คอนโดรีโนเวตใหม่ ให้เป็นบ้านที่ไม่ได้ตกแต่งด้วยธีม แต่ตกแต่งด้วยความรู้สึก
คอนโดรีโนเวตใหม่ แห่งนี้มีจุดเริ่มต้นจากโจทย์ที่ “อยากให้ห้องนี้ไม่เหมือนอยู่ประเทศไทย” ได้ผลลัพธ์เป็นบ้านที่ยังคงความทรงจำจากพื้นที่เดิมไว้บางส่วน พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงในทุกมุม จนเจ้าของบ้านเองก็ยอมรับว่า “ที่นี่ดูเป็นบ้านจริงๆ”
Design Directory : ออกแบบ Lexoda

คอนโดรีโนเวตใหม่ แห่งนี้ตั้งอยู่ในโครงการบ้านทิวคลื่น หัวหิน เริ่มต้นจากห้องที่มีฟังก์ชันและบรรยากาศอยู่แล้วในระดับหนึ่ง แต่เจ้าของบ้านต้องการมากกว่านั้น โดยอยากให้พื้นที่นี้กลายเป็นบ้านพักตากอากาศที่ให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปอย่างชัดเจนจากชีวิตประจำวัน
โจทย์ที่เจ้าของบ้านมอบให้ไม่ใช่ชื่อสไตล์การตกแต่งที่ตายตัว แต่เป็นความรู้สึกล้วนๆ นั่นคือ “อยากให้ห้องนี้ไม่เหมือนอยู่ประเทศไทย” ไม่มีอะไรที่ดูคุ้นเคยจนเกินไป และที่สำคัญที่สุดคืออยากให้เป็นพื้นที่ที่ทุกครั้งที่เดินทางมาถึงหัวหินจะรู้สึก “อยากกลับมา”
เมื่อเจ้าของบ้านไม่ได้เลือกสไตล์ แต่เลือกจากความรู้สึก
โปรเจ็กต์นี้ทำให้ คุณเล็ก – นภาภรณ์ โพธิรัชต์ นักออกแบบผู้อยู่เบื้องหลังงานนี้ต้องกลับมาทบทวนวิธีคิดในการออกแบบของตัวเองใหม่ เพราะไม่สามารถใช้กรอบหรือภาษาการออกแบบแบบที่เคยใช้กับบ้านหลังอื่นๆ ได้ทั้งหมดอีกต่อไป
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเหมือนการพับเก็บความคุ้นเคยของตัวเองไว้ชั่วคราว แล้วเปิดพื้นที่ให้สิ่งที่อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกของนักออกแบบเอง แต่ต้องนำมาผสมผสานให้ออกมาสวยงาม เหมาะสม และยังคงลายเซ็นการทำงานของตัวเองไว้อยู่
ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้ห้องสวยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่เจ้าของบ้านชอบจริงๆ แม้เจ้าตัวจะไม่สามารถนิยามความชอบนั้นออกมาเป็นสไตล์ที่ชัดเจนได้ก็ตาม ประโยคที่เจ้าของบ้านเคยพูดไว้ว่า “ไม่รู้ว่าตัวเองชอบแนวไหน แต่รู้ว่าชอบสีประมาณนี้” กลายเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของการออกแบบทั้งหมด



เลือกของเหมือนเลือกเพลงใน Playlist
เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง สิ่งแรกที่สัมผัสได้จึงไม่ใช่สไตล์ใดสไตล์หนึ่งที่ชัดเจน แต่เป็นองค์ประกอบหลากหลายที่ถูกเลือกมาอยู่ร่วมกันอย่างตั้งใจ
หากบ้านหลายหลังเริ่มต้นจากธีมเดียวกัน แล้วค่อยเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ห้องนี้กลับทำงานในแบบตรงกันข้าม นั่นคือเลือกของเหมือนเลือกเพลงใน Playlist ไม่จำเป็นต้องมาจากหมวดหมู่เดียวกัน แต่เมื่อนำมาเปิดพร้อมกันแล้วกลับฟังเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
สี วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ รูปทรง และของตกแต่งจึงมีความหลากหลายสูง แต่ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันด้วยความรู้สึกเดียวกัน ทำให้ห้องมีคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวที่หาที่ไหนไม่ได้ และที่สำคัญคือยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของเจ้าของบ้านได้อย่างครบถ้วน
พื้นที่นั่งเล่น: สวยได้ และต้องใช้งานจริง
มุมนั่งเล่นออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตได้หลากหลายรูปแบบ โซฟาชุดใหญ่ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อสร้างภาพให้ห้องดูสวยหรือหรูขึ้นเท่านั้น แต่ต้องนอนได้จริง โดยมีขนาดใหญ่พอๆ กับเตียงเดี่ยว แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ อย่างเก้าอี้ ก็คิดขึ้นจากพฤติกรรมการใช้งานจริงของเจ้าของบ้าน ต้องนั่งไขว้ขาแบบขัดสมาธิได้ จึงไม่ได้เลือกจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจากความรู้สึกเวลาได้ใช้งานจริงด้วย นี่คือแนวคิดที่แทรกอยู่ตลอดทั้งห้อง ของทุกชิ้นต้องสวยในแบบของมันเอง และต้องอยู่ร่วมกับชีวิตของเจ้าของบ้านได้จริง


