ทุกคนต่างลงมติว่าเพื่อความปลอดภัยและความชัวร์ว่าไม่ติดเกาะแน่ๆ ขอแนะนำให้เดินทางผ่านสิงคโปร์ทั้งไปและกลับ ฉันจึงต้องยอมกัดฟันจ่ายค่าตั๋วที่แพงกว่าพอสมควร โลกใต้ทะเล ฉันเลือกพักและดำน้ำกับ Aquatica Dive Resort ซึ่งการดำน้ำในประเทศกำลังพัฒนาแบบนี้ต้องทำใจไปลุย การเดินทางจะใช้รถตู้หรือรถกระบะเป็นหลัก (เพราะเรือมีค่าใช้จ่ายสูงมาก) ถนนหนทางค่อนข้างลำบาก ไหนจะหลุมบ่อไหนจะมีการก่อสร้าง เล่นเอาวันสองวันแรกถึงกับเมารถมากเพราะปรับตัวไม่ทัน เมื่อถึงจุดดำน้ำแล้วก็ลงไปประกอบอุปกรณ์/แต่งตัว จากนั้นก็เดินลงหาดไปเพื่อดำน้ำ ซึ่งแต่ละจุดมองจากถนนแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าใต้น้ำจะสวยสมบูรณ์ได้ถึงขนาดนั้น บางที่พีคมาก ต้องเดินผ่านสุสานก็มี! และความที่ประเทศเขายังไม่เคยพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวกันอย่างจริงจัง แทบทุกจุดที่ไปดำน้ำก็จะไม่มีใครเลยนอกจากพวกเรา ถือเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำเลยจริงๆ ยิ่งใครชอบหาพวกปลาตัวจิ๋วตัวจ้อยแปลกๆจะมีความสุขมาก เพราะมีสารพัดจะให้เจอ ส่วนใครชอบสัตว์ใหญ่จำพวกโลมาหรือวาฬ เขาแนะนำให้ไปช่วงปลายปี […]

หลง (ใหล) ในป่า

  วันนี้เรามีนัดกับ คุณบอย – สุรพงค์ โอวรารินท์ นักจัดสวนจาก Scenery Concept Landscape Design & Contractor ที่บ้านหลังหนึ่งในย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เราเดินทางมาถึงก่อนเวลานัดหนึ่งชั่วโมงเพื่อสัมผัสความสดชื่นของสวนในยามเช้า ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานั้นระบบรดน้ำอัตโนมัติทำงานพอดี บรรยากาศรอบตัวจึงเหมือนมีฝนตกพรำๆ อากาศเย็นและชื้น มองเห็นละอองน้ำเกาะพราวอยู่ตามใบไม้ การได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ ฟังเสียงนกร้องคลอไปกับเสียงน้ำไหล นี่แหละคือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติอย่างแท้จริง “ผมอยากได้สวนอารมณ์แนวป่าๆมีต้นไม้เยอะ ดูเขียวๆ ร่มรื่น เห็นแล้วสบายตา” คุณหมี – สกนธ์ ตันโชติกุล เจ้าของบ้านกล่าว ก่อนจะเล่าต่อว่า “น้ำตกกับบ่อปลาเพิ่งมาเพิ่มทีหลัง เนื่องจากกังวลว่าตัวเองจะไม่ค่อยมีเวลาดูแลมากนัก เลยขอให้คุณบอยทำเป็นลานสนามหญ้าไปก่อน ซึ่งเขาก็แนะนำเราตั้งแต่ทีแรกแล้วว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ร่ม แสงอาจไม่เพียงพอสำหรับหญ้า แต่ขอเขาไว้ว่าลองดูก่อน ผลปรากฏว่าอยู่ได้แค่ไม่กี่เดือนก็ตายเรียบ (หัวเราะ) ครั้งที่สองคุณบอยเลยเสนอทางเลือกให้ว่าอยากเปลี่ยนเป็นอะไร ระหว่างพื้นกรวด ลานกิจกรรม หรือบ่อปลา คิดอยู่สักพัก ไหนๆ จะทำทั้งที ขอทำในสิ่งที่ตัวเองชอบก็แล้วกัน ตัดสินใจเลือกทำบ่อปลาแทน ผู้ออกแบบก็ทำออกมาได้สอดรับกับแนวสวนของเรามาก เป็นน้ำตกสองชั้นคล้ายลำธารไหลต่อเนื่องไปยังมุมศาลานั่งเล่น” คุณบอยกล่าวเสริมว่า “ศาลากับผนังน้ำตกเป็นของแถมมาพร้อมกับบ้าน ที่เหลือรื้อออกหมด แต่เก็บไม้ใหญ่อย่างคูนและชงโคไว้สองต้น […]

