สวนดอกไม้ริมเชิงเขา ศิลปะธรรมชาติที่ปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา
สวนดอกไม้ริมเชิงเขา ของบ้านหลังนี้ ปลูก “ความโรแมนติก” ไว้ในทุกมุม โดยเฉพาะกุหลาบเป็นนางเอกเด่นของสวย เสริมด้วยสารพัดไม้ดอกที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ จัดกลุ่มต้นไม้ให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ต่างไปนิดที่จัดเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ให้ดึงดูดสายตา สอดคล้องไปกับลักษณะและขนาดของพื้นที่สวน
เจ้าของบ้านเป็นศิลปินผู้หลงใหลดอกไม้ ทุกกลีบทุกสีคือเรื่องเล่าจากธรรมชาติ คือแรงบันดาลใจ และช่วยเติมพลังในทุกเช้า ยิ่งได้ทีม Saturday & Sunday Garden มาเติมเต็มตอบโจทย์ สวนดอกไม้ริมเชิงเขา สวนแห่งนี้จึงเหมือนภาพวาดที่ปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา เป็นภาพที่ยังวาดไม่เสร็จ


“รู้จัก คุณสุน-ภาวิณี วอลเลนฮอปท์ ในงานจิบน้ำชาในสวนกุหลาบที่ชาโต เดอ พริม เขาใหญ่ (Chateau de Prim Khao Yai) เมื่อ 5 ปีก่อนครับ ตอนนั้นคุณสุนยังไม่มีแผนว่าจะมีบ้านที่นี่ จนปลายปีที่แล้วติดต่อให้เข้ามาดูพื้นที่เพื่อจัดสวนครับ ด้วยความชอบศิลปะ ชอบดอกไม้ มีจริตที่ตรงกัน พูดคุยสื่อสารเข้าใจกันง่าย ผมออกแบบเสร็จในวันเดียว และใช้เวลาจัดสวนเดือนเดียวครับ” คุณภู-ภูษิต พันสาง นักออกแบบ จาก Saturday & Sunday Garden เล่าถึงสวนนี้ให้ฟัง


“เมื่อก่อนจะหนีหนาวจากอเมริกาไปพักที่บ้านสุพรรณค่ะ ร็อคกี้ (คุณเรมอนด์ วอลเลนฮอปท์) สามีชอบตีกอล์ฟแต่ที่นั่นไม่มีสนาม เลยมาที่เขาใหญ่ หาพักในโรงแรมในช่วงเวลาสั้น ๆ เราชอบอากาศที่นี่กันมากจนตัดสินใจหาซื้อที่ ด้วยความใจร้อนไม่อยากเสียเวลาถ้าต้องรอสร้างบ้านใหม่ เลยซื้อบ้านน็อกดาวน์ใช้เป็นบ้านตากอากาศช่วงมาพักที่เมืองไทยค่ะ แต่พออยู่จริงรู้สึกอึดอัด อยากทำบ้านให้น่าอยู่และอยู่สบายมากขึ้น ติดต่อหาคุณภูให้ช่วยมาจัดสวนให้ค่ะ บอกไปว่าชอบดอกไม้ทุกชนิด โดยเฉพาะกุหลาบ ระหว่างที่นั่งคุยกัน เขาก็ขีด ๆ เขียน ๆ ไปด้วย อธิบายให้ฟังว่าหน้าตาของสวนจะเป็นประมาณไหน อยากให้แก้ตรงไหน เราขอปรับแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นค่ะ” คุณสุนเล่าเสริม



“ความต้องการอีกอย่างคืออยากมีทางเดินในสวนไว้เดินเล่นตอนเช้า และเดินออกกำลังกายหลังมื้อเย็น เราทำทางเดินให้มีลักษณะคดโค้งเพื่อเพิ่มระยะเดินให้ไกลขึ้น เส้นโค้งยังให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล ทำทางเดินให้กว้างพอสำหรับเดินไปด้วยกันสองคน ไม่กว้างมากไป เพราะจะทำให้ดูเหมือนทางเดินในที่สาธารณะครับ จัดมุมนั่งเล่นจิบน้ำชาไว้ที่ท้ายสวนเป็นจุดหมายให้เดินทอดยาวไปให้ถึงครับ” คุณเอ๊ะ-สมภพ พานทอง นักจัดสวนอีกท่านเล่าโจทย์เพิ่มเติมให้ฟัง

