รู้จักเฮลิโคเนีย สุดยอดดอกไม้แห่งป่าฝน ต้นไม้ที่สามารถปลูกในบ้านและสวนป่าได้

สำหรับคนที่รักสวนป่าสไตล์ทรอปิคัลหรือสวนป่าเขตร้อนคงไม่มีทางที่จะไม่รู้จักกับต้นไม้ในสกุลเฮลิโคเนีย (Heliconia) เช่น ก้ามกุ้ง สร้อยกัทลี หรือก้ามปู ซึ่งล้วนแต่เป็นพรรณไม้ที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยมานานแล้ว จนปัจจุบันสามารถนำไปใช้จัดสวนที่สื่อถึงความเป็นไทยได้เช่นกัน ซึ่งนอกจากความสวยงามของรูปทรงและสีสันของใบหรือดอกแล้ว ต้นไม้ชนิดนี้ยังปลูกง่าย ออกดอกง่ายและขยายพันธุ์เร็ว ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้ยังคงถูกนำไปจัดสวนทั้งภายในและภายนอกบ้านได้อยู่เสมอไม่ตกยุค

Heliconia Bihai (L.) L. Cv. “Lobster Claw One” ออกดอกช่วงเดือนเมษายน ถึง ธันวาคม ชอบในในบริเวณที่แสงแดดรำไร 30 เปอร์เซ็นต์ไปจนถึงแดดจัด สูง 1.5 – 5 เมตร
H. caribaea Lamarck cv. ‘Barbados Flat’ออกดอกตลอดทั้งปี แต่จะดกในเดือนเมษายนถึงตุลาคม ปลุกได้ในบริเวณแสงแดดรำไรจนถึงกลางแจ้ง ต้นสูง 4 – 5 เมตร
H. caribaea Lamarck X H. bihai (L.) L. cv. ‘Kawauchi’ ออกดอกช่วงเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม ชอบแสงแดดรำไรจนถึงแสงแดดจัด สูง 4 เมตร
H. caribaea Lamarck X H. bihai (L.) L. cv. ‘Burgady’ ออกดอกช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคม ชอบแสงแดดน้อยและกลางแจ้ง สูง 4-5 เมตร

เฮลิโคเนียเป็นต้นไม้ในวงศ์ HELICONIACEAE ที่มีอยู่หลายร้อยชนิด แต่เดิมจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับกล้วยคือ MUSACEAE นอกจากนั้นยังเป็นญาติกับวงศ์พุทธรักษา(CANNACEAE) และขิง(ZINGIBERACEAE) แต่ละพันธุ์ก็จะมีช่วงเวลาที่ออกดอกไม่เหมือนกัน บางพันธุ์ออกดอกตลอดทั้งปี บางพันธุ์ออกดอกเพียงปีละครั้ง มีตั้งแต่พันธุ์แคระต้นเตี้ยไปจนถึงต้นสูงใหญ่ รูปทรงของดอกก็มีอยู่หลากหลาย เช่น ชนิดดอกเล็กอย่าง Heliconia psittacorum มีกาบดอกหรือกลีบประดับเล็กแคบเห็นดอกจริงคล้ายกล้วยชัดเจน สวนชนิดที่เรียกว่าก้ามปู กลีบประดับมีขนาดใหญ่ซ่อนดอกจริงไว้ภายในกาบสีสดใส บางชนิดก็เป็นช่อห้อยย้อย

แต่เดิมคนไทยนิยมเรียกเฮลิโคเนียว่า “เบิร์ด” ซึ่งมาจากต้นเบิร์ด ออฟ พาราไดซ์ ที่เป็นวงศ์ STRELIZIACEA ไม่ได้อยู่ในวงศ์เดียวกันเลยแม้มีหน้าตาคล้ายกัน อีกประการหนึ่งคือชื่อสามัญตัวหนึ่งของเฮลิโคเนียเรียกว่า False Bird of Paradise ก็อาจเป็นอีกเหตุที่ทำให้คนเข้าใจผิด 

เฮเลิโคเนียเป็นต้นไม้ที่มีพื้นเพดั้งเดิมมาจากทวีปอเมริกาในบริเวณเขตร้อนชื้น หมู่เกาะแปซิฟิกใต้ ไปจนถึงอินโดนีเซีย เมื่อนำมาปลูกที่ประเทศพบว่าเจริญงอกงามได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเกิดลูกผสมใหม่อยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นที่ตั้งการทั้งดอกและต้นพันธุ์จากทุกมุมโลก เพราะความสวยงามเฉพาะตัวของดอกและความทนทาน โดยดอกหนึ่งสามารถนำมาปักแจกันได้นานเป็นเดือน

