บ้านโครงเหล็ก สไตล์โรงนาฝรั่งของสายเอ๊าดอร์

บ้านโครงสร้างเหล็กกรุผนังกระจกใสแบบเรือนกระจก ได้แรงบันดาลใจมาจากโรงนาฝรั่งหลังคาทรงจั่วผสมผสานกับบ้านแบบสแกนดิเนเวียนที่เรียบง่ายและอบอุ่น โดยหันด้านหลักของบ้านออกสู่วิวบึงน้ำธรรมชาติ เพื่อดึงมุมมองที่สดชื่นผ่านผนังกระจกเข้าสู่ภายใน เจ้าของบ้านเป็นคนรักธรรมชาติสายเอ๊าดอร์ที่หลายคนคุ้นเคยในฐานะเชฟอาหารไทยโบราณของร้าน The Attic Diary Cafe

เจ้าของ-ออกแบบ : คุณอิศเรศ จันทรวดี และม.ล.นรากร วรวรรณ

 

barnhouse บ้านโครงเหล็ก โรงนาฝรั่ง
บ้านโครงเหล็กหลังคาทรงจั่วขนาด 2 ชั้น พร้อมดาดฟ้าเล็กๆ ด้านบน ผนังรอบบ้านเน้นกรุด้วยกระจกใสเพื่อรับแสงธรรมชาติเข้าบ้านอย่างเต็มที่และยังเป็นการเปิดมุมมองภายในออกมาสู่วิวธรรมชาติสวยๆ ที่มองเห็นได้จากทุกมุมในบ้าน

 

barnhouse บ้านโครงเหล็ก โรงนาฝรั่ง
ด้านหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เพื่อรับกับวิวบึงน้ำกว้างๆ และเหมาะกับนั่งชมดวงอาทิตย์ตกดิน โดยพื้นที่ข้างๆ ยังทำเป็นแปลงปลูกพืชผักสวนครัวสำหรับไว้ใช้ปรุงอาหาร รวมถึงมุมกางเต็นท์สำหรับนั่งดื่มด่ำบรรยากาศกลางแจ้ง
barnhouse บ้านโครงเหล็ก โรงนาฝรั่ง
ไฟในบ้านเริ่มสว่างเรืองรองผ่านผนังกระจกใสรอบๆ เพิ่มความสวยงามให้ตัวบ้านในยามค่ำคืน
barnhouse บ้านโครงเหล็ก บ้านริมน้ำ
มองจากมุมสูงที่เห็นตัวบ้านอยู่ติดกับบึงน้ำขนาดใหญ่และพื้นที่สีเขียวรอบๆ

คุณปุ๊ – อิศเรศ จันทรวดี เจ้าของ บ้านโครงเหล็ก สไตล์โรงนาฝรั่งหลังนี้คืออดีตผู้กำกับและผลิตรายการสารคดีที่เปลี่ยนอาชีพตัวเองมาค้าขายเสื้อผ้าแนววินเทจ และปัจจุบันเลือกที่จะทำอาหารไทยโบราณแบบ Chef’s Table โดยใช้วิวริมบึงน้ำสวยๆ ที่หน้าบ้านตัวเองเป็นทำเลหลัก ส่วนชีวิตที่เว้นจากนั้นคือเข้าป่าไปกางเต็นท์และนอนฟังเสียงธรรมชาติ “ผมเลิกขายเสื้อผ้าและมาทำอาหารได้ 6 ปีแล้ว ตอนนี้เปิดร้านอยู่ 4 วัน คือวันพฤหัสถึงอาทิตย์ ที่เหลือก็จะเข้าป่าตลอด ดีว่าที่นี่อยู่ใกล้สวนผึ้งใกล้เมืองกาญจน์ก็เลยสบาย ผมชอบอยู่กับธรรมชาติในป่า เมื่อไรที่หมดพลัง มีปัญหาคิดไม่ออก ผมจะวางทุกอย่างและไปหาคำตอบในป่า รองลงมาก็คืออยู่ที่บ้านใหม่หลังนี้ อยู่ท่ามกลางข้าวของที่เรารัก เพราะทุกชิ้นมีประวัติศาสตร์ชีวิตของเราอยู่ในนั้น ตอนจะคัดทิ้งก็ทิ้งไม่ลง กลายเป็นว่าย้ายทุกอย่างจากบ้านหลังที่แล้วมาอยู่หลังนี้ด้วยกันหมดเลย”

