บ้านท้องร่อง สถาปัตยกรรมที่เติบโตไปพร้อมวิถีชีวิตและธรรมชาติ
บ้านท้องร่อง หลังนี้สะท้อนนิยามของคำว่า “บ้าน” ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา และสวนท้องร่องเหล่านี้กำลังทำหน้าที่เป็นเหมือนงานศิลปะเท่าขนาดจริงที่ไม่ว่าใครมาก็จะได้เห็นเป็นสิ่งแรก
Design Directory : สถาปนิก EKAR Architects




“บ้านที่พร้อมปรับตัวไปตามช่วงเวลาของชีวิต” คือนิยามของบ้านท้องร่องหลังนี้ บ้านซึ่งไม่ได้ ออกแบบเพื่อรองรับการอยู่อาศัยในช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้พื้นที่สามารถเปลี่ยนบทบาทไปพร้อมกับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัย
บ้านท้องร่องจึงทำหน้าที่เป็นส่วนต่อขยายจากบ้านหลังเดิม เพื่อเพิ่มพื้นที่อเนกประสงค์ท่ามกลางบริบทธรรมชาติของต้นไม้และท้องร่องเดิม ซึ่งสถาปนิก คุณหนึ่ง – เอกภาพ ดวงแก้ว แห่ง EKAR Architects ตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มากกว่าจะเป็นเพียงฉากหลังของบ้าน
บทสนทนาระหว่างชีวิต บ้าน และร่องสวน
บ้านหลังเดิมที่ว่าคือบ้าน REGEN House ที่ออกแบบโดย EKAR Architects เช่นกัน เป็นฟังก์ชันหลักสำหรับอยู่อาศัย แต่เมื่อใช้ชีวิตไปสักระยะหนึ่ง เจ้าของบ้านเริ่มพบว่าวิถีชีวิตค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง พื้นที่ภายในบ้านในบางช่วงต้องปรับบทบาทเป็นทั้งพื้นที่รับแขกของสมาชิกในครอบครัวที่แวะเวียนมา และบางครั้งก็กลายเป็นพื้นที่ประชุม ส่งผลให้พื้นที่เดิมไม่เพียงพอต่อการใช้งาน และขาดความเป็นส่วนตัวในบางโอกาส จึงสร้างพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับรองรับแขกและกิจกรรมนันทนาการ เพื่อแยกการใช้งานออกจากพื้นที่อยู่อาศัยหลักได้อย่างเหมาะสม




“ที่ดินบ้านท้องร่องคือแปลงที่ดินเก่าแก่ตั้งแต่อดีตสมัยที่ย่านนี้ ยังเป็นชุมชนชาวบ้านที่ทำแปลง สวนเกษตร ถนนยังเป็นลูกรัง จนเมืองพัฒนามากลายเป็นชุมชนคนเมืองกรุง ถนนคอนกรีต บ้านหนาแน่น ขึ้น แต่ยังเหลือเพียงแปลงนี้และแปลงข้างๆ ติดๆกัน ที่ที่ดินยังคงทำแปลงเกษตรเช่นเดิมอยู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ มีคุณค่าทางจิตใจของคุณแม่ เพราะก่อนที่บ้าน REGEN House จะสร้าง บ้านคุณแม่นั้นก็อยู่ในแปลงที่ดินใกล้ๆ กัน จึงเข้าไปดูแล ปลูกผัก ทำสวน ท้องร่องดังกล่าวจึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญของครอบครัว โจทย์ในการออกแบบของเราจึงต้องเก็บท้องร่องเดิมเอาไว้ และมีที่จอดรถที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ได้ในวันที่ไม่ได้ใช้งาน”




บ้านท้องร่องจึงคือบทใหม่ เป็นจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกาลเวลา พื้นที่ ครอบครัว และธรรมชาติ
แน่นอนว่าบ้าน REGEN House ออกแบบให้มีความเชื่อมโยงกับบ้านของคุณแม่ไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ผ่านการใช้พื้นที่สีเขียวเป็นตัวกลาง เมื่อถึงเฟสของการออกแบบบ้านท้องร่อง จึงกลายเป็นจุดเชื่อมโยง ของทั้งสามหลัง สถาปนิกจึงวางผังบ้านให้ขนานทอดยาวไปกับฝั่งหนึ่งของบ้าน REGEN House ตรงกับตำแหน่งพื้นที่ส่วนกลางพอดี เพื่อสร้างความเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ ยาวไปจนถึงสวนท้องร่อง ด้านหลัง ซึ่งเป็นพื้นที่หัวใจสำคัญของคุณแม่ และออกแบบลานอเนกประสงค์ที่เป็นอาคารจอดรถได้ ในตัวอยู่ด้านใน การวางผังในลักษณะนี้จึงช่วยกำหนดพฤติกรรมการใช้พื้นที่คล้ายกับการเดินทาง โดยหยิบยกธรรมชาติเดิมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมให้มากที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ ระหว่างทาง สถาปนิกจึงให้ความสำคัญกับลำดับการเข้าถึงและการจัดวางมุมมอง และเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้เข้ามามีบทบาทร่วมในการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง
เมื่อสถาปัตยกรรมคือกรอบของทิวทัศน์
ด้วยรูปทรงอาคารที่ทอดยาว และแนวคิดที่ต้องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ นำไปสู่ลำดับการเข้าถึง พื้นที่ไปยังท้องร่องด้านหลัง สถาปนิกตั้งใจให้ธรรมชาติสวนท้องร่องเป็นจุดมองหลัก การออกแบบพื้นที่จึงค่อยๆ พาเราเข้าไปสัมผัสพื้นที่สีเขียวและท้องร่องอันเป็นฉากหลัง โดยใช้โครงสร้างคานพาดยาวแบบไม่มีเสาคั่น เป็นเส้นนำสายตาไปยังพื้นที่จอดรถด้านใน ที่ทำหน้าที่เสมือนกรอบเฟรมภาพดึงสายตาให้ ผู้คนได้เผชิญกับมุมมองธรรมชาติที่ถูกจัดวางไว้อย่างงดงาม ราวกับภาพวาดอยู่ในกรอบนั้น



