ปลูกพริก

สารพัดพริก ปลูกอย่างไรให้เก็บขายได้เงิน

ปลูกพริก
ปลูกพริก

อีกหนึ่งผักสวนครัวที่คนไทยคุ้นหน้ากันดีคือ พริก ซึ่งปลูกได้ทั่วทุกภาคในเมืองไทย อาหารไทยล้วนแต่มีพริกเป็นส่วนประกอบ

พริก  ทั้งอาหารประจำภาคต่างๆ อย่างอีสาน ภาคใต้ ภาคเหนือ รวมถึงภาคกลางที่แม้จะไม่มีอาหารรสชาติเผ็ดจัดจ้านเท่ากับเมนูภาคอื่นๆ แต่พริกก็ยังเป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่ช่วยชูโรงให้เกิดความกลมกล่อมถูกปากคนไทย ซึ่งจะว่าไปแล้วเมืองไทยมี น้ำพริก เป็นอาหารประจำภาคก็ว่าได้

พริก

รู้กันดีว่า พริก ให้รสชาติเผ็ด ซึ่งเกิดจากสารแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งช่วยกระตุ้นต่อมน้ำลายให้ทำงานมากขึ้น เมื่อทานอาหารที่มีส่วนผสมของพริกจำนวนมากจะทำให้เลือดไหลเวียน ขับเหงื่อ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นตื่นตัวขึ้น ความเผ็ดของพริกมีหน่วยวัดที่เรียกว่าสโกวิลล์ Scoville (SHU)  โดยเคยมีบันทึกพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกคือพริก Carolina Reaper ที่มีค่าความเผ็ดอยู่ที่ 2,200,000 SHU หากเดาไม่ออกว่าเผ็ดแค่ไหนให้เปรียบเทียบกับพริกขี้หนูสวนของบ้านเราที่มีค่าความเผ็ดอยู่ที่ 100,000 SHU เท่านั้น

ในเมืองไทย เราจะคุ้นชื่อกับพริกหลายชนิด เริ่มตั้งแต่ พริกขี้หนู พริกหยวก พริกชี้ฟ้า พริกหวาน พริกกะเหรี่ยง โดยเฉพาะพริกขี้หนูที่เป็นพืชส่งออกอันดับต้นๆ ของไทย สำหรับใครที่อยากจะปลูกพริกไว้ทานเองที่บ้านไม่ต้องง้อตลาดสด เหลือทานก็เก็บขายได้ เว็บไซต์บ้านและสวน มีวิธีการปลูกพริกให้ได้ผลผลิตเยอะมากบอกค่ะ

พริก
ภาพจาก https://www.lovethegarden.com

แบ่งประเภทของพริก

พริกสำหรับรับประทานแบ่งออกเป็น 2 จำพวกหลักๆ คือ ที่เป็นไม้ล้มลุกอายุสั้นเพียง 1-2 ปี ได้แก่พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู พริกหยวก ส่วนอีกสายพันธุ์เป็นพวกยืนต้นอายุจะยาวถึง 2-3 ปี ซึ่งเป็นพริกที่มีรสชาติเผ็ดจัดอาทิพริกขี้หนูสวน ส่วนความสูงของต้นแตกต่างกันตามสายพันธุ์

อีกประเภทคือพริกประดับที่นิยมปลูกเพื่อความสวยงามอย่างเช่น พริกโบลิเวียนเรนโบว์ซึ่งมี 7 สี  ก็เป็นอีกสีสันที่คนรักสวนเลือกปลูกให้ความสวยงาม สามารถรับประทานได้ความเผ็ดอยู่ที่ 5000 SHU

พริก
ภาพจาก http://www.ppseeds.com

เตรียมพื้นที่ปลูก

การเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกพริกในสวนรอบบ้านมี 2 แบบคือปลูกลงแปลงดิน และปลูกในกระถาง โดยการปลูกลงแปลงดินนั้นควรเว้นระยะห่างแต่ละหลุมปลูกประมาณ 50-60 เซนติเมตร หากปลูกลงกระถางเลือกไซส์ 12 นิ้วขึ้นไป เลือกตำแหน่งปลูกที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างน้อยครึ่งวัน

พริก

ผสมดิน

ดินสำหรับปลูกพริก เลือกได้ง่ายเพราะพริกสามารถเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่ดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ส่วนผสมในดินนั้นสามารถใช้ดินเก่าผสมวัสดุปลูกอื่นๆ อย่างปุ๋ยคอก เศษใบไม้ กาบมะพร้าวสับ เป็นต้น

เพาะเมล็ด

พริกขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด ทำได้ง่ายๆ มาก โดยคัดเลือกพริกเม็ดที่สมบูรณ์ทั้งรูปร่างที่ตรงตามสายพันธุ์ สีแดงสุกเข้มไม่อ่อนหรือแก่เกินไป ใช้มีดผ่าตามแนวยาวเพื่อเก็บเมล็ดที่อยู่ด้านในนำไปหยอดในกระบะเพาะ หลังจากนั้นประมาณ 7 วันต้นกล้าจะเริ่มงอก รอจนต้นอ่อนแตกใบ 2-4 ใบให้แยกลงปลูกในกระถางหรือหลุมปลูกตามความเหมาะสมกับขนาดพื้นที่

ดูแลให้ออกผล

ดูแลให้ออกผล

เมื่อต้นพริกเริ่มตั้งตัวได้ค่อยให้ปุ๋ยบำรุง โดยเลือกสูตรเสมอ ผสมกับปุ๋ยคอก รดน้ำสม่ำเสมอ เมื่อต้นแตกใบสามารถเด็ดยอดทิ้งเพื่อให้ต้นแตกพุ่มหลังจากปลูกลงดิน 60-90 วันก็จะออกผลให้เก็บรับประทานได้ การเก็บพริกให้เก็บที่ละผล อย่าเด็ดเป็นช่อเพาะแต่ละช่อแตกผลไม่พร้อมกัน ว่ากันว่า ยิ่งเก็บผลพริกก็ยิ่งแตกผลตามมาด้วย

ป้องกันโรคและศัตรูพริก

หากพริกที่เราปลูกติดโรคจะสังเกตได้ง่ายๆ คือใบจะหงิกงอ ลำต้นแคระ ไม่ว่าจะเป็น เพลี้ยไฟพริก วิธีป้องกันคือต้องรดน้ำสม่ำเสมออย่าให้ขาดน้ำซึ่งเป็นเหตุทำให้ต้นพริกอ่อนแอ ในขณะที่ ไรขาว จะเจอบ่อยในช่วงฤดูฝนซึ่งมักจะระบาดในช่วงที่มีความชื้นสูง  ส่วนเพลี้ยอ่อนที่มักทำลายยอดอ่อนสามารถป้องกันด้วยวิธีทำลายวัชพืชรอบๆ แปลงปลูก นอกจากนี้ยังมีโรคยอดฮิตอย่าง โรคกุ้งแห้ง ซึ่งเป็นอาการอย่างหนึ่งของโรคแอนแทรกโนสที่จะทำลายผลพริกให้เกิดเป็นจุดช้ำๆ และแห้งเหี่ยวในที่สุด ทั้งนี้สามารถป้องกันโรคกุ้งแห้งในพริกได้ด้วยการรักษาความสะอาดในแปลงปลูกและระวังอย่าให้มีความชื้นมากเกินไป

เรื่องและเรียบเรียง : JOMM YB.