 

barnhouse บ้านโครงเหล็ก
คุณปุ๊บอกว่าอยากให้โรงรถเป็นส่วนหนึ่งของบ้านก็เลยทำพื้นที่แบบ Garage House สำหรับจอดรถแนววินเทจไว้ในบ้าน ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์เพื่อให้สามารถมองเห็นได้เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งของบ้านเช่นกัน
barnhouse บ้านโครงเหล็ก
ด้านหน้าบ้านมีระเบียงไม้ขนาดกว้างเพื่อจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารตัวยาวที่ไว้รองรับลูกค้าซึ่งจองมารับประทานอาหารแบบ Chef’s Table
barnhouse บ้านโครงเหล็ก
ตู้ไม้เก่าหลายๆ ใบเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานมาตั้งแต่บ้านหลังเดิมซึ่งยกย้ายตามมาที่นี่ด้วย สำหรับใบนี้ไว้ใส่คอลเล็กชั่นกางเกงยีนและเสื้อแนววินเทจที่สะสมไว้
barnhouse บ้านโครงเหล็ก
มุมรับประทานอาหารหลักในบ้านเปิดโล่งเพื่อรับแสงและมองเห็นวิวบึงน้ำสวยๆ ได้เต็มตา

จากบ้านหลังเดิมสู่บ้านหลังใหม่

บ้านหลังเดิมที่คุณปุ๊พูดถึงก็คือจุดเริ่มต้นของร้านขายเสื้อผ้าที่กลายเป็นร้านอาหารชื่อ  The Attic Diary Café อาคารโครงเหล็กกรุกระจกโปร่งตรงชุมทางสยามยิปซี บางซ่อน ที่ปัจจุบันไม่มีอยู่แล้ว ระหว่างที่ปิดร้านนั้นไปคุณปุ๊มีไอเดียอยากทำร้านอาหารกล่องอร่อยๆ ที่เชียงใหม่ แต่ก็ติดปัญหาเรื่องโควิด – 19 จึงหยุดไว้ก่อน จนกระทั่งมีน้องสนิทผู้มีพระคุณชวนให้มาดูพื้นที่รกร้างว่างเปล่าข้างโรงงานรถยนต์ในจังหวัดนครปฐม ที่มองจากระดับสายตาตอนนั้นแล้วเห็นแค่แนวป่ากระถินณรงค์เต็มไปหมด

“ผมลองเปิดแผนที่ในกูเกิ้ลดูก็เห็นว่าที่ตรงนี้ติดน้ำด้วย เลยลองเดินลุยแนวป่าเข้ามาจนเจอบึงน้ำ เห็นแล้วก็ชอบเลย ตอนแรกคิดเล่นๆ แค่ว่าจะทำทางเดินไม้ให้มาดูวิวน้ำตรงนี้ แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นสร้างบ้านดีกว่า และหันตัวบ้านไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เพื่อเปิดวิวไว้ดูดวงอาทิตย์ตกลงตรงบึงน้ำสวยๆ นี้เลย”

ตอนแรกเขาคิดจะยกย้ายโครงสร้างเหล็กเดิมจากบางซ่อนมาตั้งไว้ที่นี่ แต่ความผุพังเสียหายที่มีมากเกินไปทำให้ต้องตัดสินใจทิ้งทั้งหมด แล้วเริ่มสร้างบ้านหลังใหม่ โดยใช้เวลาถมที่ดินชุ่มน้ำนี้ให้แน่นไว้ก่อนถึง 2 ปี แล้วจึงนำรูปแบบบ้านโรงนาฝรั่งผสมผสานบ้านแบบสแกนดิเนเวียที่ชอบมาใช้เหมือนเดิมจนดูราวกับว่าได้ย้ายบ้านหลังเดิมมาไว้จริงๆ