เฮลิโคเนียปลูกง่าย มีโรคแมลงน้อยแต่สิ่งสำคัญคือต้องให้น้ำเพียงพอ โดยเราสามารถรดเพียงวันละครั้งช่วงเช้าก็ได้ ในวันที่ฝนตกหนักก็อาจงดรดน้ำไปเลย และไม่ควรปลูกให้โดนแสงแดดจัดจนเกินไป เพราะสีของดอกจะไม่สด ใบเหลือง และไหม้ไม่สวยงามนัก สามารถปลูกไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือภายในบ้านบริเวณที่ได้รับแสงแดดรำไรได้ เครื่องปลูกที่ชอบคือดินอุ้มน้ำ แต่ไม้ควรให้น้ำจนขังแฉะ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ปลูกในดินเหนียว อีกทั้งความแน่นของดินเหนียวยังทำให้ตุ้มลอยต่อไปก็จะล้มและไม่ค่อยแตกหน่อ ต้นเตี้ย หรือสั้นลง

เราสามารถขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ ต้นแม่ที่ให้ดอกจะเริ่มมีหน่อใหม่ วิธีการคือตัดต้นให้สูงประมาณ 50 เซนติเมตร และแยกหน่อตัดแยกรากกับหน่อต้นเก่าออกจากดิน ตัดรากรอบทิ้ง ล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง จากนั้นจุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อราก่อนนำไปผึ่งให้แห้งอีกครั้งแล้วจึงปลูกในกระถาง

H. caribaea Lamarck  X  H. bihai (L.) L. cv. ‘Dimitrl Sucre’ ออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคม ชอบแสงแดดรำไรถึงกลางแจ้ง
H. caribaea Lamarck X H. bihai (L.) L. cv. ‘Jacquinii’ ออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน ชอบแสงแดด 40 เปอร์เซ็นต์ถึงแดดจัด สูง 2-4 เมตร ทรงต้นสวยและเป็นกอแน่น นิยมใช้จัดสวนได้ดี
H. stricta Huber cv. ‘Las Cruce 3’ ให้ดอกง่ายตลอดทั้งปี แต่จะดกในช่วงเดือนธันวาคมถึงกันยายน ชองแสงแดดน้อยถึงรำไร ขอบใบสวยดูพริ้วไหว นิยมใช้ตกแต่งสวน

ดินปลูก

ใช้ดินก้ามปูถุงผสมสำเร็จทั่วไปหรือดินปนทราย ผสมกับปุ๋ยคอกหรือมูลวัว มูลหมู ซึ่งให้ผลดีกว่า เพราะปุ๋ยหมักหรือปุ่๋ยคอกเหล่านี้ช่วยให้ดินร่วซุย ระบายน้ำได้ดี และเพิ่มธาติอาหาร

ปุ๋ย

นอกจากปุ๋ยคอกที่ผสมดินปลูกลงไปแล้ว ในช่วงที่ต้องการเร่งดอกอาจเติมปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 16 16 16 โดยโปรยให้ห่างหน่อหรือตามขอบกระถาง ถ้าโรยใกล้ต้นเกินไป โคนอาจเน่าได้ นอกจากนี้อาจใช้เป็นปุ๋นสูตรละลายช้าแทนก็ได้

การปลูก

หากปลูกลงแปลงหรือในสวน ควรกะระยะห่างไม่ต่ำกว่า 1 เมตรระหว่างต้น หลุมปลูกควรมีขนาด 30 x 30 เซนติเมตร ไม่ว่าจะปลูกในดินหรือกระถางอย่าให้เหง้าฝังลึกเกิน 4 เซนติเมตร เพราะอาจเน่าได้ง่าย เมื่อลงปลูกใหม่ๆควรพรางแสงให้เหลือประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลา 2-3 เดือน เพื่อให้หน่อใหม่เหล่านี้เริ่มฟื้นตัวงอกงาม ภายในหนึ่งปีก็จะออกดอกให้ชมแล้ว

H. mariae J. D. Hooker หรือ Beef Steak ออกดอกตลอดทั้งปี ชอบแสงแดดรำไรถึงแดดจัด สูง 4-7 เมตร ทรงต้นแผ่คล้ายกล้วยพัด กอใหญ่ เส้นใบแดงตัดกับพื้นใบเขียว นิยมปลูกเป็นฮากหลังในสวนหรือตามแนวกำแพง เป็นต้นไม้เก่าแก่ที่มีดอกรูปร่างแปลกตา
H. episcopalis Vellozo หรือ กล้วยพนม ดอกีรูปร่างแบน ค้ายมือพนมหากันมีสีเหลืองเหลือบส้มสดใส ดอกชูเด่นพ้นกอ ใบเขียวข้มเกือบดำ ออกตลอดปี ชอบแสงรำไรถึงแดดจัด สูง 1 – 2 เมตร นิยมใช้ปลูกประดับสวน
H. caribaea Lamarck X H. bihai cv. ‘Richmond Red’ ออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงธันวาคม ชอบแสงแดดรำไรจนถึงแดดจัด สูงได้ 2-4 เมตร