“เพราะคุณสุนชอบกุหลาบมาก เราเลยเลือกกุหลาบที่สวย เลี้ยงง่าย และมีความพิเศษคือส่งกลิ่นหอมต่อเนื่องได้ทั้งวัน กุหลาบจะเป็นต้นไม้เด่น กระจายอยู่ทุกที่ในสวน มองเห็นได้จากทุกมุม มองไปทางไหนก็ต้องเห็นครับ พันธุ์บิชอป (Bishop’s Castle) ปลูกเป็นแปลงขนาดใหญ่ล้อมรอบบ้าน ช่วยเสริมให้บ้านน็อกดาวน์ดูสวยงามยิ่งขึ้น ส่วนในสวนระบายแต้มด้วยกุหลาบสีแดง 2 สายพันธุ์ คือ โมนาลิซา (Mona Lisa) และกุหลาบ 2004 (2004 Traditional Home Rose) ปลูกผสมกันกระจายทั่วทั้งสวน เน้นเป็นพิเศษบริเวณจุดที่นั่งพัก ในความเห็นของผมกุหลาบที่จะนำมาใช้จัดสวนมีให้เลือกไม่มากนักครับ เพราะเราต้องเลือกพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย ดูแลง่ายๆ แค่รดน้ำให้ปุ๋ยและตัดแต่ง ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงหรือเคมีที่จะเป็นอันตรายกับผู้อาศัย ไม่ต้องดูแลอะไรมากเหมือนการเลี้ยงแบบคอลเล็กเตอร์ ไม่มีการเตรียมดินในแปลงปลูกอะไรเป็นพิเศษ ใช้ดินปลูกที่มีความสมบูรณ์หน่อย โรยทับด้วยดินขี้วัวที่เราใช้อยู่ที่ฟาร์ม จากประสบการณ์ผมว่ากุหลาบไม่ชอบวัสดุปลูกที่โปร่งร่วนซุยมากครับ เขาเป็น Tree เขาชอบดินที่เป็นดินจริง ๆ เหมือนต้นไม้ใหญ่ทั่วไปครับ
- ดอกกุหลาบ ดอกไม้แห่งความรัก หลากสายพันธุ์
- การปลูกกุหลาบ ให้ออกดอกสวย เพียง 6 วิธี
- ต้นกุหลาบ กับโรคและแมลงศัตรูตัวร้าย


“สวนไม้ดอกอื่น ๆ ที่เลือกใช้จะเป็นไม้ดอกอายุหลายปี คืออย่างน้อย ๆ ก็ต้อง 2 ปีขึ้นไปครับ ไม่ว่าจะเป็นต้อยติ่งฝรั่ง พยับหมอก บ็อกเสจ บลูเสจ นีออน ซัลเวีย ด้วยคุณสุนจะมาพักที่บ้านนี้แค่เพียงบางช่วงเวลา ไม้ดอกที่เลือกใช้จึงต้องสวยคงทน ให้ความสวยงามต่อเนื่องได้ในระยะยาวแม้ในช่วงที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ไม้ดอกเหล่านี้มีข้อดีอีกอย่างคือ เมื่อเมล็ดร่วงลงดินก็สามารถงอกต้นใหม่ได้เองตามธรรมชาติ เติมไม้ดอกล้มลุกเพื่อแต้มสีสันตามฤดูกาล สามารถปรับเปลี่ยนต้นใหม่สีใหม่ได้ตามความชอบ ไม้ดอกในสวนส่วนใหญ่เป็นดอกไม้ที่ล่อผึ้งตัวเล็ก ๆ มิ้ม ชันโรง และผีเสื้อด้วยครับ”


