มือใหม่หัดปลูก: การเพาะเมล็ด

การเพาะเมล็ด เป็นวิธีขยายพันธุ์ที่ง่ายที่สุด และใช้ได้ดีกับต้นไม้ทุกชนิดที่ออกลูกออกผล หรือมีเมล็ด เช่น ผลไม้ชนิดต่างๆ หลายคนคงเคยเก็บเมล็ดมะม่วง ชมพู่ ส้มที่กินแล้วมาทดลองเพาะกันบ้างแล้ว เรามาเรียนรู้วิธี การเพาะเมล็ด แบบมืออาชีพกันดูบ้าง อ้อ! วิธีเพาะเมล็ดนี้ยังนิยมใช้กับต้นไม้ที่แตกหน่อยาก โตช้า และในกรณีที่ต้องการผลิตลูกผสมใหม่ ๆ  ด้วยนะ เรามาลองดูวิธีทำกันเลยดีกว่า tips มือใหม่ควรเริ่มจากการเพาะเมล็ดไม้ดอกหรือผักสวนครัวที่หาง่ายและงอกเร็ว เช่น ดาวกระจาย บานชื่น พริกขี้หนู หลังจากเก็บเมล็ดควรนำมาเพาะทันที หากเก็บไว้นานจะทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกลดลง อาจใช้ขุยมะพร้าวผสมทรายหยาบอย่างละ 1 ส่วนเป็นวัสดุเพาะก็ได้ เมื่อต้นโตขึ้นควรเปลี่ยนกระถางใบใหญ่ขึ้นให้เหมาะสมกับขนาดต้น

มาปลูกไม้ดอกหอมกัน

หลายๆ คนที่เพิ่งปลูกบ้านเสร็จ สิ่งที่คิดถึงเป็นอันดับต่อไปก็คือ สวน ส่วนคนที่มีบ้านแล้ว หลายคนเมื่อมีเวลาว่างก็จะลงมือทำสวน ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ เพราะการได้ปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆ ที่ตัวเองชื่นชอบ ทำให้บ้านร่มรื่น ร่มเย็น ชีวิตสดชื่น สบายตาสบายใจ หลายคนที่ชอบต้นไม้ที่ดอกมีกลิ่นหอม เรามีเทคนิคการปลูกไม้ดอกหอมมาฝากกัน ก่อนอื่นใดขอให้ทุกคน ตรวจสอบขนาดสวน ถ้าคุณมีพื้นที่สวนกว้าง ก็เลือกปลูกได้หลายชนิด แต่ควรเป็นไม้ดอกหอมที่มีฤดูออกดอกต่างกัน เพื่อให้ได้กลิ่นหอมต่างๆ กันตลอดปี และป้องกันกลิ่นหอมปนกันจนมีกลิ่นแรงเกินไป แต่ถ้ามีพื้นที่ไม่มาก เช่นอยู่ในทาวน์เฮ้าส์หรือคอนโดฯ การปลูกไม้ดอกหอมในกระถางทั้งแบบตั้งหรือแขวนก็ทำได้เช่นกัน เลือกพรรณไม้ตามกลิ่นที่ชอบ แต่ละคนชื่นชอบกลิ่นหอมของดอกไม้ต่างกัน บางคนชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ บางคนชอบให้ได้กลิ่นหอมตอนกลางคืน ดังนั้นก่อนปลูกให้ลองดมกลิ่นดอกไม้ชนิดนั้นๆ ก่อนว่า ตัวเองและสมาชิกในครอบครัวชอบหรือไม่ ตัวอย่างของดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เช่น จิกสวน ชะลูดช้าง กุหลาบบางชนิด มะลิก้านแดง ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแรง เช่น พญาสัตบรรณ ลิ้นมังกรบางชนิด เล็บมือนาง ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมตอนพลบค่ำหรือกลางคืน เช่น โบตั๋น แก้ว จำปา เป็นต้น เมื่อเลือกพรรณไม้ได้แล้ว เราก็ต้อง ปลูกตามทิศ เพื่อจะได้ดมกลิ่นหอมๆ กันตลอดปี อย่าง […]

