12 กุหลาบสำหรับมือใหม่ ทนร้อน ทนโรค ให้ดอกตลอดปี
กุหลาบสำหรับมือใหม่ พันธุ์อึด ทนร้อน ทนโรค ปลูกได้สวยและผลิดอกให้ชมทุกพื้นที่ทั่วไทย จนได้ชื่อว่าเป็นพันธุ์กุหลาบสามัญประจำบ้านที่มือใหม่ต้องหามาปลูกประดับในสวน
ก่อนจะไปรู้จัก กุหลาบสำหรับมือใหม่ แม้คนส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นเคยกับดอกกุหลาบมานาน โดยเฉพาะนำมาปักแจกันประดับบ้านเพิ่มความสดชื่นและนิยมมอบเพื่อเป็นตัวแทนแห่งความรัก หลายคนต้องการปลูกกุหลาบประดับตกแต่งสวน หรือตัดดอกมาปักแจกันในยามที่ดอกผลิบาน แต่ด้วยเหตุผลเดียวกันคือ กุหลาบเลี้ยงยาก ปลูกเท่าไรก็ถูกศัตรูพืชอย่างเพลี้ยไฟ ไรแดงเข้าทำลาย จนใบเหลืองร่วงเสียหาย ยอดและดอกกุด กลีบดอกดำเว้าแหว่งบานได้ไม่สมบูรณ์ ไม่นานต้นก็แห้งตาย ทำให้ผู้ปลูกท้อใจ ล้มเลิกปลูกกุหลาบกันไปโดยเฉพาะมือใหม่ แต่สำหรับ 12 สายพันธุ์นี้ รับรองว่ามือใหม่เลี้ยงได้ ไม่เกินความสามารถแน่นอน
ชัวร์เอมมานูเอล (Soeur Emmanuelle)
ต้นเป็นพุ่มกึ่งเลื้อย ดอกสีชมพูอมม่วงอ่อน กลิ่นหอมแรง ออกดอกดก ปลูกเลี้ยงง่าย ทนแดด ทนฝน

บิชอปส์คาสเทิล (Bishop’s Castle)
ต้นเป็นพุ่ม ใบสีเขียว ดอกทรงถ้วยสีชมพู โคนกลีบสีเหลืองนวล กลิ่นหอมแรง กลีบดอกนำไปทำชาชงดื่มได้

มองเคอร์ (Mon Coeur)
ต้นเป็นพุ่มกึ่งเลื้อย ดอกรูปทรงถ้วย สีชมพูอ่อน กลีบดอกซ้อน ปลูกเลี้ยงง่าย ทนร้อน ทนโรคและแมลงศัตรูพืชได้ดี

มาโซระ (Masora)
ต้นเป็นพุ่มกึ่งเลื้อย แตกกิ่งไว ใบสีเขียวเข้ม ดอกรูปทรงถ้วย สีชมพูอมส้ม กลีบดอกซ้อน กลิ่นหอมคล้ายผลไม้ ออกดอกดกตลอดปี

อาโออิ (Aoi)
ต้นเป็นพุ่ม ใบสีเขียวเข้ม ดอกออกเป็นช่อสีชมพูอมม่วง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกดอกดกตลอดปีปลูกเลี้ยงง่ายทนร้อน

พลูม (Plume)
ต้นเป็นพุ่มใบสีเขียวเข้ม ดอกทรงถ้วยคล้ายดอกบัว ขนาดกลาง กลีบดอกซ้อนแน่น บานแล้วโรยเร็วไม่เกิน 2 วัน กลิ่นหอมแรง ปลูกเลี้ยงง่าย แข็งแรง เติบโตเร็ว

ซัมเมอร์สโนว์ (Summer Snow)
ต้นเป็นพุ่ม ใบเล็กสีเขียวเป็นมัน ดอกเป็นช่อแน่น ดอกตูมจนถึงเมื่อแย้มบานสีชมพูอ่อน แล้วจางลงเป็นสีขาวเมื่อบานเต็มที่ กลีบดอกกึ่งซ้อน 9-16 กลีบ

