บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ จากบ้านตัวอย่างในงานบ้านและสวนแฟร์

บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ ที่มาจากบ้านตัวอย่างในงานบ้านและสวนแฟร์

บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ ของสวนป่าและไร่เลมอนแห่งนี้เป็นบ้านพักผ่อนของเจ้าของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Brezza Dee ซึ่งเกิดไปถูกใจไอเดียบ้านตัวอย่างในงานบ้านและสวนแฟร์ 2022 ที่ออกแบบโดย CASE Studio นำไปสู่การสร้างเป็นบ้านอยู่อาศัยจริงด้วยระบบกึ่งสำเร็จรูปที่หน้าเขาปากกว้าง ในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

Design Directory : สถาปนิก CASE Studio

บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
ภาพมุมบนของพื้นที่ทั้งหมดซึ่งมีถนนแบ่งพื้นที่ 5 ไร่ออกเป็นส่วนๆ โดยมีบ้านสร้างอยู่ติดกับต้นตีนนก ไม้ใหญ่ที่มีอยู่ก่อนแล้วในพื้นที่

บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ หลังนี้ มีที่มาจากในช่วงปลายปี 2562 คุณออย-สมัชชา วิราพร สามี คุณออม-ศลิษา วิราพร เจ้าของบ้าน ได้ซื้อที่ดินร่วมกับเพื่อน โดยแบ่งที่ดินกันคนละเกือบ 5 ไร่ กับ คุณตั้ม ศุภพงศ์ สอนสังข์ เจ้าของแบรนด์ JIRD Design Gallery เพื่อปลูกป่าไว้เป็นสินทรัพย์ในยามเกษียณ และเริ่มวางแผนการปลูกป่าเป็นแปลงสี่เหลี่ยมเพื่อให้ดูแลง่าย คุณตั้มซึ่งมีที่ดินปลูกป่าอยู่หลายแปลงได้ทดลองปลูกต้นไม้เป็นวงล้อมพร้อมเปิดเป็นที่โล่งตรงกลาง จากนั้นเมื่อมีที่ดินด้านข้างขายเพิ่มในช่วงโควิด-19 จึงมีกลุ่มเพื่อนมาร่วมกันซื้อที่ดินเพิ่มและขยายวงออกไป พร้อมจัดแบ่งกันเองตามความต้องการของแต่ละครอบครัว โดยทุกครอบครัวปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นสวนป่าปลูกท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างแล้ง มีน้ำน้อย  

มุมนั่งเล่นบนชานบ้านเสมือนพื้นที่ใต้ถุนแบบดั้งเดิม ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักและโคมไฟจาก Brezza Dee

ดีต่อเรา ดีต่อโลก บ้านตัวอย่างในงานบ้านและสวนแฟร์

ในงานบ้านและสวนแฟร์ 2022 มีการสร้างบ้านตัวอย่างเพื่อนำเสนอแนวคิด Worthy Living บ้านที่ดีต่อเรา และดีต่อโลก สถาปนิกที่ทำงานร่วมกับบ้านและสวนในปีนั้นคือ คุณป่อง – ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ จาก CASE Studio ได้นำเสนอบ้านกึ่งสำเร็จรูปซึ่งมีสัดส่วนตามขนาดวัสดุก่อสร้าง เพื่อให้เกิดเศษเหลือทิ้งน้อย บ้านยกลอยเพื่อไม่ให้ขวางทางน้ำ และนำแนวคิดเรือนไทยมาประยุกต์ในการใช้พื้นที่กึ่งเอาต์ดอร์ด้วยชานบ้านขนาดใหญ่ เมื่อคุณออมเห็นบ้านตัวอย่างหลังนี้จึงคิดว่ารูปแบบบ้านดังกล่าวเหมาะกับพื้นที่ที่ไร่ และได้ติดต่อคุณป่องเพื่อนำแนวคิดและรูปแบบนี้ไปสร้างที่สวน โดยปรับผังต่างๆ ให้เข้ากับพื้นที่ และรับเหมาการสร้างโดยคุณเอ็ด น้องชายของคุณป่องเอง

