No related posts.
การ ปูทางเดินในสวน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดจากการเหยียบย่ำบนสนามหญ้าหรือไม้คลุมดินอื่น ๆ และเพื่อความสะดวกในการเข้าไปใช้งานในสวน การออกแบบจึงควรคำนึงถึงการวางระยะและขนาดทางเดินให้เหมาะสม นอกจากนี้ความสวยงามของทางเดินยังเป็นตัวเสริมให้สวนดูมีมิติ และใช้เป็นจุดนำสายตาไปยังมุมต่างๆในสวนได้อีกด้วย รูปแบบทางเดินมีทั้งที่ทำเป็นถนนเล็กๆทอดยาว เพื่อความสะดวกในการสัญจร และจัดให้ก้าวเป็นจังหวะ โดยใช้แผ่นหินธรรมชาติหรือแผ่นทางเดินสำเร็จรูป ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป การ ปูทางเดินในสวน ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัย อาทิ ก้าวเหยียบแล้วไม่เอียง ไม่ลื่นหรือสะดุด ซึ่งอาจทำให้เราเสียหลักหกล้มได้นั่นเอง มาดูวิธีการ ปูทางเดินในสวน ด้วยตัวเองกัน เครื่องมือและอุปกรณ์ จอบหรือเสียม ลูกกลิ้งหรือลูกกระทุ้งเพื่อบดอัดดิน ช้อนหรือส้อมพรวนดิน เกรียงโบกปูน ค้อนยาง ถุงมือ ทรายหยาบ การเตรียมพื้นในสวน กรณีที่เป็นการปูแผ่นทางเดินสำเร็จรูป ให้เตรียมพื้นที่คล้ายกับงานก่อสร้าง คือ กำจัดวัชพืชและเศษวัสดุ หลังจากนั้นจึงปรับระดับพื้นดิน โดยคำนึงถึงทิศทางการไหลของน้ำให้ไหลลงสู่ที่ต่ำ เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้เร็วป้องกันไม่ให้น้ำขัง การปูแผ่นพื้นทางเดิน เราสามารถปูแผ่นทางเดินในสวนได้ 2 วิธี คือ การปูบนพื้นคอนกรีต ซึ่งวิธีนี้มีความคงทนถาวรที่สุด อีกวิธีคือ การปูบนพื้นดินโดยตรง ซึ่งง่ายและสะดวกกว่า โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ใช้จอบหรือเสียม ค่อยๆ […]
ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาใช้งานที่บ้าน หรือเปลี่ยนทดแทนเครื่องเดิม หรือย้ายจุดติดตั้ง และพอมีความรู้พื้นฐานเรื่องระบบไฟฟ้าอยู่บ้าง สามารถ ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ได้ด้วยตนเอง โดยทำตามคำแนะนำง่ายๆเพียง 10 ขั้นตอน ช่วยประหยัดเงินและเวลาในการหาช่างมาติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นอีกด้วยนะ ขั้นตอนการ ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ด้วยตัวเอง 1.ตำแหน่งที่จะติดตั้งควรอยู่สูงจากพื้นอย่างน้อย 160 เซนติเมตร สำรวจพื้นที่ที่ต้องการจะ ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ภายในห้องน้ำ โดยตำแหน่งที่จะติดตั้งควรอยู่ใกล้กับฝักบัวและอยู่สูงจากพื้นประมาณ 160-170 เซนติเมตร 2.ปิดเบรกเกอร์ที่เมนสวิตช์ ปิดเบรกเกอร์ที่เมนสวิตช์หรือตู้คอนซูมเมอร์ยูนิตในกรณีที่ต้องเดินสายไฟใหม่ แต่ถ้ามีการเดินสายไฟของเดิมไว้แล้ว ให้ปิดเบรกเกอร์ลูกย่อยที่ใช้ควบคุมเฉพาะเครื่องทำน้ำอุ่นที่เมนสวิตช์ก็ได้ เพราะบริเวณอื่นๆในบ้านยังมีไฟฟ้าใช้งานได้อยู่ 3.