จากตึกแถวเก่าสู่บ้านสีสนุกในกลิ่นอายเรโทร
บ้านตึกแถว ที่ถูกทิ้งร้างกลายเป็นบ้านสีสนุกด้วยเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง และของสะสมในกลิ่นอายเรโทรสร้างคาแรกเตอร์เฉพาะตัว พร้อมทั้งเปิดช่องรับแสงธรรมชาติเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้เติมความสดชื่นไว้ภายใน

เวลาเดินเข้าตรอกซอกซอยในย่านที่อยู่อาศัยหรือตามหัวเมืองต่างๆ เรามักจะเห็นภาพตึกแถวที่เป็นทั้งอาคารสำหรับอยู่อาศัยและพื้นที่ค้าขายตั้งเรียงรายกันอยู่ทุกซอกซอย มีทั้งส่วนที่ดูคล้ายและส่วนที่แตกต่างกันไปตามการตกแต่งและต่อเติม จนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะของ บ้านตึกแถว ที่เห็นกันจนชินตามาถึงปัจจุบัน
เช่นเดียวกับบ้านตึกแถวย่านประชาชื่นหลังนี้ซึ่งอยู่บนที่ดินขนาด 12 ตารางวา มีหน้ากว้าง 3.70 เมตรและลึก 12.50 เมตร เดิมทีเคยถูกปล่อยทิ้งร้างไว้จนกระทั่ง คุณธนา กั่วพานิช มาเจอเข้าโดยผ่านการค้นหาจากแผนที่ของกูเกิ้ลและเห็นป้ายขายติดไว้อยู่หน้าบ้าน

“เป็นช่วงที่เรามองหาทำเลเพื่อย้ายบ้านมาอยู่กลาง ๆ เมืองหน่อยเพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางของผมกับแฟน (คุณอร-มณฑิรา โหมดสง่า) ซึ่งเล็งดูแล้วย่านนี้มีทั้งโรงพยาบาล ตลาด ไม่มีประวัติน้ำท่วม และก็ชอบผังที่เป็นซอยวนได้รอบ มีกลุ่มตึกสองชั้นอยู่ตรงกลาง ทำให้ไม่บังวิวไม่บังลม ส่วนโครงสร้างหลักของบ้านนี้ก็ยังแข็งแรงดี แต่ข้างในค่อนข้างมืดทึบและดาดฟ้าก็รั่วซึม เลยต้องรีโนเวตใหม่ให้เป็นบ้านที่อยู่สบายขึ้น”


แก้ Pain Point ของตึกแถว
แม้คุณธนาจะออกตัวว่าคุ้นเคยกับการจัดพื้นที่สวนมากกว่าตกแต่งภายใน เพราะเป็นอาจารย์สาขาวิชาการออกแบบและการจัดการภูมิทัศน์เพื่อสิ่งแวดล้อม อยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่เขาก็สามารถนำแนวคิดการออกแบบพื้นที่สวนมาประยุกต์ใช้กับการวางผังฟังก์ชันในบ้าน รวมถึงแก้ไขข้อเสียต่าง ๆ ของตึกแถวได้อย่างตรงจุด



