บ้านนกกระจาบ เรือนไม้เก่าขนาด 60 ตารางเมตร บนโครงเหล็กนั่งร้าน ผลงานทดลองของสถาปนิกช่างไม้แห่งแม่สาย
เรือนไม้เก่าขนาดกะทัดรัด ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สร้างอย่างเรียบง่าย ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น โดยมีไม้เก่าเป็นวัสดุหลัก ตามปณิธานของสถาปนิกช่างไม้ผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อยากใช้บ้านหลังนี้เป็นพื้นที่ทดลองความคิดของตัวเองอย่างเต็มที่
Design Directory : ออกแบบและก่อสร้าง SEK Timber Architecture

บ้านไม้หลังเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้ในอำเภอแม่สายคือผลลัพธ์ของความรักในงานไม้และการทดลองมา ตลอดหลายปีของคุณเสก

หากพูดถึงบ้านไม้สักหลังหนึ่งที่เจ้าของบ้านเป็นทั้งสถาปนิก ช่างไม้ และผู้รับเหมาในเวลาเดียวกัน คงยากจะหาบ้านหลังใดที่บอกเล่าตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้ชัดเจนเท่า “บ้านนกกระจาบ” เรือนไม้เก่าขนาดกะทัดรัด ที่มีพื้นที่ใช้สอย 60 ตารางเมตรในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ของ คุณเสก-ประเสก ฝาคำ สถาปนิกช่างไม้ แห่ง SEK Timber Architecture ผู้คลุกคลีอยู่กับงานก่อสร้างอาคารไม้ และใช้บ้านหลังนี้เป็นพื้นที่ทดลองความคิดของตัวเองอย่างเต็มที่
ฝากลายเซ็นสถาปนิกช่างไม้ไว้ใน “บ้านนกกระจาบ”
“ตั้งชื่อบ้านหลังนี้ว่า ‘นกกระจาบ’ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ‘สถาปนิกแห่งท้องทุ่ง’ นกกระจาบจะสร้างรังของมันอย่างประณีตสวยงาม ก็สื่อถึงจุดเริ่มต้นของบ้านนี้ที่มาจากความปรารถนาจะสร้างงานสถาปัตยกรรมที่เป็นลายเซ็นของตัวผมเอง”
คุณเสกอาศัยพื้นฐานความรู้ทางสถาปัตยกรรมที่ร่ำเรียนมา ผนวกกับคำชี้แนะจากครูอาจารย์ที่ทำให้เขาเข้าใจ คุณสมบัติของไม้อย่างลึกซึ้ง จากนั้นจึงออกเดินทางแสวงหาความรู้เรื่องการก่อสร้างอาคารงานไม้พื้นถิ่นในภูมิภาคนี้ ด้วยตัวเอง เขาพาตัวเองไปขลุกอยู่ในแคมป์ก่อสร้างนานนับปี ทดลองทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า สวมทุกบทบาทในไซต์งาน ตั้งแต่สถาปนิก นายช่าง กรรมกร ไปจนถึงคนซื้อของและพ่อครัว
ตลอดหลายปีที่ทำงานรับเหมา คุณเสกเล่าอย่างติดตลกว่าแทบไม่ค่อยมีกำไรเท่าไหร่นัก เพราะรายได้ส่วนใหญ่มักหมุนเวียนกลับไปเป็นค่าเครื่องมือและค่าใช้จ่ายในการทดลองทำสิ่งแปลกใหม่ ซึ่งมีทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะทดลองและพัฒนากันต่อไปเรื่อยๆ

ออกแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะบ้านตัวเองคืองานอดิเรก
คุณเสกออกแบบบ้านหลังนี้มาไม่ต่ำกว่า 3 แบบ และล้มแบบของตัวเองไปเรื่อย ๆ เพราะเขามองว่าการออกแบบบ้านของตัวเองเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องถามความเห็นใครว่าชอบหรือไม่ชอบ คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ตัวเขาเอง กระทั่งแบบล่าสุดที่ใช้เวลาคิดไม่นานนัก แต่กลับรู้สึกชัดเจนและถูกใจ จึงได้ฤกษ์ลงมือก่อสร้าง โดยขึ้นโครงสร้างไว้ก่อน ไม่มีกำหนดว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด ทำเท่าที่กำลังทรัพย์จะเอื้ออำนวย เพราะถ้ารอให้พร้อมทุกอย่างก่อนคงไม่มีวันได้เริ่มลงมือสักที
โดยตัวบ้านนั้นสร้างอย่างเรียบง่าย ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น มีไม้เก่าเป็นวัสดุหลัก เป็นไม้ที่คุณเสกซื้อเก็บไว้ตามกำลังทรัพย์ รวมกับไม้ตกเกรดที่ไม่ได้นำไปใช้กับงานลูกค้าถูกสะสมไว้เรื่อยมา ด้วยความหวังว่าสักวันจะได้นำมาสร้างบ้านของตัวเอง

