บ้านฟาซาดขาว ที่ซ่อนความงามไว้ภายใน - บ้านและสวน
บ้านฟาซาดขาว

บ้านฟาซาดขาว ที่ซ่อนความงามไว้ภายใน

บ้านฟาซาดขาว ในรูปลักษณ์ตึกแถว 3 คูหา ที่รีโนเวตให้กลายเป็นทั้งออฟฟิศและบ้านพักอาศัยบนพื้นที่ใช้สอยกว่า 680 ตารางเมตร โดยเจาะคอร์ตกลางอาคาร ให้แสงและอากาศไหลเข้าถึงพื้นที่ด้านในและเป็นไอเดีย “ยืมวิวต้นไม้” โดยจัดวางตำแหน่งสวนในคอร์ตให้สอดคล้องกับแนวต้นไม้ใหญ่ของบ้านฝั่งตรงข้าม จนเกิดภาพต่อเนื่องที่ทำให้รู้สึกเหมือนบ้านมีสวนกว้าง

Design Directory : สถาปนิก Studionomad

ภาพตึกแถว 3 คูหาก่อนการรีโนเวต และหลังการรีโนเวตที่ตัวบ้านดูโดดเด่นสะดุดตาด้วยฟาซาดสีขาวที่ช่วยกรองแสงและเพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับที่พักอาศัย

ชั้นล่างเป็นออฟฟิศออกแบบให้เป็นมุมต้อนรับด้วยโซฟาชุดใหญ่เข้ามุมและเปิดรับแสงสว่างเข้ามาสู่พื้นที่ภายใน

เดินผ่านประตูเข้าไปจะเป็นโซนออฟฟิศที่ออกแบบไว้อย่างเรียบง่าย

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านฟาซาดสีขาวของอาคาร ซ่อนความเป็นส่วนตัวไว้เบื้องหลังโครงสร้างที่ดูมีมิติราวกับประติมากรรม คือภาพแรกที่ทักทายทุกคนที่ผ่านไปมาในซอยที่รถราสัญจรอย่างเร่งรีบย่านกลางเมือง ก่อนจะรู้ว่าเบื้องหลังฟาซาดนี้คือตึกแถวเก่าอายุกว่า 40 ปี ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงเย็บสิ่งทอและบ้านพักพนักงาน ก่อนได้รับการรีโนเวตครั้งใหญ่ให้กลายเป็นทั้งออฟฟิศและบ้านพักอาศัยบนพื้นที่ใช้สอยกว่า 680 ตารางเมตร ท่ามกลางข้อจำกัดของตึกแถวที่ถูกขนาบด้วยอาคารทั้งสองฝั่ง มีเพียงด้านหน้าที่เปิดรับแสงและวิว นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งเจ้าของบ้านและสถาปนิกต้องช่วยกันคิดใหม่ทั้งหมดว่าจะรีโนเวตอาคารเก่านี้ให้กลายเป็นบ้านในฝันได้อย่างไร

ตึกแถว 3 คูหาถูกซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนช่วงโควิด-19 เพื่อธุรกิจที่กำลังขยายตัว เจ้าของบ้านต้องการออฟฟิศใจกลางเมืองในย่านนี้ที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด เมื่อเทียบกับการซื้อที่ดินใหม่นอกเมืองในงบประมาณเดียวกัน การรีโนเวตตึกเก่าจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่าสำหรับ คุณเร-เรวดี ณ วิทยานันท์ เจ้าของบ้านหลังนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้คุณเรเคยอยู่ตึกแถวและคอนโดมาแล้ว จึงค่อนข้างชัดเจนว่าอยากได้อะไรในบ้านหลังใหม่

ส่วนที่พักอาศัยเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับโถงต้อนรับแยกไปฝั่งซ้ายและขวา ใช้โทนสีขาวละมุนตาประกอบกับการแต่งเติมด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่น่าสนใจ

ชั้น 2 ออกแบบให้เป็นห้องนั่งเล่นเปิดโล่งมองเห็นสวนคอร์ตด้านข้างที่ทุบพื้นชั้น 3 ออกไปบางส่วน ทำให้ชั้นนี้ได้รับแสงสว่างผ่านกระจกใสลึกเข้ามาถึงพื้นที่ด้านใน