บ้านตัวอย่างเพื่อนำเสนอแนวคิด Worthy Living บ้านที่ดีต่อเรา และดีต่อโลก ในงานบ้านและสวนแฟร์ 2022
“ตัวบ้านมีพื้นฐานมาจากบ้าน Tsumiki (บ้านกึ่งสำเร็จรูปที่คุณป่องเป็นผู้ออกแบบ ซึ่งสร้างเป็นบ้านตัวอย่างในงานบ้านและสวนแฟร์ 2022) ตัวบ้านจะเป็นก้อนๆ ซึ่งมาประกอบกันและขยับแปลนได้อยู่แล้ว โดยบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรกที่บ้าน Tsumiki ถูกสร้างให้ยกเป็นสองชั้น ดูเผินๆ อาจเหมือนบ้านฝรั่ง แต่แนวคิดจริงๆ ของบ้านจะมีความเป็นไทยมากขึ้นด้วยชานที่เชื่อมต่อกัน และยังมีโครงสร้างที่เราคิดมาอย่างดีให้ไม่มีปัญหารั่วซึมจากภายนอก เหมาะกับคนอยากมีพื้นที่เอาต์ดอร์เพื่อออกมาใช้ชีวิต แล้วยังเหมาะกับอากาศและบริบทของพื้นที่ด้วย” คุณป่อง – ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิก จาก CASE Studio

เรือนไทยในแบบโมเดิร์น

บริเวณด้านหน้าบ้านหันรับวิวทิศเหนือของเขาปากกว้างแบบเต็มตา โดยแบ่งเป็น 3 ยูนิต ขนาด 3.60 x 4.80 เมตร คิดจากสัดส่วนขนาดวัสดุ 1.20 x 2.40 เมตรเป็นหลัก ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องนอนยกลอยเป็นชั้นบน เชื่อมต่อด้วยชานและเสริมทางลาดขึ้น-ลง ด้านทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นตำแหน่งของห้องน้ำและห้องเก็บของเพื่อช่วยลดความร้อนในการอยู่อาศัย ผนังเสริมฉนวนกันความร้อนระหว่างแผ่นเมทัลชีตกับแผ่นเรียบด้านใน ตัวบ้านด้านที่หันรับวิวเขาติดตั้งกระจกบานใหญ่และติดฟิล์มเพื่อช่วยกันความร้อนอีกชั้น เมื่อแล้วเสร็จบ้านมีรูปแบบที่ดูโมเดิร์นด้วยวัสดุ ส่วนการมีชานขนาดใหญ่และหลังคาจั่วในสัดส่วนที่ปรากฏกลับสร้างบรรยากาศแบบเรือนไทยสมัยก่อนได้อย่างขัดแย้งลงตัวต่างจากบ้านลอฟต์ทั่วไปด้วยกระบวนการคิดและรายละเอียดการจบงานของวัสดุ

บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
บ้านทั้งหมดเป็นโครงเหล็กมีการก่อสร้างแบบกึ่งสำเร็จรูป ยกแผงมาประกอบจัดวางแปลนได้อย่างอิสระ ออกแบบโดยคุณป่อง – ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกจาก CASE Studio
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
บ้านใช้เป็นที่พักเวลาเจ้าของบ้านฝ่ายชายมาทำสวนป่า ตัดแต่งต้นไม้ และดูแลเลมอน
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
ทางเดินขึ้นบ้านมีทางลาดขนาบกับห้องนั่งเล่น ซึ่งมีผนังเป็นเมทัลชีตกรุฉนวนกันความร้อนในด้านทิศใต้และทิศตะวันตก
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
ลานแบบเรือนไทยสามารถใช้เป็นลานกิจกรรมอเนกประสงค์เวลาเจ้าของบ้านชวนเพื่อนบ้านมาสังสรรค์ได้เป็นอย่างดี
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
ทางขึ้นด้านหน้ามีทางลาดและมีตัวเลือกอีกทางเป็นบันไดไม้เก่าซึ่งซื้อมาต่อเติมเอง ด้านทางขึ้นปลูกเกษมณีสีทองเรียงกันเพื่อช่วยลดแดดจากทิศตะวันตก
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
ชานใหญ่เป็นพื้นที่กึ่งเอาต์ดอร์ซึ่งเชื่อมโครงสร้างทั้งหมดไว้ด้วยกัน ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องนอนบนชั้น 2
ห้องครัววางผังให้รับแดดทางทิศตะวันตก และบริเวณที่ร้อนที่สุดทำเป็นห้องเก็บของ
เจ้าของบ้านสามารถทำกิจกรรมนอกห้องเพื่อรับวิวและรับลมได้ตลอด
บันไดขึ้นชั้น 2 มีชานพักที่สามารถมานั่งเล่นได้ และเป็นพื้นที่โปร่งเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ห้องนอน
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
ด้านหลังบ้านอีกด้านเห็นอาคารทั้งหมดยกลอยจากพื้นดินเพื่อให้ลมพัดผ่านได้ และน้ำไหลผ่านได้ยามถึงฤดูฝน
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
ด้านหลังของบ้านเห็นห้องนอนลอยสูงเป็นชั้น 2 และช่วยบังแดดให้ชานเรือนด้านล่าง
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
หลังคาด้านบนต่อเติมขึ้นภายหลังบนโครงเหล็กเดิม วัสดุเป็นแผ่นลอนเล็กขุ่นจาก SCG

