ช็อปงานคราฟต์ สตูดิโอออกแบบ และบ้านของคนทำงานคราฟต์ - บ้านและสวน

ช็อปงานคราฟต์ สตูดิโอออกแบบ และบ้านของคนทำงานคราฟต์

โฮมสตูดิโอคราฟต์ ที่มีทั้งช็อปเสื้อผ้าและสตูดิโอออกแบบ เชื่อมต่อกันด้วยพื้นที่สีเขียว ของดีไซเนอร์แบรนด์ Run Ga Run ตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจและงานศิลปะที่สะสม

Design Directory : สถาปนิก HUES Development

การใช้ปูนขาว (Lime Wash) ที่รั้วหน้าบ้านเพื่อให้ได้ผิวสัมผัสด้านและเกิดร่องรอยหรือคราบตามธรรมชาติ ได้เหมือนอาคารเมืองเก่า

จากชีวิตเด็กเชียงใหม่ที่เข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปเรียนหนังสือจนจบปริญญา แล้วก็กลายเป็นเด็กหอที่ใช้ เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตทุ่มเทไปกับการทำงานด้านแฟชั่นเสื้อผ้าอยู่นาน พอได้หยุดก็จะหาโอกาสกลับบ้านไป อยู่กับครอบครัวที่เชียงใหม่ เป็นการใช้ชีวิตแบบไม่มีวันพักอยู่อย่างนี้มาร่วม 10 ปี จนร่างกายเริ่มฟ้องว่าขาด สมดุลทั้งทางกายและใจ ทำให้ คุณรุ่ง- รุ่งอรุณ ยารังฝั้น เริ่มต้องคิดทบทวนถึงทิศทางชีวิตว่าจะยังปล่อยให้ เป็นแบบนี้ต่อไปหรือจะหาทางเดินใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

รุ่งเคยลาออกแบบไม่มีแผนสำรองมาครั้งหนึ่ง ทำให้เงินไม่พอใช้ จนมารอบนี้ คิดว่าอยากกลับมา ทำงานที่บ้านกับชุมชนแถวบ้านแบบถาวรเลย ระหว่างนั้นก็เริ่มทดลองผลิตงานของตัวเองก่อน เป็นพวกงาน ผ้าย้อมสีธรรมชาติมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าและของใช้ในชื่อแบรนด์ Run Ga Run (IG: rungarun.studio)ที่ถอดมาจากชื่อของรุ่งเอง  แล้วก็ไปออกบู๊ธที่งานบ้านและสวนแฟร์ในโซนคราฟต์ยุคแรก ๆ เลย ทำอยู่เกือบ 2 ปี กว่าจะตัดสินใจลาออกเพื่อกลับมาเริ่มต้นชีวิตและทำงานของตัวเองที่เชียงใหม่”

พื้นที่สีเขียวเป็นหัวใจหลักที่เชื่อมโยงตัวสตูดิโอและบ้านไว้ด้วยกัน โดยคุณรุ่งเลือกที่จะเติมต้นไม้ให้ร่มเงา เพิ่มเติมจากบ่อน้ำเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่

3 ฟังก์ชันที่แยกส่วนแต่เชื่อมต่อ

แม้จะเคยชินกับชีวิตแบบเด็กหอ แต่การมีบ้านสักหลังก็เป็นภาพฝันที่คุณรุ่งจินตนาการไว้มาโดยตลอด ชัดเจนตั้งแต่สไตล์บ้านแบบอินโดนีเซียที่ไม่เก่าเกินและไม่โมเดิร์นไป สร้างขึ้นด้วยปูนผสมไม้อยู่ท่ามกลาง ธรรมชาติ และมีบ่อน้ำที่ให้ความรู้สึกสดชื่น “รุ่งมาเจอที่ดินราว 150 ตารางวานี้อยู่ไม่ไกลจากในเมือง มีบ่อน้ำเก่าอยู่ด้วยพอดีเลย ภาพในใจคือมีบ้าน มีที่ทำงาน และมีร้าน  แยกพื้นที่กันแต่ก็เชื่อมโยงกันได้ และก็ต้องได้เห็นธรรมชาติที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญด้วย”