Jungle Book ป่าศึกษา

หลายคนคงได้ยินข่าวคราวของ “โครงการป่าในกรุง” โดย ปตท. ผ่านสื่อหลายแขนงกันมาพอสมควร บางคนอาจกำลังตัดสินใจว่าควรไปชมดีหรือไม่ ครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ผมได้ไปเยือนและเก็บภาพรวมของโครงการดังกล่าวมาฝากคุณผู้อ่านทุกท่านกันครับ โครงการป่าในกรุงตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 2 ในเขตชานเมืองของกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกป่าตามวิถี ปตท. ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการปลูกป่า 1 ล้านไร่ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ให้แก่ประชาชนทั่วไปและนักศึกษาที่สนใจ ทันทีที่เข้ามาภายในโครงการผมรู้สึกได้ถึงความเย็นสบายจากพื้นดินชุ่มน้ำใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ แตกต่างกับความร้อน จากไอแดดของถนนคอนกรีตด้านนอก พื้นทางเดินหญ้าสีเขียวทอดนำไปสู่ทางเดินที่ขนาบด้วยนิทรรศการเมล็ดพันธุ์แห่งป่าที่จัดวางตลอดแนวผนังดินบดอัดสีสวย ก่อนนำไปสู่อาคารนิทรรศการที่จัดแสดงนิทรรศการน่าสนใจมากมาย ตั้งแต่บอกเล่าถึงสภาพป่าเดิมในกรุงเทพมหานคร อันเป็นที่มาของชื่อย่านต่างๆ ไปจนถึงห้องฉายภาพยนตร์ปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมในเมือง อาคารแห่งนี้ยังมีพื้นที่ดาดฟ้าซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันความร้อนให้เข้าสู่ตัวอาคารน้อยลง และยังเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ของโครงการอีกจุดหนึ่งด้วย ส่วนพื้นที่ภายนอกจัดเป็นสวนป่าเลียนแบบระบบนิเวศเดิมของพื้นที่บริเวณนี้คู่กับบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่จัดให้มีระบบหมุนเวียนน้ำและความลึกในระดับต่างกัน เพื่อให้เกิดลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ริมน้ำ ป่าน้ำตก เขาหินปูน ป่าดิบลุ่มไปจนถึงป่าเบญจพรรณ โดยเราสามารถศึกษาระบบนิเวศต่างๆ ในป่าได้จากการเดินบนทางเดินชมเรือนยอด (skywalk) อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญและน่าสนใจไม่น้อยคือลักษณะและรูปแบบการสร้างป่านิเวศตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.อาคิระ มิยาวากิ ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 – 3 ปีในการสร้างป่าที่สมบูรณ์ มีหลักการง่ายๆ ที่สามารถทำตามได้ไม่ยาก เริ่มต้นจากการสร้างเนินดินและเตรียมดิน โดยดินชั้นล่างเป็นดินเหนียวที่มีความเป็นกรดเล็กน้อย จากนั้นถมดินชนิดเดิมแต่ผสมทรายขี้เป็ดในอัตราส่วน […]

วิลล่าสุขเสรี บ้านหลังนี้เพื่อครอบครัว

นิยามของบ้านที่หรูหราในความคิดของบางคนอาจเป็นเรื่องของงานออกแบบที่ดูวิบวับฟู่ฟ่าหรือมีความซับซ้อนจนดูน่าเกรงขาม แต่สำหรับ คุณวัชราวุธ วิคเตอร์ สุขเสรี กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งราชอาณาจักรสวีเดน และผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กลับมองว่าความหรูหราของบ้านคือความรู้สึกที่อยู่สบายปลอดโปร่ง มองเห็นธรรมชาติ และอุ่นอวลพร้อมหน้าไปกับคนในครอบครัว นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามองหาที่ดินสำหรับสร้างบ้านพักตากอากาศขนาดใหญ่เพื่อรองรับทุกคนในครอบครัว โดยใช้เวลากว่า 2 ปีตระเวนหาที่ดินอันเหมาะสม จนมาพบทำเลที่ทุกคนในบ้านถูกใจ ด้วยระยะทางที่ห่างจากทะเลเพียง 20 เมตร จึงสามารถสัมผัสถึงเสียงคลื่น ลมทะเล และความสดชื่นจากธรรมชาติรอบตัวได้ดี “ผมทำงานอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน นับตั้งแต่โรงแรมเริ่มก่อสร้าง จนถึงวันนี้ก็ 26 ปีแล้ว รวมกับประสบการณ์การเดินทางไปทำงานกับโรงแรมอีกหลายแห่งทั่วโลก ทำให้ผมมีภาพของบ้านพักผ่อนหลังนี้อยู่ในความคิดค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่แรกเมื่อมาเห็นที่ดิน คือมองเอาไว้ต่างจากความคลาสสิกของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อย่างสิ้นเชิง เพราะผมต้องการบ้านหลังใหญ่ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถใกล้ชิดกันได้ด้วย แต่ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่แยกส่วนตัวรูปแบบบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี ซึ่งลักษณะที่ดินนั้นยาวและลึกมากเกือบ 100 เมตร บนพื้นที่ 2 ไร่ เลยเป็นโจทย์ที่ยากหน่อยสำหรับสถาปนิก” แต่ด้วยความคุ้นเคยกับ คุณรุ่งโรจน์ ลีสินสวัสดิ์ สถาปนิกที่ร่วมงานกันมาหลายครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะตีโจทย์และแปลงความต้องการเหล่านี้ให้กลายเป็นบ้านรูปทรงคล้ายตัวเอช (H) เพื่อแยกพื้นที่ใช้งานระหว่างกันและมีความเป็นส่วนตัวที่ค่อนข้างมิดชิด ทว่ายังเน้นมุมมองออกสู่ธรรมชาติของทะเล พร้อมทางเดินส่วนกลางซึ่งเปิดโปร่งเชื่อมโยงกันไว้ “ที่ผมกำหนดไว้ยังมีเรื่องของบ้าน 4 เสาที่เป็นเหมือนตัวแทนของสวรรค์ชั้น 4 […]

