เรือนกลุ่มแบบไทย ในวิถีสมัยใหม่
เรือนกลุ่มแบบไทย ที่มีกลิ่นอายของบ้านไม้ซึ่งไม่เจาะจงยุคสมัย แต่หยิบจับองค์ประกอบความน่ารักของบ้านไม้ไทยดั้งเดิมมาใส่ไว้ในดีไซน์จุดต่าง ๆ ของบ้าน โดยมีชานบ้านเป็นศูนย์กลาง
Design Directory : สถาปนิก Studio Miti



เรือนกลุ่มแบบไทย บนพื้นที่ขนาดใหญ่ริมแม่น้ำท่าจีนที่แวดล้อมด้วยผืนนาสีเขียวในบรรยากาศสงบเงียบ พร้อมสายลมเย็นสบายที่พัดกล่อมจนแทบจะทิ้งตัวหลับไปได้ง่าย ๆ เลย ด้วยธรรมชาติที่แสนจะเป็นใจนี้เอง อีกทั้งใช้เวลาจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงกว่า ๆ ก็มาถึง ทำให้ ครอบครัวหอรุ่งเรือง เลือกมาสร้างบ้านอยู่ริมน้ำตรงนี้ เพื่อจะได้หลบหนีจากความวุ่นวายในเมืองออกมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ตามบริบทธรรมชาติ
อยู่กันเป็นครอบครัวในเรือนกลุ่ม
เพราะมีความทรงจำดี ๆ จากบ้านไม้มาก่อน ประกอบกับติดใจในผลงานการออกแบบโฮมสเตย์ บ้านสวนจันทิตาของทีม Studio Miti เจ้าของบ้านจึงติดต่อให้ คุณเติ้ล-เผดิมเกียรติ สุขกันต์ สถาปนิกจาก Studio Miti มาช่วยออกแบบบ้านพักผ่อนที่เป็น เรือนกลุ่มแบบไทย หลังนี้ให้
“เดิมตรงนี้เป็นท้องนาครับ เคยผ่านช่วงน้ำท่วมหนักปี 2554 มาแล้วด้วย ก็เลยต้องถมที่ให้พ้นจากระยะ น้ำท่วม แล้วยกโครงสร้างบ้านให้สูงเผื่อไว้ ความตั้งใจของเจ้าของบ้านคือจะชวนพี่ ๆ น้อง ๆ มาอยู่ด้วยกัน ทำให้ผมนึกถึงสถาปัตยกรรมแบบเรือนกลุ่ม โดยเริ่มต้นจากเรือนพี่เรือนน้องก่อน ถ้ามีคนมาเพิ่มก็ค่อยต่อเรือน ขยายออกไปเหมือนเลโก้ แต่ละเรือนมีฟังก์ชันแตกต่างกันคือมีเรือนนั่งเล่น เรือนครัว และเรือนห้องนอน โดยจะมีอยู่เรือนหนึ่งที่สแปนใหญ่กว่าเพื่อน แต่รวม ๆ แล้วไม่อยากให้ดูเป็นบ้านใหญ่ที่มีลำดับชั้นอะไรมาก ก็เลยออกแบบให้ระดับหลังคาดูเท่า ๆ กัน ตัดชายคาให้เท่ากัน เวลามองไกล ๆ จึงเห็นเป็นกลุ่มอาคารที่มี ทางเดินใต้ชายคาเชื่อมต่อถึงกันได้”





