ไบโอชาร์ กับภารกิจฟื้นฟูต้นไม้ใหญ่ - บ้านและสวน

ไบโอชาร์ ถ่านชีวภาพ ตัวช่วยฟื้นฟูต้นไม้

ไบโอชาร์ (Biochar) ถ่านชีวภาพหลากคุณประโยชน์ เป็นมิตรกับต้นไม้ ตัวช่วยยุคใหม่ที่เป็นความหวังของคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี

ไบโอชาร์ ต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบหลายร้อยปี คงไม่ต่างกับ ‘คุณปู่ใจดี’ ที่ควรได้รับการดูแลอย่างดี เพราะกิ่งก้าน ลำต้นอาจไม่แข็งแรง เสี่ยงหักโค่นจนเกิดอันตรายได้ และเมืองไทยเรามีคุณปู่ต้นไม้จำนวนมากที่ต้องได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ แน่นอนการดูแลแบบเดิมๆ แค่รดน้ำ ใส่ปุ๋ย อาจไม่เพียงพอ เพราะมีปัจจัยนับไม่ถ้วนที่ทำให้ต้นไม้อ่อนแอ ตั้งแต่ดินที่อัดแน่นเกินไป สภาพแวดล้อมรอบข้างที่ไม่เอื้ออำนวย รวมไปถึงศัตรูพืชต่างๆ 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา BIG Trees จึงร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ นำนวัตกรรมที่เรียกว่า ‘ไบโอชาร์’ หรือถ่านคุณภาพสูง ผลิตจากเศษกิ่งไม้เหลือทิ้งด้วยวิธีการเผาแบบควันน้อย มาช่วยฟื้นฟูต้นไม้ใหญ่ จนสามารถกลับมาผลิดอกออกใบได้อย่างงดงาม บ้านและสวน จึงส่งต่อความรู้และไอเดียเหล่านี้เพื่อเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่จะช่วยสร้างคลื่นแห่งความหวังของต้นไม้เหล่านั้นให้กลายเป็นคลื่นที่ทุกคนหันมาสนใจ และตระหนักถึงความสำคัญได้ไม่มากก็น้อย

‘ไบโอชาร์’ ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่การบำรุงต้นไม้ หากยังมีประโยชน์อีกมากมาย และยังเป็นวิธีแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมชาติที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

จากเศษกิ่งไม้ สู่ถ่านเปลี่ยนโลก

จากปัญหาการตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ในบ้าน หรือสวนสาธารณะ ซึ่งแต่ละครั้งรวมแล้วมีเศษกิ่งไม้กองใหญ่ BIG Trees ได้ปรึกษา ศ.กิตติคุณ เดชา บุญค้ำ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ อาจารย์แนะนำให้เปลี่ยนการทิ้ง เป็นการเผาเพื่อผลิต ‘ไบโอชาร์’ และนำกลับมาใช้เป็นวัสดุปรุงดินดีกว่า นับเป็นประโยชน์แบบคูณสอง และถือเป็นทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก

ไบโอชาร์
ไบโอชาร์ผลิตได้จากเศษกิ่งไม้ เศษวัสดุทางการเกษตร ช่วยเปลี่ยนของที่ไม่ใช้แล้วให้กลับมามีประโยชน์ ลดกระบวนการขนส่งและนำไปกำจัด

‘ไบโอชาร์’ (Biochar) เป็นถ่านชีวภาพที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าถ่านหุงต้มทั่วไป โดยผ่านกระบวนการเผาในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนจำกัดหรือไม่มีเลย ด้วยอุณหภูมิสูงถึง 500-600 องศาเซลเซียส จนกระทั่งคาร์บอนในเนื้อไม้กลายเป็นก้อนแข็ง ทำให้ไบโอชาร์มี ‘รูพรุนจิ๋ว’ เต็มไปหมด ซึ่งพอไปหมักกับน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์ราวๆ 2 สัปดาห์ ก็จะแปรสภาพเป็นเหมือน ‘ฟองน้ำ’ ที่ดูดซับสารอาหารและแร่ธาตุไว้ในตัวเอง เมื่อนำไปใส่ต้นไม้ สารอาหารจะค่อยๆซึมออกมา ทำให้ไม่จำเป็นต้องเติมปุ๋ยบ่อยๆสามารถปล่อยไว้ได้นานเป็นปี และช่วยให้ดินโปร่ง อากาศแทรกซึมได้ ระบายน้ำดี ลดปัญหาดินแน่นจนรากไม้หายใจไม่ออก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตาย

ที่สำคัญยังตอบโจทย์เรื่อง Nature-based Solutions (NbS) หรือแนวคิด ‘การใช้ธรรมชาติเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหา’ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งนำเสนอครั้งแรกโดย International Union for Conservation of Nature (IUCN) ในปี 2552 ในการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

BIG Trees จึงนำแนวคิดนี้ไปพูดคุยกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเวลานั้น และร่วมกันทดลองนำกิ่งไม้และเศษวัสดุต่างๆ มาเผาเป็นไบโอชาร์ ใส่ให้กับต้นไม้ในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยที่ศูนย์รังสิต ซึ่งปรากฏว่าได้ผลลัพธ์ที่ดี ทำให้มองเห็นโอกาสนำมาขยายผลต่อกับต้นไม้ใหญ่อื่นๆ ทั่วประเทศ