barnhouse บ้านโครงเหล็ก
มุมจิบกาแฟยาเช้าของคุณปุ๊อยู่บริเวณโถงหลักของบ้านที่เปิดโล่งแบบ Double Volume ไปถึงแนวหลังคาทรงจั่วทำให้ได้รับแสงธรรมชาติเต็มที่ และกลายเป็นมุมเหมาะสำหรับปลูกไม้ใบไว้ในบ้านเพื่อช่วยเติมความสดชื่นและพื้นที่สีเขียวที่ดูสบายตา
barnhouse บ้านโครงเหล็ก
เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักๆ ของบ้านส่วนใหญ่เป็นงานไม้เก่า ส่วนเก้าอี้เลือกผสมจากดีไซน์ที่ชอบ
barnhouse บ้านโครงเหล็ก
ของตกแต่งในบ้านส่วนใหญ่เป็นของเก่าของวินเทจที่อยู่คู่กับชีวิตคุณปุ๊มานาน รวมถึงสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือไม้ใบเขียว
barnhouse บ้านโครงเหล็ก
ช่องบันไดขนาดเล็กแต่ดูอบอุ่นด้วยพื้นผนังไม้สนกับช่องผนังกระจกโปร่งที่ช่วยให้มุมนี้ได้รับแสงธรรมชาติที่สบายตา
barnhouse บ้านโครงเหล็ก ไม้สน
ชั้นบนของบ้านกรุฝ้าด้วยไม้สนตลอดแนวทำให้บ้านดูอบอุ่นตา และยังจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่ากับของสะสมที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของคุณปุ๊ไว้มากมาย
barnhouse บ้านโครงเหล็ก ไม้สน
โถงเปิดโล่งให้มีการเชื่อมต่อมุมมองระหว่างชั้นล่างกับชั้นบนเป็นแปลนเดียวกับบ้านหลังเดิม รวมถึงการตกแต่งด้วยไม้สนมือสองที่คุณปุ๊บอกว่าให้กลิ่นหอมและดับกลิ่นชื้นได้ดี

บ้านใหม่ในสเปซคุ้นเคย

จากทุ่งกว้างๆ กว่าร้อยไร่ คุณปุ๊เลือกสร้างบ้านบนที่ดินราว 2 ไร่ติดกับบึงน้ำ โดยลงเสาฐานด้วยปูนและต่อด้วยโครงสร้างเหล็กกรุผนังกระจกใสแบบเรือนกระจก วางแปลนฟังก์ชันของมุมใช้งานต่างๆ แบบบ้านเดิม แต่ขยายพื้นที่ให้กว้างขวางและสบายมากขึ้น วัสดุหลักๆ นอกจากเหล็ก กระจก และอิฐมวลเบา ซึ่งเป็นวัสดุพื้นฐานที่ราคาไม่แพงแล้ว ก็มีการเพิ่มไม้สนในส่วนของพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน ด้วยความชอบส่วนตัวที่คุณปุ๊บอกว่า ไม้สนให้กลิ่นหอมและดับกลิ่นชื้นได้ดี

“ผมใช้ไม้สนมือสองจากอเมริกาและฟินแลนด์ ของอเมริกาจะมีร่องรอยตะปูเยอะหน่อย ส่วนใหญ่ก็ใช้เป็นฝ้าเพดาน ส่วนผนังห้องนอนใช้ไม้สนของฟินแลนด์ที่มีกลิ่นสดชื่นเฉพาะตัว แต่มีผนังตรงโถงที่ผมลองทาสีขาวไปเพราะอยากให้สว่างตาตอนกลางคืน ปรากฏว่าผลตอบรับดีมากครับ แมลงมากันเป็นล้าน (หัวเราะ) ส่วนที่ไม่ใช่ไม้อย่างโครงเหล็กหรือผนังอิฐมวลเบาก็ทาด้วยโทนสีเขียวตุ่นที่ผมชอบ