รักแรกพบ

  การผสมผสานสไตล์การตกแต่งให้สวยงามและลงตัวนั้นมีปัจจัยหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุ ของตกแต่ง หรือสีสัน เมื่อเราก้าวเข้ามาในห้องนี้ บรรยากาศในสไตล์ Eclectic เน้นความทันสมัย แต่ยังมีความนุ่มนวลและละเอียดอ่อนจากของสะสมมากมายที่จัดวางอย่างสง่างามและมีคุณค่า ร่วมด้วยการใช้โทนสีที่ดูสะดุดตาก็สร้างความน่าสนใจตั้งแต่แรกเห็น พื้นที่ 78 ตารางเมตรของห้องมีขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป คุณภาวิศ สิมะกุลธร เจ้าของบ้าน เล่าถึงเหตุผลในการเลือกคอนโดแห่งนี้ว่า “พี่หลงเสน่ห์ร่มเงาของจามจุรีที่สูงตระหง่านในโครงการ รู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติตลอดเวลา” ในส่วนของการตกแต่งภายในก็เผยให้เห็นถึงตัวตนของเจ้าของบ้าน คุณเอ – วัฒนา โกวัฒนาภรณ์ ผู้ออกแบบได้ใส่ใจถึงความต้องการของคุณภาวิศในทุกรายละเอียด “ห้องนี้พี่ซื้อปล่อยทิ้งไว้เป็นแรมปี จนได้มาพบและพูดคุยกับคุณเอก็ตัดสินใจปรับปรุงห้องใหม่ทั้งหมด ความต้องการแรกของพี่เลยคืออยากให้มีชั้นเก็บของเยอะๆ บรรยากาศส่วนใหญ่เน้นโทนสีน้ำเงินหรือครามซึ่งเป็นสีโปรด” คุณเอทำการบ้านอย่างหนักจนได้ผลลัพธ์ที่คุณภาวิศพอใจเป็นอย่างมาก จุดแรกที่ดูสะดุดตาคงหนีไม่พ้นแพนทรี่ที่คุณเอออกแบบในสไตล์ยุโรป ดูประณีตสวยงามและตอบสนองฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน จัดโชว์เครื่องถ้วย ชาม และแก้วอย่างน่าทะนุถนอม เน้นบรรยากาศแบบปาร์ตี้เล็กๆ ฝ้าเพดานเพิ่มลูกเล่น โดยออกแบบเป็นฝ้าหลุม โดดเด่นด้วยคิ้วบัวดูทันสมัยและหรูหรา โทนสีส่วนใหญ่เป็นสีน้ำเงินตามที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ ถัดมาคือส่วนนั่งเล่นซึ่งคุณภาวิศมักใช้เป็นมุมอ่านหนังสือด้วย มองไปทางมุมไหนก็จะพบชั้นวางที่เต็มไปด้วยหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ มีตั้งแต่หนังสือนวนิยาย วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ชีวประวัติ ฯลฯ ที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือวอลล์เปเปอร์กรุผนัง คุณภาวิศเล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “ระหว่างเดินทางไปหาเพื่อนที่ปารีส พี่ไปเจอร้านที่ผลิตวอลล์เปเปอร์ให้แบรนด์ Hermes เลยสั่งทำลวดลายที่อยากได้ ใช้ระยะเวลาสามเดือนในการผลิต […]

ก่อนการเดินทางครั้งต่อไป

“เพราะชีวิตคือการเดินทาง” ประโยคนี้คงบ่งบอกตัวตนของ คุณโรเบิร์ต – เจษฎา โอวาทเวโรจน์ ได้ดี เขาคือเจ้าของบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังนี้ และกรรมการผู้จัดการบริษัท Global Tour Chiangmai ผู้อนุญาตให้เราได้มาเยี่ยมชมบ้านสวยๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินเชียงใหม่เท่าไรนัก “ลูกสาวสองคนไปเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ จะกลับมาก็ช่วงปิดเทอม คนอยู่บ้านหลังนี้ส่วนใหญ่ก็เลยเป็นผม อะไรๆ ในบ้านจึงดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างที่เห็น” คุณโรเบิร์ตเกริ่นถึงบ้านหลังนี้ พร้อมพาเราเข้าไปนั่งพูดคุยที่เคาน์เตอร์บาร์กลางโถงรับแขก ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เมื่อถึงเวลากลับมาคุณโรเบิร์ตจึงต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนออกเดินทางในครั้งต่อไป ด้วยเหตุนี้เองการออกแบบและตกแต่งบ้านหลังนี้จึงเน้นความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา แต่มีความสะดวกสบายอย่างลงตัว “ผมคิดคล้ายๆ เวลาผมไปพักโรงแรม ถ้าข้าวของกระจัดกระจายเกินไป ตอนจะออกเดินทางก็เก็บไม่ไหว กลับมาก็รกอีก คงพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ก็ทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตั้งแต่แรกไปเลยจะดีกว่า” คุณโรเบิร์ตเล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้ม ก่อนเอ่ยต่อไปว่า “พอกลับมาผมจะนั่งดูหนังที่โซฟารับแขก ทำอาหารกินเอง และออกกำลังกาย ผมว่าทั้งการพักผ่อนและเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการเดินทางเสมอเป็นสิ่งจำเป็นนะครับ” จริงอย่างที่คุณโรเบิร์ตกล่าว หากใครเคยเดินทางติดกันบ่อยๆ คงไม่แคล้วต้องล้มหมอนนอนเสื่อกันบ้างละ การออกแบบบ้านหลังนี้จึงให้ความใส่ใจกับสุขภาพเป็นอย่างมาก โดยมีทั้งฟิตเนสส่วนตัว สระว่ายน้ำ และสนามพัตต์กอล์ฟอยู่ภายในบริเวณบ้าน ตัวบ้านนั้นออกแบบเป็นรูปตัวแอล (L) โดยเป็นผนังทึบทางด้านถนนทั้งสองด้าน กันความวุ่นวายจากถนนออกไปเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว การออกแบบโครงสร้างทำควบคู่ไปกับการออกแบบรูปแบบสถาปัตยกรรมเกิดเป็นลักษณะประโยชน์นิยม (Functionalism) ที่งานสถาปัตยกรรมจะก่อร่างขึ้นมาเองจากความสมเหตุสมผลทางการใช้งานและความเหมาะสมของวัสดุและงานก่อสร้าง การใช้เหล็ก […]