จัดตำแหน่งเรือนกลุ่มให้มีชานบ้านเป็นศูนย์กลาง
แม้จะวางตัวอาคารให้เป็นเรือนกลุ่ม แต่ก็ต้องมีทิศหลักของหน้าบ้านและหลังบ้าน โดยคุณเติ้ลเลือกใช้ ทิวทัศน์สวย ๆ ของแม่น้ำท่าจีนให้เป็นมุมเปิดสำหรับหน้าบ้าน ทางเข้าหลักจากถนนจึงเป็นเพียงซุ้มประตูที่เข้า มาเจอกับคอร์ตโปร่งตรงกลางล้อมรอบไปด้วยเรือนยกใต้ถุนสูง ขณะที่หลังบ้านยังมองเห็นผืนนาที่เจ้าของบ้าน มีแผนจะทำนาข้าวไรซ์เบอร์รี่พร้อมกับปลูกไม้ผลเพิ่มเองด้วย
เรือนหลักที่หันหน้าออกสู่แม่น้ำเป็นเรือนนั่งเล่นพักผ่อน โดยใช้พื้นที่ใต้ถุนเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่มัก เปิดโล่งรับลมธรรมชาติช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศในระหว่างวันลงได้ แต่ก็ทำบานเลื่อนกระจกปิดไว้ เมื่อต้องการความเย็นสบายในวันที่ร้อนอบอ้าว
“เรือนนี้มีสแปนใหญ่สุดเป็นเหมือนเรือนประธานที่ออกแบบให้มีที่นั่งเล่นมองออกไปเห็นวิวแม่น้ำ และตั้งใจกดบ้านฝั่งนี้ให้ต่ำแล้วเชื่อมด้วยชาน เพื่อให้มองวิวทะลุไปฝั่งนาข้าวได้ด้วย เวลากดชายคาให้ต่ำ ทำให้ภายในสลัว สายตาเราจะมองเห็นข้างนอกได้สว่างขึ้น นี่เป็นไอเดียที่ได้จากบ้านไทย และมุมนี้ก็เป็นมุมที่ ลมดีที่สุดเหมาะกับเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้ทุกคนมาใช้งานด้วยกันได้เต็มที่ มีวิวดี ๆ รอบตัว การวางตัวอาคาร ก็รับลม ร่องน้ำก็รับลมและเปิดกว้างเพื่อให้เห็นวิวออกไปได้ไกลที่สุด รวมทั้งยังได้แสงธรรมชาติที่มาจาก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เจ้าของบ้านเลยชอบมานั่งเล่นเปียโนที่มุมนี้ มีหลาน ๆ มาอยู่ด้วย บางทีก็เข้าครัวด้วย กัน”
เหนือจากคอร์ตใต้ถุนบ้านนี้ขึ้นไปยังมีชานขนาดใหญ่กลางบ้านทำหน้าที่เชื่อมต่อและแจกจ่ายฟังก์ชัน ของชั้น 2 ออกไปทั้งในส่วนของห้องรับแขกที่จัดวางด้วยโซฟายาวนั่งสบายและมองเห็นวิวแม่น้ำได้สวยที่สุด อีกฝั่งของชานเป็นเรือนรับประทานอาหารที่รับกับวิวของทุ่งนาด้านหลัง ส่วนห้องนอนเป็นเรือนที่แยกตัว ออกไปอย่างชัดเจนทั้งเพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว เพราะต้องเดินผ่านทางขึ้น-ลงหลักเท่านั้น











โครงสร้างผสมผสานให้เบาแต่แข็งแรง
จากแรงบันดาลใจในเรือนกลุ่มแบบไทยมาสู่กลิ่นอายของบ้านไม้ที่ไม่เจาะจงยุคสมัยแต่หยิบจับองค์ ประกอบความน่ารักของบ้านไม้ไทยดั้งเดิมมาใส่ไว้ในดีไซน์จุดต่าง ๆ ของบ้าน ทั้งพื้น ผนัง หน้าต่างบานเกล็ด บานเฟี้ยม บานกระทุ้ง และม่านบังตา ที่ช่วยกรองแสงและระบายอากาศ ผสมกับฟังก์ชันที่ให้ความสะดวก สบายเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนเมือง อีกทั้งยังดูแลง่ายและเจ้าของสามารถซ่อมแซมเบื้องต้นเองได้






“ยุคนี้ถ้าต้องการทำบ้านให้อยู่สบาย จะออกแบบให้เป็นบ้านไม้ทั้งหมดคงไม่ไหว เพราะดูแลยากด้วย ก็เลยต้องผสมผสานให้เหมาะกับวิถีชีวิตที่สบายขึ้น โครงสร้างใต้ถุนบ้านจึงใช้เป็นคอนกรีตผสมเหล็กที่แข็งแรง ทนทาน เสาค.ส.ล. ผนังก่ออิฐกรุไม้ ขณะที่ชั้นบนเป็นไม้เก่าที่ให้สัมผัสอบอุ่นผ่อนคลาย ภายนอกเป็น พวกมะค่า ประดู่ แดง ภายในเป็นไม้สัก บานประตูหน้าต่างก็อิงกับบ้านไทยเดิม โครงหลังคาเป็นเหล็ก เพื่อเลี่ยงปัญหาปลวก รับด้วยหลังคาไม้ซีดาร์ที่เบาแต่แข็งแรงและรับกับมุมมองของบ้านไม้ได้ดีมาก”





สถาปัตยกรรมอาจไม่ได้ถอดแบบความเป็นบ้านไทยมาทุกองค์ประกอบ แต่รายละเอียดยังคงกลิ่นอายของความเป็นไทยที่ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ตั้งใจจะใช้เป็นบ้านพักผ่อนเฉพาะช่วงวันหยุด แต่ด้วยฟังก์ชันที่สบายท่ามกลางบริบทของ ธรรมชาติและความอบอุ่นของบ้านไม้ ที่นี่อาจเป็นบ้านครอบครัวที่พร้อมให้ต่อขยายเรือนเพิ่มกิจกรรมอื่น ๆ ขึ้นมาได้อีกในอนาคต
เจ้าของ : ครอบครัวหอรุ่งเรือง
สถาปนิก : Studio Miti โดยคุณเผดิมเกียรติ สุขกันต์
เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์
ภาพ : อนุพงษ์ ฉายสุขเกษม, กานต์ชนก บุญบำรุง