บ้านระนาบทะเล สัมผัสอากาศและธรรมชาติในทุกช่วงเวลา - บ้านและสวน
บ้านระนาบทะเล

บ้านระนาบทะเล สัมผัสอากาศและธรรมชาติในทุกช่วงเวลา

บ้านระนาบทะเล หลังนี้ คือคำนิยามของบ้านพักตากอากาศถูกถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมบนผืนที่ดินยาวติดริมชายหาดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คุณโก้-ศมน แสนรักษ์ สถาปนิก ได้ตีความคำนี้ออกเป็นสองส่วน คือ “บ้านพัก” และ “ตากอากาศ” ซึ่งหมายถึง บ้านที่ได้สัมผัสอากาศที่แท้จริง เป็นสถานที่หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองกรุง บ้านหลังนี้จึงออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อน สร้างพลังและแรงบันดาลใจให้พร้อมสำหรับการกลับไปทำงาน

Design Directory : ออกแบบสถาปัตยกรรม – สถาปัตยกรรมภายใน Samon Sanrak Architects

Design Directory : ออกแบบภายใน Aqua and associates

ออกแบบกำแพงสองผืนวางเหลื่อมกันให้เป็นตัวกั้นระหว่างโซนที่จอดรถกับตัวบ้าน โดยใช้กระเบื้องสีดำ สื่อถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างความเป็นเมืองกับบ้านพักตากอากาศ นี่เป็นพื้นที่ลำดับแรกที่ผู้มาเยือนจะพบเมื่อเข้ามาในบ้านหลังนี้
เมื่อเดินผ่านกำแพงสีดำเข้ามา จะพบกับสวนที่แทรกตัวระหว่างที่จอดรถกับพื้นที่บ้านพัก ต้นปาล์มเรียงรายเป็นแนวตามทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ตัวบ้าน ทางเดินนี้ไม่มีหลังคาปกคลุม เพื่อให้คนได้เชื่อมต่อกับธรรมชาติอย่างเต็มที่

การเล่าเรื่องผ่านองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ

สถาปนิกใช้แนวคิดการเล่าเรื่องผ่านองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมในลักษณะคล้ายการออกแบบรีสอร์ต เพื่อให้การเข้าถึงในบ้านเป็นไปอย่างเป็นลำดับและต่อเนื่อง เช่น เมื่อเข้าสู่บ้านจะพบกับสิ่งใดและตามด้วยอะไร พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ทำให้บ้านพักตากอากาศหลังนี้มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างออกไป ไม่เหมือนบ้านในเมืองที่กะทัดรัด และเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

“แนวคิดแรกคือเอาบ้านไปติดชายหาด โดยลำดับแรกคือการจัดที่จอดรถไว้ด้านหน้าเลย เพื่อทิ้งความเป็นเมืองไว้ตรงนั้น จากนั้นเดินเท้าเข้าสู่พื้นที่บ้าน สร้างโอกาสในการเดินออกกำลังกายและสัมผัสธรรมชาติ”

การยกระดับบ้านขึ้นมาถึง 2 เมตร ไม่เพียงช่วยแยกพื้นที่ที่พักอาศัยออกจากสวน แต่ยังทำให้ซ่อนงานระบบต่างๆ ไว้ด้านล่างและบำรุงรักษาได้สะดวกยิ่งขึ้น
เมื่อเดินขึ้นมาจะพบกับบ่อน้ำและประติมากรรม ซึ่งผู้ออกแบบทำเป็นจุดหยุดพักก่อนถึงผนังไม้ บริเวณนี้ออกแบบมาให้ผ่อนคลายและเปิดประสาทสัมผัสกับเสียงน้ำ ก่อนจะเปิดผนังไม้เข้าสู่ส่วนพักอาศัย
ผนังไม้ที่ออกแบบมาให้เป็นประตูหมุนขนาดใหญ่ ใช้วัสดุเดียวกันทำให้ดูกลมกลืนกับตัวผนังอาคารและฝ้าของบ้าน ทำหน้าที่เป็นตัวกั้นสเปซอย่างลงตัว
บันไดหินที่ดูลอย ออกแบบบันไดหินแกรนิตให้มีการเซาะร่องและซ่อนไฟแอลอีดี ซึ่งทำให้ระนาบบันไดดูลอยในยามค่ำคืน