คุณรุ่งถ่ายทอดภาพในหัวนี้ให้ คุณออม-  ธัมต์นันท์กา เลิศมัลลิกาพร สถาปนิกจาก HUES Development เพื่อมาใช้เป็นโจทย์เริ่มต้นในการออกแบบ โดยวางฟังก์ชันแยกไว้เป็น 3 ส่วน 

จากประตูรั้วเข้ามาจะพบกับช็อปเสื้อผ้าและของใช้ที่เป็นงานคราฟต์จากผ้าย้อมสีธรรมชาติจัดวางอยู่ภายในอาคารขนาดเล็ก
มีการนำเสาไม้เก่ามาตกแต่งภายในช็อปผสมผสานไปกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจที่คุณรุ่งซื้อสะสมไว้

คุณรุ่งเล่าว่าช่วงนั้นยังคงใช้ชีวิตแบบเด็กหอคือพักอาศัยในอพาร์ตเมนต์เป็นหลัก เพราะบ้านคุณแม่อยู่ นอกเมืองไปอีกราว 3 ชั่วโมง ก่อนจะเริ่มเช่าตึกแถว 3 ชั้นย่านวัวลายเพื่อเปิดช็อป ทำสตูดิโอผลิตงาน และใช้ ชั้นบนสุดเป็นที่นอน จนกระทั่งสต็อกผ้าล้นต้องไปหาคอนโดเช่าไว้นอนแทน แล้วก็คิดได้ว่าควรจะต้องขยับ ขยายพื้นที่ทำงานและพื้นที่อาศัยให้มีคุณภาพกว่านี้ ก่อนชีวิตจะวนกลับไปเป็นแบบเดิมอีก

ภายในสตูดิโอออกแบบและงานตัดเย็บบางส่วนเน้นให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งมองเห็นกันได้หมด
ระเบียงกว้างภายใต้ชายคายื่นยาวที่ช่วยป้องกันแดดและฝนเพื่อให้คนทำงานได้ออกมาสูดอากาศและรับพลัง จากธรรมชาติ
ด้านหน้าประตูไม้สักเข้าบ้าน ตกแต่งด้วยม้านั่งไม้เก่าและภาพเขียนต้นไม้ที่คุณรุ่งซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ก่อนสร้างบ้าน โดยตั้งใจจัดวางแบบนี้พร้อมกับเลือกซื้อต้นเสม็ดแดงมาปลูกเพื่อให้กิ่งไม้โน้มมารับกับมุมมองแบบพอดี

“เราแบ่งพื้นที่ให้มีช็อปเป็นอาคารขนาดเล็กอยู่ใกล้ทางเข้าด้านหน้าสุด ตามมาด้วยอาคารสตูดิโอตรงกลาง และบ้านพักอยู่ด้านใน แยกพื้นที่ออกจากกันเพื่อไม่ให้ต้องทำงานตลอดเวลา ตัวสตูดิโอเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นพื้นที่เก็บสต็อกผ้าที่ช่วยแก้ปัญหาจากตึกแถวเดิมซึ่งต้องขนของขึ้นชั้นบน เลยรู้สึกลำบากและไม่สะดวกสบาย แต่ที่นี่จอดรถแล้วลงของได้เลย โดยชั้นบนเป็นออฟฟิศเปิดโล่ง มีระเบียงกว้างให้ออกมาพักผ่อนชมธรรมชาติได้ รวมถึงที่นั่งเล่นกินข้าวชั้นล่างซึ่งเชื่อมมุมมองออกไปสู่สวนและบ่อน้ำเพิ่มความสดชื่นผ่อนคลาย ระหว่างสตูดิโอกับบ้านยังออกแบบให้มีบ่อปลาคาร์ปที่ทั้งเชื่อมต่อและกั้นแยกความเป็นส่วนตัวของบ้านไว้ แล้วยังเสริมเรื่องฮวงจุ้ยให้เรื่องธุรกิจและการอยู่อาศัยไปด้วยกัน ส่วนการวางทิศทางบ้านก็ได้คำนึงถึงทิศทางแดด ลม และวิวเป็นอย่างดี ตรงไหนต้องการลมก็จะเปิดให้กว้างขึ้น”