ดอกไม้ทำไมจึงหอม

ดอกไม้ เป็นผลผลิตจากต้นไม้ มีทั้งที่หอมและไม่หอม  จริงหรือไม่ ที่ไม้ดอกหอมส่วนใหญ่มักมีสีขาว เรามาเรียนรู้ไปด้วยกัน พรรณไม้ชนิดต่างๆ ที่ดอกมีกลิ่นหอมเกิดจากน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil หรือ Volatile Oil) ที่พืชสังเคราะห์ขึ้น แล้วลำเลียงไปเก็บไว้ในต่อมหรือเซลล์พิเศษ ซึ่งกระจายอยู่ในฐานรองดอก กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย คนเราจะได้กลิ่นหอมของดอกไม้ก็ต่อเมื่อดอกไม้บาน เพราะน้ำมันหอมระเหยที่แทรกอยู่ตามส่วนต่างๆ ของดอกจะระเหยออกมาทำปฏิกิริยากับอากาศ เกิดกลิ่นหอมที่ทำให้จมูกรับกลิ่นได้ ดอกไม้แต่ละชนิดจะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป มีทั้งหอมมาก หอมน้อย หอมอ่อนๆ หอมหวาน และหอมเย็น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและน้ำหนักโมเลกุลของสารประกอบในน้ำมันหอมระเหย แต่ดอกไม้แต่ละชนิดก็มีช่วงเวลาดอกบานต่างกัน เช่น บานเวลาเย็น พลบค่ำหรือตอนเช้า ระยะเวลาดอกบานก็ไม่เท่ากันบางชนิดบานหลายวัน แต่บางชนิดบานเพียงวันเดียวก็โรย ช่วงเวลาการส่งกลิ่นก็ต่างกัน บางชนิดส่งกลิ่นหอมตลอดเวลา บางชนิดส่งกลิ่นเฉพาะบางช่วงเวลา เช่นในช่วงพลบค่ำ เช้าตรู่ หรือช่วงสาย เมื่อมีจุดเด่นเป็นกลิ่นหอมแล้ว ธรรมชาติจึงสรรค์สร้างให้ดอกไม้ประเภทนี้มีสีสันไม่ค่อยสะดุดตา  ส่วนใหญ่จึงมีสีขาวหรือสีขาวนวล ขนาดดอกเล็ก  ต่างจากดอกไม้ทั่วไปที่มีสีสันฉูดฉาดเพื่อล่อแมลง แต่ก็มีไม้ดอกหอมหลายชนิดที่ดอกมีสีสันสดใส เช่น เทียนกิ่ง บานบุรีหอม ประยงค์ เล็บมือนาง ชงโคฮอลแลนด์ ชัยพฤกษ์ […]

หน้าวัวใบ ไม้ใบสวย เลี้ยงง่าย

พอเอ่ยถึง “หน้าวัว”  หลายคนอาจคุ้นเคยกับดอกไม้ที่มีหน้าตาเหมือนใบไม้ สีแดง ชมพู ขาว ที่มีปลีดอกงอกออกจากกึ่งกลางดอก ที่จริงยังมีหน้าวัวอีกกลุ่มหนึ่งที่มีใบสวยงามสะดุดตามากกว่าดอก เรียกกันว่า “หน้าวัวใบ” หน้าวัวใบมีรูปแบบใบและขนาดต้นที่หลากหลาย จึงนิยมปลูกเป็นไม้กระถางประดับตกแต่งภายในบ้านเรือน เพื่อบดบังมุมที่ดูไม่สวยงาม อับทึบ หรือปลูกประดับตกแต่งสวนในรูปแบบต่าง ๆ สิ่งสำคัญคือ ภาชนะที่ใช้ควรมีขนาดและรูปทรงที่เหมาะกับสไตล์บ้านหรือสวนนั้น ๆเช่น สวนสไตล์อังกฤษ สามารถนำหน้าวัวใบที่มีทรงพุ่มแผ่กว้างมาปลูกในกระถางดิน เพื่อสร้างจุดเด่นให้สวน แต่ถ้าต้องการปลูกลงดินควรปรับสภาพดินให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของหน้าวัวใบ อีกทั้งควรเลือกพรรณไม้ชนิดอื่น ๆ ที่ต้องการสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังตัดใบมาใช้ปักแจกันร่วมกับไม้ประดับอื่น ๆ ได้อีกด้วย ทำความรู้จักหน้าวัวใบ ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา วงการไม้ประดับในบ้านเราได้รับความนิยมมาก นักปลูกเลี้ยงไม้ประดับรุ่นบุกเบิกหลายท่าน เช่น สิทธิพร โทณวนิก อาทร หิญชีระนันทน์ ดิลก มักอุส่าห์ และ สุรัตน์ วัณโณ ได้นำไม้ประดับจากต่างประเทศเข้ามาปลูกเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง หน้าวัวใบ ก็เป็นไม้ใบประดับอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บุคคลสำคัญที่ทำให้หน้าวัวใบเป็นที่รู้จักและนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางในเมืองไทย คือ อาจารย์สุรัตน์ วัณโณ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หน้าวัวใบเป็นพืชสกุล Anthurium […]

มาเป็น “นักเลงว่าน” กันไหม

พอเอ่ยถึง “ว่าน” หลายคนก็มักบอกว่า เหย…แก่อ่ะ แล้วก็คิดเลยเถิดไปว่า เป็นพวกงมงาย ฝักใฝ่มนตร์ดำ อำนาจลี้ลับ ท่องบ่นคาถาทั้งวัน มีรอยสักทั้งตัว ฯลฯ ซึ่งถ้าศึกษากันให้ลึกซึ้งแล้ว จะพบว่าว่านนั้นมีที่มาที่ไป อย่าง สรรพคุณทางยาก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล และนับเป็นภูมิปัญญาระดับชาติที่ทุกคนควรสืบทอด ว่านมีที่มาอย่างไร ความหมายของคำว่า “ว่าน” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง “ชื่อเรียกพืชบางชนิดที่มีหัวบ้าง ไม่มีหัวบ้าง ใช้ทำยาบ้าง หรือเชื่อกันว่าทำให้อยู่ยงคงกระพันและเป็นสิริมงคล เช่น ว่านนางล้อม ว่านเสน่ห์จันทร์แดง” ตามตำราว่ากันว่า ความเชื่อเรื่องว่านมีมาแต่ก่อนคริสตกาลประมาณ 200 ปี เริ่มจากชาวโรมันเก็บหน่อไม้ฝรั่งมากิน และในอีก  300 ปีต่อมาจึงนำมาใช้ทำยารักษาโรค แก้แมลงกัดต่อย แก้ปวดฟัน ออกัสตุส (Augustus) จักรพรรดิองค์แรกของชาวโรมันยังเชื่อว่า หากใครนำหน่อไม้ฝรั่งที่ตากแห้งมาชงน้ำดื่มพร้อมกับเสกคาถาจะช่วยให้อยู่ยงคงกระพัน ในบ้านเรายังไม่ทราบแน่ชัดว่า ความเชื่อเรื่องว่านมีกำเนิดมาตั้งแต่เมื่อใด แต่คาดว่าคงได้รับอิทธิพลจากชาวมอญและขอม เพราะในตำราพิชัยสงครามปลายสมัยกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า “ว่าน” คือ สุดยอดคงกระพัน ก่อนออกศึกนักรบทุกคนต้องอาบน้ำว่านหรือเคี้ยวว่านเพื่อให้หนังเหนียว ฟันแทงไม่เข้า ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ความเชื่อเรื่องว่านก็ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 5 […]