การกระจายพื้นที่ใช้สอยลงบนที่ดินแนวยาว แล้วปล่อยให้ธรรมชาติสอดแทรกผ่านระหว่างพื้นที่ต่างๆ ทำให้ทุกมุมของบ้านหลังนี้ได้สัมผัสถึงอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติอย่างแท้จริง สถาปนิกใช้องค์ประกอบของสถาปัตยกรรมมาเล่าเรื่องของบ้านหลังนี้ไล่ตามลำดับ โดยเริ่มต้นด้วยการแยกความเป็นเมืองออกจากบ้าน โดยการจัดพื้นที่จอดรถไว้ด้านหน้า มีกำแพงสีดำกั้นเพื่อสร้างการแบ่งแยกอย่างชัดเจน จากนั้นจัดพื้นที่ตัวบ้านให้อยู่ติดริมทะเลมากที่สุด เนื่องจากที่ดินมีความลึกยาว ทำให้เกิดพื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างสองส่วนนี้ สถาปนิกจึงใช้สวนเป็นตัวกลางในการเชื่อมและแยกพื้นที่สองส่วนนี้ไปพร้อมกัน

ทางเดินที่ยาวกว่า 80 เมตร ซึ่งเชื่อมจากที่จอดรถไปยังตัวบ้านนั้นไม่มีหลังคาปกคลุม เป็นความตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์ให้ผู้มาเยือนยอมรับและเชื่อมต่อกับธรรมชาติ หากฝนตกก็กางร่ม หรือสัมผัสกับหยดน้ำฝนเหมือนสมัยเด็กๆ สถาปนิกตั้งใจใช้กุศโลบายนี้เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานได้ขยับร่างกาย และออกกำลัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อน และความมีชีวิตชีวา

เมื่อเปิดประตูไม้เข้ามาจะพบหลังคาและทางเดินที่นำสายตาเราไปสู่ปลายทางที่เป็นทะเล ตัวบ้านที่ยกสูงขึ้นมา 2 เมตร ช่วยให้พื้นอยู่ระดับเดียวกับเส้นขอบฟ้า
การยกระดับบ้านขึ้นมาถึง 2 เมตร ทำให้บ้านอยู่ระดับเดียวกับเส้นขอบฟ้า ขณะที่สระว่ายน้ำแบบไร้ขอบช่วยเสริมความรู้สึกต่อเนื่องกับผืนทะเล
การวางอาคารที่เหลื่อมกันช่วยแบ่งโซนพื้นที่ห้องนั่งเล่นกับห้องครัวออกจากส่วนห้องนอนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่ทุกพื้นที่ยังสามารถมองเห็นทะเลได้อย่างชัดเจน

การยกระดับอาคารในลำดับถัดไปช่วยแยกโซนของพื้นที่พักผ่อนและสวนออกจากกันอย่างเด่นชัด เมื่อเดินขึ้นบันไดไปจะผ่านบ่อน้ำที่มีประติมากรรมสีดำตั้งอยู่ ผนังไม้ที่กั้นพื้นที่บริเวณนี้ออกแบบมาเพื่อให้เราหยุดพักและเปิดประสาทสัมผัสทั้งหมด ได้สัมผัสกับสายลม ได้ยินเสียงน้ำ ช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลาย เมื่อผลักผนังไม้ออกไป สายตาจะถูกดึงดูดผ่านทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ปลายทางที่สำคัญ นั่นคือทะเล สระว่ายน้ำได้ออกแบบให้เป็นสระไร้ขอบและอยู่ในระนาบเดียวกับเส้นขอบฟ้า ทำให้สระเหมือนต่อเนื่องไปกับผืนน้ำอย่างกลมกลืน

ทุกพื้นที่ในบ้านต้องสัมผัสกับอากาศ

ตัวอาคารออกแบบในรูปแบบวิลล่า เพื่อให้ทุกผนังได้สัมผัสกับธรรมชาติ และช่วยให้ลมไหลเวียนทั่วถึงในทุกส่วนของบ้าน ทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลหรือสวนได้อย่างชัดเจน ตัวอาคารทางด้านซ้ายจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่นและครัว ใช้กระจกขนาดใหญ่พิเศษเพื่อเปิดมุมมองแนวยาวให้ภายในอาคารอย่างเต็มที่ ส่วนด้านขวาจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องนอนที่แยกออกมา สถาปนิกได้วางตัวอาคารให้เหลื่อมกันเพื่อให้ส่วนของห้องนอนมองไม่เห็นพื้นที่สาธารณะอย่างห้องนั่งเล่น ซึ่งช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้พื้นที่นี้มากที่สุด