ด้านข้างตัวบ้านยังมีบ่อน้ำเล็กๆ และทางเดินเข้ามาที่ระเบียงห้องนั่งเล่น

บ้านของคนทำงานคราฟต์

เพราะเป็นบ้านของคนทำงานคราฟต์ รายละเอียดทั้งในเชิงฟังก์ชันและการตกแต่งเองจึงมี ความคราฟต์ไปด้วย ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุพื้นถิ่นที่เรียบง่ายดั้งเดิม อย่างการใช้ปูนขาว (Lime Wash) ที่รั้ว หน้าบ้านเพื่อให้ได้ผิวสัมผัสด้านและเกิดร่องรอยหรือคราบตามธรรมชาติได้เหมือนอาคารเมืองเก่า ส่วนตัว อาคารปูนก็มีการนำไม้เก่ามาตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นโครงเสาบางส่วน บานประตูไม้สัก ฝ้าเพดานในห้องนั่งเล่น กรอบหน้าต่างและพื้นไม้ในห้องนอน

คุณรุ่งจินตนาการถึงโต๊ะกลางในห้องนี้ว่าต้องเป็นโต๊ะขาทองเหลืองท็อปด้วยหินแล้วก็สามารถหาของเก่าที่ตรงกับความชอบนี้ได้พอดี ทำให้มุมนี้กลายเป็นอีกหนึ่งมุมโปรดที่มักจะมานั่งเล่นดูทีวี
ห้องนั่งเล่นสีขาวรับกับมุมที่เปิดโล่งออกสู่ระเบียง โดยภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจผสมเข้ากับ โซฟาสมัยใหม่

ฟังก์ชันในบ้านยังออกแบบให้คราฟต์ไปตามไลฟ์สไตล์ของคุณรุ่ง ทั้งห้องนั่งเล่นขนาดเล็กแต่ตกแต่งให้ น่ารักด้วยตู้โต๊ะสไตล์วินเทจ ห้องครัวขนาดพอดีตัวที่ออกแบบให้เคาน์เตอร์เหมือนลอยขึ้น เพราะใส่กระจกใสที่ ผนังด้านล่างแทนการทำตู้ปิดเพื่อให้มองออกไปเห็นบ่อปลาคาร์ปและน้ำได้ตลอดเวลา หรือห้องนอนชั้นบนที่ รวมฟังก์ชันทุกอย่างไว้ครบในชั้นเดียวตอบรับความเคยชินของชีวิตเด็กหอเก่าพร้อมเปิดมุมมองโปร่ง ๆ ผ่านผนังกระจกเพื่อให้เห็นวิวสวนสวยได้เต็มตา แต่ละมุมดูมีเสน่ห์ด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจผสมกับงานศิลปะที่ คุณรุ่งหลงรักและซื้อสะสมไว้อยู่หลายชิ้น  ที่น่าทึ่งคือแทบจะทุกชิ้นจัดวางอยู่ในจินตนาการมาก่อนตั้งแต่บ้าน ยังสร้างไม่เสร็จด้วยซ้ำ

ชุดครัวบิลท์อินอยู่บริเวณกลางบ้าน ให้ความรู้สึกเหมือนเคาน์เตอร์ลอยขึ้นจากพื้น เพราะเปิดพื้นที่ ด้านล่างให้เป็นกระจกใส สามารถมองออกไปเห็นบ่อปลาคาร์ปนอกบ้านได้เลย

“รุ่งซื้อเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้านแนววินเทจทั้งหมดจากจตุจักร เชียงใหม่ และทุกประเทศที่เดินทางไป เพราะสนใจและชอบงานแนวนี้เลยมีเก็บอยู่เยอะมาก บางชิ้นรุ่งซื้อไปแต่งบู๊ธด้วย บางชิ้นมีขายแค่ชิ้นเดียวเลย บางชิ้นก็มีเทคนิคการทำละเอียดซับซ้อน เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของงานวินเทจ บางครั้งก็ได้ไอเดียจากแพตเทิร์นของเก่ามาประยุกต์ใช้กับงานสร้างสรรค์เสื้อผ้าให้มีความพิเศษที่แตกต่าง  ซึ่งพอนำมาแต่งบ้านก็จะสนุกตรงที่หามุมจัดวางให้ลงตัว อย่างโต๊ะหินอ่อนขาทองเหลืองในห้องนั่งเล่นเป็นสิ่งที่เราอยากได้มากและก็ไปเจอด้วยความบังเอิญ แล้วเหมือนที่จินตนาการไว้เป๊ะ ในราคาไม่แพงด้วย หรือเตียงนอนไม้สักที่ซื้อจากโรงแรมแต่นำมากลึงขาใหม่ลบเหลี่ยมแหลม ๆ ให้กลมละมุนขึ้น หรือภาพเขียนกับเก้าอี้หน้าบ้านที่ซื้อมาก่อนเพราะคิดว่าจะวางไว้ตรงประตูทางเข้า แล้วก็ไปหาต้นไม้มาวางด้านหน้าและหมุนๆจนได้ฟอร์มของกิ่งที่ล้อรับกับภาพได้พอดี”

