บ้านหลังเล็กของสถาปนิก ที่ชุบชีวิตวัสดุเก่าด้วยมุมมองใหม่ - บ้านและสวน
บ้านหลังเล็กของสถาปนิก

บ้านแบซี บ้านหลังเล็กของสถาปนิกที่ชุบชีวิตวัสดุเก่าด้วยมุมมองใหม่

บ้านหลังเล็กของสถาปนิก ในจังหวัดยะลา ที่มีพื้นที่ใช้สอย 160 ตารางเมตร ออกแบบให้สอดรับกับบริบทโดยรอบ โดยจัดวางสเปซอย่างยืดหยุ่น เปิดรับแสง ลม และรองรับการเล่นสนุกของเด็กๆ ได้อย่างอิสระ

Design Directory : สถาปนิก IN_T_AF STUDIO

บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
บ้านหลังเล็กของสถาปนิก

บ้านหลังเล็กของสถาปนิก หลังนี้เกิดขึ้นจากการย้ายจากปัตตานีกลับมายะลา เป็นความตั้งใจกลับมาดูแลครอบครัวบนที่ดินริมคลองของภรรยาท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ คุณอาซีซี ยีเจะแว สถาปนิกจาก IN_T_AF STUDIO จึงออกแบบบ้านหลังเล็กขนาดพื้นที่ใช้สอย 160 ตารางเมตร ให้สอดรับกับบริบทโดยรอบ โดยจัดวางสเปซอย่างยืดหยุ่น เปิดรับแสง ลม และรองรับการเล่นสนุกของเด็กๆ ได้อย่างอิสระ

สัมผัสแรกเมื่อมาถึงคือความโปร่งเบาและสายลมที่พัดผ่านตัวบ้าน บริเวณทางเข้าปรับเป็นลานจอดรถโรยหินเกล็ด ช่วยเปลี่ยนจังหวะอารมณ์ให้ค่อยๆ ผ่อนคลาย เสียงและสัมผัสของหินเกล็ดใต้เท้าช่วยชะลอการก้าวเดินให้ช้าลง ก่อนนำสายตาไปสู่ฟาซาดกระเบื้องดินเผาหางว่าวโครงสร้างและรูปทรงสะดุดตา ที่ผสานผิวสัมผัสของวัสดุพื้นถิ่นเข้ากับบริบทธรรมชาติรอบตัวได้อย่างกลมกลืน

บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
ออกแบบโถงนั่งเล่นโดยยกระดับพื้นสูงพอเหมาะสำหรับนั่งห้อยขาได้อย่างสบาย การยกระดับพื้นนี้ยังช่วยเปลี่ยนผ่านความรู้สึกและแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้งานภายในบ้าน

เปลี่ยนวัสดุเก่าสู่บทบาทใหม่

สถาปนิกสังเกตวิถีชีวิตประจำวันของหญิงมุสลิมที่ต้องสวมฮิญาบเมื่อออกนอกบ้าน ทำให้ที่อยู่อาศัยแบบทั่วไปอาจไม่เอื้อต่อการออกมาสัมผัสแสงแดด สายลม หรือพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นอิสระ จึงค้นหาคำตอบจากสถาปัตยกรรมเรือนเก่าในชุมชน และพบว่ากระเบื้องดินเผาหางว่าว วัสดุพื้นถิ่นที่เคยถูกรื้อถอนทิ้งหรือลดบทบาทลงเมื่อมีกระเบื้องลอนคู่และหลังคาสังกะสีเข้ามาแทนที่ สามารถนำมารื้อฟื้นในบทบาทใหม่ผ่านแนวคิด Reuse, Refunction และ Reform ได้อย่างลงตัว

จากวัสดุที่เคยอยู่บนหลังคาเพื่อกันฝน สถาปนิกนำมาจัดเรียงใหม่ในระนาบแนวตั้งบนโครงเหล็กกล่อง ทำหน้าที่ปิดล้อมลานหน้าบ้านให้กลายเป็นพื้นที่กึ่งส่วนตัว ฟาซาดทรงจั่วนี้ปรับระยะซ้อนทับและเว้นช่องว่างระหว่างแผ่น ช่วยพรางสายตาจากภายนอกสร้างความเป็นส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็เปิดให้สายลมและแสงแดดพัดผ่านเข้ามาได้อย่างสะดวก พร้อมรองรับการแขวนกระถางต้นไม้ และเอื้อให้เด็กๆ ออกมาวิ่งเล่นบนลานบ้านได้อย่างปลอดภัยในระยะสายตาของผู้ใหญ่ และยังมอบสุนทรียภาพจากมิติแสงเงาที่เปลี่ยนแปลงอย่างสวยงามตลอดทั้งวัน