บริเวณของห้องนั่งเล่นและครัวมีการใช้สีส้มและน้ำตาลอมส้มผ่านเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายใน เพื่อเพิ่มความสนุกให้ตัวบ้าน
กระจกล้อมรอบตัวบ้าน สถาปนิกเลือกใช้เสากลมเพื่อลดความแข็งกระด้าง และร่นระยะเข้ามาให้อยู่ภายในตัวบ้าน เพื่อให้ภายนอกยังคงเป็นกระจกล้อมรอบตัวบ้านและสามารถเปิดออกได้กว้างโดยไม่มีโครงสร้างขวาง
ปลั๊กไฟที่ดูกลมกลืนไปกับเสา แทนที่จะติดตั้งปลั๊กไฟบนผนัง สถาปนิกเลือกติดตั้งปลั๊กไฟไว้บนเสาสีดำและทำสีเดียวกัน จนดูเป็นหนึ่งเดียวกับเสา
ออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ในสไตล์ร้านโอมากาเสะ โดยครัวซ่อนอยู่ด้านหลัง ตู้บิลท์อินของพื้นที่เตรียมอาหาร  ใช้ไม้สีดำและกรุหินอ่อนสีดำ ทำให้โดดเด่นท่ามกลางผนังไม้ โคมไฟสีส้มช่วยให้พื้นที่นี้ดูสว่างขึ้น ซึ่งผู้ออกแบบสั่งทำเฉพาะสำหรับบ้านหลังนี้
ฟอกสีผนังไม้สักให้อ่อนลง ทาเป็นโทนสีน้ำตาลส้ม ทำให้ตัวบ้านดูต่อเนื่องกันทั้งภายในและภายนอก
เพิ่มลูกเล่นให้รอยต่อผนังและฝ้า โดยการกดฝ้าเพดานบริเวณรอบผนังขึ้น และซ่อนไฟที่สาดแสงสีนวลไล้ผนังลงมา ทำให้ตัวบ้านดูมีดีเทลและดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ห้องครัวใช้วัสดุสีดำเช่นเดียวกับตู้ในบริเวณแพนทรี่ ช่วยเสริมความต่อเนื่องระหว่างสองพื้นที่เข้าด้วยกัน
ห้องน้ำสำหรับแขกที่อยู่ถัดไปจากครัวกรุหินอ่อนสีดำลายเดียวกัน เสมือนรวมฟังก์ชันของครัวและห้องน้ำเป็นพื้นที่ก้อนเดียว และช่วยแยกส่วนนี้ออกจากพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นไม้และวัสดุที่มีสีอ่อนอย่างชัดเจน

หลังคาเหนือโถงทางเดินที่ยื่นออกมากว่าสามเมตร ได้รับการเจาะช่องแสง (Skylight) เพื่อให้หลังคาดูโปร่งและเบาขึ้น พร้อมทั้งทำให้แสงส่องลงมายังบริเวณทางเดิน การออกแบบช่องแสงในห้องน้ำช่วยดึงแสงและธรรมชาติเข้าสู่ภายใน ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงของช่วงเวลา ผ่านการสะท้อนของแสงที่ตกกระทบกับผนัง นอกจากนี้ต้นลีกวนยูที่เลื้อยปกคลุมผนังฝั่งสวนยังทำหน้าที่เสมือนม่านต้นไม้ ช่วยพรางตาจากภายนอกและเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้พื้นที่ภายใน

การเจาะช่องแสง (Skylight) บริเวณหลังคาเหนือทางเดิน ช่วยให้แสงส่องลงมา และทำให้หลังคาที่มีขนาดใหญ่ดูโปร่งเบาขึ้น

พระเอกคือทะเลและธรรมชาติ

“เราเลือกใช้วัสดุที่เรียบง่ายที่สุด เพราะพระเอกคือทะเลและธรรมชาติ ทรงบ้านจึงมีความเรียบง่าย แต่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่น”