ด้านหน้าบ้านเป็นห้องโถงโครงสร้างติดพื้นดิน เปิดรับลมและแสงธรรมชาติได้รอบด้าน

ตัวบ้านสร้างอย่างเรียบง่าย ใช้ไม้เก่าเป็นวัสดุหลัก โดยทำชายคายื่นยาวออกมาปกป้องผนังไม้จากแดดฝน
นั่งร้านเหล็กที่กลายเป็นโครงสร้างบ้าน
หนึ่งในความน่าสนใจที่สุดของ เรือนไม้เก่าขนาดกะทัดรัด หลังนี้คือการเลือกใช้นั่งร้านเหล็กระบบลิ่มล็อกมาเป็นโครงสร้างฐานยกพื้นของบ้าน แทนที่จะใช้เสาเข็มหรือฐานรากคอนกรีตแบบทั่วไป แนวคิดนี้เกิดจากความต้องการลดระยะเวลาการก่อสร้างอาคารไม้ลง เพราะบ้านไม้หนึ่งหลังมักใช้เวลาก่อสร้างนานกว่าบ้านปูนมาก ยิ่งใช้เวลานาน ช่างฝีมือก็หายาก ค่าก่อสร้างก็ยิ่งบานปลายตามไปด้วย

โครงสร้างเหล็กที่นำมาใช้เป็นนั่งร้านลิ่มล็อกผลิตจากเหล็กหนา 3.2 มิลลิเมตร ชุบกัลวาไนซ์หนา 200 ไมครอน เป็นระบบโมดูลาร์ที่รับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยถึง 2,000 กิโลกรัมต่อต้น และหากกรอกปูนหรือหล่อคอนกรีตลงในรูเสาเพิ่มเติม ก็จะยิ่งเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักขึ้นไปอีก คุณสมบัติเหล่านี้เพียงพอสำหรับการทำฐานยกพื้นรองรับโครงสร้างไม้พื้นที่ใช้สอย 36 ตารางเมตร โดยใช้เสาทั้งหมด 20 ต้น และสัดส่วนผังอาคารทั้งหมดถูกคำนวณมาจากระยะห่างช่วงเสามาตรฐานของนั่งร้านลิ่มล็อกที่ 1.524 x 1.524 เมตร
ข้อดีของการยกพื้นด้วยวิธีนี้คือช่วยจัดการเรื่องความชื้นและสอดส่องดูแลปัญหาปลวกได้เป็นอย่างดี ส่วนรายละเอียดของงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นจุดต่อระหว่างปูนกับเหล็ก เหล็กกับไม้ ไม้กับไม้ หรือเหล็กกับเหล็ก รวมถึงภาษาทางสถาปัตยกรรมโดยรวม ล้วนถูกคิดและออกแบบมาให้ดูเรียบร้อย เรียบง่าย ร่วมสมัย อยู่กึ่งกลางระหว่างความเก่ากับความใหม่ แต่ยังคงมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคเหนือซ่อนอยู่


ร่องรอยของโครงสร้างเหล็กนั่งร้านที่ยกตัวบ้านขึ้นจากพื้น ผสานเข้ากับผนังไม้เก่าอย่างลงตัว ซึ่งมีข้อดีคือช่วยจัดการเรื่องความชื้นและสอดส่องดูแลปัญหาปลวก
ชั้นล่าง: ห้องโถงรับลม ครัวที่มีชีวิต
การจัดพื้นที่ภายในบ้านแบ่งออกเป็นสองระดับตามลักษณะโครงสร้าง ส่วนหน้าบ้านเป็นห้องโถงที่วาง โครงสร้างติดพื้นดิน ผนังโดยรอบเปิดด้วยประตูหน้าต่างหลายบาน ให้ลมพัดผ่านพาความชื้นออกจากตัวบ้านได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้านจะพบกับห้องครัวที่แม้จะดูเป็นครัวธรรมดา แต่เมื่อจัดเรียงข้าวของเครื่องครัว ให้เป็นระเบียบและมีจังหวะ ก็กลับช่วยตกแต่งบ้านให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ไม่น้อย
ด้วยความเป็นคนไทย เมื่อมีแขกไปใครมา พื้นที่ตรงนี้จึงถูกใช้งานอย่างเต็มที่ ทั้งทำอาหารไปพร้อมกับพูดคุยไป และนั่งรับประทานอาหารกันที่โต๊ะกินข้าวซึ่งอยู่ใกล้กัน ทำให้หยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ได้สะดวกตลอดเวลา