ภาพรวมของสวนที่เห็นตรงหน้ายังคงเป็นสไตล์สวนธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์งานออกแบบของ Saturday & Sunday Garden แต่ดูเหมือนจะมีรายละเอียดที่ต่างออกไปบางส่วน ซึ่งคุณภูและคุณเอ๊ะอธิบายให้ฟังว่า “การออกแบบก็ยังคงมองภาพสวนเป็นเหมือนภาพวาดที่แต้มสีสันต่าง ๆ ลงไปตามมุมต่าง ๆ ในสวนครับ แต่ด้วยพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวลึกเข้าไป ระยะการนำสายตาต้องทอดยาวไปค่อนข้างไกล เราเลือกใช้โทนสีและวิธีปลูกเป็นกลุ่มให้เด่นเพื่อดึงดูดสายตา แต่ก็ยังให้ภาพรวมที่ให้ความรู้สึกเหมือนต้นไม้ดอกไม้ขึ้นเองตามธรรมชาติ ต่างไปจากสวนแห่งอื่นที่จะปลูกกระจายคละกันทั่วทั้งสวน

“สวนไม้ดอกต้องการแสงแดดเป็นหลัก ต้นไม้ใหญ่จึงมีเพียงแค่ชมพูพันธุ์ทิพย์ที่คุณสุนปลูกไว้ก่อนแล้วบริเวณกระต๊อบไม้ไผ่เพื่อให้ร่มเงาและเติมความร่มรื่นให้พื้นที่ ที่เขาใหญ่เราจะไม่ค่อยเห็นต้นชมพูพันธุ์ทิพย์นะครับ เพราะมีปัญหาเรื่องด้วงเจาะลำต้น แต่ต้นนี้รอดและเติบโตได้ดี ฤดูออกดอกเป็นสีชมพูทั่วทั้งต้นเลยครับ ไม้ต้นระดับกลางและไม้พุ่มระดับสูงเราก็ไม่ได้ลง เพราะไม่ต้องการบังทิวทัศน์ภูเขา อีกทั้งพื้นที่รอบๆ ยังมีต้นไม้ใหญ่อยู่ค่อนข้างเยอะแล้ว ซึ่งเป็นข้อดีที่ใช้เป็นแบ็กกราวนด์ของสวนได้เป็นอย่างดี พื้นที่ที่มีลักษณะแคบยาวแบบนี้การลงไม้ระดับกลางและระดับสูงจะทำให้สวนดูแคบลงด้วย

“ดินเดิมในพื้นที่โคราชเป็นดินแดง ซึ่งเป็นดินที่มีธาตุอาหาร แห้งเร็ว และระบายน้ำได้ดี บริเวณที่ปลูกต้นไม้ เราแค่นำดินมูลวัวที่เราใช้ที่ฟาร์มอยู่แล้วมาโรยเพิ่ม พรวนให้ผสมกัน สวนนี้ไม่มีปัญหาเรื่องโรคแมลง และไม่มีปัญหาเรื่องน้ำขัง เนื่องจากคุณสุนถมที่ไว้ค่อนข้างสูง และทำสโลปให้น้ำไหลลงด้านข้างไว้ทั้งหมดแล้ว มีคุณลุงคนสวนคอยดูแลรดน้ำทุกวัน ปล่อยให้ต้นไม้ดอกไม้เติบโตงดงามตามธรรมชาติ ทีมเราเข้ามาดูแลตัดแต่งให้สวนสวยพร้อมต้อนรับครอบครัวคุณสุนกลับมาพักพิงเสมอครับ”
นิตยสาร บ้านและสวน ฉบับเดือนมกราคม 2569
เจ้าของ : คุณภาวิณี – คุณเรมอนด์ วอลเลนฮอปท์
ออกแบบ : Saturday & Sunday Garden โดยคุณภูษิต พันสาง และคุณสมภพ พานทอง
เรื่อง : วชิรพงศ์ หวลบุตตา
ภาพ : อภิรักษ์ สุขสัย
ผู้ช่วยช่างภาพ : ภูวรินทร์ ธีระวาส