บ้านชั้นเดียวทรงกล่องล้อมคอร์ต โปร่งสบายด้วยโถงทรงจั่ว
บ้านชั้นเดียวทรงกล่องล้อมคอร์ด รูปทรงเรียบง่าย สีขาว แต่ภายในซ่อนความรู้สึกโปร่งโล่งด้วยหลังคาทรงจั่วสูง พร้อมห้องทำงานฟังก์ชันเฉพาะของนักวาดภาพประกอบ
Design Directory : สถาปนิก Gooseberry Design

บ้านชั้นเดียวทรงกล่องล้อมคอร์ด หลังนี้เริ่มต้นจากชีวิตหนุ่มโสดที่กินง่ายอยู่ง่ายของ คุณซัน – ธัญลักษณ์ เดชศรีสุธี บรรณาธิการสำนักพิมพ์การ์ตูนไทย Let’s Comic ซึ่งใช้พื้นที่บนชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเก่าเป็นทั้งที่พักอาศัยและที่ทำงานมาตลอดตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 จนกระทั่งเมื่อเขาได้แต่งงานกับ คุณชวง-ปภาวี เดชศรีสุธี ศิลปินนักวาดภาพประกอบนามปากกาว่า Zhowee จากนั้นเอง มุมมองการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไป เพราะทั้งคู่เริ่มคิดอยากจะมีบ้านสักหลังเพื่อสานต่อชีวิตครอบครัวใหม่ในรูปแบบบ้านชั้นเดียวซึ่งมีพื้นที่แนวราบให้ลูกสามารถวิ่งเล่นและอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติได้มากขึ้น

“ตอนแรกผมคิดไปเองว่าคงไม่ได้แต่งงาน เลยใช้ชีวิตอยู่ง่าย ๆ บนชั้น 3 ของตึกออฟฟิศเดิม คุณแม่ผมเองก็อยากให้เรามาสร้างบ้าน เพราะยังมีที่ดินว่างอยู่ใกล้ ๆ กับตึกที่ผมอยู่นี่แหละ ตอนนั้นพี่สาวสองคนก็มาสร้างบ้านของตัวเองแล้ว ผมเลยได้ที่ดินอยู่ตรงกลางระหว่างบ้านทั้งของคุณแม่และพี่สาว พอมีไอเดียก็เริ่มมองหาสถาปนิกมาออกแบบบ้านโดยดูจากบ้านและสวน จนได้เห็นผลงานของ คุณเอก – ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก จาก Gooseberry Design แล้วก็ชอบ เลยลองติดต่อไป”


ชีวิตง่าย ๆ ในแนวราบ
“เราคุยกันว่าอยากได้บ้านชั้นเดียว น่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ชีวิตง่าย ๆ ของเรา ให้มีพื้นที่สำหรับลูกออกไปวิ่งเล่นในสวนได้ ไม่ต้องมีบันไดขึ้นลงเยอะ เพราะตอนที่อยู่บนตึก ชีวิตค่อนข้างยุ่งยากเหมือนกัน อย่างเวลาลืมของก็ต้องกลับขึ้นไปบนตึกอีก พื้นที่ส่วนอาศัยก็มีหน้าต่างน้อย ไม่ค่อยปลอดโปร่ง และไม่ได้เห็นธรรมชาติเท่าไหร่”
แม้ทั้งคู่จะยังไม่รู้สไตล์ความชอบของตัวเองชัดเจนนัก แต่เมื่อให้ลองนึกภาพบ้านที่ชอบและห้องที่อยากใช้ชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่ก็จะออกมาในโทนสีขาวอ่อน ๆ ดูสบายตา สถาปนิกจึงนำมู้ดนี้มาใช้เป็นแนวทางการออกแบบ โดยคุณเอกเล่าว่า



“ตัวที่ดินค่อนข้างใหญ่ราว 100 กว่าตารางวา ซึ่งมีบ้านคุณแม่และบ้านพี่สาวอยู่รอบ ๆ ด้วย การจะทำให้บ้านหลังนี้มีความเป็นส่วนตัว ผมคิดว่าควรจะสร้างคอร์ตยาร์ดไว้ภายในบ้าน แล้วค่อยทำสวนให้มีพื้นที่เชื่อมต่อไปกับบ้านพี่ ๆ หน้าตาของบ้านก็จะมีทั้งมุมเปิดและมุมปิดแต่ก็ไม่ได้ปิดจนมิดชิดเกินไป ตอนแรกทั้งคู่อยากใส่ฟังก์ชันของห้องไว้เยอะแต่ก็ลดสเกลลงเพื่อคุมงบให้เหมาะสม แล้วเลือกวัสดุที่ดูแลรักษาง่าย ฟินนิชชิ่งเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ไม่ต้องกรุอะไรเยอะ ภายในมีเฉพาะบิลท์อินที่จำเป็น แล้วตกแต่งด้วยมู้ดแบบ Japandi ที่เน้นสีขาวเรียบผสมงานไม้ให้อบอุ่นสบายตาตามแบบที่ทั้งคู่ชอบ”