เทคนิคการปลูกไม้ต้น ไม้พุ่ม ไม้เลื้อย

ในการจัดสวนจะกำหนดให้มีไม้ประธานหรือไม้หลักที่ใช้เป็นจุดเด่นในสวน ซึ่งมักเป็นไม้ต้นหรือไม้พุ่มขนาดใหญ่ การปลูกจึงต้องใช้วิธีล้อมต้นมาปลูก เพื่อให้ได้ภาพสวนใกล้เคียงกับจินตนาการไว้มากที่สุด การปลูกเพื่อจัดสวนจะคำนึงถึงเรื่องสำคัญคือ ดินปลูก ซึ่งจะต้องเตรียมให้เหมาะกับต้นไม้ที่จะปลูก ส่วนใหญ่ก็มีคุณสมบัติโปร่งร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศดี มีธาตุอาหารสมบูรณ์ และวิธีปลูก ซึ่งต้องทำให้ถูกวิธี เรามาดูวิธีปลูกต้นไม้กัน เรื่องสุดท้ายที่คนปลูกต้นไม้ต้องรู้ก็คือ การบำรุงดูแล ทั้งแบบประจำวันคือ การรดน้ำ และตรวจดูต้นไม้สม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเกิดโรคหรือแมลงรบกวน และการดูแลแบบรายเดือน ด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ สลับกับปุ๋ยเคมีเพื่อให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหาร จะได้เจริญเติบโต ให้ร่มเงาและผลิดอกออกผล ข้อมูลจาก คู่มือคนรักต้นไม้ ชุดที่ 5 “ใบไม้กินได้” โดย วาสนา พลายเล็ก ภาพประกอบโดย สมฤดี ดอยแก้วขาว © สงวนสิทธิ์ โดยบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ใช้เพื่อเผยแพร่และอ้างอิง ห้ามดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต

โลกใบเล็กของเด็กน้อย : การจัดห้องเด็ก

เมื่อเด็กเติบโตมาจนถึงช่วงอายุหนึ่ง พ่อแม่ก็ควรให้เด็กๆ มีห้องหับเป็นของตัวเอง เพื่อสอนให้เด็กๆ ได้รู้จักดูแลตัวเองในเรื่องต่างๆ รวมถึงสอนให้รู้จักจัดเก็บข้าวของให้เข้าที่ ห้องนอนเด็กแม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ แต่ก็มีการใช้งานที่ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ เรามาดูรายละเอียดของพื้นที่ต่างๆ กัน 1. พื้นที่นอน ในกรณีที่เด็กยังเล็กอยู่ เราอาจวางเตียงชิดมุมผนังด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าใช้เตียงแบบสองชั้นควรมีแผงกั้นเพื่อป้องกันเด็กดิ้นตกลงมา เมื่อเด็กเริ่มโตขึ้นค่อยจัดวางเตียงไว้กลางห้อง ส่วนเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ควรเป็นแบบที่ลบมุมแล้ว หรือใช้ที่ครอบมุม ก็จะช่วยลดการบาดเจ็บในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ 2. พื้นที่เก็บของ ควรมีชั้นวางหรือกล่องเก็บของต่างๆ เพื่อทำให้ห้องดูเรียบร้อย ทั้งยังสอนเรื่องการจัดระเบียบไปด้วย โดยทำป้ายหรือสติ๊กเกอร์รูปสิ่งของที่จัดเก็บไว้บนกล่อง หากชั้นวางเป็นแบบโปร่งก็อาจทำม่านบัง หากมีพื้นที่จำกัด อาจทำเป็นตู้เก็บเสื้อผ้าที่สามารถเก็บของเล่นไปด้วยก็ได้ 3. พื้นที่เล่น นอกจากการวิ่งเล่นกลางแจ้งแล้ว เด็กๆ ก็มักมีกิจกรรมสนุกสนานอื่นๆ มากมาย การจัดพื้นที่ว่างประมาณหนึ่งในสี่ของห้อง เพื่อให้เด็กๆ ได้ต่อเลโก้ อ่านการ์ตูน ฟังเพลง ฯลฯ ได้ อาจเตรียมเบาะแบบพับเก็บไว้ใต้เตียงให้นำมารองนั่งหรือนอนเอกเขนกได้ 4. พื้นที่ทำการบ้าน ใช้โต๊ะเขียนหนังสือแบบทั่วไป โต๊ะแบบล้อเลื่อนหรือโต๊ะแบบพับเก็บได้ เพื่อประหยัดพื้นที่ อาจเพิ่มชั้นวางหนังสือเล่มโปรดหรือตำราเรียน แต่ไม่ควรมีมาก เพราะฝุ่นจากกระดาษอาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ นอกจากนี้ควรมีกล่องเก็บเครื่องเขียนหรือมีลิ้นชักเก็บของมีค่า เช่น ไดอะรี่ หรือของรักของหวงอื่นๆ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวและเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้อมูลจาก คู่มือการจัดและตกแต่ง Family […]