มุมนั่งเล่นกับโซฟาโค้งเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวยที่คุณเรเลือกมาเอง ด้านหลังเป็นกระจกใสมองเห็นบันไดขึ้นไปชั้น 3

ทีมสถาปนิกคือ คุณชช-ชชย์ อัศวสุธีรกุล และคุณโต๋-ธโนกร หวังพีระวงศ์ จาก Studionomad ซึ่งเป็นเพื่อนกับคุณเรมาตั้งแต่เรียนอินทีเรียร์ เคยเห็นผลงานการรีโนเวตมาก่อนจึงเชื่อฝีมือและมอบโจทย์ที่ท้าทายให้ “ลองสร้างภาพใหม่ว่าตึกแถวสามารถเป็นอะไรได้มากกว่าตึกแถว” และคุณเรเองมีภาพในใจค่อนข้างชัดเจน รู้สไตล์ที่ชอบคือ ”เรียบที่ไม่เรียบ” ไม่ใช่ความจัดจ้านจนรกตา หรือเรียบนิ่งจนน่าเบื่อ และอยากให้มีความ Exotic แทรกอยู่ในบางมุม การรีโนเวตจึงเริ่มต้นขึ้น

โจทย์นี้นำไปสู่แนวคิดว่าบ้านหลังนี้ต้องมีทั้งแสงและความเป็นส่วนตัวไปพร้อมกัน ไม่ใช่แค่เอาวัสดุมาแปะหน้าตึก แต่ต้องสื่อถึง “การเคลื่อนไหว” อยู่ในตัวเอง ทีมสถาปนิกจึงเริ่มต้นด้วยการใช้กริดไลน์เดิมของอาคารมาเป็นจุดตั้งต้นแล้วค่อยๆ ปรับระดับความทึบ-โปร่งของฟาซาดให้สอดคล้องกับความต้องการความเป็นส่วนตัวของแต่ละชั้น ยิ่งสูงยิ่งต้องมิดชิด กลายเป็นภาษาการออกแบบที่ตอบทั้งเรื่องแสงและความปลอดภัย

บ้านใช้สีขาวเป็นหลักแต่เพิ่มความน่าสนุกในบ้างมุมด้วยการเลือกวัสดุที่มีลวดลายตามธรรมชาติอย่างในมุมแพนทรี่ที่ตกแต่งด้วยหินลายสวยทั้งผนังและไอส์แลนด์

คุณเรจบด้านอินทีเรียร์มาเมื่อได้กลับมาแต่งบ้านตัวเองก็ได้สนุกกับการหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านในสไตล์ที่ชอบ

บรรยากาศสบาย ๆ ที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเองหลังจากทำงานมาทั้งวัน

หัวใจสำคัญของบ้านหลังนี้อยู่ที่การเจาะคอร์ตกลางอาคาร ให้แสงและอากาศไหลเข้าถึงพื้นที่ด้านในและเป็นไอเดีย “ยืมวิวต้นไม้” โดยจัดวางตำแหน่งสวนในคอร์ตให้สอดคล้องกับแนวต้นไม้ใหญ่ของบ้านฝั่งตรงข้าม จนเกิดภาพต่อเนื่องที่ทำให้รู้สึกเหมือนบ้านมีสวนกว้าง กลายเป็นพื้นที่กึ่งเอาต์ดอร์ที่ให้วิวธรรมชาติกับห้องนั่งเล่นแม้จะอยู่ในตึกแถว