ฟาซาดกระเบื้องดินเผาหางว่าวเรียงซ้อนเกล็ดบนโครงเหล็กกล่องสีขาว ปรับจังหวะเว้นช่องว่างเพื่อพรางสายตาและระบายลม พร้อมแซมด้วยแผ่นอะคริลิกใสตัดขอบรับรูปทรงกระเบื้อง และมีกระถางแขวนต้นไม้ในตัว ช่วยสร้างมิติแสงเงาและเพิ่มพื้นที่สีเขียวแนวตั้งให้ลานบ้าน
บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
ฟาซาดทรงจั่วล้อกับโครงสร้างบ้านหลักเพื่อสร้างภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมใช้หินเกล็ดโทนสว่างบนลานบ้านด้านใน ตัดกับหินเกล็ดโทนเข้มตรงทางเดินด้านนอก เพื่อแบ่งสัดส่วนการใช้งานอย่างชัดเจน

สเปซเปิดโล่ง เชื่อมชีวิตทุกคนในบ้าน

บ้านหลังนี้เป็นอาคาร 3 ชั้น โดยมีชั้น 3 เป็นชั้นลอย ออกแบบพื้นที่ภายในเน้นความโปร่งและการถ่ายเทอากาศเป็นหัวใจสำคัญ ชั้นล่างจัดวางผังแบบโอเพ่นแปลน เชื่อมต่อพื้นที่ส่วนกลางเข้าด้วยกันยาวไปจนถึงชานหลังบ้าน จุดเด่นคือการออกแบบโถงรับแขกและพื้นที่นั่งเล่นให้มีระดับความสูงแบบดับเบิลสเปซ ช่วยเปิดมุมมองแนวตั้งให้อาคาร และทำให้ห้องนั่งเล่นหน้ากว้าง 4 เมตร ดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด โดยมี Island Kitchen ตั้งอยู่ใจกลางสเปซ เพื่อให้ผู้ทำอาหารสามารถพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์กับสมาชิกทุกคนในบ้านได้

บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
กั้นแบ่งสเปซภายในด้วยประตูบานเลื่อนกรุแผ่นพอลิคาร์บอเนตฝ้า ที่ช่วยพรางสายตาเพิ่มความเป็นส่วนตัว
ออกแบบยกระดับพื้นโถงนั่งเล่นขึ้นมา 5 เซนติเมตร ทำให้เกิดพื้นต่างระดับโดยรอบเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาดและระบายน้ำลงสู่ช่องระบายน้ำแบบซ่อนกระเบื้องได้อย่างกลมกลืน

สเปซส่วนกลางนี้ทอดยาวเปิดมุมมองสู่ชานระเบียงหลังบ้านที่อยู่ติดกับคลองธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปิดประตูกระจกออก ลมเย็นจากสายน้ำจะพัดผ่านเข้ามาสู่ตัวบ้าน ช่วยสร้างสภาวะน่าสบาย และเปลี่ยนชานหลังบ้านให้กลายเป็นมุมพักผ่อนที่ทุกคนในครอบครัวได้ออกมานั่งรับลม ชมวิวคลอง ช่วงกลางบ้านสถาปนิกเลือกใช้โครงสร้างบันไดเหล็กโครงสร้างโปร่งทาสีขาวทำให้บันไดดูเบาและไม่บดบังทิศทางลม พร้อมออกแบบราวบันไดให้มีความสูง 50-60 เซนติเมตร เกิดเป็นระยะกึ่งกลาง ที่เปลี่ยนขั้นบันไดธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่นั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือมิติการเรียนรู้และซุกซนของเด็กๆ ได้อย่างน่าสนุก

บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
การออกแบบโถงดับเบิลสเปซควบคู่กับประตูบานเลื่อนกระจกที่เปิดได้กว้าง ช่วยดึงสายตาทั้งในแนวตั้งและแนวนอน เปลี่ยนพื้นที่บ้านหน้าแคบให้รู้สึกโปร่งโล่งและดูกว้างขึ้น