โลกใบเล็กของเด็กน้อย : วัยกับการตกแต่ง

การวางแผนตกแต่งห้องให้เหมาะกับเด็กในแต่ละช่วงวัยเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้เพราะเด็กในแต่ละช่วงอายุจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน  เรามาเรียนรู้ช่วงอายุและการตกแต่งที่เหมาะสมไปพร้อมๆ กันค่ะ วัยแรกเกิด (0-3 ปี) เป็นวัยที่ต้องดูแลเอาใจใส่แบบไม่คลาดสายตา คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยชงนม เปลี่ยนผ้าอ้อม เด็กวัยนี้จึงต้องนอนในห้องเดียวกับพ่อแม่ คุณก็แค่เพิ่มเตียงหรือเปลเข้าไปในห้อง หรือปูเบาะบนเตียงที่คุณนอน และอาจเพิ่มชั้นวางของหรือโต๊ะเล็กๆ ที่มีล้อเลื่อนได้ สำหรับวางเครื่องใช้ เช่น ตระกร้าผ้าอ้อม อุปกรณ์ชงนม ถังขยะไว้ใกล้ๆ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน วัยเรียนรู้ (4-8 ปี) วัยนี้อยู่ชั้นอนุบาลถึงประถมต้น เด็กๆ จะเรียนรู้ จดจำ เลียนแบบและซึมซับกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว การตกแต่งห้องจึงควรเน้นพื้นที่โล่ง ให้เด็กๆ ได้เล่น ตกแต่งห้องด้วยสีสันที่สดใสและลวดลายการ์ตูนตัวโปรด ใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่ไม่มีเหลี่ยมมุม ขนาดเล็กพอๆกับตัวเด็ก เพื่อให้เคลื่อนย้ายง่ายและไม่เป็นอันตราย ถ้ามีของตกแต่งอื่นๆ ก็ควรติดไว้บนผนังสูงๆ เพื่อไม่ให้เด็กเอื้อมถึง  ช่วงประถมวัย ( 9-14 ปี) คือช่วงที่เรียนประถมปลายถึงมัธยมต้น ช่วงนี้เด็กๆ จะเริ่มสนใจเรื่องราวเฉพาะตัว เช่น เด็กผู้ชายจะเล่นกีฬาและเข้ากลุ่มกับเพื่อนๆ เด็กผู้หญิงจะสนใจเรื่องความสวยความงามหรือมีไอดอลในดวงใจ เด็กๆ มักต้องการผนังสำหรับแปะโปสเตอร์ศิลปินหรือนักกีฬาคนโปรด การตกแต่งห้องจึงควรให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วม อาจใช้สีที่นุ่มนวลตา ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็ยังคงเป็นแบบลอยตัว สัดส่วนเฟอร์นิเจอร์บางอย่างอาจเป็นแบบผู้ใหญ่ เพราะเด็กสมัยนี้โตไว […]

มารู้จัก “ลิ้นมังกร” กัน

ในบรรดาพรรณไม้ที่ปลูกเลี้ยงในเมืองไทยมานานกว่า 30 ปี ต้องยกให้ “ลิ้นมังกร” ไม้ประดับที่ปัจจุบันมีราคาสูงถึงต้นละหนึ่งแสนบาทเลยทีเดียว หน้าตาของ “ลิ้นมังกร” เป็นอย่างไรมาดูกันค่ะ เรื่องทั่วไปที่ควรรู้ไว้ ลิ้นมังกร เป็นพืชสกุล Sansevieria อยู่ในวงศ์ Asparagaceae (เดิมจัดอยู่ในวงศ์ Agavaceae) มีชื่อสามัญหลายชื่อคือ Bowstring Hemp, Devil Tongue, Mother-in-law’s Tongue, Snake Plant ชื่อสกุล Sansevieria  นั้น Carl Peter Thunberg ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ Raimondo di Sangro เจ้าชายแห่งเมืองซานเซเวโร (San Severo) ประเทศอิตาลี เมื่อปี ค.ศ. 1794 พืชสกุลนี้กระจายพันธุ์ในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนของทวีปแอฟริกา มาดากัสการ์ อินเดีย และประเทศในแถบอินดีสตะวันออก ซึ่งค้นพบแล้วประมาณ 70 ชนิด โดยประเทศไทยถือเป็นแหล่งปลูกเลี้ยง รวบรวมสายพันธุ์ และผลิตลูกผสมที่มีศักยภาพแห่งหนึ่งของโลก ลักษณะทั่วไป ลิ้นมังกรเป็นไม้ล้มลุก […]