ห้องนอนของคุณแม่ที่ตกแต่งด้วยโซฟาเบด เพื่อให้ปรับเป็นห้องนั่งเล่นได้โดยสามารถเปิดประตูบานเฟี้ยม ออกไปชมสวนได้อย่างใกล้ชิด
พื้นบันไดเป็นปูนขาวผสมทรายเพื่อให้พื้นผิวมีสัมผัสไม่ลื่นเกินไปเวลาเดิน โดยผนังด้านข้างเป็นระแนงไม้กรุ กระจก เพื่อให้มองออกไปเห็นธรรมชาติด้านนอกได้
ช่องบันไดแคบ ๆ แต่ไม่อับทึบ เพราะนอกจากใช้สีขาวตกแต่งแล้วยังได้แสงธรรมชาติจากผนังด้านข้างด้วย
มุมนั่งเล่นอ่านหนังสือภายในห้องนอน โปร่งสบายตาด้วยหน้าต่างกระจกที่เปิดรับวิวธรรมชาติสวยภายใต้ เพดานทรงจั่ว
มุมนั่งเล่นภายในห้องนอนที่คุณรุ่งเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ชอบมาจัดวางเอง บ่งบอกถึงสิ่งที่หลงรักทั้งงานคราฟต์ ศิลปะ และธรรมชาติ
ชั้นไม้โปร่งสำหรับวางหนังสือและของตกแต่งจับคู่กับอาร์มแชร์วินเทจและหมอนผ้าปักมือลายสวย
การแยกสเต็ประหว่างส่วนที่นอนกับส่วนนั่งเล่นให้เป็นสัดส่วน โดยทำเป็นบันไดไม้ขั้นเล็กๆ ไว้
ภายในห้องนอนปูพื้นด้วยไม้เก่าพร้อมกับเลือกใช้เตียงเก่าที่ซื้อมาจากโรงแรม โดยนำมากลึงส่วนขาไม้ ให้กลมละมุนขึ้น
เพิ่มมู้ดแบบรีสอร์ตด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าที่ยังใช้งานได้ดี
ภายในห้องน้ำมีมุมมองที่เปิดโปร่งด้วยผนังกระจกออกไปสู่ธรรมชาติด้านนอก

แวดล้อมด้วยธรรมชาติ

พื้นที่สีเขียวยังเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงบ้าน สตูดิโอ และช็อปเอาไว้ด้วยกัน “รุ่งว่าบ้านก็เหมือนงานศิลปะที่ต้องมีพื้นที่ว่างให้กับธรรมชาติ” จากคนที่ไม่เคยปลูกต้นไม้มาก่อน ไม่รู้จักต้นไม้เลย แต่พอมีบ้าน ก็เริ่มเรียนรู้การเลือกและปลูกต้นไม้จนกลายเป็นคนที่จำชื่อต้นไม้ในบ้านได้ทุกต้น แถมยังยอมตื่นตี 5 เพื่อมาดู ดอกไม้บานรับความสดใสให้สมกับที่ชื่อรุ่งอรุณอีกด้วย

