SX2026 ชวน “ปรับ รับ เปลี่ยน” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน - บ้านและสวน

Sustainability Expo 2026 มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ชวน “ปรับ รับ เปลี่ยน” เพื่อโลกที่ยั่งยืน

Sustainability Expo 2026 (SX2026) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) กลับมาในแนวคิด RESILIENCE IN ACTION “ปรับ รับ เปลี่ยน” เรียนรู้แนวทางการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง ผ่านนิทรรศการ นวัตกรรม กิจกรรม และแรงบันดาลใจจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

พบกับนิทรรศการ กิจกรรม และเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้และลงมือทำจริง ระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

โซนนิทรรศการชั้น G จำนวน 5 โซน

1. โซน SEP INSPIRATION ก้าวสู่การ “ปรับ รับ เปลี่ยน” เพื่ออยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์

ชวนเรียนรู้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและวิกฤตที่คาดเดาได้ยาก พบกับเรื่องราวและกรณีศึกษาจริงจากบุคคล ชุมชน และองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ อาทิ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงาน กปร. ที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมจนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดคือ SX PROLOGUE ที่ชวนทุกคนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ผ่าน Immersive Experience ซึ่งผสานมัลติมีเดีย ศิลปะ และเรื่องราวจาก National Geographic โอบล้อมผู้ชมด้วยภาพ เสียง และบรรยากาศของธรรมชาติ เพื่อสร้างความตระหนักถึงวิกฤตธรรมชาติและย้ำเตือนว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

2. โซน BETTER ME ชีวิตดีมีคุณภาพเริ่มได้ที่ตัวเรา

ชวนค้นหาคำตอบว่า “อยู่กับ Tech อย่างไร…ให้ชีวิตลงตัว?” ผ่านแนวคิด Human Living in Harmony with Technology ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งด้านสุขภาพ การพัฒนาตัวเอง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ตั้งแต่เรื่อง Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ไปจนถึงการใช้ AI และเทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและรับผิดชอบ

พบกับนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ กระจกประเมินสุขภาพพิพเพก จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยหนานจิง ใช้ AI ประเมินข้อมูลสุขภาพ 36 รายการจากการสแกนใบหน้าเพียง 30 วินาที เช่น ชีพจร อัตราการหายใจ ความดันโลหิต และระดับความเครียด ด้วยความแม่นยำประมาณ 85% สำหรับการคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ DAWN Red Light Sleeping Bag ถุงนอนที่ผ่านการรับรองจาก อย. ซึ่งนำเทคโนโลยี Photobiomodulation มาใช้ร่วมกับแสงสีแดงความยาวคลื่น 660 นาโนเมตร และแสงอินฟราเรดใกล้ 850 นาโนเมตร จาก LED จำนวน 2,480 ดวง รวมถึง Sonar AI จาก CMKL University ที่ชวนเรียนรู้และรู้เท่าทันกลโกงคอลเซ็นเตอร์ ผ่าน AI ที่สามารถฟัง ประมวลผล และโต้ตอบบทสนทนาภาษาไทยจากสถานการณ์จริงได้แบบเรียลไทม์

3. โซน BETTER LIVING ถอดรหัสทางรอดด้านพลังงาน น้ำ และอาหาร

ชวนทุกคนมาร่วมถอดรหัสวิกฤตความมั่นคงทางทรัพยากร (Resource Security) ผ่านแนวคิด RE-Create The City : Beyond the Resilient ที่นำเสนอความท้าทายสำคัญของโลกใน 3 มิติ ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความมั่นคงทางน้ำ กับแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และปัญหาน้ำกร่อยจากการรุกล้ำของน้ำเค็ม รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและน้ำ จนอาจทำให้อาหารมีราคาสูงขึ้นและวัตถุดิบบางชนิดเสี่ยงสูญหาย

พร้อมสัมผัส RECREATE CITY ประสบการณ์ Immersive 4D Theater ที่จำลองวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้ผู้ชมได้สัมผัสอย่างสมจริง ชวนตั้งคำถามถึงอนาคตของทรัพยากร และเรียนรู้แนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เพื่อส่งต่อทรัพยากรที่เพียงพอให้คนรุ่นต่อไป