บ้านที่มีลมหายใจ…และกำไรของชีวิต

ณ หัวโค้งหนึ่งของทางหลวงชนบทที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในตำบลบ้านชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มองเข้าไปก็จะเห็นบ้านหลังคาแป้นเกล็ดที่ดูแปลกตากว่าบ้านเรือนโดยรอบ ตัวอาคารคอนกรีตแซมด้วยองค์ประกอบไม้แลดูนิ่งสงบและอบอุ่น บ้านหลังนี้คือบ้านของ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ และครอบครัว “มีความคิดว่าเมื่อคุณพ่อเกษียณก็อาจมาอยู่ทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ที่นี่” คุณเต้อเล่าถึงสาเหตุที่มาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ “เริ่มมาจากตอนหนีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 เราทั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และผมมาเช่ารีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แปลงนี้ และก็เริ่มติดใจบรรยากาศของพื้นที่แถบนี้” แม้จังหวัดราชบุรีจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากขับรถก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่อำเภอสวนผึ้งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังยังมีบรรยากาศแบบชนบทอย่างเต็มเปี่ยม   “ที่นี่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ผมสามารถขับรถไปทำงานที่อาศรมศิลป์ได้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านตากอากาศ แต่เป็นบ้านอีกหลังที่หากคุณพ่อเกษียณแล้วคงมาอยู่กัน” มองจากภายนอกบ้านหลังนี้ดูใหญ่โตทีเดียว แต่ความจริงแล้วการออกแบบเริ่มมาจากการสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แล้วจึงนำมาผนวกเข้าด้วยกัน “บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ร่วมกัน บ้านใหม่ก็เลยอยากให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เชื่อมพื้นที่เหล่านั้นด้วยโถงทางเดิน เปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนและกั้นความเป็นส่วนตัวของทุกห้องออกจากกัน แต่ก็ยังหลวมพอที่ลมจะไหลเวียนผ่านทุกส่วนของบ้านได้” บ้านหลังนี้จึงมีรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ที่ทับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีลานหินกรวดซึ่งปลูกต้นไม้ใหญ่สองสามต้นอยู่ตรงกลาง หากมองจากด้านบนก็จะเห็นว่ามีส่วนกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกพื้นที่ในบ้าน แต่มองจากด้านล่างกลับดูนิ่งสงบ เข้ากับห้องทำงานของคุณเต้อที่ต้องการสมาธิในการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม ทางเดินทั้งหมดภายในบ้านและระเบียงของแต่ละห้องตั้งอยู่บนคานยื่น (Cantilever) ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม “ผมคิดว่าคานยื่นนั้นเป็นเหมือน ‘กำไรของโครงสร้าง’ เพราะไม่ต้องเสียฐานราก ไม่ต้องเสียเสา ใช้การฝากน้ำหนักไว้กับโครงสร้าง จึงออกแบบให้ทางเดินและระเบียงเป็นโครงสร้างที่ยื่นออกไป 1.50 เมตร ทั้งเพิ่มพื้นที่สัญจรและช่วยกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงทำให้บ้านดูเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นคล้ายยุ้งข้าวอีกด้วย” […]

Modern Zen & Tropical Rainforest สัมผัสที่แตกต่างใน สวนธรรมชาติ

ท่ามกลาง สวนธรรมชาติ แสนผ่อนคลายด้วยสีเขียวของเหล่าพรรณไม้ แซมด้วยสีสันเล็กๆ ของไม้ดอกดูเพลินตา สัมผัสได้ถึงความชุ่มเย็นจากสายน้ำที่ส่งเสียงสร้างความชุ่มชื่นใจ รอบๆ สวนธรรมชาติ บริเวณนั้นปกคลุมด้วยไอหมอกจางๆ ลอยฟุ้งดังภาพในความฝัน นี่เป็นบรรยากาศของสวนสวยเบื้องหน้าที่ผู้เขียนได้สัมผัส โดยมี คุณเหน่ง – โชคชัย รัตนภราดร เจ้าของบ้าน แบ่งปันเรื่องราวที่มาของสวนให้เราฟังอย่างน่าสนใจ “ครอบครัวเราอาศัยอยู่คอนโดมาหลายสิบปี พื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้หรือได้เห็นธรรมชาติใกล้ๆ ก็แทบไม่มี พอคิดจะเลือกซื้อบ้านสักหลัง สิ่งแรกที่ผมคิดไว้คืออยากได้บ้านที่มีพื้นที่สวนกว้างๆ เพราะตัวผมเองชอบธรรมชาติและชอบบรรยากาศความชุ่มชื้นของสวนแนวทรอปิคัลมานานแล้ว ก็เลยเริ่มมองหาผู้ออกแบบ เพื่อเตรียมให้มาจัดสวนก่อนจะซื้อบ้านได้เสียอีกครับ จนผมมีโอกาสได้เห็นผลงานของ คุณวุฒิ – วรวุฒิ แก้วสุก รู้สึกว่าชอบมากๆ ดูสวยเป็นธรรมชาติดี และเป็นสไตล์ที่อยากได้ เมื่อได้พูดคุยกัน ผมบอกความต้องการกับคุณวุฒิไว้ว่าอยากมีสวนที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงป่า มีน้ำตก ลำธาร บ่อปลา คุยไปคุยมาจากการให้มาออกแบบสวนก็เลยได้เพื่อนมาช่วยเลือกซื้อบ้านด้วยครับ (หัวเราะ) ว่าหลังไหนมีพื้นที่ที่เหมาะสำหรับจัดสวน ซึ่งตัวคุณวุฒิเองเขามีความรู้ทางด้านฮวงจุ้ย เลยช่วยให้คำแนะนำเราเป็นอย่างดี “จนตกลงมาซื้อบ้านในย่านพุทธมณฑลสาย 1 หลังนี้ มีพื้นที่รวมแล้วประมาณ 200 ตารางวา เดิมมีสวนของโครงการที่จัดไว้ให้แล้วครับ เป็นสวนเรียบๆ มีสนามหญ้า ไม้พุ่ม และลานพื้นหิน ดูแล้วรู้สึกไม่ค่อยร่มรื่นเท่าไหร่นัก […]