ขณะที่ชั้นบนจัดสรรเป็นพื้นที่ส่วนตัว โดยย้ายส่วนซักรีดมาไว้ในบริเวณนี้เพื่อความสะดวกในการใช้งานใกล้กับห้องนอน สำหรับห้องนอนชั้นสองที่มีฝ้าเพดานสูงไปจนถึงพื้นที่ใต้จั่วหลังคา ใช้การเปิดหลังคาบางส่วนแล้วกรุกระจกใส เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและมองเห็นดวงดาวในยามค่ำคืน ส่วนชั้น 3 ออกแบบเป็นชั้นลอยใต้หลังคาเพื่อเป็นพื้นที่ห้องนอนของลูกสาว

บันไดแบบขั้นสลับ (Alternating Tread Stair) ออกแบบขึ้นเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่จำกัด ช่วยลดระยะทแยงและประหยัดพื้นที่ใช้งาน
บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
ออกแบบพื้นที่ชั้นลอยใต้จั่วหลังคาเป็นห้องนอน ขณะที่   สเปซข้างใต้ปรับให้เป็นห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามต้องการ

งานสัจจะวัสดุ และมิติผิวสัมผัสเรียบง่าย

นอกเหนือจากการจัดสรรสเปซอย่างยืดหยุ่น เสน่ห์ของบ้านหลังนี้ยังซ่อนอยู่ในรายละเอียดงานก่อสร้างและการเลือกใช้วัสดุสถาปนิกนำวัสดุทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายในท้องถิ่น มาต่อยอดดีไซน์และจัดวางแพตเทิร์นอย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้คอนกรีตบล็อกมาก่อเป็นผนัง โดยเว้นระยะเซาะร่องระหว่างก้อนอย่างประณีต เกิดเป็นแพตเทิร์นที่มีมิติแสงเงาชัดเจน พร้อมเทคนิคการจับแนวขอบผนังที่ช่วยให้งานฉาบเรียบและเก็บขอบมุมได้อย่างประณีต การใช้วัสดุภายในบ้านออกแบบจัดวางอย่างลงตัว โดยมีผนังฉาบเรียบทาสีขาวทำหน้าที่เป็นเปลือกห่อหุ้มตัวบ้านภายนอกและภายใน ผสานกับการใช้ผนังคอนกรีตบล็อกโชว์ร่อง พื้นกระเบื้องสีขาว อิฐดินเผาสำหรับปูพื้นในบางส่วน และเสาคอนกรีตเปลือยผิววัสดุ ซึ่งช่วยบอกเล่าเนื้อแท้และการใช้งานของวัสดุแต่ละชนิดได้อย่างชัดเจน

บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
ออกแบบช่องหน้าต่างให้มีลักษณะเป็นเบย์วินโดว์ยื่นออกไปพร้อมฐานกว้างเพียงพอสำหรับนั่งพักผ่อน ช่วยเปิดรับวิวและดึงบรรยากาศธรรมชาติภายนอกเข้ามาสู่พื้นที่พักผ่อนได้อย่างใกล้ชิด
บ้านหลังเล็กของสถาปนิก
ออกแบบผนังหัวเตียงทรงจั่วล้อกับอาคารหลักเพื่อกั้นพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ในห้องนอนฝ้าเพดานสูงที่เปิดหลังคาบางส่วนกรุกระจกใส เปิดรับแสงธรรมชาติและมองเห็นดวงดาวยามค่ำคืน

บ้านหลังนี้จึงเป็นทั้งพื้นที่ทดลองและเรียนรู้ของสถาปนิก ที่ใส่ใจทั้งเรื่องสเปซและการเลือกใช้วัสดุอย่างเรียบง่าย เปิดรับธรรมชาติและออกแบบพื้นที่ให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่น “ตรีมอกาเซ๊ะห์” ขอบคุณบ้านแบซีที่ต้อนรับและแบ่งปันเรื่องราว ทำให้เราได้รู้จักบ้านเล็กหลังนี้ ได้เห็นมุมมองการออกแบบที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ แม้พื้นที่จะอยู่ห่างไกลเกือบสุดปลายด้ามขวาน

เจ้าของ-ออกแบบ : IN_T_AF STUDIO โดยคุณอาซีซี ยีเจะแว

จัดสวน : yard landscape

บ้านหลังนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับพฤศจิกายน 2569 คลิกสั่งซื้อที่นี่

เรื่อง : ปาราเมศ เมนะเนตร

ภาพ :ฤทธิรงค์  จันทองสุข, ณัฐวุฒิ เพ็งคำภู

บ้านจั่วสีขาวมินิมัล ในเมืองปัตตานี ที่เด่นด้วยช่องลมสร้างลวดลายเฉพาะตัว

รวมบ้านโมเดิร์นหลังเล็ก ฟังก์ชันครบ