ใช้สว่านแบบกระแทกเจาะผนัง ใช้สว่านไฟฟ้าหรือสว่านไร้สายแบบกระแทกพร้อมดอกสว่าน เจาะผนังที่ทำเครื่องหมายไว้แล้ว จากนั้นนำพุกมาใส่ แล้วใช้ค้อนค่อยๆตอกจนพุกฝังเข้าไปในผนังทั้งตัว 4.ขันสกรูเพื่อยึดตัวเครื่องกับผนัง ใช้ไขควงขันสกรูยึดตัวเครื่องทำน้ำอุ่นเข้ากับผนังให้มั่นคงแข็งแรง 5.เดินสายไฟและติดตั้งเบรกเกอร์ เดินสายไฟจากเมนสวิตช์ โดยใช้สายไฟขนาด 2X4 ตารางมิลลิเมตร (sq.mm.) หรือเบอร์ 4 ตามภาษาช่างที่เรียกกัน มายังบริเวณหน้าห้องน้ำ แล้วติดตั้งเบรกเกอร์ขนาด 20 A สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นขนาด 3,500 วัตต์ […]
ระบบกันซึม เป็นสิ่งจำเป็นในกระบวนการก่อสร้างบ้าน โดยเฉพาะส่วนห้องน้ำและพื้นดาดฟ้า แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร เราควรเลือกใช้แบบไหน ไปดูกัน ระบบกันซึม แบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ น้ำยากันซึมแบบผสมในคอนกรีต น้ำยากันซึมแบบเหลวใช้ทา และ ระบบกันซึมแบบแผ่น ไปดูกันว่าแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร น้ำยากันซึม แบบผสมในคอนกรีต ใช้เทเป็นโครงสร้างหรือเอามาฉาบผิวเพื่อกันซึม แต่สำหรับที่มักพูดกันหรือเขียนในแบบก่อสร้างว่า “คอนกรีตผสม น้ำยากันซึม ” ตัวนั้นเป็นแค่เคมีที่ช่วยลดน้ำในคอนกรีตเพื่อหวังผลให้น้ำในคอนกรีตน้อยลงจนทำให้คอนกรีตหนาแน่นมากขึ้น แล้วจะกันน้ำได้มากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงใช้งานไม่ได้เพราะป้องกันน้ำซึมไม่ได้เลย จึงไม่แนะนำให้ใช้ระบบนี้ ส่วนที่ใช้งานได้ดีคือการใช้สารประเภท Crystalline ที่เมื่อผสมในคอนกรีตแล้วจะทำให้คอนกรีตทำปฏิกิริยากับน้ำจนก่อเป็นผลึกขนาดจิ๋ว อุดตามช่องว่างภายในคอนกรีตจนสนิท ทำให้คอนกรีตทึบน้ำจนกันน้ำกันซึมได้ดี ระบบนี้ใช้ได้ทั้งแบบใช้ผสมในคอนกรีตก่อนเทหรือพ่นที่ผิวคอนกรีตก็ได้ ข้อดี ทำงานง่าย ราคาถูก ข้อจำกัด ควบคุมคุณภาพยาก เพราะสารเคมีนี้ใสมากและไม่มีสี ทำให้ยากที่จะตรวจสอบว่าพ่นหรือผสมในคอนกรีตแล้วหรือไม่ และผสมในปริมาณที่ถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้ยังใช้ได้กับคอนกรีตเท่านั้น ใช้กับวัสดุอื่น เช่น โลหะ กระเบื้อง ปูนฉาบ ไม่ได้เลย น้ำยากันซึม แบบเหลวใช้ทา (Liquid Applied) มีลักษณะเป็นของเหลวใช้ทาหรือพ่นที่ผิวที่ต้องการใช้กันซึม จะป้องกันคอนกรีตไม่ให้โดนความชื้นหรือสารเคมีจากด้านนอก สมัยก่อนนิยมใช้เป็นสารพวกยางมะตอย […]
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4220
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]