ซ่อนหลังคาทรงจั่วไว้ในบ้านทรงกล่อง
จากตำแหน่งของที่ดินบังคับให้ตัวบ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันออกซึ่งเหมาะกับการรับแสงเช้า โดยทำช่องหน้าต่างเปิดเพื่อไม่ให้ผนังบ้านดูทึบตันพร้อมมีประตูทางเข้าบ้านและที่จอดรถอยู่ต่อเนื่องกัน ส่วนตัวบ้านมีรูปทรงเรียบง่ายดูคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมสีขาวที่คลุมด้วยหลังคาเมทัลชีต เพราะสถาปนิกต้องการให้หน้าบ้านดูเรียบด้วยเส้นนอนของตัวอาคาร ไม่สร้างความแปลกแยกออกจากบ้านคุณแม่และพี่สาวที่อยู่รอบข้าง แต่ภายในซ่อนความรู้สึกโปร่งโล่งด้วยหลังคาทรงจั่วสูง“เพราะไม่อยากให้ด้านหน้าดูเป็นบ้านทรงจั่วที่โดดเด่น ดังนั้นจึงเห็นรูปทรงจั่วได้เฉพาะจากด้านข้าง โดยการเปิดสเปซฝ้าภายในเป็นทรงจั่วยังช่วยให้เกิดความโปร่งสบายและได้ความรู้สึกของบ้านที่อบอุ่นเป็นมิตรเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัว อีกทั้งเป็นดีไซน์ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกและสัมผัสได้ง่าย เราวางตัวอาคารชั้นเดียวนี้เป็นรูปตัวซี (C) ที่ล้อมคอร์ตยาร์ตตรงกลางไว้ ทำให้เกิดเส้นรอบรูปของอาคารที่เปิดมุมมองได้มากขึ้น แต่ถ้าทำบ้านเป็นก้อนสี่เหลี่ยมจะทำให้เส้นรอบรูปมีพื้นที่สัมผัสน้อยกว่า เลยคว้านตรงกลางออก ช่วยให้ทุกมุมในบ้านเทควิวและใช้ประโยชน์จากคอร์ตตรงกลางได้ทุกมุม โดยไล่เรียงฟังก์ชันไปแบบง่าย ๆ ตั้งแต่ส่วนนั่งเล่น กินข้าว และมีห้องทำงานอยู่ตรงกลาง ส่วนห้องนอนไว้ด้านในเพื่อให้ได้ความสงบและเป็นส่วนตัว”



เปิดพื้นที่ส่วนกลางให้โปร่ง
คุณเอกยังเล่าถึงแนวคิดในการตกแต่งภายในเพิ่มเติมด้วยว่า “เราไม่ได้ออกแบบบ้านให้มีความหรูหราใหญ่โต หรือเห็นแล้วต้องว้าว แต่เราทำบ้านให้รู้สึกว่าอยู่สบาย ด้วยระยะทางเดิน พื้นที่โถง และห้องต่าง ๆ ที่ไม่กว้างแต่ไม่แคบ มีสัดส่วนพอดีสำหรับใช้งาน”
ภายในพื้นที่ใช้สอย 250 ตารางเมตรนี้มีโซนลีฟวิ่งของบ้านเป็นพื้นที่หลักที่กว้างขวางเป็นพิเศษและเปิดโปร่งแบบโอเพ่นแปลนเพื่อให้ฟังก์ชันของห้องนั่งเล่น กินข้าว และครัวใช้งานได้สบาย มองเห็นกันได้โดยไม่ต้องกั้นแยก ใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเพื่อกำหนดฟังก์ชันแต่ละมุม แล้วคุมบรรยากาศให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยการปูพื้นไม้ SPC ยาวตลอดพื้นที่ เช่นเดียวกับการกรุฝ้าเพดานทรงจั่วไว้ด้วยลามิเนตไม้เพื่อให้ฟิลลิ่งอบอุ่นของการอยู่บ้าน แล้วยังออกแบบฟังก์ชันพิเศษเพิ่มไว้ด้วยการทำที่นั่งริมหน้าต่างสไตล์เบย์วินโดว์ไว้ข้างโซฟาในส่วนนั่งเล่น ช่วยเปิดมุมมองภายในออกไปทางหน้าบ้าน ซึ่งคุณซันบอกว่าทั้งเขาและน้องโซอี้ (ลูกสาว) มักจะมานั่งและนอนเล่นที่มุมนี้กันอยู่เสมอ ในขณะที่คุณชวงก็สามารถใช้พื้นที่ครัวที่อยู่ไม่ไกลจากกันได้





นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันเฉพาะที่เจ้าของบ้านต้องการเพิ่มเติมก็คือส่วน Foyer หรือโถงทางเข้าสำหรับถอดรองเท้าหรือดักฝุ่นไว้ก่อนเข้าสู่พื้นที่พักผ่อนด้านในซึ่งแยกสเต็ปไว้ให้เหมือนกับบ้านญี่ปุ่น พร้อมกับมีห้องเลี้ยงนกที่มีสัดส่วนและแยกพื้นที่เฉพาะไว้ในมุมที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี
ห้องทำงานที่อยู่ได้ทั้งวัน
ด้วยความที่ทั้งคุณซันและคุณชวงทำงานศิลปะภาพการ์ตูนและภาพประกอบ รวมถึงงานหนังสือส่วนตัว จึงใช้เวลาทำงานที่บ้านเป็นหลัก ห้องที่มีความสำคัญมากๆ สำหรับทั้งคู่จึงเป็นห้องทำงาน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งตรงกลางของตัวซี (C) ที่เชื่อมระหว่างพื้นที่ส่วนกลางกับห้องนอน



“เราสองคนชอบอะไรคล้าย ๆ กัน ทำงานในสายเดียวกัน ความต้องการก็เลยชัดเจนว่าอยากมีตู้สำหรับวางหนังสือไว้รอบห้องทำงาน ส่วนใหญ่เป็นช่องที่ไม่ลึกและไม่สูงมากเพราะหนังสือการ์ตูนมีขนาดเล็ก และก็มีวางของอื่นผสมไปด้วย รวมถึงภาพเขียนของเราเอง และยังขอให้สถาปนิกทำหน้าบานตู้ด้านหนึ่งเป็นไวท์บอร์ดเพื่อสามารถวาดเล่นและลบได้ตลอด น้องโซอี้เองก็ได้มาวาดเล่นด้วยเหมือนกัน ส่วนโต๊ะทำงานของเราสองคนก็สั่งทำพิเศษให้มีขนาดยาว 2 เมตรสามารถปรับระดับความสูงได้ ทุก ๆ วันเราจะใช้เวลาในห้องนี้กันค่อนข้างเยอะ แต่ไม่รู้สึกอึดอัดเลยเพราะผนังทั้งสองด้านเปิดโปร่งออกไปเห็นสวนได้ทั้งจากสวนคอร์ตกลางบ้านและสวนครัวข้างบ้าน”




พื้นที่ชีวิตที่ลงตัว
ตั้งแต่ได้ย้ายพื้นที่ชีวิตจากบนตึกมาอยู่ในบ้านชั้นเดียวหลังนี้ ทั้งคู่บอกว่าสามารถใช้ชีวิตได้สบายขึ้นในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะส่วนพักผ่อน พื้นที่ทำอาหารในห้องครัว ไปจนถึงห้องนอน“ก่อนบ้านเสร็จ เราแอบกลัวเหมือนกันว่าบ้านจะมีสเปซกว้างเกินไปหรือเปล่า เพราะเคยชินกับการอยู่ในพื้นที่จำกัดบนอาคาร แต่พอได้มาใช้ชีวิตจริง ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าลำบากหรือต้องปรับตัวอะไรมาก เรามีที่เก็บของมากขึ้น มีที่ให้ผ่อนคลายเยอะขึ้น แค่เปิดหน้าต่างก็ได้ลมที่หมุนเวียน อากาศถ่ายเทดีมาก มีเวลาก็ชอบออกไปนั่งตรงระเบียง และน้องโซอี้ก็ชอบออกไปดูปลาในบ่อตรงสวนคอร์ต ตอนแรกเราจะลงต้นหลิวไว้ตรงกลางสวนแต่นักจัดสวนแนะนำให้ไว้ข้าง ๆ ซึ่งก็ดีเลยเพราะทำให้สวนมีสเปซโปร่งสบาย และเวลานั่งกินข้าวก็ยังมองเห็นต้นหลิวลู่ลมสวยอยู่ รู้สึกว่าทุกพื้นที่ในบ้านมันมีสัดส่วนที่พอดีและชวนให้รู้สึกสบายในทุก ๆ มุม คิดว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับชีวิตมากเลย”


เจ้าของ : คุณปภาวี คุณธัญลักษณ์ และเด็กหญิงชัญญา เตชศรีสุธี
สถาปนิก : Gooseberry Design โดยคุณณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก
เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์
ภาพ : อนุพงษ์ ฉายสุขเกษม
ผู้ช่วยช่างภาพ : ธีรวัฒน์ พรหมณีวัฒน์
สไตล์ : Suntreeya