ครั้งแรกในเมืองไทยกับ การแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติ ที่มีส่วนขับเคลื่อนและพัฒนารุกขกรรมไทย - บ้านและสวน
การแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติ

ครั้งแรกในเมืองไทยกับ การแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติ ที่มีส่วนขับเคลื่อนและพัฒนารุกขกรรมไทย

เดี๋ยวนี้การปีนป่ายต้นไม้อาจไม่ใช่เรื่องเล่นเสมอไป เพราะนอกจากมันจะกลายเป็นกีฬาและเป็นการแข่งขันชิงแชมป์กันแล้ว กิจกรรมปีนป่ายนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยพัฒนาวิชาชีพ “รุกขกร” ซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับการดูแลต้นไม้โดยตรงให้ก้าวไปข้างหน้าอีกด้วย วันนี้เราเลยอยากชวนมารู้จักกับการแข่งขันปีนต้นไม้แบบเป็นจริงเป็นจังระดับมืออาชีพอย่าง Asia-Pacific Tree Climbing Championship 2026 (APTCC 2026) ในโอกาสที่ปีนี้ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับเอเชียแปซิฟิกนี้แวะเวียนมาจัดกันที่สวนจตุจักร กรุงเทพมหานคร แถมยังเป็นสนามแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นเครื่องแรกในเมืองไทยอีกด้วย

การแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติ
การแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติ

ท่ามกลางความร่มรื่นใจกลางเมืองใหญ่ใครจะคิดว่าผืนป่ากลางกรุงแห่งนี้จะได้เป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันปีนต้นไม้ครั้งยิ่งใหญ่นี้ ที่สำคัญไปกว่านั้นเหตุผลอะไรที่เขาเลือกมาจัดที่เมืองไทย ยิ่งไปกว่านั้นหลังกิจกรรมนี้จัดเสร็จสิ้นไปแล้วยังได้รับเสียงชื่นชมล้นหลามจากทั้งบรรดาผู้เข้าแข่งขันและกรรมการระดับนานาชาติ พร้อมยกนิ้วให้ว่าเมืองไทยนี้คือหนึ่งในสนามแข่งขันที่ดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว

“อันที่จริงเราเริ่มจัดการแข่งขันระดับประเทศมาตั้งแต่ปี 2018 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันค่ะ ซึ่งเราก็ได้ ISA ที่เป็นสมาคมระดับนานาชาติคอยเป็นที่ปรึกษาให้เรามาโดยตลอดด้วย เขาเห็นการจัดแข่งขันของบ้านเราแล้วเขาก็บอกว่ามาตรฐานเราสามารถจัดการแข่งขันระดับเอเชียแปซิฟิกได้เลยนะ จากนั้นก็เลยมีการพูดคุยและเตรียมงานกันมาพักใหญ่จนได้จัดการแข่งขันนี้ขึ้นในที่สุด แล้วเราก็ดีใจมากว่าการเป็นเจ้าภาพครั้งแรกนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทีเดียวค่ะ” พี่ปุ้ม-อรยา สูตะบุตร หัวเรือใหญ่แห่ง Big Tree Project และแม่งานคนสำคัญที่ขับเคลื่อนการจัดการแข่งขันครั้งนี้เล่าให้เราฟังด้วยรอยยิ้ม