ปลูกต้นไม้ก็เหมือนทำงานศิลปะ เราต้องลงต้นใหญ่ก่อนค่อยมาไม้พุ่มต้นกลางแล้วเติมด้วยไม้เล็ก บ้านนี้เลือกใช้เสม็ดแดงเป็นไม้ประธาน เพราะชอบลำต้นสีออกแดงและฟอร์มก็สวย ผสมไปกับไม้ลีลาอย่าง เสม็ดขาว ส่วนตรงกลางเป็นจิกน้ำ การปลูกต้นไม้ทำให้เรารู้จักสังเกตเพราะธรรมชาติเปลี่ยนแปลงทุกวัน ต้นไม้ดอกไม้ก็ช่วยให้มู้ดของบ้านเปลี่ยนไปตามฤดูกาลด้วย อย่างจิกน้ำช่วงผลัดใบร่วงแห้งหมด ก็เอาใบไป ทำปุ๋ย สักพักงอกใบใหม่จนเขียวทั้งต้น หน้าฝนออกดอกพวงสีแดงสวยมาก ดอกจะบานช่วงกลางคืนและหล่น ตอนอาทิตย์ขึ้น เลยต้องตื่นตี 5 มาชมดอกไม้ (หัวเราะ) ธรรมชาติสอนเราหลายอย่างนะ เมื่อก่อนทำงานเชิง อุตสาหกรรมทุกอย่างต้องเหมือนกันเป๊ะ แต่พอมาทำงานกับธรรมชาติ ฤดูฝนใบไม้จะให้สีย้อมอ่อนลง หน้า แล้งสีเข้มหรืออาจไม่เหมือนเดิมเลย นี่เลยกลายเป็นเสน่ห์ของงานคราฟต์ที่ย้อมสีจากธรรมชาติ เพราะแต่ละ ชิ้นจะไม่เหมือนกัน ก็ต้องยอมรับตรงนี้และค่อยๆ ทำความเข้าใจ

จากระเบียงของอาคารสตูดิโอสามารถมองเห็นอาคารส่วนบ้านพักอาศัยได้แต่ก็เน้นเป็นผนังส่วนปิดที่ช่วยพรางความเป็นส่วนตัวไว้

ความสุขระหว่างทาง

คุณรุ่งเข้ามาใช้ชีวิตที่บ้านหลังนี้ได้ราว 2 ปีกว่าแล้ว เมื่อคุณออมผู้เป็นสถาปนิกได้กลับมาเยือนอีกครั้ง ถึงกับบอกว่า “บ้านดูสวยกว่าตอนสร้างเสร็จใหม่ๆ เสียอีก รู้สึกเลยว่าบ้านเติบโตไปพร้อมกับเจ้าของบ้านได้อย่างดี”

ในขณะที่คุณรุ่งเองก็บอกว่า “ตอนแรกคิดว่าบ้านจะใหญ่ แต่พอได้มาใช้ชีวิตก็รู้สึกพอดี  เพราะได้ใช้ทุกมุมในเวลาที่แตกต่างไป  รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขที่ได้ใช้พื้นที่่ในแบบที่ชอบ เดี๋ยวนี้ทำครัวเองมากขึ้น ปลูกผักมากขึ้น และทำปุ๋ยหมักเองด้วย แล้วก็เริ่มหมักจุลินทรียร์ทำคอมบูชะ เลยเพิ่มมุมห้องเก็บชาไว้ข้างโรงรถเพราะอุณหภูมิตรงนั้นอุ่นพอดีให้จุลินทรีย์ได้เติบโต แล้วก็มีโซลาร์เซลล์ติดบนหลังคา จะได้มีไฟใช้ตลอด กลายเป็นว่าความสุขของเราไม่ได้อยู่แค่ตอนทำงานสำเร็จแล้ว แต่เป็นความสุขที่เกิดขึ้นง่าย ๆ ระหว่างทาง วันนี้ดอกไม้ตูมก็สุขได้ ต้นไม้ตายก็ปลูกใหม่ ทั้งบ้านทั้งสวนสอนเราให้ยอมรับความเปลี่ยนแปลงและมีความสุขได้ในทุกๆ วัน”

โรงหมักจุลินทรีย์สำหรับทำคอมบูชะที่สร้างขึ้นใหม่ใกล้กับที่จอดรถ

เจ้าของ-ตกแต่ง : คุณรุ่งอรุณ ยารังฝั้น

สถาปนิก : HUES Development โดยคุณธัมต์นันท์กา เลิศมัลลิกาพร

เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์

ภาพ : ณัฐวรรธน์ ไทยเสน


โฮมออฟฟิศที่ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูน Ghibli

โฮมสตูดิโอหลังเล็ก กลางสวนสไตล์อังกฤษ