ชมงานสวน ชวนนั่งเล่นนอกบ้าน

ชมงานสวน ทีมงาน “บ้านและสวน” ห่างหายจากการไปชมสวนโชว์ที่งาน Melbourne International Flower and Garden Show ถึงสองปี ด้วยความคิดถึงรูปแบบการจัดสวนในแบบฉบับของนักออกแบบชาวออสซี่ ซึ่งมีลูกเล่นและความครบครันของฟังก์ชันการใช้งาน ทำให้ปีนี้เรากลับมาเยือนงานนี้อีกครั้งระหว่างวันที่ 16 – 20 มีนาคม 2559 สถานที่จัดงานยังคงเป็นที่เดิม โดยโซนแรกจัดอยู่ภายใน Royal Exhibition Building มีทั้งการแสดงศิลปะการจัดดอกไม้จากสวนไม้ตัดดอกที่มีชื่อเสียงในประเทศออสเตรเลีย การประกวดจัดดอกไม้จากนักศึกษามหาวิทยาลัย และการแสดงงานศิลปะอื่น ๆ ทั้งการจัดดอกไม้บนโต๊ะอาหาร และการจัดดอกไม้บนซุ้มประตู อีกส่วนก็คือบริเวณรอบๆ Carlton Garden ซึ่งประกวดการจัดสวนจากนักออกแบบชาวออสเตรเลียหลายท่าน รวมทั้งร้านจำหน่ายต้นไม้และอุปกรณ์ต่างๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์งานที่น่าสนใจอย่าง “Discover an Inner City Oasis”     อ่านต่อหน้า 2 

บ้านต่างวัยแต่ใจเดียวกัน

แม้จะไม่มีข้อมูลทางสถิติมายืนยัน แต่เรามั่นใจว่าเวลาและประสบการณ์ทำให้การเลือกบ้านในฝันของแต่ละช่วงอายุนั้นต่างกันออกไปในวัยรุ่นอาจต้องการเพียงพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว ขณะที่วัยผู้ใหญ่ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มต้นสร้างตัวและครอบครัวคงมีช่วงเวลาหนึ่งที่คิดว่าจะเลือกอยู่บ้านเดิมของพ่อแม่หรือย้ายออกไปหาบ้านใหม่ ส่วนวัยบั้นปลายก็คงต้องการแค่ความสะดวกสบาย ความสบายกายและใจ รวมถึงได้อยู่บ้านพร้อมหน้ากับครอบครัว คงเป็นความโชคดีของครอบครัว อารักษ์เวชกุล เพราะเจ้าของบ้านหลังนี้ค้นหาความต้องการของตัวเองพบตั้งแต่เริ่มต้น คุณพบ – ศีลวัตรและ คุณจอย – ลลิตา อารักษ์เวชกุล สองสถาปนิกที่มีโอกาสสร้างบ้านที่ใช่สำหรับครอบครัวเล็กๆผังของบ้านทั้ง 3 หลังจัดวางเป็นรูปตัวแอล (L) ตัวบ้านออกแบบเป็นสไตล์โมเดิร์นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยวัสดุอย่างปูนเปลือยและไม้ธรรมชาติ ประกอบด้วยบ้านหลังแรกซึ่งเดิมทีอย่อูาศัยกัน 4 คน ได้แก่คุณพบ คุณพ่อ คุณแม่ และน้องชาย โดยอยู่ตำแหน่งตรงกลางที่ดิน คุณพบเล่าว่า เขาได้รับโจทย์จากคุณพ่อให้ออกแบบบ้านนี้ตั้งแต่ตอนเรียนจบใหม่ๆ ถือเป็นผลงานออกแบบชิ้นแรกที่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่   กระทั่งเมื่อคุณพบแต่งงานกับคุณจอยจึงได้ออกแบบบ้านหลังที่สองเพื่อให้เป็นบ้านของน้องชายแยกออกมาต่อมาเมื่อน้องชายแต่งงานจึงแยกบ้านออกไป ส่วนหลังที่สามเป็นของคุณแม่คุณจอย ซึ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันเพื่อจะได้ใกล้ชิดหลาน ทั้งครอบครัวจึงซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อให้ได้อยู่ติดกัน จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือแม้จะปลูกสร้างในพื้นที่เดียวกัน แต่ก็ไม่ได้ใช้พื้นที่ร่วมกันทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนยังคงมีความเป็นส่วนตัวด้วย ทว่าก็ยังเว้นที่ไว้สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง และมีพื้นที่ระหว่างกันในบ้านแต่ละหลัง คุณพบและคุณจอยเล่าว่า “เราชอบทำเลย่านพัฒนาการ เพราะยังโล่งและไปไหนมาไหนสะดวก ไม่เคยคิดจะไปอยู่ที่อื่นโครงการที่อยู่นี้ก็เงียบๆ เล็กๆ มีกรรมการหมู่บ้านที่ดี ที่สำคัญคือเราได้ออกแบบเอง เป็นบ้านที่อยู่สบาย มีการระบายอากาศที่ดี” บ้านที่ดีก็คือบ้านที่อยู่สบาย คุณพบวางผังของบ้านแต่ละหลังไม่ให้บดบังทิศทางลมซึ่งกันและกัน เว้นพื้นที่ตรงกลางของบ้านเป็นคอร์ตขนาด 4 × 8 […]