“แปลนในบ้านนี่เหมือนเดิมเลย เพราะฮวงจุ้ยของผมก็คือความคุ้นชินเดิมๆ เคยเข้าบ้านแล้วเดินเลี้ยวแบบไหนห้องครัว ห้องนอน อยู่มุมไหนก็มุมเดิมเลย แต่กว้างขวางขึ้น เฟอร์นิเจอร์ก็ของเดิมทั้งหมด ไม่มีซื้อเพิ่ม แค่คิดว่าจะวางตรงไหนให้ดีที่สุดในที่ที่เรามองเห็นแล้วสบายใจ ไม่ได้มีพื้นฐานการตกแต่งอะไรเลย หลายอย่างก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง มีของยังไม่ได้จัดแขวนอีกเยอะ เพราะยังไม่มีเวลา ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือต้นไม้ ยิ่งบ้านกระจกโปร่งๆ แบบนี้ยิ่งต้องมีต้นไม้มาช่วยเติมธรรมชาติเขียวๆ ต้องเน้นไม้ใบที่ทนๆ อย่างไทรใบสักและยางอินเดีย เวลาผมไม่อยู่นานๆ ก็จะหล่อน้ำใส่ขวดทิ้งไว้ ระหว่างที่ผมเข้าป่าไปทุกอาทิตย์”

ส่วนที่เปลี่ยนไปอีกอย่างคือหลังคาสกายไลต์ที่มีขนาดเล็กลงกว่าบ้านหลังเดิม เพราะที่นี่ไม่ได้มีทางรถไฟพาดทับหลังคาทำให้ได้แสงธรรมชาติเข้าบ้านเต็มที่จึงไม่ต้องมีสกายไลต์ขนาดใหญ่ แต่ก็ยังทำระเบียงดาดฟ้าเล็กๆ ไว้ข้างบนสำหรับไปนอนเล่นดูดาวกับน้องมาชู สุนัขพันธุ์แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรียวัยเกือบ 2 ปี

barnhouse
ราวกันตกของชั้น 2 ตกแต่งด้วยภาพทอลายสวยของคนสายแคมปิ้ง
barnhouse บ้านโครงเหล็ก ห้องนอน ไม้สน
ห้องนอนที่แสนกะทัดรัดและเรียบง่ายของคุณปุ๊ ซึ่งเขาบอกว่าใช้สำหรับนอนอย่างเดียว ด้วยความที่เคยปวดหลังมาก่อนทำให้เขาชอบนอนกับพื้นและติดนิสัยมาจนถึงปัจจุบัน
barnhouse บ้านโครงเหล็ก ฝ้าไม้สน โคมไฟอินดัสเทรียล
โคมไฟสไตล์อินดัสเทรียลที่ดูเข้ากันได้ดีกับฝ้าเพดานไม้สน

ระเบียงไม้เต็งขนาดกว้างสำหรับจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารให้ลูกค้าได้ชื่นชมกับบรรยากาศของบึงน้ำได้อย่างใกล้ชิด

barnhouse บ้านโครงเหล็ก
ระเบียงสำหรับนั่งรับลมด้านนอกปูพื้นไม้ทาสีขาวเพื่อให้ดูสว่างตาขึ้น
barnhouse บ้านโครงเหล็ก
ระเบียงไม้เต็งขนาดกว้างสำหรับจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารให้ลูกค้าได้ชื่นชมกับบรรยากาศของบึงน้ำได้อย่างใกล้ชิด
barnhouse
อาณาจักรส่วนตัวอีกมุมหนึ่งของคุณปุ๊คือห้องครัวที่จะเปิดใช้งานในระหว่างวันพฤหัสถึงอาทิตย์เพื่อรองรับลูกค้าที่จองเข้ามารับประทานผ่านทาง IG: triplestitchediary และ Line: Handsomegasolinecafe
barnhouse บ้านโครงเหล็ก
โต๊ะไม้ขนาดยาวที่มีฉากหลังเป็นบ้านโครงเหล็กสีเขียว สร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารให้อบอุ่นเหมือนได้มาเยือนบ้านเพื่อน

มีความสุขกับปัจจุบัน

นอกจากผนังกรุกระจกโปร่งในฝั่งบึงน้ำแล้ว ผนังบ้านอีกด้านที่อยู่ฝั่งถนนนั้นกรุด้วยไม้ทาสีเขียว ที่มีประตูโรงรถสีเขียวโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์นกฟีนิกซ์ตัวโตซึ่งคุณปุ๊อธิบายไว้ว่า