ฝั่งห้องนอนที่หันเข้าหาสวน สถาปนิกได้ออกแบบให้ผนังนี้ยื่นออกจากแนวหน้าต่าง สร้างสเปซที่น่าสนใจเสมือนดึงเอาธรรมชาติเข้ามาสู่ภายในห้องนอน และยังช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้าถึงได้อย่างเต็มที่
ออกแบบห้องนอนใหญ่ให้เหมือนวิลล่าที่มองเห็นทะเล ใช้พื้นโทนสีอ่อนเพื่อให้ดูสว่าง และยังทำให้เตียงและโต๊ะทำงานดูลอยเหนือพื้น การใช้กระเบื้องเดียวกันกับพื้นภายนอกทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกันระหว่างภายในกับภายนอก
เพิ่มลูกเล่นให้ตู้เสื้อผ้า โดยการออกแบบชั้นวางของเหล็กที่ยึดจากข้างบน ทำให้ดูเหมือนลอยและเบา ดูโดดเด่นขึ้น
ผนังเท็กซ์เจอร์เพิ่มมิติ เลือกใช้ลายที่เป็นร่อง ทำให้ผนังดูมีความน่าสนใจและไม่เรียบเนียนเกินไป
การเจาะช่องแสงช่วยให้พื้นที่ภายในที่ไม่ได้ติดภายนอกโดยตรงอย่างห้องน้ำมีแสงธรรมชาติเข้าถึง และยังช่วยเรื่องระบายอากาศ สะท้อนถึงแนวคิดที่อากาศต้องสัมผัสได้ในทุกพื้นที่ของบ้าน
ต้นลีกวนยูที่เลื้อยอยู่บนผนังภายนอก ทำหน้าที่เสมือนผนังต้นไม้ ช่วยพรางตาจากภายนอก เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ห้องนี้

วัสดุที่เลือกใช้ช่วยในการแยกสัดส่วนแต่ละโซนได้อย่างชัดเจน สถาปนิกเลือกใช้โทนสีดำเพื่อสื่อถึงความลึกลับของเมืองในพื้นที่จอดรถ ใช้ไม้และวัสดุโทนสีอ่อนเพิ่มความอบอุ่นในส่วนของบ้านพัก เมื่อเดินเข้ามาตามลำดับ การเปลี่ยนผ่านของวัสดุนี้ช่วยปรับอารมณ์จากความวุ่นวายของเมืองกรุงไปสู่ความสงบของธรรมชาติ ทำให้ความรู้สึกค่อยๆ เปลี่ยนไปและน้อมรับธรรมชาติอย่างแท้จริง ออกแบบรูปทรงอาคารเรียบง่ายเพื่อส่งเสริมให้ธรรมชาติดูโดดเด่น มีการสอดแทรกสีทองแดงบางจุดเพื่อเพิ่มสีสันและความสนุก ไม่ทำให้รู้สึกจริงจังเกินไป เพื่อตอบสนองการพักผ่อนที่แท้จริง การออกแบบบ้านหลังนี้เป็นการตีความคำว่า “บ้านพักตากอากาศ” ออกมาได้อย่างครบถ้วน การสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ไม่เพียงช่วยให้ผู้พักอาศัยได้ปลดปล่อยตัวเองและผ่อนคลายผ่านความสงบของธรรมชาติแล้วนั้น แต่ยังช่วยเติมพลังก่อนที่จะกลับไปทำงานได้อย่างเต็มที่ บ้านหลังนี้เป็นตัวอย่างของการออกแบบที่ผสมผสานธรรมชาติกับองค์ประกอบสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว และยังสามารถตอบสนองความต้องการในการพักผ่อนและฟื้นฟูจิตใจได้อย่างสมบูรณ์

ออกแบบสถาปัตยกรรม – สถาปัตยกรรมภายใน : Samon Sanrak Architects โดยคุณศมน แสนรักษ์           

ออกแบบภายใน: Aqua and associates

ก่อสร้าง: ห้างหุ้นส่วนจำกัดโฮมแลนด์คอนสตรัคชั่น


เรื่อง: ณัชชา คู่พันธวี

ภาพ: กรานต์ชนก   บุญบำรุง

สไตล์: Suntreeya

บ้านตากอากาศ บนก้อนลูกปูนเก่า ในบรรยากาศริมทะเล

รวม แบบบ้านตากอากาศ สวย สบาย ท่ามกลางธรรมชาติ ได้ฟีลเหมือนมาชาร์จพลัง