ภารกิจกู้ชีพต้นไม้สำคัญของแผ่นดิน

ตามสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ มักจะมีต้นไม้ใหญ่ที่อยู่คู่กับผืนดินบริเวณนั้นมาอย่างยาวนาน แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการบำรุงรักษาที่ขาดความเข้าใจ อาจทำให้สุขภาพต้นไม้อ่อนแอลง 

ที่ผ่านมาการกู้ชีพต้นไม้ใหญ่ที่เสื่อมโทรมมักทำโดยการปรับปรุงดินใส่ปุ๋ย แต่แร่ธาตุในดินมักถูกชะล้างไปกับน้ำ หรือถูกต้นไม้ดึงไปใช้จนหมด ทำให้ต้นไม้หลายต้นไม่ได้ผลิดอกออกใบเป็นเวลานาน หรือมีสภาพใกล้ตาย

ในช่วงปลายปี 2559 ที่มีงานพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 BIG Trees ได้รับการติดต่อจากกรุงเทพมหานคร ให้มาช่วยฟื้นฟูต้นมะขามบางส่วนที่ท้องสนามหลวง ซึ่งมีอายุร่วมร้อยปี ความท้าทายคือ เมื่อครั้งที่มีการปรับภูมิทัศน์สนามหลวงนั้น มีการเทพื้นผิวคอนกรีตแทนพื้นหญ้ามากขึ้นจนชิดรอบลำต้นมะขาม หลุมปลูกต้นไม้ยังพบเศษวัสดุก่อสร้างปะปนเป็นจำนวนมาก BIG Trees จึงแก้ปัญหาด้วยการใช้ ‘เสียมลม’ เป่าดินที่เสื่อมสภาพทิ้งไป และเติมดินใหม่พร้อมใส่วัสดุปรุงดินต่างๆรวมถึงไบโอชาร์เพื่อเพิ่มแร่ธาตุอาหาร

นับเป็นการจุดประกายให้หน่วยงานอื่นๆเกิดความสนใจ และชักชวน BIG Trees ร่วมฟื้นฟูต้นไม้ประวัติศาสตร์อีกหลายพื้นที่

ต้นตะเคียนอายุ 200 ปี บริเวณคลองคูเมืองเดิม ก่อนฟื้นฟูมีสภาพร่วงโรย ไม่แข็งแรง

หนึ่งในโครงการที่ถือว่าได้ผลดีมาก คือภารกิจฟื้นฟูคุณปู่ต้นตะเคียนทอง บริเวณคลองคูเมืองเดิมใกล้วัดราชบพิธฯ ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมากที่สุดของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีเรื่องเล่าว่า รัชกาลที่ 1 โปรดฯ ให้ปลูกต้นตะเคียนทองเหล่านี้ไว้เพื่อใช้ทำเรือขุดกรณีที่เกิดสงคราม รวมทั้งเป็นแนวป้องกันข้าศึกก่อนถึงกำแพงเมือง

เวลานั้นปลูกกันเป็นร้อยต้น แต่ผ่านมา 200 กว่าปีเหลือแค่ 4-5 ต้น และมีแนวโน้มว่าจะลดลงไปเรื่อยๆ ยิ่งกว่านั้นต้นที่เหลือก็อยู่ในสภาพร่วงโรยเต็มที BIG Trees จึงร่วมมือกับสำนักงานเขตพระนคร และสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร แก้ไขฟื้นฟู และดูแลต่อเนื่อง จนคุณปู่ตะเคียนทองเริ่มกลับมามีสุขภาพแข็งแรง แตกกิ่ง แตกใบใหม่ และเริ่มมีลูกตะเคียนให้เห็นอีกครั้ง หลังจากไม่ออกผลมานานหลายปี ถือเป็นสัญญาณบวกว่าน่าจะยืดอายุต้นไม้ประวัติศาสตร์นี้ให้คงอยู่คู่บ้านคู่เมืองสืบไป

ไบโอชาร์
การฟื้นฟูต้นจัน อายุ 300 ปี ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี เริ่มจากรื้ออิฐที่กีดขวางรากบริเวณโคนต้นออก ใช้เสียมลมเป่าดินเก่าออกทีละส่วน พร้อมกับเติมปุ๋ยและไบโอชาร์ เพื่อบำรุงความแข็งแรง
หลังการฟื้นฟู คุณปู่ต้นจันแตกใบออกลูกออกดอกสะพรั่งอีกครั้ง เหมือนกับฟื้นคืนชีวิตใหม่

ต้นไม้สำคัญอีกต้นที่ BIG Trees ช่วยฟื้นฟูเมื่อปี 2561 ร่วมกับทีมรุกขกร Urban Tree Care และหมอต้นไม้ คือ ต้นจัน ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ซึ่งสันนิษฐานว่าปลูกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อายุราว 300 ปี พบปัญหาใหญ่ คือ มีการก่ออิฐรอบโคนต้น ส่งผลให้รากของต้นไม้ขยายออกไปได้ยาก รากแน่นจนดันอิฐจนแตก