“อาจเพราะเราเคยอยู่ทาวน์เฮ้าส์มาก่อน ก็คุ้นเคยกับสเปซจำกัดแบบนี้ และรู้ว่าตัวเองต้องการใช้พื้นที่อะไรบ้าง ก็ใช้วิธีคิดเดียวกับการจัดสวนในเรื่องของแสง อากาศ สเกล และวัสดุ เริ่มจากปรับชั้นล่างให้เป็นที่จอดรถในอาคารก่อนจะกั้นพื้นที่ในบ้านให้เป็นห้องครัว เพื่อสะดวกเวลาซื้อของเข้ามาแล้ววางได้เลย หลังบ้านที่เคยเป็นหลังคาต่อเติมก็เอาออกแล้วเปิดโล่งขึ้นไปถึงชั้น 2 จากนั้นก็ติดระแนงไม้เทียมกั้นมุมมองจากแนวรั้วเพื่อนบ้านด้านหลังแต่ยังมีช่องให้แสงและลมผ่านได้ พอคลุมด้วยหลังคาไฟเบอร์กลาสใสก็จะยิ่งได้แสงเพิ่มไปที่ชั้น 2 ด้วย ข้างล่างเลยสามารถเพิ่มกระบะปลูกต้นไม้และทำเป็นสวนเล็กๆ พร้อมที่นั่งเล่น เวลาเข้าบ้านมาแล้วสายตาปะทะกับมุมนี้ก็จะรู้สึกปลอดโปร่งดี“ส่วนหน้าบ้านผมออกแบบฟาซาดจากอะลูมิเนียมคอมโพสิตที่เจาะรูทรงกลมเล็ก ๆ ติดไว้เป็นเหมือนเปลือกอาคารช่วยกันเรื่องนก กรองแสง และสร้างคาแร็กเตอร์ให้บ้านด้วย โดยทำยาวขึ้นไปเป็นหลังคาคุมเพดานอาคารเพื่อแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมจากดาดฟ้าเดิม ส่วนรูกลม ๆ นั้นก็ยังช่วยเปิดให้แสงและลมเข้าถึงส่วนพักผ่อนบริเวณชั้น 2 ได้ ซึ่งเราวางผังแบบโอเพ่นแปลนเปิดพื้นที่ให้โล่งสบายตา อยู่กลางวันไม่ต้องเปิดไฟเพราะได้แสงจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เวลาเปิดหน้าต่างหน้าบ้านก็จะได้อากาศหมุนเวียนถ่ายเทดี ไม่อับชื้น”









เติมสีสันด้วยสไตล์โมเดิร์นเรโทร
ในยุคนี้ บ้านอื่นอาจจะนิยมตกแต่งภายในด้วยโทนสีขาวครีมเรียบ ๆ แต่คุณธนาและคุณอรบอกว่านั่นไม่ใช่ตัวตนของพวกเขาเลย
“เราเติบโตมากับยุค 80 พอแต่งบ้านก็เลยโหยหาอดีตที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และเป็นตัวเองได้เต็มที่ ด้วยการใช้เส้นเรียบ ๆ แบบโมเดิร์นผสมกับสีจัด ๆ สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ เพราะสเปซในบ้านไม่ได้เยอะ ที่จริงเราเริ่มต้นจากสีพื้นไม้ปาร์เกต์เดิมที่ดูออกแดง ๆ หน่อยบนชั้น 2 นำไปสู่การใช้สีโทนร้อน ให้มีความแดงแบบตะวันออก ผสมกับแม่สีอื่นอย่างน้ำเงิน เหลือง เติมด้วยสีเขียวของต้นไม้ หรืออย่างครัวบิลท์อินชั้นล่างที่ใช้สีเขียวอมฟ้าให้ดูป็อบ ๆ หน่อย ลิงก์ไปถึงต้นไม้ที่สวนหลังบ้าน ซึ่งก็ทำที่นั่งให้เป็นสีแดงส้มตัดกัน ส่วนห้องนอนชั้น 3 ลดโทนสีลงให้เป็นเขียวเบา ๆ สร้างบรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย และสว่างตา โดยไฮไลต์ยังอยู่ในห้องน้ำสีชมพูอ่อนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานตกแต่งกระเบื้องทรงจัตุรัสธรรมดาแบบเก่า แต่ใช้สีชมพูในแบบที่คนยุคนี้ไม่ค่อยใช้กันแล้ว”