รับเลี้ยงสัตว์สักตัวไหมครับ

จากการวิจัยของสถาบันหลายๆ แห่งพบว่า การเลี้ยงสัตว์ในบ้านจะช่วยให้ความดันโลหิตลดลง ลดความเครียด สร้างความสุขให้กับสมาชิกในบ้าน ทำให้เด็กๆ มีจิตใจที่อ่อนโยน ฯลฯ… แต่ใช่ว่าทุกบ้าน ทุกคนจะเป็นเช่นนั้น ก่อนรับสัตว์เลี้ยงสักตัวมาเป็นสมาชิกในบ้าน เราอยากให้คุณลองตอบคำถามเหล่านี้ พร้อมจะดูแลสัตว์เลี้ยงตัวนั้นไปตลอดอายุขัยของมันหรือไม่ แม้สัตว์เลี้ยงจะมีอายุขัยไม่เท่ากับคน แต่มีช่วงอายุที่ยาวพอสมควร อย่าง แมว ถ้าคุณเลี้ยงดีๆ จะมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 20 ปี แต่บ้านของคุณจะเต็มไปด้วยขนแมวและรอยเล็บบนโซฟาและเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ และคุณก็อาจเป็นภูมิแพ้ด้วย แต่ถ้าคุณเลี้ยงหมาก็ต้องแน่ว่าจะมีเวลาให้ เพราะหมาเป็นสัตว์ที่ต้องการความรักและการเอาใจใส่มาก บ้านที่อยู่อาศัยเหมาะกับสัตว์เลี้ยงรึเปล่า หอพักหรือห้องชุดมักห้ามไม่ให้เลี้ยงสัตว์ แต่ก็พบว่ามีคนแอบเลี้ยงไว้ไม่น้อย ซึ่งสุดท้ายก็ต้องนำไปปล่อยวัด ที่สาธารณะอื่นๆ หรือหาคนเลี้ยงใหม่  หมา แมวต้องการพื้นที่เพื่อการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลัง สำรวจ วิ่งเล่นและขับถ่าย หรือแม้แต่ปลายังต้องมีที่วางตู้หรืออ่างน้ำที่เหมาะสม พร้อมจ่ายค่าวัคซีน ค่ารักษาพยาบาลและการบำรุงดูแลทั่วๆไปไหม นอกจากอาหารการกิน วิตามินเสริมแล้ว สัตว์เลี้ยง เช่น หมา แมว หลายสายพันธุ์ต้องอาบน้ำ ตัดขน หรือ Grooming ต้องให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่มักเป็นและช่วยป้องกันโรคบางอย่างที่อาจแพร่มาสู่เรา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายพอสมควร ยังไม่รวมในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งคุณอาจต้องจ่ายเพิ่มอีก ในอนาคตมีแผนที่จะย้ายบ้านหรือไม่ […]

มาทำความรู้จัก “ดอกบัว” กันเถอะ

บัว เป็นไม้น้ำประเภทที่อยู่เหนือน้ำคือมีรากอยู่ในดินใต้น้ำ ใบและดอกชูสูงขึ้นเหนือน้ำ บัวมีความสัมพันธ์กับมนุษย์มาช้านาน โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม การดำรงชีวิต และศิลปะแขนงต่าง ๆ สำหรับชาวไทยเรานั้นมีการนำรูปดอกบัวมาสร้างเป็นลวดลายที่อ่อนช้อย นำเหง้าไหล และก้านดอกบัวมาประกอบอาหาร ซึ่งอุดมด้วยคุณค่าและสรรพคุณทางยา ส่วนดอกบัวก็นำมาใช้บูชาพระ  และปลูกประดับไว้ภายในบ้านเพื่อความสวยงาม บัวมีกี่ชนิดกันนะ บัวแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ บัวหลวงหรือปทุมชาติ (Lotus)  เป็นบัวสกุล Nelumbo มีไหล (stolon) และเหง้า (rhizome) อยู่ใต้ดิน ใบรูปก้นปิด มีขนาดใหญ่ ก้านใบและก้านดอกมีหนามปกคลุม ดอกมีทั้งดอกซ้อนและดอกชั้นเดียว กลีบดอกกว้าง มี 3 สี คือ สีขาว ชมพู และเหลือง ใบและดอกชูขึ้นเหนือน้ำ บัวอุบลชาติ (Water Lily) เป็นบัวสกุล Nymphaea ได้แก่  มีเหง้าใต้ดิน ใบลอยแตะผิวน้ำ มีรูปร่างหลายแบบ ไม่มีหนาม ดอกบานได้นาน 3 – 4 วัน […]