บ้านไร้คาน

หากยืนมองบ้านหลังนี้จากภายนอก คงสันนิษฐานกันเอาเองว่าบ้านน่าจะมีขนาดใหญ่พอสมควร แต่เมื่อเข้าไปด้านในกลับพบบ้านที่สร้างบนที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเพียง 96 ตารางวา ซึ่งบังคับให้ต้องวางผังตัวบ้านในทิศทางดังที่ปรากฏ โชคดีที่ตั้งอยู่ในทิศที่แสงแดดไม่ส่องตรงจนเกินไป ปริมาณแสงจ้าที่เข้าสู่ตัวบ้านจึงไม่มากนัก ทำให้บ้านนี้มีภาวะน่าสบายและน่าอยู่ รูปทรงของบ้านสองชั้นหลังนี้ออกแบบให้ดูเรียบง่าย ตรงไปตรงมาในรูปแบบโมเดิร์น ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน Dr. William L. Aldis และ คุณธารทิพย์ การุณศิริ ที่เด่นสะดุดตาก็คือส่วนชายคาที่ยื่นออกจากตัวบ้าน ช่วยพรางหลังคาให้ดูแบนราบ ทั้งยังป้องกันแดดและฝนได้ด้วย แรกทีเดียวเจ้าของบ้านต้องการบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก แต่จากประสบการณ์ที่มีบ้านไม้อยู่แล้วและตั้งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกัน ทำให้ต้องเปลี่ยนใจในภายหลัง เพราะบ้านไม้ต้องดูแลค่อนข้างมาก เมื่อเจ้าของบ้านได้พูดคุยกับสถาปนิก พร้อมอธิบายความต้องการเพิ่มเติมว่าบ้านใหม่ที่จะสร้างต้องเป็นที่อยู่ถาวร วัสดุที่ใช้ควรทนทานและอยู่ได้นาน ไม่ต้องปรับเปลี่ยนบ่อยๆ สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการอีกประการหนึ่งก็คือ บ้านต้องปราศจากคาน งานหนักจึงตกอยู่ที่การออกแบบวิศวกรรมโครงสร้าง ซึ่งต้องทำให้ทั้งภายนอกและภายในบ้านมองไม่เห็นคาน วัสดุหลักที่ใช้คือคอนกรีตเกือบทั้งหลัง เว้นเฉพาะประตู หน้าต่าง และช่องแสงที่กรุกระจกใส ส่วนไม้ใช้ปูพื้นและกรุเพดาน โดยเลือกไม้เก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว บ้านหลังนี้จึงได้รับการออกแบบอย่างแยบยล โดยเฉพาะงานระบบโครงสร้าง รูปทรงที่ปรากฏผ่านการเตรียมการอย่างดี เนื่องจากต้องเลือกใช้ไม้ที่มีลวดลายสวยงามสำหรับใช้เป็นแม่แบบของการเทปูน ซึ่ง ไม่สามารถนำไปใช้กับส่วนก่อสร้างอื่นได้ งบประมาณจึงค่อนข้างสูง ทว่าเมื่อแกะไม้แบบออกก็ได้งานตกแต่งทั้งภายนอกและภายในที่ดูสวยงาม ไม่ต้องแต่งพื้นผิวเพิ่มเติมในภายหลัง ดังนั้นขั้นตอนระหว่างการก่อสร้างจึงต้องประณีตเป็นพิเศษ หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ บ้านก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย เพราะเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ มีพร้อมอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นชนิดลอยตัวที่เจ้าของบ้านมักนำไปด้วยยามที่ต้องย้ายไปทำงานในหลายประเทศ […]

พื้นที่กักเก็บ “ความทรงจำ”