“ผมใช้ชีวิตแบบเริ่มใหม่มาหลายครั้ง มันเหมือนๆ กับนกฟีนิกซ์ ผมเลยออกแบบลายนกฟีนิกซ์นี้ขึ้นมาเอง เป็นสัญลักษณ์เตือนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวนกที่เหมือนนาฬิกาทรายเมื่อร่วงหล่นลงมาก็พลิกกลับไปเริ่มใหม่ ปีกสองข้างของนกก็เหมือนช่วยพยุงเวลาอีกด้านหนึ่งตกลง ส่วนหัวนกที่เป็นเหมือนอักษร A คือทำอะไรก็ตามให้ได้ดีสักเรื่องไปเลย ง่ายๆ ก็ได้ เหมือนอย่างตอนนี้ที่ผมใช้ชีวิตแต่ละวันให้สนุกและมีความสุขที่สุด ไม่ว่าจะเข้าป่าหรืออยู่ที่บ้านหลังนี้ ทำอาหารให้ลูกค้ากิน อยู่จนดึกดื่นห้าทุ่มแล้วค่อยขึ้นนอน เพราะห้องนอนมีไว้นอนอย่างเดียว เท่านี้ก็ลงตัวและสบายที่สุดแล้วครับ”

barnhouse
นอกจากมุมโต๊ะยาวที่ระเบียงไม้แล้ว ยังมีมุมกางเต็นท์ที่ให้บรรยากาศเหมือนไปแคมปิ้งด้วย
barnhouse บ้านโครงเหล็ก ผนังกรุกระจก
ผนังบ้านบริเวณชั้น 2 กรุด้วยกระจกภายใต้โครงเหล็กสีเขียว
barnhouse บ้านโครงเหล็ก
ระเบียงดาดฟ้าชั้นบนที่คุณปุ๊เอาไว้นอนชมดาวทำเป็นแนวล้อรับไปกับระเบียงชั้น 2
barnhouse
ประตูโรงรถทาสีเขียวตุ่นมีสัญลักษณ์ของนกฟีนิกซ์ที่คุณปุ๊ออกแบบขึ้นเอง โดยมีส่วนผสมของรูปนาฬิกาทราย ปีกนก 9 ชั้น และหัวนกทรง A ที่สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต
barnhouse
พื้นที่ข้างๆ บ้านยังมีแปลงปลูกพืชผักสวนครัวไว้สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารต่างๆ
barnhouse
คุณปุ๊กับเจ้ามาชูขึ้นไปชมวิวที่ระเบียงบนดาดฟ้าของบ้าน
barnhouse
ฝั่งหลังบ้านเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ ผนังบ้านฝั่งนี้จึงเน้นเป็นไม้ทาสีเขียวตุ่นในแบบที่ชอบ
barnhoue บ้านโครงเหล็ก
พื้นที่ของผนังราวๆ สามในสี่ของบ้านกรุด้วยกระจกโปร่งภายใต้โครงเหล็กสีเขียวเพื่อให้ภายในได้รับแสงธรรมชาติมากที่สุด โดยบางส่วนออกแบบให้เปิดเป็นช่องทางหมุนเวียนของลมได้เพื่อคลายความร้อนอบอ้าวในตอนกลางวัน และปลูกไม้ใบเพิ่มความสดชื่นไว้ในบ้าน
barnhouse
หนึ่งในของเก่าที่คุณปุ๊ได้จากผู้มีพระคุณคือผนังเหล็กซึ่งใช้เป็นเกราะกันกระสุนที่นำมาดัดแปลงใช้กรุผนังบ้านส่วนหนึ่งให้ดูสวยงามแปลกตา
barnhouse
ท่อสายไฟในบ้านก็นำมาพ่นเป็นสีทองแดงให้ดูสวยและยังเข้ากับผนังไม้สนด้วย

เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์

ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

สไตล์ : วรวัฒน์ ตุลยทิพย์


บ้านโครงเหล็ก ทรงกล่อง

บ้านโมเดิร์นโครงเหล็กผสมคอนกรีต