ความเป็นส่วนตัวของบ้านไล่ระดับขึ้นไปทีละชั้น เริ่มจากชั้น 1 ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สุด เป็นออฟฟิศ มุมต้อนรับ และเวิร์กช็อปช่าง ก่อนจะขยับขึ้นสู่ชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องนั่งเล่นหลักกึ่งส่วนกลาง-กึ่งส่วนตัว รับแขกและเพื่อนสนิท พื้นที่นี้สื่อถึงสไตล์ของบ้านได้อย่างชัดเจนตั้งแต่โถงต้อนรับ ที่ออกแบบเป็นซุ้มโค้งนำทางเข้าสู่พื้นที่ด้านใน ผนังสีขาวนวลช่วยตกแต่งผนังในจังหวะที่กลมกล่อม ตัดด้วยพื้นลายไม้และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญไม่กี่ชิ้น จุดเด่นคือมุมแพนทรี่ที่เลือกใช้หินลายสวยเป็นไอส์แลนด์ตรงกับโต๊ะรับประทานอาหารและสวนคอร์ตตรงหน้า “มุมแพนทรี่เป็นมุมโปรดเลยนะ ชอบเอาเก้าอี้มานั่งตรงนี้ นั่งกินข้าวไปมองต้นไม้ไปก็รู้สึกดี บรรยากาศมันผ่อนคลาย” คุณเรบอกกับเรา ถึงแม้จะอยู่ชั้น 2 แต่ระยะห่างจากตึกฝั่งตรงข้ามไม่ได้ไกลมากนัก ด้านหน้าติดตั้งแผ่น Perforated เป็นฟาซาดจึงช่วยกรองสายตาจากคนภายนอกได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด ต้นไม้ในคอร์ตที่ทะลุขึ้นไปถึงชั้น 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ของครอบครัว มีทั้งห้องนอนคุณพ่อที่หันเข้าคอร์ตเห็นวิวต้นไม้แทนถนน และห้องนั่งเล่นของหลานที่ได้วิวสวนคอร์ตเดียวกัน

สวนคอร์ตที่ทุบพื้นชั้น 3 ออกเพื่อเปิดรับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้เป็นจุดนำสายตาไปสู่แนวต้นไม้ของบ้านตรงข้าม

บันไดขั้นแรกใช้หินลายสวยที่มีสีเขียวเข้มแซมอยู่ ต่อเนื่องกับรูปวาดสีเขียวไล่โทนอ่อน-เข้มที่คุณเรวาดเอง

ภาพเพ้นต์เป็นของแต่งบ้านอีกชิ้นที่จะเห็นได้ในหลาย ๆ มุมของบ้าน ซึ่งช่วยเติมสีสันเปลี่ยนอารมณ์ของพื้นที่นั้นได้เป็นอย่างดี

ห้องนอนคุณพ่อออกแบบหัวเตียงเป็นผนังโค้งซ่อนไฟและมองเห็นต้นไม้ในสวนคอร์ตตรงหน้า

ห้องนั่งเล่นของหลาน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สวยและเปิดมุมมองเห็นวิวสวนคอร์ตได้เช่นกัน

ชั้นลอยคือเพ้นต์เฮาส์ส่วนตัวของคุณเร มีห้องนอน ห้องน้ำ และวอล์กอินคลอเซตเชื่อมต่อกันเป็นวงลูปเพื่อความสะดวก พื้นที่ไม่ใหญ่แต่แบ่งเป็นสัดส่วนพอดีตัว หน้าต่างในห้องนอนช่วงล่างยกสูงขึ้นเป็นพิเศษเพื่อบังตึกและสิ่งรบกวนสายตา สถาปนิกอธิบายว่า “เราตั้งใจให้ผนังช่วงล่างบังพวกตึกให้หมด เวลานอนอยู่บนเตียงเราจะเห็นแต่ท้องฟ้า” ทำให้บรรยากาศสงบราวกับอยู่บนตึกสูง ห้องน้ำมีเพียงบานเลื่อนกั้นและเปิดโล่งต่อเนื่องได้ อ่างอาบน้ำสีขาววางโดดเด่นตัดกับเคาน์เตอร์หินสีชมพูลายสวยที่อยู่ด้านหลัง ถัดจากห้องน้ำคือวอล์กอินคลอเซตที่เกิดจากคอลเล็กชันรองเท้าและกระเป๋าที่สะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน ออกแบบให้เนียนเรียบไปกับผนัง เก้าอี้สีชมพูนั่งสบายวางไว้ข้างไอส์แลนด์ในห้องแต่งตัวกลายเป็นมุมที่คุณเรมักจะมานั่งพักสบาย ๆ ก่อนเข้านอน

ชั้นบนสุดออกแบบให้เป็นเพ้นต์เฮาส์ส่วนตัวของคุณเร เมื่อเข้ามาในห้องจะพบกับมุมต้อนรับเล็ก ๆ ที่ตกแต่งด้วยหินธรรมชาติลวดลายสะดุดตา เป็นการเล่นกับเท็กซ์เจอร์ที่ดูสวยงามเข้ากับมุมนี้

มุมนั่งเล่นเล็ก ๆ ในห้องนอนกับโซฟาที่พี่สาวซื้อให้ลงตัวกับพื้นที่ตรงนี้พอดิบพอดี ผนังตกแต่งด้วยรูปเพ้นต์ที่มีสีสันเข้ากับมุมนี้