เล่าเรื่องสไตล์สวน: Tropical garden

สวนทรอปิคัลหรือสวนเมืองร้อน หมายถึง สวนในเขตอากาศร้อนชื้น มีลักษณะเฉพาะอยู่ที่ชนิดของพรรณไม้ที่ปลูกในสวน ซึ่งเต็มไปด้วยพืชพรรณในเขตร้อนชื้น ภาพรวมจึงเน้นโทนสีเขียวของไม้ใบเป็นหลัก แม้จะมีพรรณไม้ผลัดใบ ไม้ด่าง ไม้ใบหลากสี หรือไม้ที่ให้ดอกสีสดใสแซมอยู่บ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างจุดเด่นให้สวนเขียวๆ และสร้างเสน่ห์ที่น่าหลงใหลให้กับสวนเมืองร้อนได้ไม่น้อย สวนกลิ่นอายไทย “ บรรยากาศ สวนใช้สอย และความเชื่อ” ในอดีต คนไทยใช้ชีวิตอยู่ริมน้ำ บ้านเรือนส่วนใหญ่จึงสร้างแบบยกพื้น มีใต้ถุนสูง เพื่อป้องกันน้ำท่วมช่วงฤดูน้ำหลาก สวนส่วนใหญ่มักเป็นไม้ผล เพื่อใช้ประโยชน์หรือปลูกตามความเชื่อบ้าง ส่วนไม้ประดับก็มักจะเป็นไม้ดัด หรือไม้กระถางที่วางไว้บนชานบ้าน เมื่อเวลาผ่านไป สวนจึงพัฒนาขึ้นพร้อมๆ กับรูปแบบของบ้านที่เป็นแบบไทยประยุกต์ เริ่มต่อเติมและใช้งานพื้นที่ใต้ถุนบ้านเป็นห้องต่างๆ สวนไม้ดัดไม้กระถางบนเรือนชานจึงเริ่มลดบทบาทลง ความนิยมในการจัดสวนเพื่อเป็นอาหารตามีมากขึ้น สวนกลิ่นอายไทย จึงมักนำของใช้ในอดีต เช่น โอ่งมังกร โอ่งดินเผา ล้อเกวียน ครกหิน ฯลฯ มาประดับประดาในสวน ใช้พรรณไม้ต้นสูง อย่างหมากสง เป็นแนวรั้ว เพื่อพรางสายตาจากภายนอก รวมถึงมีพรรณไม้ให้ร่มเงา เพื่อสร้างความร่มรื่นให้กับมุมนั่งเล่นในสวน สวนบาหลี “ ความเชื่อ ศรัทธา และความงาม ” เป็นสวนที่ได้รับอิทธิพลมาจากความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ […]

เล่าเรื่องสไตล์สวน: Formal garden

“คลาสสิก เรียบหรู” กล่าวกันว่า สวนฟอร์มัลนี้มีที่มาจากสวนเปอร์เซีย ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วนคือ โลก ท้องฟ้า น้ำ และต้นไม้ พรรณไม้ที่ปลูกส่วนใหญ่ก็จะเป็นสมุนไพรและพืชผักต่างๆ ต่อมาจึงพัฒนามาใช้ไม้ดอกสีสันสวยงามเพื่อสร้างบรรยากาศ สวนฟอร์มัลที่ใช้วิธีตัดแต่งต้นไม้ให้เป็นรูปทรงแบบเรขาคณิตอย่างที่เห็นกันในปัจจุบันเป็นการพัฒนารูปแบบโดยชาวฝรั่งเศสและแพร่หลายไปทั่วยุโรปและทั่วโลก แต่เดิมสวนแบบนี้นิยมทำในพระราชวังหรือบ้านขุนนาง พื้นที่สวนช่วยขับเน้นสถาปัตยกรรมที่สวยงามให้โดดเด่น อลังการมากขึ้น สวนฟอร์มัลที่สวยงามและมีชื่อเสียงมีอยู่ด้วยกันหลายแห่ง สถานที่ๆ ควรไปชมอย่างยิ่งก็คือ พระราชวังแวร์ซายที่ฝรั่งเศสและพระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟที่รัสเซีย องค์ประกอบของสวนฟอร์มัลมีอะไรบ้าง ถ้าศึกษากันอย่างละเอียด จะพบว่าองค์ประกอบของสวนฟอร์มัลแบบเต็มรูปแบบนั้นมีมากและต้องใช้พื้นที่กว้างใหญ่ แต่ก็สามารถจัดบนพื้นที่ขนาดเล็กลงได้ ไม่ว่าจะใช้พื้นที่น้อยหรือมากเท่าไร สวนแบบนี้ก็มีหลักการใหญ่ๆ ที่ว่าด้วยเรื่องการจัดวางน้ำหนักสวนให้สมดุล ทั้งซ้าย-ขวา มีทางเดินเป็นแกนกลางหรือโครงของสวน และใช้เป็นจุดนำสายตาไปยังจุดเด่นกลางสวน เช่น น้ำพุ ประติมากรรม หรือรูปปั้นขนาดใหญ่ ใช้พรรณไม้หลากหลาย ซึ่งก็มีทั้งไม้ต้น ไม้พุ่ม ไม้ใบ ไม้ดอกนานาชนิดที่จัดแต่งรูปทรงแบบเรขาคณิต บ้านในปัจจุบันจัดสวนฟอร์มัลได้หรือไม่ การนำสวนฟอร์มัลมาปรับใช้กับบ้านในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ประยุกต์ให้มีลักษณะกึ่งฟอร์มัล แต่ยังคงสื่ออารมณ์แบบคลาสสิก มีไม้ตัดแต่งเพียงบางส่วน ผสมผสานกับพรรณไม้รูปทรงธรรมชาติ แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ตรงน้ำหนักความสมดุลของสวนทั้งสองฝั่ง แต่ไม่ต้องจัดวางให้เหมือนกัน พรรณไม้ที่เหมาะกับสวนฟอร์มัล พรรณใม้ที่เหมาะใช้ในสวนฟอร์มัล ก็คือ ประเภทที่สามารถตัดแต่งให้เกิดรูปทรงได้ อย่าง ไทรประเภทต่างๆ เช่น ไทรเกาหลี ไทรอินโด ไทรอังกฤษ ไทรจีน […]

