No related posts.
เจาะน้ำบาดาล ในพื้นที่ซึ่งหาแหล่งน้ำได้ยาก และไม่มีระบบน้ำประปาเข้าถึง มีขั้นตอนอย่างไร? การเจาะน้ำบาดาลคือตัวเลือกที่สำคัญในการใช้งานอุปโภคบริโภคและทำเกษตรกรรม แต่การจะเจาะน้ำบาดาลโดยพลการนั้นอาจสุ่มเสี่ยงให้แหล่งน้ำบาดาลนั้นเสียหายได้ และมากกว่านั้นยังมีความผิดตามกฏหมายหากเพิกเฉยต่อการขออนุญาตอีกด้วย บ้านและสวนจึงขอแนะนำขั้นตอนการขอเจาะน้ำบาดาล และ 10 คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเรื่องน้ำบาดาลมาบอกกล่าวกัน เจาะน้ำบาดาล ขออนุญาตอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเอกสาร เจาะน้ำบาดาล ผู้ต้องการขออนุญาตติดต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ในเขตน้ำบาดาดลโดยเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ 1) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน 2) หนังสือมอบอำนาจและสำเนาประจำตัวบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ (กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตฯ ไม่มายื่นด้วยตนเอง พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท) 3) หนังสือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (กรณีโรงงานอุตสาหกรรม) 4) หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตฯ เป็นนิติบุคคล) โดยเจ้าพนักงานจะออกใบรับคำร้อง และดำเนินการตรวจสอบเอกสาร ภายใน 1 วัน หากถูกต้องครบถ้วน จึงเสนอผู้มีอำนาจดำเนินการพิจารณาออกใบอนุญาตแล้วก็ให้ชำระค่าธรรมเนียมเป็นอันเสร็จขั้นตอนแรก ขั้นตอนที่ 2 เจ้าพนักงานจะพิจารณาลักษณะของบ่อตามขนาดและพื้นที่ โดยบ่อขนาด 2-3 นิ้ว ปริมาณน้ำไม่เกิน 100 ลบ.ม. อาจใช้เวลาเพียง 1-2 วัน แต่หากเป็นบ่อที่มีขนาดใหญ่เช่น […]
กฎหมายอาคาร ปรับปรุงเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2563 คือ กฎกระทรวงฉบับที่ 68 (พ.ศ.2563) เพื่อปรับปรุงและเพิ่มเติม กฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543) มีสาระสำคัญที่มีผลกับการออกแบบและก่อสร้าง 6 หัวข้อ โดยสรุปให้เข้าใจง่ายๆ คือ 1.กำหนดให้การวัด “แนวอาคาร” คือ วัดที่ขอบนอกสุดของอาคาร กฎหมายอาคาร มีการให้คำจำกัดความของ “แนวอาคาร” ที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งแต่ก่อนไม่มีการระบุ จึงเกิดการตีความแตกต่างกัน (เราใช้แนวอาคารอ้างอิงในการขออนุญาตก่อสร้างหลายจุด เช่น ระยะถอยร่นของตัวอาคารกับเขตที่ดิน) โดยระบุไว้ว่า “แนวอาคาร” หมายความว่า แนวผนัง เสา หรือบันไดที่อยู่ด้านนอกสุดของอาคาร ยกเว้นบันไดหนีไฟภายนอกอาคารที่มีลักษณะโปร่ง” 2.บล็อกแก้วถือเป็นผนังทึบได้ เป็นการผ่อนปรนให้กับตึกแถวและบ้านที่ทำผนังใกล้เขตที่ดิน จึงกำหนดให้บล็อกแก้วถือเป็นผนังทึบได้เมื่อมีลักษณะตามที่กำหนด โดยระบุไว้ว่า “ผนังทึบ” หมายความว่า ผนังที่ไม่มีหน้าต่าง ประตู ช่องระบายอากาศ หรือช่องแสง และให้หมายความรวมถึงผนังที่ก่อด้วยบล็อกแก้วหนาไม่น้อยกว่า 9 เซนติเมตร โดยบล็อกแก้วต้องอยู่สูงกว่าระดับพื้นของห้องไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร ทั้งนี้ผนังที่ก่อด้วยบล็อกแก้วต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่ผนังแต่ละชั้นในด้านนั้น ๆ” 3.การวัดความสูงอาคาร ไม่คิดรวมสิ่งที่ตั้งอยู่บนอาคาร […]
ไฟไหม้บ้าน เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว เจ้าของบ้านควรทำอย่างไรต่อไป ไฟไหม้บ้าน เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับบ้านซึ่งเป็นที่อาศัยพักพิง และเก็บรักษาสมบัติของเราที่มีมูลค่าทั้งทางกายและทางใจ แต่หากเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้เกิดขึ้นแล้ว เราควรทำอย่างไรต่อไป? แจ้งเหตุ ไฟไหม้บ้าน ทันทีเมื่อเกิดเหตุ ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้หรือผู้พบเห็นเหตุการณ์ ไฟไหม้บ้าน ควรโทรแจ้งเหตุทันทีที่เบอร์สายด่วน 199 เป็นอันดับแรก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานงานไปยังหน่วยงานดับเพลิงหรือหน่วยงานกู้ภัยประจำพื้นที่ทราบ และเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการติดต่อสถานีดับเพลิงที่ใกล้ที่สุดได้โดยตรง โดยตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์สถานีดับเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นๆ ได้ที่ https://www.yellowpages.co.th/emergency/fire ขอความช่วยเหลือเมื่อเหตุเพลิงไหม้สงบ ติดต่อได้ที่ไหน? เมื่อเหตุเพลิงไหม้สงบลงแล้ว ผู้ประสบเหตุสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือเบื้องต้นจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในรูปแบบของเงินช่วยเหลือหรือสิ่งของจำเป็น โดยผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ในกรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจาก: ฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 0-2354-6858 หรือสายด่วน 199 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2637-3000 หรือสายด่วน 1784 ส่วนผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถติดต่อไปยัง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ประจำพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อทำหนังสือชี้แจงเหตุการณ์และแจ้งความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้น ส่งไปยังที่ว่าการอำเภอและแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบตามลำดับ เพื่อสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ. จังหวัด) จ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยต่อไป ดูว่าเหตุเพลิงไหม้เข้าข่าย […]
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4220
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]