บานหน้าต่างไม้แบบพับเปิดสามชั้น นอกจากดูสวยงามแล้วยังเปิดเพื่อช่วยระบายอากาศได้เต็มที่


ครัวจัดวางเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของอย่างเป็นระบบ ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย


หม้อ กระทะ และภาชนะครัวถูกแขวนเรียงรายอย่างเป็นระบบ กลายเป็นองค์ประกอบตกแต่งที่สะท้อนวิถีชีวิตของเจ้าของบ้าน

ถัดจากมุมนั่งเล่น-รับประทานอาหาร เป็นบันไดไม้เชื่อมต่อไปยังโซนยกพื้น ผนังไม้เก่าเรียงตัวเป็นจังหวะ ให้ความรู้สึกอบอุ่น

บันไดไม้เตี้ย ๆ เชื่อมต่อพื้นที่ชั้นล่างกับโซนยกพื้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ชั้นยกพื้น: พื้นที่ทำงาน พักผ่อน และห้องนอนบนพื้นไม้ตะเคียนทอง
ถัดจากส่วนครัวขึ้นไปคือโซนยกพื้นซึ่งปูด้วยไม้ตะเคียนทอง ไม้เนื้อดีที่แม้จะมีเรื่องเล่าลี้ลับเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์และผีสางตามความเชื่อพื้นบ้าน แต่ในมุมมองของคนที่ศึกษาเรื่องงานไม้อย่างคุณเสกแล้วกลับพบว่าไม้ตะเคียนถูกนำมาใช้สร้างบ้านตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ของไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยคุณสมบัติเป็นไม้เนื้อแข็ง ที่ตัด ไส แต่ง และชักเงาได้ง่าย ทนทานต่อปลวก และมีความคงทนตามธรรมชาติสูง ภายในโซนยกพื้นนี้ประกอบด้วยมุมทำงาน ห้องโถงพักผ่อน ห้องน้ำ และชั้นบนสุดคือห้องนอนของเจ้าของบ้าน

มุมทำงานที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างชั้นเก็บของไม้ เปิดหน้าต่างบานใหญ่รับวิวสีเขียวจากภายนอก

มุมแต่งตัวที่จัดเรียงเสื้อผ้าแขวนในตู้กระจกไม้สไตล์งานบิลท์อินอย่างเป็นระเบียบ หยิบใช้งานสะดวก ในมุมนี้ยังมีหน้าต่างรับแสงธรรมชาติ และสามารถเลือกปิดมิดชิดได้ในยามที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือป้องกันมลพิษจากภายนอก
บ้านไม้ที่รับมือปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้
โดยรอบบ้านยังมีประตูหน้าต่างให้เลือกปิดมิดชิดได้ในยามที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือป้องกันอากาศภายนอก หรือเปิดรับลมและทิวทัศน์ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศและระบบเติมอากาศ ทำให้ภายในห้องมีแรงดันเป็นบวก ช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงในช่วงหน้าแล้งของภาคเหนือได้เป็นอย่างดี

มุมพักผ่อนที่ผสมผสานเฟอร์นิเจอร์นุ่มสบายเข้ากับผนังไม้เก่าและของสะสม สังเกตว่ามีหน้าต่างให้เลือกปิดมิดชิดได้ พร้อมติดตั้งระบบปรับอากาศและระบบเติมอากาศ ทำให้ภายในห้องมีแรงดันเป็นบวก ช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5

ห้องน้ำกรุกระเบื้องโทนเอิร์ธโทนเรียบง่าย อาศัยแสงธรรมชาติจากช่องหลังคาช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งสบาย
บ้านที่เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและบทพิสูจน์ตัวตน
บ้านนกกระจาบจึงไม่ใช่เพียง เรือนไม้เก่าขนาดกะทัดรัด สำหรับพักอาศัยเท่านั้น แต่ยังเป็นผลลัพธ์ของประสบการณ์ ความเชื่อ และการทดลองตลอดหลายปีในเส้นทางของสถาปนิกช่างไม้อย่างคุณเสก ที่เลือกใช้วัสดุเก่า โครงสร้างที่ แปลกใหม่ และภูมิปัญญาพื้นถิ่น มาผสมผสานกันจนกลายเป็นบ้านที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา แต่เต็มไปด้วย รายละเอียดที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบในทุกจุด
เจ้าของ : คุณประเสก ฝาคำ
ออกแบบและก่อสร้าง : SEK Timber Architecture
เรียบเรียง : Tarnda
ภาพ : ปฏิเวธ ยืนธรรม