มุมรับประทานอาหาร: โต๊ะสวยโก้ที่ต้องกินชาบูได้
พื้นที่รับประทานอาหารเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดของบ้านหลังนี้ได้ชัดเจนที่สุด โต๊ะอาหารที่ดูสวยโก้และมีบุคลิกเฉพาะตัว ไม่ได้ถูกเลือกเพียงเพื่อให้เข้ากับภาพรวมของห้อง แต่โจทย์จริงจากเจ้าของบ้านคือ ต้องนั่งกินชาบูได้ด้วย นี่คือการออกแบบที่เริ่มต้นจากชีวิตจริงก่อน แล้วจึงนำความสวยงามเข้ามาผสมผสาน ไม่ใช่การทำให้พื้นที่ดูดีเฉพาะในภาพถ่าย แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เจ้าของบ้านอยากใช้งานจริงในทุกวัน

ทางเข้า: พื้นที่เล็กๆ ที่คิดถึงการใช้งาน
บริเวณทางเข้ามีม้านั่งตัวยาววางอยู่ นอกจากจะช่วยสร้างจังหวะให้พื้นที่แล้ว ยังมีหน้าที่ชัดเจนสำหรับวางกระเป๋าเดินทางหรือพักสัมภาระเวลากลับมาถึงห้อง เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่สะท้อนแนวคิดของงานทั้งหมด เพราะแม้แต่พื้นที่ที่อาจถูกมองข้าม ก็ยังออกแบบขึ้นจากพฤติกรรมจริงของผู้อยู่อาศัย


ความทรงจำจากห้องเดิมที่ถูกเก็บไว้
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของห้อง มีสองสิ่งที่เจ้าของบ้านเลือกเก็บไว้เป็นความทรงจำจากพื้นที่เดิม ได้แก่ ภาพเพ้นต์บนบานช่องเซอร์วิส และเตียงไม้ ของสองชิ้นนี้ไม่ได้ถูกเก็บไว้เพียงเพราะเป็นของเดิม แต่เป็นเหมือนชิ้นส่วนของความทรงจำที่ถูกนำมาอยู่ร่วมกับสิ่งใหม่ ทำให้ห้องที่ผ่านการรีโนเวตแล้วยังคงมีเรื่องราวของพื้นที่เดิมหลงเหลืออยู่







จากสิ่งที่ไม่คุ้นเคย สู่พื้นที่ที่รู้สึกเป็นของตัวเอง
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของห้องนี้อาจไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่คือการที่องค์ประกอบต่างๆ ค่อยๆ ถูกเพิ่มเข้ามาทีละนิด จากของที่ตอนแรกอาจดูไม่คุ้นเคย กลับสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวในที่สุด
ความกล้าของเจ้าของบ้านในการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ทำให้นักออกแบบมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะทดลองกับส่วนผสมที่หลากหลาย และเมื่อห้องเสร็จสมบูรณ์ ภาพที่ปรากฏออกมากลับเป็นกลุ่มสีและบรรยากาศแบบเดียวกับที่เจ้าของบ้านเคยบอกไว้ตั้งแต่ต้นว่า “ไม่รู้ว่าตัวเองชอบแนวไหน แต่ชอบสีแนวนี้”


ห้องคอนโดที่เป็นบ้านจริงๆ
สุดท้ายแล้ว ห้องนี้จึงไม่ได้เกิดจากการกำหนดสไตล์ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น แต่เกิดจากการค่อยๆ ค้นหาความรู้สึกที่ใช่ไปพร้อมกันระหว่างเจ้าของบ้านกับนักออกแบบ เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงเลือกให้คุณเล็กเป็นผู้ออกแบบ คำตอบของเจ้าของบ้านมีเพียงประโยคเดียว “คุณเล็กทำบ้านให้ดูเป็นบ้านจริงๆ”
บางทีคำตอบนี้อาจเป็นหัวใจของงานทั้งหมด เพราะสำหรับบ้านหลังนี้ การออกแบบไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “บ้านควรเป็นสไตล์อะไร” แต่เริ่มจากคำถามว่า “เจ้าของบ้านอยากรู้สึกอย่างไรเมื่อได้กลับมาอยู่ที่นี่”




เมื่อคำตอบค่อยๆ ถูกค้นพบผ่านสี เฟอร์นิเจอร์ ของเก่า ของใหม่ และรายละเอียดเล็กๆ ในแต่ละมุม สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงห้องที่ตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความรู้สึกและวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในนั้นอย่างแท้จริง เพราะท้ายที่สุดแล้ว บ้านที่ดีอาจไม่ใช่บ้านที่มีสไตล์ชัดเจนที่สุด แต่คือบ้านที่เมื่อกลับเข้ามาแล้ว รู้สึกได้ทันทีว่าที่นี่คือบ้านของเรา
เจ้าของ: คุณปริมพัชร์ กิตติ์อัครโกสิน
ออกแบบ : Lexoda โดยคุณนภาภรณ์ โพธิรัชต์
เรียบเรียง : Tarnda
ภาพ : พิชาญ สุจริตสาธิต
อาร์ตไดเร็กเตอร์ : ภัทรสิริ อภิชิต
สไตล์ : มงคล โปตะวณิช