พิ้งค์ซัมเมอร์สโนว์ (Pink Summer Snow)
ต้นกลายพันธุ์ของซัมเมอร์สโนว์ เป็นดอกสีชมพูเข้ม ดอกดกมาก ใช้ทำทรีโรส ปลูกคลุมดินเป็นแนวรั้วหรือเป็นไม้กระถาง

พรอสเพอริตี้ (Prosperity)
ต้นเป็นพุ่ม มีหนามเล็กน้อย ใบสีเขียวเข้มหนาเป็นมัน ดอกเป็นช่อขนาดกลางถึงใหญ่ ดอกตูมกลมสีขาวนวลอมชมพูเรื่อ ดอกบานสีขาวครีม โคนกลีบสีเหลืองนวล กลีบดอกกึ่งซ้อนขนาดกลาง ก้านดอกสีแดง ออกดอกดก แข็งแรง ทนต่อโรค

แอร์ลูม (Heirloom)
ต้นเป็นพุ่มตั้งตรง ใบสีเขียว ดอกบานสีชมพูถึงสีม่วงเหลือบ กลีบกึ่งซ้อน กลิ่นหอมหวานมาก ก้านดอกยาว เหมาะปลูกประดับสวนและใช้ตัดดอกได้

เจนิสเคลล็อก (Janice Kellogg)
ต้นเป็นพุ่ม ดอกเป็นช่อ ดอกตูมรูปรี ดอกบานสีแดงคล้ำ ออกดอกดก กลีบดอกมากกว่า 40 กลีบ กลีบขนาดเล็ก แข็งแรงทนทาน นิยมปลูกประดับแปลงและใช้เป็นไม้ตัดดอก

วูวูเซลา (Vuvuzela)
ต้นเป็นพุ่ม ใบสีเขียวเข้ม ดอกเดี่ยว ดอกตูมรูปทรงกลม ดอกบานสีชมพูอมส้ม กลีบดอก 17-25 กลีบ กลิ่นหอม ออกดอกดกตลอดปี แข็งแรงทนทาน ปักแจกันได้นาน 8-10 วัน

ยังมี กุหลาบสำหรับมือใหม่ อีกหลายพันธุ์ที่ปลูกเลี้ยงง่ายในเมืองไทย ซึ่งช่วงที่กุหลาบเจริญเติบโตได้ดีที่สุดคือ ช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน) และต้นฤดูหนาวเมื่อฝนหมดไปตลอดฤดูหนาว (เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) ส่วนในช่วงฤดูฝนกุหลาบจะอ่อนแอและมีโรคระบาดมาก จนทำให้ใบร่วงหมดต้น ส่วนในฤดูร้อน กุหลาบมักอ่อนแอ เนื่องจากไม่ชอบอากาศร้อน แถมมีแมลงศัตรูอย่างเพลี้ยไฟและไรแดงรบกวนมาก ทำให้ดอกเล็กและไม่ได้คุณภาพ
สำหรับการปลูกกุหลาบในช่วงฤดูร้อน ไม่ควรวางกระถางในที่ร้อนเกินไป เนื่องจากปัจจุบันสภาพอากาศมีความร้อนมากขึ้นกว่าเดิม การนำต้นกุหลาบมาวางในที่ที่มีแสงแดดจัด เช่น พื้นซีเมนต์กลางแจ้งจะทำให้ดินร้อนมาก จนรากมีอาการตายนึ่ง ระบบรากถูกทำลาย โคนต้นเริ่มเป็นสีดำ ไล่มาเรื่อย ๆ ทั้งกิ่ง หากอาการเช่นนี้เกิดขึ้นจะไม่สามารถแก้ไขได้ และทำให้ต้นตายในที่สุด แม้ว่าจะเปลี่ยนดินแล้วก็ตาม ดังนั้นควรเลือกพื้นที่ปลูกวางกุหลาบที่เหมาะสมก่อนเสมอ

เรื่อง : อังกาบดอย
ภาพ : อภิรักษ์ สุขสัย, อนุพงษ์ ฉายสุขเกษม