4. โซน BETTER COMMUNITY เปลี่ยนความต่างระหว่างวัยให้เป็นพลังสร้างชุมชนเข้มแข็ง

ชวนสำรวจศักยภาพของคนต่างเจเนอเรชันผ่านนิทรรศการ Collaboration Across Generations ที่นำเสนอแนวคิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ และทักษะของคนต่างวัย เพื่อสร้างพลังความร่วมมือในสังคม ผ่านตัวอย่างโครงการจากกว่า 40 หน่วยงาน ทั้งสถาบันการศึกษา องค์กรภาครัฐ และภาคประชาชน

พร้อมต่อยอดแนวคิด Generation Paradox ที่นำจุดแข็งของแต่ละเจเนอเรชัน ทั้งค่านิยม วิธีคิด การทำงาน และมุมมองต่ออนาคต มาเติมเต็มซึ่งกันและกัน โดยมีพื้นที่ Gathering Space เป็นเวทีสำหรับการสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และถกประเด็นร่วมกัน เพื่อค้นหาว่าความแตกต่างจะเปลี่ยนเป็นพลังในการลงมือทำร่วมกันได้อย่างไร

5. โซน BETTER WORLD ศิลปะเปลี่ยนโลก สร้างแรงบันดาลใจสู่อนาคตที่ยั่งยืน

เพราะศิลปะไม่ได้เป็นเพียงความงดงาม แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่ช่วยให้ผู้คนกลับมามองโลกด้วยความเข้าใจ เห็นคุณค่าของธรรมชาติ และเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้ โซน BETTER WORLD จึงรวบรวมเรื่องราวของธรรมชาติผ่านภาพถ่ายอันทรงพลัง พร้อมนำเสนอเวทีสืบสาน รักษา และต่อยอดวงการศิลปะไทย

ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและมุมมองผ่านภาพถ่ายอันทรงคุณค่าทางศิลปะ พร้อมข้อคิดเตือนใจในแง่มุมต่าง ๆ อีกทั้งยังมีนิทรรศการ “ศิลป์ : ทรัพย์” จัดแสดงผลงานจากโครงการประกวดศิลปะเยาวชนประเภทภาพวาดและภาพถ่าย ภายใต้แนวคิด “รู้ใช้ รู้ค่า พัฒนา ต่อยอด”

โซนกิจกรรมให้คุณได้ลงมือทำเพื่อโลก ชั้น LG จำนวน 4 โซน

1. SX FOOD FESTIVAL เทศกาลอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อิ่มอร่อยไปกับ Climate Action

เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนแปลง อาหารที่เรากินก็อาจเปลี่ยนไปด้วย SX FOOD FESTIVAL ปีนี้มาในธีม “MELTING WORLD” ชวนทุกคนอิ่มอร่อยไปพร้อมกับเรียนรู้เรื่อง Climate Action ผ่านร้านอาหารกว่า 165 ร้านค้า ที่รายล้อมประติมากรรมภูเขาน้ำแข็งใจกลางลาน พร้อมเมนูอร่อยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พิเศษกับไฮไลต์จากเชฟชื่อดัง 18 ท่าน ที่จะมารังสรรค์เมนูสร้างสรรค์สะท้อนแนวคิดการกินอย่างยั่งยืนและการปรับตัวเรื่องอาหาร ชวนให้เห็นว่าทุกมื้อที่เราเลือกกินล้วนมีส่วนต่อโลกใบนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน

2. SX KIDS ZONE เล่นรู้ทักษะ ปรับรับอนาคต เติบโตยั่งยืน

เปิดโลกการเรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ ภายใต้แนวคิด “Resilience in Action เล่นรู้ทักษะ ปรับรับอนาคต เติบโตยั่งยืน” ผ่านการผจญภัยสำรวจธรรมชาติตั้งแต่ From Land to Sea โดยมีไฮไลต์อย่างนิทรรศการ “Ant World” พาไปรู้จักโลกอัศจรรย์ของมดและสังคมแมลงที่มีทักษะการเอาตัวรอดและปรับตัวรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง

ต่อด้วย “Wonders of Our Blue Space” by Crystal ที่ชวนเด็ก ๆ สำรวจโลกใต้ท้องทะเล พบกับพี่วาฬยักษ์และผองเพื่อน พร้อมเรียนรู้บทบาทของสิ่งมีชีวิตที่ช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศทางทะเล นอกจากนี้ยังมีลานเล่นเรียนรู้และเวิร์กชอปจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และ Little Gaia x Oneness Bilingual School

อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ “เวทีหนูทดลอง” ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ทดลองสวมบทบาทเป็นเจ้าของอาชีพจริง อาทิ นักชีววิทยารุ่นจิ๋วกับการเรียนรู้เรื่องอาหารแห่งอนาคตจากมด รวมถึงสนามประลองคิดส์ที่เปิดสอนหมากรุกฟรีโดยสโมสรขุนทองคำ สมาคมกีฬาหมากรุกเซี่ยงฉีแห่งประเทศไทย และสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย ปิดท้ายด้วย “หนูทดลอง Kids Market” ตลาดสินค้าจากผู้ประกอบการรุ่นจิ๋วกว่า 18 ร้านค้า ที่เปิดให้ช้อปกันทุกวันเสาร์-อาทิตย์

3. SX MARKETPLACE ช้อปอย่างรู้ที่มา กับตลาด GEO-LOCAL MARKET ภู-มิ วิถีถิ่นไทย

ชวนเปลี่ยนการช้อปปิ้งให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโลกที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “GEO-LOCAL MARKET ภู-มิ วิถีถิ่นไทย” ตลาดที่รวบรวมสินค้าโดดเด่นจากชุมชนทั่วประเทศกว่า 230 ร้านค้า เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เลือกซื้อสินค้าที่มีเรื่องราวและที่มา พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจชุมชนไทย

ภายในแบ่งออกเป็น 4 พื้นที่หลัก ได้แก่

  • โซนชุมชนเข้มแข็ง รวมร้านค้าเพื่อชุมชนและสินค้าจากโครงการชุมชนเข้มแข็งพอเพียงทั่วไทย
  • โซนกรีนดี–อยู่ดี สินค้าเกษตรปลอดภัย ต้นไม้ และสินค้าเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
  • โซนดีไซน์เปลี่ยนโลก สินค้า Sustainable Living และนวัตกรรมใหม่เพื่อโลกที่ยั่งยืน
  • Market Square พื้นที่กิจกรรม สาธิต ลองชิม และทดลองใช้สินค้าและบริการจริงก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

พิเศษกับ Showcase งานหัตถกรรมดีไซน์ร่วมสมัยจากวัสดุพื้นถิ่นไทย 4 ชนิด ได้แก่ กกจันทบูร กระจูด เตยปาหนัน และกล้วย ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ดีไซน์ร่วมสมัยที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

4. SX REPARTMENT STORE เปลี่ยนของที่ไม่ใช้ให้กลับมามีคุณค่า ส่งต่อการแบ่งปันอย่างยั่งยืน

ชวนทุกคนมาร่วมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสิ่งของที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ผ่านพื้นที่ที่รวมพลังการ Reuse, Reduce และ Recycle เปิดโอกาสให้ร่วมช้อปและบริจาคสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ เพื่อส่งต่อให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่น

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปฟรีจากพันธมิตร อาทิ ปันกัน, Mirror Upcycle, YouTH และ BAB ที่ชวนเรียนรู้เรื่องการนำสิ่งของกลับมาใช้ใหม่ ลดการใช้ทรัพยากร และสร้างคุณค่าใหม่จากของเดิม ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงมือทำและมีส่วนร่วมกับแนวคิดความยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง


วัน เวลา และสถานที่จัดงาน

  • วันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569
  • เวลา 10.00-20.00 น.
  • สถานที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)