ในตึกแถวก็มีพื้นที่สีเขียวได้
นอกจากการใช้แสงและสีมาเป็นเครื่องมือหลักในการแต่งบ้านแล้ว คุณธนายังให้ความสำคัญกับการแทรกพื้นที่สีเขียวให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน เขาจึงใช้บ้านตัวเองเป็นพื้นที่ทดลองปลูกทั้งเพื่อศึกษาและนำไปแชร์ต่อในการเรียนการสอนได้ด้วย
“ผมสอนแลนด์สเคปอยู่แล้วก็เลยอยากหาพื้นที่ปลูกต้นไม้ในบ้านตึกแถวให้ได้ พอดูจากทิศทางของแสงที่เข้าบ้านแล้วเลยสามารถออกแบบกระบะปลูกต้นไม้ทำสวนชั้นล่าง เพราะได้แสงและลมจากหลังบ้าน ส่วนชั้นบนก็เป็นมุมในห้องน้ำที่ซึ่งต่อเติมจากพื้นที่กึ่งกลางแจ้งเดิมให้เป็นห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ โดยทำช่องเปิดของห้องน้ำให้มองออกไปเห็นวิวต้นไม้ของเพื่อนบ้าน ขโมยวิวธรรมชาติมา และพยายามวางน้ำหนักไปที่โครงสร้างเสาคานคอนกรีตของตัวอาคาร ออกแบบระบบระบายน้ำไว้ เพิ่มไฟส่องต้นไม้ไว้ด้วยเพราะเป็นมุมที่ไม่ได้รับแสงโดยตรงมาก ซึ่งเราอยู่บ้านมา 2 ปีแล้ว ต้นไม้ก็ยังอยู่ได้ดีนะ พวกไม้กระถางที่แต่งมุมนั่งเล่นชั้น 2 ก็ต้องหมั่นยกไปรับแสงแดดบ้างสักอาทิตย์ละครั้ง แล้วก็อยู่ที่ประเภทพรรณไม้ที่เราเลือกปลูกด้วย ซึ่งเราเน้นพวกไม้ใบเป็นหลัก มีแค่ต้นพุดที่ให้ดอกหอม ๆ อยู่ตรงสวนชั้นล่าง ผมว่าการแทรกต้นไม้ไว้ทุกมุมของบ้านมันช่วยลดความเครียดได้ดี ได้จับได้สัมผัสบ้าง และต้นไม้ก็ยังช่วยกรองฝุ่นและปรุงอากาศในบ้านให้สดชื่นขึ้นด้วย”


บ้านที่ดูแลเองได้
ด้วยพื้นที่ใช้สอย 130 ตารางเมตรภายในบ้านขนาด 3 ชั้น กับฟังก์ชันใช้สอยจำเป็นที่ครบทุกมุมสำหรับการอยู่อาศัยกัน 2 คนกับเจ้าโต้วเหมี่ยว แมวที่รับเลี้ยงอีก 1 ชีวิต คือพื้นที่พอดีอยู่และดูแลเองได้อย่างลงตัว
“เพราะว่าเราตั้งใจออกแบบฟังก์ชันจากไลฟ์สไตล์ของตัวเอง มันก็เลยใช้งานได้ครบและคุ้มทุกมุม อย่างชั้น 2 ที่เราใช้กันบ่อยสุด มีสเปซของโซฟานั่งเล่น มุมกินข้าว ทำงาน และก็มุมนั่งเล่นหลังบ้านที่ออกแบบให้อเนกประสงค์จะเป็นมุมอ่านหนังสือหรือที่นอนก็ได้ เราพยายามจัดวางของตกแต่งของสะสมที่เราชอบไว้ตามมุมต่าง ๆ พอมันเปิดโล่งแล้วมองไปเห็นของที่เราชอบก็รู้สึกสบายใจดี ส่วนที่ต้องเก็บก็ทำตู้ซ่อนเก็บไว้ไม่ให้รกตา เพื่อทุกวันที่กลับมาบ้านจะได้ทิ้งตัวได้เลยไม่ต้องมาตามเก็บของ และก็ยังทำเผื่อเรื่องการดูแลให้ง่ายด้วย อย่างโคมไฟต้องเอื้อมเปลี่ยนหลอดเองได้ แม้แต่มุมหลังคาไฟเบอร์กลาสก็สามารถออกไปทางห้องน้ำเพื่อฉีดล้างได้ ช่วยลดการเรียกช่างไปได้ และถ้าอยากเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ เราก็สลับเปลี่ยนกรอบรูปและของตกแต่งที่ยังมีเก็บไว้อีกหลายชิ้น มันทำให้อยู่บ้านได้โดยไม่รู้สึกเบื่อดี”




เจ้าของ : คุณมณฑิรา โหมดสง่า และคุณธนา กั่วพานิช
ออกแบบ : คุณธนา กั่วพานิช
รับเหมาก่อสร้าง : CC&K Construction
เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์
ภาพ : ณัฐวุฒิ เพ็งคำภู
สไตล์ : Suntreeya