เรือนไทยร่วมสมัย พรางตาจากภายนอก รับลมสู่ภายใน - บ้านและสวน
เรือนไทยร่วมสมัย

เรือนไทยร่วมสมัย พรางตาจากภายนอก รับลมสู่ภายใน

เรือนไทยร่วมสมัย ที่ดึงดูดสายตาด้วยระแนงแนวตั้งที่ล้อมรอบตัวบ้านเอาไว้อย่างมีจังหวะ ภายในออกแบบให้คนสามเจเนอเรชันที่มีวิถีชีวิตต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ

Design Directory :  ออกแบบ GLA Design Studio

เรือนไทยร่วมสมัย

บ้านที่โอบล้อมด้วยไม้ระแนงแนวตั้ง เล่นกับจังหวะที่แตกต่างกันทำให้ดูโดดเด่นแปลกตาจากบ้านหลังอื่นๆ

เรือนไทยร่วมสมัย

ฟาซาดไม้ช่วยพรางสายตาจากภายนอกได้แต่ยังยอมให้สายลมและแสงแดดไหลผ่านได้สะดวก ฟาซาดบางส่วนสามารถเลื่อนเปิดปิดได้เป็นการหยิบเอาลักษณะของ “บานไหล” ในเรือนไทยมาใช้ได้อย่างกลมกลืน

เรือนไทยร่วมสมัย

หลังคาทรงเพิงหมาแหงนวางซ้อนกันและเว้นจังหวะให้ช่วงตรงกลางเป็นหลังคาใสเพื่อให้แสงสว่างส่องผ่านลงไปถึงสวนคอร์ตที่อยู่ด้านล่าง

เรือนไทยร่วมสมัย

เรือนไทยร่วมสมัย หลังนี้เป็นบ้านที่อยู่รวมกันแบบครอบครัวใหญ่จึงมีสมาชิกในบ้านนี้ถึง 3 รุ่น ทั้ง คุณช้าง-มหิศร ว่องผาติ  คุณอร-ณัฐสุดา เลากุลรัตน์ น้องลิน-อลินตา ว่องผาติ ลูกสาววัยกำลังซน คุณตาสมชาติ คุณยายสมจิตร และคุณแอร์-นุชสุดา เลากุลรัตน์ น้องสาวของคุณอร จากบ้านหลังเก่าเป็นเรือนไทยยกสูงที่เริ่มทรุดโทรม ทั้งคับแคบจนแทบไม่มีพื้นที่ส่วนตัวและน้ำท่วมซ้ำซากในทุกหน้าฝน สู่บ้าน 3 ชั้นที่โดดเด่นแปลกตาแต่แอบซ่อนวิถีชีวิตแบบไทยๆ หลังระแนงไม้ที่โอบล้อมบ้านเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน

“อยากได้บ้านเรือนไทยโล่งๆ สูงโปร่ง เปิดรับลมได้ดี เคยเห็นโปรเจ็กต์ ‘บ้านเล็กวิลล่า’ ที่คุณแก้วออกแบบเป็นบ้านไทยที่มีกลิ่นอายพื้นถิ่นแต่ดูร่วมสมัย มีความโปร่งตรงกับสิ่งที่คิดไว้” คุณช้างเล่าถึงที่มาที่ไปที่ตัดสินใจเลือก คุณแก้ว – รินระดา นิโรจน์ สถาปนิกจาก GLA Design Studio มาออกแบบบ้านหลังนี้

เรือนไทยกลางเมือง

ความต้องการที่ดูเรียบง่ายกลับซ่อนความท้าทายไว้มากกว่าที่คิด ที่ดินผืนนี้ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ซอยที่มีบ้านพักอาศัยอยู่รอบด้าน ไม่มีวิวสวย ไม่มีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ และพื้นที่ค่อนข้างเล็กสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกอยู่ด้วยกันถึง 6 คน โจทย์ของคุณแก้วจึงไม่ใช่แค่การออกแบบบ้าน แต่คือการหาทางให้บ้านหลังนี้ “หายใจได้” บนพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด

บ้านเล็กวิลล่าอยู่ต่างจังหวัดมีวิวมีต้นไม้ล้อมรอบ แต่ที่นี่เป็นบรรยากาศในเมืองไม่มีวิวให้มอง จึงต้องตีโจทย์ใหม่ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมกลางเมือง คุณแก้วเล่าถึงการตีโจทย์ในบริบทที่ต่างกัน คำตอบที่ได้คือการหยิบความเป็นเรือนไทย (Vernacular Architecture) มาใช้ในรูปแบบที่ร่วมสมัย ยอมให้สายลม แสงแดดไหลผ่านได้ตามธรรมชาติ แต่ได้ความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน

ห้องนั่งเล่นชั้นล่างเป็นพื้นที่ต้อนรับเพื่อนๆ ญาติ พี่น้องที่แวะเวียนมาหา ออกแบบให้เป็นห้องที่เปิดโล่งรับลมธรรมชาติและมองเห็นสวนได้รอบด้าน

ภายในบ้านติดตั้งลิฟต์เพื่อความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ

ครัวไทยชั้นล่างสำหรับการทำอาหารแบบจริงจัง สามารถเปิดโล่งให้ถ่ายเทกลิ่นและควันได้สะดวก

ผนังที่หายใจได้

สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาเมื่อมาถึงหน้าบ้านคือระแนงแนวตั้งที่ล้อมรอบตัวบ้านเอาไว้อย่างมีจังหวะ ดูเผินๆ เหมือนเป็นแค่องค์ประกอบตกแต่ง แต่ความจริงแล้วทุกช่องไม้ที่เรียงกันอยู่นั้นผ่านการคิดมาเป็นอย่างดี

เราศึกษากันว่าถ้าบ้านที่อยู่รอบๆมองจากข้างนอกเข้าไปจะมองไม่เห็นคนที่อยู่ในบ้าน แต่ถ้าคนที่อยู่ในบ้านมองออกไปข้างนอกจะเห็นวิวข้างนอกได้มากกว่า สมมติเราอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้วเปิดหน้าต่างทั้งหมดเราก็ยังรู้สึกสบายใจ และมองเห็นวิวรอบๆ ได้ คุณแก้วอธิบายถึงหลักการทำงานของฟาซาดที่มีระยะห่างออกจากตัวบ้านเล็กน้อยทำให้การรับรู้และมองเห็นแตกต่างกัน

นอกจากเรื่องความเป็นส่วนตัวแล้ว ฟาซาดยังทำหน้าที่กรองแสงให้นุ่มนวลก่อนที่จะผ่านเข้าสู่ในบ้าน ทางเดินรอบบ้านที่อยู่ระหว่างระแนงกับผนังสร้างจังหวะของเงาที่เปลี่ยนไปตามเวลา ทำให้แสงที่ลอดเข้ามาไม่แข็งกระด้างในช่วงกลางวัน และยังช่วยให้ลมไหลผ่านได้อย่างอิสระไม่ถูกปิดกั้น และยังมีกิมมิกเล็กๆ ที่ทางสถาปนิกออกแบบให้บางส่วนของฟาซาดเลื่อนได้ เป็นการหยิบยืมแนวคิดของ “ฝาไหล” จากบ้านไทยมาตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัย เปิดเมื่ออยากรับลม ปิดเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว เรียบง่ายแต่ซ่อนรายละเอียดไว้ได้อย่างแนบเนียน

เรือนไทยร่วมสมัย

บริเวณชานบ้านต่อเนื่องออกมาจากครัวไทยวางโต๊ะกินข้าวให้ความรู้สึกเหมือนการนั่งเล่นสบายๆ ใต้ถุนบ้าน

รอบบ้านเหลือพื้นที่ไม่มากนักจึงเลือกทำสวนแบบง่ายๆ ด้วยการปลูกไม้ริมรั้วและโรยกรวดทางเดินรอบบ้าน

เรือนไทยร่วมสมัย

ใช้วัสดุที่หาได้ทั่วไปอย่างอิฐบล็อก นอกจากการก่อเป็นผนังธรรมดา ในบางตำแหน่งออกแบบให้มีการเว้นจังหวะสลับกันไปมาเกิดเป็นช่องให้มองเห็นไปถึงหน้าบ้าน

เรือนไทยร่วมสมัย

ชั้น 2 ออกแบบให้ชานกว้างเหมือนบ้านเรือนไทยที่ใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ของครอบครัว หรือนั่งเอกเขนกรับลมที่ไหลผ่านบริเวณนี้

ถึงอยู่คนละชั้นแต่รับรู้ถึงกันได้

ชานบ้านไม่ได้เป็นแค่ทางเดินแต่คือจุดที่เชื่อมโยงทุกคนไว้ด้วยกัน ถึงแม้แต่ละคนจะมีพื้นที่ของตัวเองมากขึ้น แต่ชานที่เปิดโล่งในแต่ละชั้นออกแบบให้กว้างพอที่จะนั่งเล่นได้สบาย คุณยายมักออกมานั่งเก้าอี้โยกที่ชานบ้านในตอนเช้า เด็กๆ วิ่งเล่นได้รอบ หรือเวลาที่ใครเดินผ่านขึ้นลงระหว่างชั้นก็ยังมองเห็นกัน ได้ยินเสียง ยังรับรู้ถึงกันและกันได้ ความกว้างของชานบ้านแต่ละชั้นที่เหลื่อมกันไปมาและคอร์ตเล็กๆ ที่ปลูกต้นกลดสูงขึ้นไปถึงชั้น 3 เป็นการออกแบบเพื่อให้ธรรมชาติทำหน้าที่ได้อย่างสวยงาม

“ที่ดินค่อนข้างลึกแล้วก็แคบไม่พอที่จะทำคอร์ตตรงกลางบ้าน ก็เลยต้องดีไซน์ให้คอร์ตกระเถิบมาอยู่ข้างๆ เป็นช่องหายใจให้บ้าน ให้ลมได้ไหลผ่านและเป็นจุดเชื่อมกันในแนวตั้งจากชั้นล่างจนถึงชั้น 3” คุณแก้วเล่าถึงการวางคอร์ตไว้ข้างบ้าน ลมที่พัดเข้ามาทางทิศใต้จะไหลผ่านคอร์ตนี้ไปออกบริเวณโถงบันได สร้างการหมุนเวียนอากาศตามธรรมชาติช่วยลดความร้อนภายในบ้านได้ตลอดวัน

เรือนไทยร่วมสมัย

ทางเดินยาวเชื่อมต่อพื้นที่ส่วนหน้าบ้านที่เป็นเหมือนพื้นที่ส่วนกลาง กับโซนหลังบ้านที่เป็นห้องนอน เดินผ่านต้นกลดที่สูงชะลูดผ่านช่องเปิดขึ้นไปถึงชั้น 3

รวมทุกฟังก์ชันหลักของบ้านเอาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ทั้งโต๊ะรับประทานอาหาร มุมนั่งเล่น และแพนทรี่ โดยสามารถเปิดโล่งรับลมได้ทุกด้าน

เรือนไทยร่วมสมัย

ฟาซาดติดตั้งโดยเว้นระยะห่างจากตัวอาคารเล็กน้อย นอกจากช่วยพรางตาแล้วยังช่วยกรองแสงให้นุ่มนวลขึ้น

เรือนไทยร่วมสมัย

พื้นที่ระหว่างผนังกับฟาซาดกลายเป็นทางเดินรอบอาคารที่นอกจากเอาไว้เดินพักผ่อนหย่อนใจ ยังมีประโยชน์ในการเข้าถึงจุดที่ต้องมีการดูแลรักษาได้รอบบ้าน

ออกแบบไว้เผื่ออนาคต

การออกแบบบ้านเพื่อให้คนสามเจเนอเรชันที่มีวิถีชีวิตต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ ทางสถาปนิกจึงวางพื้นที่ตามไลฟ์สไตล์ไม่ให้ตัดขาดจากกันโดยสิ้นเชิง ชั้น 1 เป็นพื้นที่ของคุณตาคุณยาย มีครัวไทยสำหรับการทำกับข้าวแบบจริงจัง และมีห้องนั่งเล่นที่พร้อมต้อนรับญาติพี่น้องได้ตลอด ชั้นล่างค่อนข้างเปิดโล่ง มีโต๊ะกินข้าวที่อยู่ติดกับครัวให้อารมณ์เหมือนนั่งกินข้าวใต้ถุนบ้าน ญาติๆ แวะมาก็มาทำกับข้าวกินกันตรงนี้ได้เลยคุณช้างเล่าถึงบรรยากาศสบายๆ ที่เห็นได้ประจำของชั้นล่าง