ถึงแม้การแข่งขันจะดูเป็นจริงเป็นจัง นักแข่งแต่ละคนต่างมุ่งมั่นคว้าชัยชนะกันอย่างเต็มที่ แต่ภายใต้บรรยากาศขึงขังกลับรายล้อมด้วยความคึกคักสนุกสนานที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงเชียร์ส่งกำลังใจให้กันและกันตลอดเวลาโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ นั่นอาจเป็นเสน่ห์ของดินแดนสยามเมืองยิ้มที่ทำให้การแข่งขันครั้งนี้สร้างความประทับใจไม่เหมือนใคร สำหรับสนามแข่งขันปีนต้นไม้ตามมาตรฐานสากลนั้นจะประกอบไปด้วยฐานย่อยเบื้องต้น 5 ฐาน ได้แก่ Work Climb – แข่งขันปีนต้นไม้บนพื้นฐานทักษะวิชาชีพรุกขกร, Aerial Rescue – แข่งขันเชิงกู้ภัยและจำลองการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่บนต้นไม้, Ascent – แข่งขันปีนต้นไม้ด้วยเชือกแนวดิ่ง, Belayed Speed Climb – แข่งขันปีนเร็วด้วยการใช้ระบบอุปกรณ์เซฟตี้, และ Throwline – แข่งขันเทคนิคการขว้างเชือกเพื่อคล้องกิ่งไม้เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ 

การแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติ
การแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติ

ผู้เข้าแข่งขันจะแบ่งเป็นประเภทชายและประเภทหญิง แต่ละการแข่งขันย่อยในรอบคัดเลือกจะมีการเก็บคะแนนเพื่อหาผู้ชนะในแต่ละฐาน (และมีรางวัลให้กับแชมป์ในแต่ละฐานด้วย) แล้วผู้ชนะเลิศที่ได้คะแนนสูงสุดในรอบคัดเลือกนั้นจะได้รับสิทธิ์ไปต่อเพื่อเข้าแข่งขันในสนามสุดท้าย Master’s Challenge ซึ่งเป็นสุดยอดการแข่งขันระดับแอดวานซ์ผสมผสานหลากหลายทักษะเพื่อหาสุดยอดผู้ชนะทั้งฝ่ายชายและหญิงประจำสนามนี้นั่นเอง ซึ่งทั้งคู่ก็จะได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนระดับเอเชียแปซิฟิกไปแข่งขันในระดับโลกเพื่อชิงชัยสุดยอดแชมป์รุกขกรโลก เรียกได้ว่านี่คือโอลิมปิกแห่งวงการรุกขกรรมเลยก็ว่าได้

ระหว่างเดินชมการแข่งขันแต่ละสนาม เราได้เห็นสุดยอดฝีมือของแต่ละประเทศแสดงศักยภาพกันอย่างเต็มที่ ตรงจุดนี้เราเลยอยากรู้ว่าความแตกต่างระหว่างสนามไทยกับสนามของประเทศอื่นนั้นเป็นอย่างไร ข้อมูลที่ได้รู้มานั้นน่าสนใจทีเดียว โดยกรรมการจากต่างชาติให้ความเห็นว่าข้อดีของเมืองไทยคือการมีต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก มันทำให้สร้างชาเลนจ์ใหม่ ๆ ให้กับนักแข่งได้ดี โดยปกติแล้วสนามแถบฝั่งตะวันตกมักจะเป็นต้นไม้ใหญ่สูงชะลูดเป็นแนวตรงขึ้นไป ไม่ค่อยมีกิ่งก้านสาขา หรือมีก็เป็นกิ่งขนาดเล็กไม่ค่อยแข็งแรง กิ่งที่แข็งแรงก็มักจะห่างกันเกินไป ทำให้ปีนยาก โดยเฉพาะคนเอเชียที่ตัวเล็กก็จะเป็นอุปสรรคมากหน่อย และอาจเสียเปรียบคนตะวันตกที่ตัวสูงใหญ่กว่า ทว่าต้นไม้ของเมืองไทยจะมีลักษณะลำต้นใหญ่แผ่วงกว้าง แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ และเป็นกิ่งก้านสาขาที่มีความแข็งแรง กิ่งก้านต้นไม้นั้นนอกจากจะช่วยให้ปีนง่ายแล้วมันยังกลายเป็นจุดพักของนักปีนต้นไม้ได้ด้วย ทำให้ไม่เหนื่อยจนเกินไปและช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ แล้วการมีกิ่งก้านก็ทำให้เป็นจุดยึดอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทำให้ใช้ทักษะรุกขกรได้มากมายหลายมิติ ทว่าอีกด้านสนามเมืองไทยก็มีข้อเสียบ้างเช่นกัน ด้วยความที่บ้านเราเป็นเมืองร้อนชื้น เปลือกต้นไม้ที่ชื้นนั้นก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ลื่นหรือเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หรือเวลาฝนตกก็เป็นอุปสรรคการแข่งขันมากทีเดียว รวมถึงอากาศที่ร้อนอบอ้าวก็ทำให้นักแข่งที่ไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศนี้เหนื่อยง่ายและอาจป่วยได้ง่ายเช่นกัน 

ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ สนามแข่งขันไทยในปีนี้สะท้อนภาพนั้นออกมาได้อย่างชัดเจนมาก โดยปกติแล้วช่วงเดือนกุมภาพันธ์บ้านเรายังเป็นช่วงที่อยู่ในฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย แต่ปีนี้กลับมีฝนหลงฤดูตกลงมาจนเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันในบางช่วงเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้น The Show must go on การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป โชคดีที่ว่าฝนกระหน่ำลงมาช่วงระยะเวลาสั้น ๆ พอหอมปากหอมคอให้ได้สดชื่นกันบ้าง เมื่อเวลาฝนหยุดยามเย็นเลยทำให้บรรยากาศที่นี่ดีเป็นพิเศษ สนามหญ้าท่ามกลางแมกไม้และสายลมเย็นกลายมาเป็นเวทีมอบรางวัลที่เรียบง่าย สนุกสานเป็นกันเอง แต่ทรงพลังทีเดียว “เป็นสนามแข่งขันที่ดีมาก ๆ ครับ ผมรู้สึกดีใจมากที่คว้าแชมป์มาได้สำเร็จในปีนี้ ถ้าถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จก็คือสมองครับ การวางแผนที่ดีเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้พละกำลัง แล้วก็ต้องให้ความสำคัญกับการฝึกฝนร่างกายอย่างสม่ำเสมอด้วย อย่างผมเป็นรุกขกรอยู่แล้วการทำงานของผมก็คือการฝึกไปในตัว แต่นอกเวลางานผมก็หาเวลาฝึกร่างกายเพิ่มเติมด้วย แล้วก็ต้องมีความมุ่งมั่นที่อยากจะเอาชนะ ตั้งเป้าหมายไว้เพื่อที่จะทำมันให้สำเร็จ” ผู้ชนะฝ่ายชายในปีนี้ให้สัมภาษณ์กับเราด้วยสายตามุ่งมั่น พร้อมบอกเป้าหมายต่อไปของเขาว่าต้องคว้าแชมป์โลกมาให้ได้

ผู้ชนะฝ่ายชายในปีนี้ก็คือ Jamie Boston จาก The Queensland Arboricultural Association Inc. (QAA) และผู้ชนะฝ่ายหญิงก็คือ Alana Murray จาก Arboricultural Australia ทั้งคู่มาจากออสเตรเลีย และเป็นสองสุดยอดผู้ชนะที่ทำคะแนนได้สูงสุดในปีนี้ ถึงแม้ว่าคนไทยจะยังคว้าชัยชนะในสนามแข่งขันระดับนานาชาติไม่ได้ แต่นักปีนต้นไม้ทีมไทยแลนด์ทุกคนล้วนทำผลงานได้ดีและโดดเด่นทีเดียว โดยเฉพาะ น้องอำไพ นเรนทร จาก สมาคมรุกขกรรมไทย รุกขกรและนักปีนต้นไม้รุ่นใหม่ไฟแรงสุดแกร่งที่เคยผ่านการแข่งขันระดับนานาชาติมาแล้วหลายสนามก็สามารถคว้าอันดับ 1 ของฝ่ายหญิงในสนามแข่งขันย่อย Belayed Speed Climb มาครองได้สำเร็จด้วย แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าเมื่อผ่านเข้าไปแข่งขันในรอบสุดท้ายแล้วเธอทำคะแนนรวมทั้งหมดได้เป็นอันดับ 4 ของตารางฝ่ายหญิง ทำให้พลาดคว้าเหรียญรางวัลกลับบ้านไปแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง  

การแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติ
Jamie Boston จาก The Queensland Arboricultural Association Inc. (QAA) และ Alana Murray จาก Arboricultural Australia ผู้ชนะฝ่ายชายและฝ่ายหญิงที่มาจากประเทศออสเตรเลียทั้งคู่
การแข่งขันปีนต้นไม้ระดับนานาชาติ
อำไพ นเรนทร จาก สมาคมรุกขกรรมไทย

สำหรับการแข่งขัน Asia-Pacific Tree Climbing Championship 2026 (APTCC 2026) ครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนจตุจักร กรุงเทพมหานคร งานนี้มีนักแข่งและกรรมการจากหลากหลายชาติเข้าร่วม ผู้ดูแลการจัดงานหลักในครั้งนี้ก็คือ The International Society of Arboriculture (ISA) สมาคมรุกขกรรมระดับนานาชาติ ผู้วางรากฐานและสร้างมาตรฐานรุกขกรทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ตลอดจนเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการปูรากฐานรวมถึงช่วยพัฒนาแวดวงรุกขกรรมไทย ร่วมกับสมาคมรุกขกรรมไทย (Thai Arboriculture Association) และเครือข่ายด้วยเช่นกัน

เราปิดท้ายด้วยการถามพี่ปุ้มว่าทำไมการแข่งขันปีนต้นไม้ถึงสำคัญกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรุกขกรรมและพัฒนารุกขกรให้ก้าวไปข้างหน้า “ถึงแม้จะเป็นการแข่งขันแต่อีกมิติมันคือการร่วมมือกันพัฒนาวงการรุกขกรรม รวมถึงระหว่างตัวรุกขกรกันด้วยค่ะ โดยเฉพาะสนามระดับนานาชาติที่รุกขกรทั่วโลกจะได้มีโอกาสมาเจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกัน อัปเดตเทรนด์ตลอดจนอุปกรณ์ใหม่ ๆ ระหว่างกัน การแข่งขันก็ทำให้ทุกคนไม่หยุดที่จะพัฒนาฝีมือตัวเอง ในฝั่งกรรมการเองก็ร่วมแชร์องค์ความรู้กันด้วย เราก็ได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกไปในตัว แล้วจุดประสงค์หนึ่งของสมาคมรุกกรรมนานาชาตินั้นก็ต้องการตอบแทนสังคมให้กับท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ไปจัดการแข่งขันด้วย เราก็จะได้ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาสอนแล้วก็เวิร์กชอปให้กับรุกขกรท้องถิ่น ตรงนี้ก็เป็นการช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมรุกขกรรมตลอดจนรุกขกรไปในตัวด้วยค่ะ” 

ถึงแม้ว่าอาชีพรุกขกรจะไม่ใช่อาชีพใหม่และมีมาในเมืองไทยสักพักใหญ่แล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงไม่ค่อยรู้จักหรือเข้าใจบทบาทของนักดูแลรักษาต้นไม้แบบมืออาชีพอย่างแท้จริงเท่าไร แต่ภาพรวมการขับเคลื่อนวงการรุกขกรรมไทยนั้นไปได้สวยและอนาคตสดใสทีเดียว ตลอดจนรุกขกรยังเป็นอาชีพที่มีโอกาสเติบโตอีกมากมายทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ … ต้นไม้ก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ที่ยามปกติก็ต้องการการดูแลอย่างใส่ใจและถูกวิธี ยามป่วยไข้ก็ต้องการหมอที่วินิจฉัยโรคได้ถูกต้องและรักษาอย่างตรงจุดได้ทันท่วงทีเช่นกัน


  เรื่องและภาพ : ทีม BIG Trees

มาทำความรู้จัก “รุกขกร” นักศัลยกรรมต้นไม้ในเมือง

รุกขกร นักศัลยกรรมต้นไม้ อาชีพที่ควรสนับสนุน