บ้านสวย ทุกการเดินทางย่อมมีความทรงจำ ซึ่งอาจเป็นภาพที่คุณไม่มีวันลืม หรือแม้กระทั่งของสะสมที่มาพร้อมกับเรื่องราวมากมายให้รำลึกถึงความรู้สึกดีๆเหมือนเช่นบ้านสไตล์ยุโรปสี่ชั้นหลังนี้ที่กลายเป็นพื้นที่กักเก็บความทรงจำชั้นดีของเจ้าของบ้าน “เราหลงรักที่นี่ทันที ทั้งสถาปัตยกรรมแบบยุโรปและความเงียบสงบ เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนและตอบโจทย์แรงบันดาลใจของเราได้เป็นอย่างดี”   คุณเฟิร์น – เกศชนก จีระวัฒนา ธาดาสีห์ เจ้าของบ้านฝ่ายหญิงเกริ่นนำถึงความรู้สึกที่เห็นบ้านหลังนี้ครั้งแรก ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ The Eyrie Khao Yai ด้วยความที่เป็นนักออกแบบและเป็นเจ้าของร้านอาหาร Featherstone Bistro Café & Lifestyle Shop และ Azure Café ทำให้การออกแบบบ้านนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ  “ทิศทางในการออกแบบบ้านเริ่มมาจากของที่เฟิร์นสะสมตั้งแต่เด็กๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายของบ้านสไตล์ยุโรปที่ชื่นชอบ บ้านพักส่วนตัวหลังนี้จึงถ่ายทอดออกมาผ่านคลังเก็บความทรงจำของเฟิร์นค่ะ” รูปลักษณ์ภายนอกของ บ้านสวย หลังนี้ ดูคล้ายหอคอยของปราสาทในยุโรป เรารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อทางเข้าของบ้านตั้งอยู่ที่ชั้นสาม ทั้งที่ปกติควรจะอยู่ชั้นล่างสุด พื้นที่แรกที่ทักทายเราคือส่วนนั่งเล่น ตามด้วยส่วนรับประทานอาหารและแพนทรี่ บรรยากาศในส่วนนี้ดูอ่อนหวานแบบสไตล์วินเทจ เลือกใช้โทนสีขาวครีมที่ดูสบายตา ผสมผสานอย่างลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์แอนทีคที่คุณเฟิร์นหอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากทวีปยุโรป ผนังในส่วนนั่งเล่นตกแต่งด้วยของประดับดีไอวาย ซึ่งคุณเฟิร์นสร้างสรรค์เองกับมือ ส่วนโต๊ะรับประทานอาหารและแพนทรี่คุมโทนด้วยสีของไม้ สร้างความอบอุ่นให้พื้นที่โดยรอบ เมื่อลงมายังชั้นล่างสุดที่เปรียบเสมือนชั้นใต้ดิน เราเห็นการตกแต่งผนังด้วยสีเขียวเข้ม (Hunter Green Mix) และผนังก่ออิฐ เข้ากันได้ดีกับชุดโซฟาเชสเตอร์ฟิลด์หนังอิตาลี […]

หยุดพะงันไว้ที่…บ้านสมใจ

  “ฟ้า…และท้องทะเลกับลมนั้นมีอยู่…” ท่อนหนึ่งจากบทเพลง “ให้เธอ” โดยอัสนีและวสันต์ โชติกุล นั้นพอจะสื่อถึงบรรยากาศของบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดี ในวันที่โลกเริ่มจะหมุนเร็วเกินไป ภาพบรรยากาศริมทะเลแบบเดิมๆ ก็เริ่มไกลห่างออกไปจากความทรงจำของเรา แต่ “พะงัน” จะยังคงเป็น “พะงัน” เสมอที่บ้านหลังนี้…“บ้านสมใจ” บ้านและที่พักสำหรับนักเดินทาง คุณนัด – ณัฏฐวุฒิ พิริยประกอบ สถาปนิกจาก NPDA Studio ลูกชายของ คุณบรรจบ และ คุณสมใจ พิริยประกอบ เจ้าของบ้านหลังนี้ เริ่มต้นเล่าให้เราฟังว่า “คุณพ่อและคุณแม่เกษียณมานานแล้ว พื้นเพเดิมของคุณพ่อเป็นคนเกาะพะงัน และมีที่ดินที่คุณย่าแบ่งไว้ให้ ก่อนหน้านี้พะงันเคยเงียบสงบ มีบรรยากาศสบายๆ ถนนหนทางก็ยังไม่ค่อยมี นักท่องเที่ยวที่มาเกาะนี้จึงเป็นผู้ที่รักในความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง จะมาทีก็ต้องไปสมุยก่อนแล้วต่อเรือมาที่พะงัน ที่แห่งนี้ก็เคยเป็นสวนมะพร้าวไม่ได้มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษ ในวันหยุดบางครั้งพวกเราก็กลับมาที่พะงัน มารับบรรยากาศทะเล บรรยากาศสวนมะพร้าว มองไปไกลๆ เห็นเรือประมง นั่นเป็นภาพจำของพะงันสำหรับผมเลย” ทุกวันนี้เราสามารถนำรถข้ามฝั่งจากสุราษฎร์ธานีมาที่เกาะพะงันได้โดยสะดวกด้วยบริการของเรือเฟอร์รี่ ทำให้พะงันมีบรรยากาศคึกคักขึ้นมาก ปัจจัยสำคัญก็คือเทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ที่เลื่องลือกันในหมู่นักท่องเที่ยว “ช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาก็พอดีว่าคุณพ่อและคุณแม่เกษียณอายุราชการ จากที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดอื่น สุดท้ายก็เลยตกลงกลับบ้านที่พะงัน และเริ่มทำที่พักคล้ายเป็นโฮมสเตย์ (โคโคนัทแอนด์หนุ่มรีสอร์ต)” คุณพ่อและคุณแม่ของคุณนัดจึงมีกิจกรรมทำหลังเกษียณ “แขกที่มาพักก็หลากหลาย […]