เล่าเรื่องสไตล์สวน: สวนอังกฤษ

สวนอังกฤษหรือบางทีก็เรียกว่า สวนแนวธรรมชาติ (Naturalistic English Garden) เป็นสวนที่แหวกกฎเกณฑ์การทำสวนฟอร์มัลที่ได้รับความนิยมในอังกฤษและยุโรปในราวศตวรรษที่ 17 มาเป็นรูปแบบที่ดูบ้านบ้าน ธรรมดาๆ เน้นการปลูกพรรณไม้และไม้ดอกให้คล้ายขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งต่อมาก็นิยมแพร่หลายข้ามเกาะไปทั่วทวีปยุโรปและทั่วโลกตราบจนปัจจุบัน สวนอังกฤษมีหลายรูปแบบดังนี้ สวนชนบท (Country Garden) “ทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้าแบบชนบท” ให้บรรยากาศเป็นกันเอง อบอุ่นสบายๆ ปลูกไม้ดอกและต้นไม้คล้ายขึ้นเองตามชนบท โดยปลูกเป็นทุ่ง เช่น ดาวกระจาย ต้อยติ่ง หญ้าประดับ และไม้หัวต่างๆ แทรกด้วยทางเดินของพื้นหญ้าที่ผ่านการใช้งานเป็นทางยาว ถัดเข้าไปบริเวณใกล้ตัวบ้าน ปลูกไม้กินได้พืชผักสมุนไพร และใช้วัสดุพวกไม้เก่า ไม้ทาสีถลอก หิน อิฐ เหล็กสนิม ซึ่งเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายๆในท้องถิ่น หรือเป็นของเก่าตกทอดกันมา เช่น บ้านนก กระถางดินเผาเก่า ถาดน้ำนก เครื่องมือเกษตรกรรม รั้วบ้านเป็นรั้วไม้จากท่อนไม้ หรือรั้วไม้เตี้ยสีถลอก อิฐก่อ หินก่อ เป็นต้น สวนกระท่อม (English Cottage Garden) “ตกแต่งด้วยของเก่า แทรกสมุนไพรและไม้ดอก” ให้บรรยากาศเช่นเดียวกับสวนชนบท แต่มีขนาดเล็กกว่า ลองนึกถึงกระท่อมหลังน้อยในชนบทที่มีแปลงดอกไม้บานสะพรั่งในสวนขนาดเล็ก ซึ่งเจ้าของลงมือปลูกและดูแลด้วยตนเอง […]

มาดูแลต้นไม้หน้าแล้งกัน

ฤดูร้อนมาเยือนแล้ว ปีนี้ทางราชการบอกว่าแล้งกว่าปีก่อนๆ หลายจังหวัดต้องงดการเพาะปลูกหรือปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย สำหรับคนในเมือง สิ่งที่พอจะช่วยได้ก็คือ การใช้น้ำอย่างประหยัด  เรามี 10 วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ต้นไม้ที่บ้านของคุณผ่านวิกฤตน้ำแล้งของปีนี้ค่ะ ♦ หาจานรองกระถาง และใส่น้ำหล่อไว้ ก็ช่วยให้ดินชุ่มชื้นได้ ♦ หาขวดน้ำพลาสติก เจาะรูข้างขวด ข้างหนึ่งเจาะ 2-5 รู อีกข้างเจาะ 5-10 รู แล้วใส่น้ำ วางโคนต้นไม้ ให้ด้านที่มีรูจำนวนมากสัมผัสกับผิวดิน น้ำจะค่อยๆ หยดลงมาที่น้อย ♦ คนที่มีขวดน้ำเกลือหรือถุงดีทอกซ์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ให้เก็บมาทำความสะอาด ใส่น้ำให้เต็ม แล้วแขวนไว้โคนต้นไม้ ปรับความเร็วของหยดน้ำที่ไหลออกมาตามต้องการ ก็ช่วยให้ต้นไม้ไม่ขาดน้ำได้นะคะ ♦ ถ้าต้นไหนโดนแดดจัดช่วงบ่ายจนใบซีด หรือเป็นรอยไหม้ ควรเปลี่ยนตำแหน่งต้นไม้ใหม่ให้ได้รับแสงแดดเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น หรือย้ายอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ♦ ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีร่มเงา ควรหาซาแรนพรางแสง 50 เปอร์เซนต์มาช่วยบังความร้อนแรงของแสงแดด ♦ หากอยู่บ้านไม่ได้ไปไหน อาจฉีดพ่นน้ำให้เป็นฝอยละเอียดในช่วงบ่ายที่มีอุณหภูมิสูง เพื่อลดความร้อนบริเวณรอบๆ และในบรรยากาศ แต่ควรฉีดพ่นนานจนรู้สึกว่าอากาศรอบๆ เย็นขึ้น (การพ่นละอองน้ำแบบระบบสปริงเกลอร์หรือใช้ขวดฉีดน้ำใช้น้ำน้อยกว่าการเปิดก๊อกแล้วฉีดด้วยสายยาง) ♦ ช่วงฤดูร้อนเป็นเวลาที่ต้นไม้พร้อมเติบโตและผลิดอกให้ชม […]