“เราเลือกเก็บต้นไม้ใหญ่เดิมและพื้นที่ท้องร่องเอาไว้ทั้งหมด เพื่อรักษาระบบนิเวศให้สมบูรณ์ แล้วให้วางแสงสว่างสามสีไว้ตามโคนต้นไม้ ให้เป็นระยะลึกเข้าไป พร้อมออกแบบอาคารจอดรถให้อยู่ ด้านใน โดยใช้คานเหล็กที่มีสัดส่วนความลึกพอสมควร ทำหน้าที่ทั้งนำสายตาเข้าสู่พื้นที่ด้านหลังและ รับน้ำหนักโครงสร้างไปพร้อมกัน ขณะที่กรอบอาคารจอดรถซึ่งออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวแบบไร้เสา ช่วยเฟรมมุมมองของพื้นที่สีเขียวเอาไว้ได้อย่างสวยงามเหมือนภาพวาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบธรรมชาติ”
ต้นไม้ใหญ่ที่เก็บไว้ ไม่ได้ถูกละเลยแม้แต่น้อย แต่สถาปนิกเลือกที่จะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของ สถาปัตยกรรม โดยการออกแบบคานไปล้อมรอบสร้างขอบเขตของต้นไม้เอาไว้ แล้วตั้งศาลตรงจุดนี้ ต้นไม้เดิมจึงเปรียบเสมือนจุดที่เอาไว้เชื่อมโยงระหว่างอดีตของท้องร่องเกษตรเมื่อหลายสิบปีก่อนบ้านใหม่ ในปัจจุบัน
ในขณะที่การเข้าสู่ตัวบ้านเหมือนพาเราเดินทางย้อนกลับไปทางฝั่งรั้วหน้าบ้าน ให้ความรู้สึก สงบด้วยระยะเส้นทางทอดยาว และโอบล้อมด้วยผนังทั้งสองฝั่งที่ปิดทึบจากภายนอก วัสดุผนังภายนอก ของบ้านท้องร่องหลังนี้ใช้เป็นแผ่นเหล็กกัลวาไนซ์เจาะรู (Perforated Zinc – for translator) ที่พื้นผิวช่วย สะท้อนบริบทภายนอกอันแวดล้อมไปด้วยแมกไม้ให้เป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรม ตัวบ้านจึงกลมกลืนไป กับบรรยากาศภายนอกมากกว่าจะดูโดดเด่นแปลกแยก
ธรรมชาติที่เบลนด์เข้าสู่พื้นที่ด้านใน
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในบ้าน จะพบกับพื้นที่โอเพ่นแปลนที่เปิดโล่งต่อเนื่องตลอดแนว เพื่อรองรับ การใช้งานอเนกประสงค์และรับแขก การออกแบบภายในรวมถึงการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ ล้วนยึดภาษา ทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยนำสายตาออกไปสู่ท้องร่องด้านนอก ฝ้าภายในจึงออกแบบให้มีการลดระดับ ต่อเนื่อง เพื่อซ่อนไฟและสร้างบรรยากาศในแนวยาว สอดคล้องกับรูปทรงของโต๊ะที่ยาวและเพรียวบาง ซึ่งร่วมกันขับเน้นมุมมองไปยังพื้นที่สีเขียวโดยรอบราวกับงานศิลปะของธรรมชาติ


ฟังก์ชันภายในบ้านหลังนี้ค่อนข้างยืดหยุ่น โต๊ะยาวตรงกลางสามารถใช้ทั้งรองรับแขก ประชุม จัดเลี้ยงสังสรรค์ และมีพื้นที่สำหรับเล่นกอล์ฟซิมูเลเตอร์ในมุมหนึ่งด้วย สะท้อนให้เห็นว่าฟังก์ชันของบ้าน หลังนี้ช่วยเติมเต็มวิถีชีวิตของคนในครอบครัวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
นอกจากเส้นสายของงานออกแบบภายในที่ขับเน้นมุมมองให้เด่นชัดแล้ว การเลือกใช้วัสดุและ โทนสีของงานตกแต่งภายใน จึงเน้นวัสดุที่พื้นผิวสะท้อนบริบทแวดล้อมโดยรอบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ พื้นที่ด้านใน เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน เงาและแสงจากเรือนยอดไม้ภายนอกจะสะท้อนผ่านพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ราวกับว่าธรรมชาติและการอยู่อาศัยถูกหลอมรวมไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

“เพราะเราเชื่อว่าสุดท้ายแล้วชีวิตเองก็คงปรับเปลี่ยนไปตามบ้าน และที่น่าสนใจคือ เราไม่มีทางรู้ ได้จริงๆ ว่าสุดท้ายแล้วสถาปัตยกรรมจะพาชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่อยู่ข้างในไปได้ไกลแค่ไหนกัน” สถาปนิกกล่าวเสริม
บ้านหลังนี้จึงเป็นอีกจังหวะของชีวิตที่สถาปัตยกรรมปรับตัวให้สอดคล้องกับคำว่าชีวิตที่เปลี่ยนไปได้อย่างดีจริงๆ
เจ้าของ : คุณปานขวัญ หัตถโกศล
สถาปนิก : EKAR Architects โดยคุณเอกภาพ ดวงแก้ว
เรื่อง : Nantagan
ภาพ : W Workspace