Make Your Home a Holiday Home by Brezza Dee

หลังจากคุณออมและคุณออยได้ทดลองใช้บ้านนี้เป็นพื้นที่สังสรรค์จัดปาร์ตี้บาร์บีคิวในหมู่เพื่อนๆ มาสักระยะเพื่อให้ชินกับการใช้งาน จึงเริ่มตกแต่งภายในด้วยการกำหนดสีผนังในแต่ละห้องก่อน โดยห้องนั่งเล่นใช้ผนังสีขาว ห้องนอนเป็นสีฟ้าอ่อน และห้องครัวเป็นสีอิฐ

คุณออมเริ่มวางตำแหน่งและสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เนื่องจากเป็นเจ้าของแบรนด์ Brezza Dee ซึ่งมีดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์เหมาะกับบ้านพักและรีสอร์ตอยู่แล้ว เฟอร์นิเจอร์ไม้ งานสาน โคมไฟขนาดใหญ่ และของตกแต่งส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นของแบรนด์ตัวเอง และบางส่วนก็ออกแบบใหม่มาเพื่อบ้านหลังนี้โดยเฉพาะ อาทิ โซฟาเบดที่มีลายสามเหลี่ยมอยู่ด้านหลังซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของเขาปากกว้างนั่นเอง ผสมกับของบางส่วนที่มีเก็บไว้จาก Mobella, PiN Metal Art,  Artemide เว้นเก้าอี้ทำงานและแจกันในบ้านที่จัดหามาภายหลัง ขณะที่ผนังด้านหนึ่งทำเป็นแกลเลอรี่เล็กๆ ติดงานศิลปะที่มีอยู่ อาทิ งานของคุณป๊อด- ธนชัย อุชชิน ตัวอักษรโอ (O) จากปอมชาน ซึ่งแทนชื่อออยและออม ภาพพิมพ์จากมนต์รักแม่กลอง หรือภาพเลมอนที่ได้จากการไปเที่ยวเมืองซอร์เรนโต ประเทศอิตาลี

ผูกเปลเข้ากับโครงเหล็กสีขาวไว้สำหรับนอนเล่น ได้บรรยากาศแบบไทย เปลใยสังเคราะห์จาก Brezza Dee
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
ห้องนอนที่เปิดโล่งสามารถรับลมและวิวธรรมชาติได้กว้าง มีผนังด้านทิศเหนือกรุกระจกจนถึงจั่วไม่ได้รับแดดโดยตรง
เพราะเป็นบ้านเพื่อไว้พักผ่อน การตกแต่งจึงเน้นความเรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์และของแต่งผนังจาก Brezza Dee
ห้องน้ำบนชั้น 2 เน้นโทนสีขาวและไม้ธรรมชาติ อยู่ด้านทิศใต้เป็นเสมือนกำแพงชั้นที่สองของห้องนอนไม่ให้บริเวณหัวเตียงร้อนเกินไป
ภาพตกแต่งบนผนังเสมือนแกลเลอรี่ขนาดมินิ มีภาพปกนิตยสารบ้านและสวนซึ่งทำร่วมกับ Crybaby และภาพเพ้นต์คู่สีชมพูโดยคุณป๊อด-ธนชัย อุชชิน
ห้องนั่งเล่นมีพื้นที่ทำงานอยู่ติดผนัง กั้นด้วยโซฟาซึ่งสามารถแปลงเป็นเตียงนอนได้ด้วย ผนังด้านหลังกรุหินวีเนียร์จาก Plan X
มุมอีกด้านของห้องนั่งเล่นเป็นตู้ไม้ยาวตลอดแนวเพื่อช่วยในการจัดเก็บของเวลาเดินทางมาพัก
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
มุมมองจากห้องนั่งเล่นไปยังภูเขา ตั้งใจให้เป็นโทนสีขาวและเติมความอบอุ่นด้วยงานไม้และภาพวาด เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดและโคมแขวนจาก Brezza Dee ยกเว้นสตูลผ้าสีเทาจาก Mobella
ทางเข้าห้องนั่งเล่นจากชานบ้านเป็นประตูไม้สัก ช่วยให้บ้านดูอบอุ่นขึ้น
ห้องครัวคุมโทนด้วยสีอิฐของผนังและของตกแต่ง โคมไฟดินเผาที่ใช้สีดิน 3 แบบ และท็อปเคาน์เตอร์ไม้เต็งย้อมสี โต๊ะกลางห้องสไตล์วินเทจและเก้าอี้ทั้งหมดจาก Brezza Dee
ครัวเรียบง่ายแต่ครบครันใช้งานหนักได้ยามสังสรรค์ ตู้แขวนใส่กระจกลอนให้บรรยากาศแบบย้อนยุค ตู้เย็นเล็กสีแดงจาก Hafele
ห้องน้ำในห้องนั่งเล่นคุมโทนเป็นสีเทาและดำ ใส่บานประตูไม้เก่าเข้ากับกระจกโลหะสีดำจาก PiN Metal Art และชั้นวางของไม้มะเกลือสีเข้ม
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
ด้านหลังบ้านมีเตาบาร์บีคิวให้สังสรรค์ได้ในยามเย็นแบบเป็นส่วนตัว