สวนประหยัดน้ำ

พอถึงหน้าร้อน เราก็มักได้ยินข่าวน้ำแล้งที่นั่นที่นี่กับประกาศรณรงค์ให้ประหยัดน้ำอยู่บ่อยๆ หลายคนที่คิดจะจัดสวนหรือมีสวนอยู่แล้วก็เลยคิดหนักว่า จะหาน้ำที่ไหนมารดต้นไม้ดี เรามีวิธีมาแนะนำค่ะ ดินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง วัสดุปลูกที่มีอินทรียวัตถุสูง อย่างปุ๋ยคอก เศษใบไม้ผุ หรือเศษพืชผักที่หมักเองนั้นช่วยเก็บกักน้ำได้ดีกว่า ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย เก็บรักษาความชื้นในดินกันเถอะ การใช้วัสดุคลุมหน้าดินอย่างน้อย 75 มิลลิเมตรช่วยลดการระเหยของน้ำได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ต้องรดน้ำบ่อย ทั้งยังช่วยลดการเกิดวัชพืช รักษาหน้าดินและทำให้อากาศในสวนเย็นกว่าอยู่ข้างนอก ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยก็ช่วยได้ พืชใช้น้ำน้อย อย่าง แคคตัส กุหลาบหิน พญาไร้ใบ จันทน์ผา อากาเว่ สลัดได หรือเสมา ซึ่งทนทานต่อสภาวะแห้งแล้งได้ดี ไม่ต้องรดน้ำบ่อยก็เติบโตได้ สวนแขวนแสนประหยัด ทางเลือกของคนมีพื้นที่น้อย (คนมีพื้นที่ขนาดอื่นๆ ก็ใช้ได้) โดยปลูกต้นไม้ในกระถางแล้วห้อยต่อกัน หรือใช้กระถางแขวนไว้เหนือกระบะปลูกต้นไม้ เมื่อรดน้ำน้ำจะไหลลงมายังต้นไม้ด้านล่าง ช่วยประหยัดน้ำได้อีกแรง สวนในขวดแก้ว (Terrarium) และบอนไซหรือไม้แคระ เหมาะกับคนอยู่คอนโดที่มีแค่ระเบียงเล็ก ๆ สวนในขวดเป็นระบบปิดที่จำลองระบบนิเวศทางธรรมชาติไว้ โดยรดน้ำครั้งแรกครั้งเดียว แล้วปิดฝาขวดไว้ จากนั้นก็ไม่ต้องรดน้ำอีกเลย เก็บกักน้ำฝนไว้ใช้  หาภาชนะรองรับแล้วกักไว้ ใช้ได้ทั้งในบ้านและสวน ช่วยลดการใช้น้ำประปาและลดการชะล้างหน้าดินได้ ถ้าทำกันเยอะ ๆ จะช่วยลดภาวะน้ำท่วมขาดการระบายได้ นำน้ำเก่ามาใช้ ใหม่ (Water […]

สวนแนวตั้ง-สวยได้แม้เนื้อที่จำกัด

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการจัด สวนแนวตั้ง เป็นที่นิยมในวงกว้าง นักจัดสวนจึงมีพื้นที่สร้างผลงาน ด้วยการเนรมิตพรรณไม้บนผนังว่างเปล่าให้กลายเป็นสวนสวยงาม

Siamese Fighting Fish ปลากัด : นักสู้แห่งแดนสยาม

ปลากัด หรือ เบ็ตต้า (Betta) หรือรู้จักกันในชื่อ Siamese Fighting Fish  เป็นปลาสีสันสวยงามที่เรามักเห็นว่ายอย่างโดดเดี่ยวในขวดซึ่งครั้งหนึ่งเคยใส่เหล้าหรือแจกันที่ตั้งไว้ในบ้านหรือสำนักงาน ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทย  ความเป็นมา: ปลากัดพบครั้งแรกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาศัยอยู่ตามท้องไร่ท้องนา หรือแอ่งน้ำในเขตที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง ปลากัดจึงคุ้นเคยกับสภาวะน้ำท่วมและความแห้งแล้งที่รุนแรงได้ จากวงจรความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้ปลากัดปรับตัวและกลายเป็น labyrinth fish คือมีอวัยวะช่วยหายใจบนผิวน้ำได้ ใช้ปากฮุบอากาศโดยไม่ต้องผ่านเหงือกเหมือนปลาทั่วไป สิ่งนี้จึงทำให้ปลากัดและปลาอีกหลายชนิดมีชีวิตอยู่ได้ในเวลามีน้ำน้อย นี่เป็นการอธิบายว่า ทำไมปลากัดจึงอยู่นิ่งๆ ในเวลาที่ขาดน้ำ ทั้งยังทนอยู่ในพื้นที่เล็กๆ และบริเวณที่มีน้ำไม่สะอาดได้ดี การเลี้ยงปลากัดจึงใช้น้ำน้อยมากเมื่อเทียบกับปลาชนิดอื่น และชอบอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 28-30  องศาเซลเซียส ชื่อ: ปลากัดหรือเบ็ตต้าได้ชื่อมาจากนักรบเอเชียโบราณ “เบ็ตตาช” (Bettah) ที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะการต่อสู้อันดุเดือดของมัน ปลากัดเป็นที่นิยมมาก จากข้อมูลในช่วงศตวรรษที่ 18  พบว่าการกัดปลาเป็นกีฬาที่มีชื่อเสียงของไทย ในอดีตพระมหากษัตริย์สยามจัดตั้งบ่อนกัดปลา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเก็บภาษี นอกจากนี้ยังพบหลักฐานที่บันทึกถึงการนำปลากัดไทยไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อปี พ.ศ. 2414  เพาะพันธุ์สำเร็จที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2436 และนำไปในเยอรมันนีครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2439 และเข้าสู่สหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2453 สายพันธุ์ปลากัด 1 […]

keyboard_arrow_up