ห้องนอนขนาดกำลังดีต่อเนื่องกับห้องน้ำที่ลึกเข้าไปด้านใน ออกแบบให้ช่องหน้าต่างยกสูงขึ้นเล็กน้อยเป็นตำแหน่งที่มองออกไปเห็นวิวภายนอกและท้องฟ้าได้อย่างเต็มตา

เตียงนอนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกของห้องที่มีส่วนตกแต่งของไม้สีน้ำตาลแดงแซมอยู่ จึงเป็นที่มาของไฟหัวเตียงที่หอบหิ้วมาจากต่างประเทศ และโต๊ะข้างเตียงที่ต้องใช้หินสีนี้เท่านั้น รายละเอียดการเลือกของตกแต่งที่สวยงามลงตัวแน่นอนว่าเป็นฝีมือการเลือกของคุณเร

การรีโนเวตตึกแถวอายุกว่า 40 ปีไม่ใช่เรื่องง่ายแม้โครงสร้างหลักยังแข็งแรง แต่คอนกรีตบางจุดเสื่อมสภาพจนต้องซ่อมแซมใหม่ งานจึงเริ่มด้วยการทุบผนังออกเกือบทั้งหมด ทุบบันไดเก่าทั้ง 3 ชุด เปลี่ยนพื้นไม้บางส่วนพร้อมวางระบบน้ำ ระบบไฟ และห้องน้ำใหม่ทั้งหมด เหลือเพียงโครงสร้างหลักกับพื้นบางส่วนเท่านั้น คุณเรเล่าว่า “ตอนที่ทำเราปิดฟาซาดไว้ ด้วยความที่เรากลัวจะรบกวนรอบข้าง พอเปิดออกมาทุกคนฮือฮาเพราะมันเปลี่ยนไปเลย” เป็นโมเมนต์ที่ตอกย้ำว่าตึกแถวธรรมดาก็เปลี่ยนแปลงไปได้ไกลว่าที่คิด

วางอ่างอาบน้ำไว้กลางห้องเวลานอนแช่น้ำก็สามารถชมวิวนอกหน้าต่างได้อีกด้วย

แต่ละมุมสามารถกั้นพื้นที่แยกจากกันได้ง่ายๆด้วยบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในผนัง หรือถ้าเปิดออกก็สามารถเดินวนต่อเนื่องกันได้ทั้งห้อง

ห้องแต่งตัวตกแต่งอย่างเรียบง่ายโดยเน้นการออกแบบให้มีตู้และลิ้นชักเก็บของได้อย่างเป็นระเบียบไม่รกตา

เก้าอี้สีชมพูนั่งสบายในมุมแต่งตัวเป็นมุมโปรดของคุณเรที่มักจะมานั่งพักคูลดาวน์ก่อนเข้าก่อน

ตู้เก็บเสื้อผ้าออกแบบเรียบง่ายและมีชั้นโชว์สำหรับวางของสะสมชิ้นโปรดที่ต้องการมองเห็นและหยิบใช้ได้สะดวก

บ้านหลังนี้นอกจากความสวยงามแล้วความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด “เป็นบ้านที่กลับมาแล้วคือได้ชาร์จแบตตัวเอง ได้เยียวยาจิตใจในพื้นที่ของเรา ช่วงแรก ๆ ตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่ ยังบอกคุณชชเลยว่าเป็นบ้านที่อยู่แล้วมีความสุขมาก เพราะเรารู้สึกว่าเขาไม่ได้เปลี่ยน Identity เรา เราก็ไม่ได้เปลี่ยน Identity เขา เป็นการผสมผสานให้ออกมาเป็นเราทั้งคู่”

เจ้าของ : คุณเรวดี ณ วิทยานันท์

สถาปนิก : Studionomad โดยคุณชชย์ อัศวสุธีรกุล และคุณธโนกร หวังพีระวงศ์

บ้านหลังนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับสิงหาคม 2569 คลิกสั่งซื้อที่นี่


เรื่อง : jOhe

ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

สไตล์ : Suntreeya

Man Cave บ้านมือสอง ของหนุ่มสายแคมป์

20 บ้านตึกแถว ดีไซน์สวย น่าอยู่