สวนสวย เหมือนอยู่กลางป่า ในเมืองกรุง

รูปแบบของสวนทรอปิคัลที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ดูชุ่มชื่นสบายตา และได้บรรยากาศของป่าเขาในเขตอากาศร้อนชื้นอย่างเป็นธรรมชาติ นับเป็นสไตล์การจัด สวนสวย ที่หลายคนชื่นชอบ สวนสวยแห่งนี้ มีลักษณะของพรรณไม้และการปลูกเลี้ยงที่ดูแลง่าย เจริญเติบโตเร็ว เหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเราเป็นอย่างดี จึงเป็นเหตุผลให้ครอบครัวของ คุณฮับเซาะห์ – นภาพร สาดและ และ คุณสุรชัย – คุณทัศนัย มะแก้ว ทั้งสามคนพี่น้องเลือกจัดสวนสวยสไตล์นี้ คุณฮับเซาะห์น้องสาวคนกลางของบ้านเล่าถึงที่มาของสวนแห่งนี้ให้ฟังว่า “ครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่ มีบ้านพักอาศัยของเราสามคนพี่น้องปลูกติดกันสามหลังอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกัน ซึ่งอยู่มานานกว่า 20 ปีแล้ว เดิมพื้นที่ย่านพัฒนาการตรงส่วนนี้เป็นสวนมะม่วง ตอนเข้าอยู่ก็ต่อเติมเรื่อยมา จนรอบบ้านกลายเป็นพื้นที่สวนสำหรับพักผ่อนของครอบครัว แต่หนึ่งปีที่ผ่านมามีเหตุให้ต้องจัดสวนกันใหม่ เนื่องจากการก่อสร้างขยายคลองข้างบ้านกระทบถึงสวนโดยตรง จึงต้องรื้อและปรับเปลี่ยนขนาดสวนให้เล็กลง ตอนนั้นรู้สึกเสียดายมากค่ะ เพราะสวนที่จัดไว้ต้นไม้เติบโตดีแล้ว ก็ต้องทำใจ และเริ่มสร้างสิ่งที่เรารักกันอีกครั้ง”   คุณฮับเซาะห์อาศัยจากสิ่งที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง ร่างแบบบนกระดาษคร่าวๆกำหนดฟังก์ชันใช้งาน ทำแนวทางเดินบนพื้นสวนโดยปูแผ่นหินธรรมชาติ ไม้หมอนรถไฟ และสร้างสะพานไม้ขนาดเล็กข้ามลำธารไปยังส่วนต่างๆ ของสวนที่มีพื้นที่ขนาบข้างอยู่รอบบ้าน จากนั้นทำมุมนั่งเล่นจากท่อนไม้เก่า ตั้งวางชิงช้าไม้จริงและมีชุดม้านั่งโต๊ะหินรูปฟอร์มอิสระให้สามารถนั่งเล่นพักผ่อนกันได้ทุกจุด อีกทั้งมีน้ำตก ลำธารขนาดเล็กไหลผ่าน สร้างเสียงและความชุ่มชื้น รวมถึงเคลื่อนย้ายศาลาน็อกดาวน์จากบริเวณสวนด้านข้างไปตั้งไว้ด้านหน้า ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน โดยจ้างช่างมาสร้างงานฮาร์ดสเคป ลงต้นไม้ใหญ่ และวางก้อนหินธรรมชาติที่มีน้ำหนักมากตามแบบที่เจ้าของสวนได้ออกแบบไว้ อ่านต่อหน้า2 

Humble Home อบอุ่นและอ่อนน้อม

ครั้งนี้เราขอพาไปชมบ้านสวยกันไกลถึงบุรีรัมย์ จังหวัดเล็กๆ ในภูมิภาคอีสานใต้ บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นหลังนี้โดดเด่นด้วยตัวบ้านสีเทาขรึมตัดกับสีเขียวของสนามหญ้า เดิมเป็นบ้านที่ผ่านการออกแบบมาก่อนแล้ว โดยมีการลงเสาเข็มไปบางส่วน แต่ด้วยเซ้นส์ของ คุณอ้อ – ผณิภุช ชาญเลขา มัณฑนากร ซึ่งได้ปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับสถาปนิกเพื่อขอปรับแก้ไขโครงสร้าง โดยขยายพื้นที่อยู่อาศัยให้กว้างขวางมากขึ้นสำหรับสมาชิก 5 คน ประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูกๆอีก 3 คน ซึ่งแต่ละคนก็มีช่วงวัยและความชอบแตกต่างกัน หลังการปรับโครงสร้าง บ้านหลังนี้จึงมีพื้นที่ 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ พื้นที่สำหรับรับรองแขกที่เป็นทางการ ห้องนั่งเล่นของครอบครัวที่เชื่อมต่อกับฟิตเนสและซาวน่า และห้องนอนส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน ภายในบ้านออกแบบให้มีบรรยากาศโปร่งโล่ง โดยทำระเบียงทางเดินภายในบ้านให้เหมือนเดินรอบคอร์ตยาร์ดซึ่งจัดเป็นสวนแนวญี่ปุ่น สมาชิกในบ้านจึงมองเห็นกันและกันได้ มีการปรับระยะความสูงของฝ้าเพดานทั้งหมดให้สูงขึ้น เพื่อเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติ ไม่เกิดมุมอับและอากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังนำองค์ประกอบแบบสมมาตรมาช่วยเน้นให้งานตกแต่งดูมีมิติและน่าสนใจ เช่น พื้น กรอบประตู และฝ้าเพดาน ที่ออกแบบเป็นกรอบรูปเรขาคณิตบางส่วนก็เล่นระดับหลายๆ ชั้น เป็นการสร้างกรอบนำแนวสายตา อีกทั้งเสริมให้พื้นที่นั้นๆ ดูเป็นสัดส่วนชัดเจนยิ่งขึ้น พระเอกอีกคนของบ้านหลังนี้ก็คือไม้มะค่า ซึ่งเป็นของสะสมของเจ้าของบ้านที่ทั้งสวยงามและมีคุณค่าทางจิตใจ จึงเลือกนำมาปูพื้น นอกจากให้ความรู้สึกอบอุ่นแล้ว ผู้ออกแบบยังได้นำมาเป็นแนวคิดหลักในการสรรหาวัสดุปิดผิวชนิดอื่นๆ เพื่อเลือกโทนสีที่ช่วยทำให้บรรยากาศในบ้านเกิดความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติ ที่น่าสังเกตอีกประการก็คือการเลือกใช้โทนสีแบบสุภาพ แม้จะดูเรียบ ทว่าก็ให้ความรู้สึกสวยคลาสสิกแบบไร้กาลเวลา ดูสงบแต่ก็เปี่ยมด้วยความภูมิฐาน […]