อยู่ร่วมกับธรรมชาติที่ไร่ลุงออย Uncle Oil Camp House

เมื่อบ้านเสร็จก็พอดีกับที่ไม้ป่าที่ปลูกมีอายุร่วม 4 ปี มีความสูงต่างกันไปขึ้นปะปนกันทั้งสัก พะยูง พะยอม เสลา กระพี้เขาควาย ประดู่ มะเกลือ กระโดน และไผ่ ขณะที่รอบบ้านทำแปลงผักสวนครัวเล็กๆ ไว้ด้านหลัง เน้นสมุนไพรที่ดูแลง่าย หนอนแมลงไม่ค่อยกิน อาทิ มินต์ โหระพาอิตาลี กะเพรา และแหนบหูเสือ ผสมกับการปลูกไม้ตกแต่งบ้าง อย่างเกษมณีสีทอง แก้วพวง มะลิ และไม้เลื้อยเพื่อลดทอนความแข็งของเสาสี่เหลี่ยม ถัดไปท้ายไร่แบ่งพื้นที่มาปลูกเลมอนกว่า 50 ต้น ส่วนใหญ่นำกิ่งพันธุ์มาจากสวนพสุธารา มีพันธุ์แปลกๆ ที่ซื้อเอง และเมล็ดพันธุ์จากเมืองซอร์เรนโต ประเทศอิตาลีด้วยเช่นกัน โดยดูแลแบบไม่ใช้สารเคมี เพราะเน้นนำมารับประทานเองเสียส่วนใหญ่ มีการเลี้ยงชันโรงเพื่อช่วยผสมพันธุ์ ส่วนแนวรั้วปลูกไผ่และหญ้าเนเปียเพื่อช่วยกันสารเคมีจากไร่อ้อย กลายเป็นบ้านฟาร์มน่าพักกลางธรรมชาติ ที่ตอนนี้มีแผนว่านอกจากไว้พักผ่อนเองแล้ว จะเปิดให้คนมาพักในบางช่วงเวลาอีกด้วยในชื่อ Uncle Oil Camp House & Farmstay

บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
มองจากชานนั่งเล่นไปยังห้องนั่งเล่น จากมุมนี้ยังมองเห็นบรรยากาศของสวนป่าได้โดยรอบด้วย
เสาเรือนเป็นเหล็กสีขาวลดทอนรูปทรงให้ดูนุ่มนวลขึ้นด้วยการทำเชือกถักให้ไม้เลื้อยเกาะขึ้นไป ให้ธรรมชาติเข้ามาอยู่ร่วมกับตัวบ้านมากขึ้น
ห้องนอนรับวิวเขาปากกว้างแบบใกล้ชิดธรรมชาติ
หลังบ้านทำเป็นแปลงปลูกผักยกลอยขนาดเล็ก ปลูกสมุนไพรที่ดูแลง่ายและหนอนไม่ค่อยมารบกวนอย่าง มินต์ โหระพาอิตาลีสีม่วง และแหนบหูเสือด่าง
แปลงเลมอนด้านในสวนเริ่มออกผล มองเห็นปากถ้ำของเขาปากกว้างที่มีรูปทรงคล้ายหมียืนยกมือ เป็นทำเลที่คนยังไม่ค่อยรู้จักนัก
บ้านเหล็กท่ามกลางธรรมชาติ
บ้านในช่วงค่ำคืนท่ามกลางบรรยากาศสวนป่าและธรรมชาติ

เจ้าของ : คุณศลิษา – คุณสมัชชา วิราพร

สถาปนิก : CASE Studio โดยคุณปฐมา หรุ่นรักวิทย์


เรื่อง : SOV

ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

สไตล์ : Suntreeya

บ้านท้องร่อง สถาปัตยกรรมที่เติบโตไปพร้อมวิถีชีวิตและธรรมชาติ

ต้นไม้กลางบ้านในสวนขวดใสของบ้านไร้เสา