ชั้น 2 และ 3 เป็นการวางพื้นที่ในแบบคนเมือง ครัวสไตล์โมเดิร์น โต๊ะกินข้าว และมุมนั่งเล่นรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เป็นการวางฟังก์ชันต่างๆ ให้สะดวกต่อการใช้งานโดยไม่ต้องเดินขึ้นลงบ้านให้เหนื่อย และสิ่งที่วางแผนเอาไว้ตั้งแต่ต้น คือการเตรียมพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่พื้นลาดเอียงหน้าบ้าน ลิฟต์ ราวจับต่างๆ ในห้องน้ำ ทางเดินที่ไม่มีสเต็ปและกว้างพอให้รถเข็นผ่านได้สบาย ทั้งหมดกลมกลืนอยู่ในดีไซน์ภายในบ้านหลังนี้

ครัวแพนทรี่สำหรับการทำมื้ออาหารแบบง่ายๆ ออกแบบเคาน์เตอร์เป็นรูปตัวยู (U) ให้ใช้งานได้สะดวกและปูพื้นด้วยกระเบื้องลายสวยที่ง่ายต่อการทำความสะอาด

มุมนั่งเล่นชั้น 2 ให้ความรู้สึกเปิดโล่งเหมือนบ้านเรือนไทยแต่ภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาเห็นได้

เรือนไทยร่วมสมัย

วัสดุที่เลือกใช้อย่างไม้เทียม อิฐบล็อก เหล็ก ต่างเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายและทนทานต่อสภาพอากาศในบริเวณทางเดินและชานบ้านที่เปรียบเสมือนพื้นที่กึ่งเอาต์ดอร์

“ผมว่าเป็นบ้านที่อยู่แล้วสบายดีนะ แต่ละอย่างที่อยากให้มีก็ออกแบบมาให้ลงตัวตอบโจทย์เราได้ชัดเจน เวลาคนมาเที่ยวบ้านเขาก็จะจำบ้านเราได้นะว่าบ้านนี้ไม่เหมือนใคร จากบ้านเดิมที่เก่าๆ แคบๆ ไม่กล้าให้ใครมาบ้าน แต่ตอนนี้พร้อมต้อนรับ อยากมาเมื่อไหร่ก็มาได้เลย” คุณช้างพูดถึงบ้านหลังนี้พร้อมรอยยิ้ม

ผนังบริเวณโถงบันไดเป็นบานเกล็ดไม้ที่สามารถเปิดให้ลมไหลผ่านได้มากน้อยตามต้องการ

ห้องน้ำชั้นบนออกแบบให้ใช้งานได้พร้อมๆ กันโดยแยกเป็นห้องอาบน้ำ ห้องสุขา และเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้ายาวตลอดแนว

 จากห้องของคุณช้างและคุณอรออกแบบให้มีมุมนั่งเล่นริมหน้าต่างที่มองออกมาเห็นชานบ้านชั้น 2 และสวนคอร์ตชั้นล่างได้อีกด้วย

มุมนั่งเล่นแบบเบย์วินโดในห้องทำงาน ใช้บานเฟี้ยมที่สามารถเปิดออกได้จนสุด มองเห็นยอดไม้ของต้นกลดที่สูงขึ้นมาให้ความสดชื่นถึงชั้น 3

ห้องนอนในสไตล์เรียบง่ายเพียงวางฟูกที่นอนไว้บนพื้น และเปิดประสู่ระเบียงหน้าบ้านรับลมชมวิวได้สบาย

เมื่อสมาชิกสามเจเนอเรชันอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ระหว่างความเปิดโล่งที่ต้องการกับความเป็นส่วนตัวที่ขาดไม่ได้ และวิถีชีวิตแบบบ้านต่างจังหวัดที่แทรกอยู่กลางเมือง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการออกแบบเลย ตรงกันข้ามกลับเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกการตัดสินใจในการออกแบบมีน้ำหนักและมีความหมาย จนบ้านหลังนี้กลายเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ชีวิตของทุกคนในบ้านได้อย่างลงตัว

เจ้าของ : คุณณัฐสุดา เลากุลรัตน์ คุณมหิศร ว่องผาติ และครอบครัว

ออกแบบ : GLA Design Studio

บ้านหลังนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับกรกฎาคม 2569 คลิกสั่งซื้อที่นี่


เรื่อง : jOhe

ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล

สไตล์ : Suntreeya

Verdure Villa บ้านในเมืองกลิ่นอายบ้านสวน

Ruen Lek เรือนเล็ก บ้าน และคาเฟ่แบบเรือนไทยโครงสร้างเหล็ก บรรยากาศโฮมมี่ในเมืองจันท์