ทีมรุกขกรเริ่มทำงานจากการทุบรื้ออิฐรอบๆ ทั้งหมด จากนั้นใช้เสียมลมเป่าดินเก่าออก โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนเหมือนแบ่งเค้ก ระมัดระวังให้กระทบระบบรากเดิมน้อยที่สุด และตัดแต่งรากที่ขดตัวอยู่ จากนั้นเติมดินและปุ๋ยที่มีส่วนผสมของไบโอชาร์ก่อนที่จะปูหญ้าบนผิวดินเป็นขั้นตอนสุดท้าย

สิ่งสำคัญต้องกั้นเชือกล้อมรอบโคนต้น กันไม่ให้คนเข้าไปเหยียบย่ำ เพราะอาจจะไปทับราก และทำให้ดินอัดแน่นขึ้น หลังจากฟื้นฟูไปไม่นาน ต้นจันต้นนี้กลับมาแตกใบออกลูกออกดอกสะพรั่งอีกครั้งในรอบหลายปี

การฟื้นฟูกลุ่มต้นจามจุรีในสวนเบญจกิติ โดยใช้ไบโอชาร์

เช่นเดียวกับกลุ่มต้นจามจุรีในสวนเบญจกิติ ที่พบว่าที่รากเต็มไปด้วยหนอนกำลังกัดกิน สะท้อนว่าระบบรากกำลังอ่อนแอจนถูกศัตรูพืชเข้าทำร้ายได้ง่าย ซึ่งมาจากดินแน่นเกินไปหรือขาดแร่ธาตุอาหาร เมื่อดำเนินการปรับปรุงดิน คุณปู่จามจุรีก็แตกใบมากขึ้น และดูแข็งแรงขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความไม่ธรรมดาของไบโอชาร์ ที่สามารถใช้พลังของวัสดุจากธรรมชาติในการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนให้กับต้นไม้ใหญ่ได้อีกครั้ง

ไบโอชาร์

ก้าวต่อไปของเมืองสีเขียว

ปัจจุบันทั่วโลกมีการใช้ไบโอชาร์กันแพร่หลายมากขึ้น อาทิ ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ที่ใช้ไบโอชาร์ช่วยบำรุงต้นไม้ บำบัดน้ำเสีย และก้าวล้ำถึงขั้นนำไปผลิตพลังงานไฟฟ้า

ขณะที่เมืองไทยเองก็เริ่มมีผู้ผลิตไบโอชาร์นำมาหมักกับจุลินทรีย์ขายเป็นวัสดุบำรุงต้นไม้ ตลอดจนมีผู้ผลิตเตารุ่นใหม่ๆ ที่ใช้งานง่ายขึ้น ไม่ต้องรอให้กิ่งไม้แห้ง สามารถเผาได้ทันที หรือบริษัทเอกชนอย่าง ‘วงษ์ไผ่’ ก็นำโมเดลการผลิตไบโอชาร์มาใช้ควบคู่กับการขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นก็นำมาหล่อเลี้ยงชุมชนผู้ผลิตไบโอชาร์ได้อย่างยั่งยืน

เป้าหมายสูงสุดที่ทีม BIG Trees พยายามผลักดันร่วมกับภาคีเครือข่าย คือการทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นคุณค่าของเศษกิ่งไม้ และหันมาผลิตไบโอชาร์อย่างเป็นระบบ เพื่อลดการขนส่งกิ่งไม้ส่วนเกินจากการตัดแต่ง

หากทำได้สำเร็จ นอกจากจะประหยัดงบประมาณมหาศาลในการกำจัดขยะและซื้อปุ๋ยแล้ว ยังประหยัดกำลังคนในการดูแลต้นไม้ ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ประเทศไทยและองค์การสหประชาชาติมุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จภายในปี 2573 อีกด้วย เนื่องจากการแปรรูปวัสดุชีวภาพเป็นไบโอชาร์และฝังลงในดิน เป็นการกักเก็บคาร์บอนลงในดินโดยตรง แทนการปล่อยกลับขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการรับมือกับภาวะโลกรวน และที่สำคัญคือเป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยใช้กระบวนการทางธรรมชาติเป็นฐาน หรือ Nature-based Solutions นั่นเอง

ไบโอชาร์จึงไม่ใช่แค่การทำถ่านชีวภาพเท่านั้น แต่เป็นอีกวิธีหนึ่งในการคืนความสมดุลให้กับธรรมชาติ ที่จะช่วยให้มนุษย์และสรรพชีวิตสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขตลอดไป

BIG Trees ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร นำเสียมลมมาเป่าดินเก่าที่บดแน่นออก

เรื่อง : สุทธิโชค จรรยาอังกูร, ปณัสย์ พุ่มริ้ว

ภาพ : BIG Trees


บทความที่เกี่ยวข้อง

รุกขกร นักศัลยกรรมต้นไม้ อาชีพที่ควรสนับสนุน

โครงการ การดูแลจัดการต้นไม้ใหญ่แบบบูรณาการ : ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน