30 ต้นไม้ยอดฮิต ที่มาแรง และเป็นที่นิยมปลูกมากที่สุดในปี 2020

ถือว่าเป็นปีทองสำหรับวงการต้นไม้เลยก็ว่าได้ สำหรับในปี พ.ศ.2563 หรือ ค.ศ. 2020 เพราะหลังจากที่คุณญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์โพสรูปเธอกับต้นไม้ของเธอลงในโลกโซเชียล วงการต้นไม้ของประเทศไทยก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป กระแสดังกล่าวส่งผลให้ผู้คนจากหลากหลายวัยและอาชีพที่อาจจะเริ่มเบื่อกับการเวิร์คฟอร์มโฮม ออกมาจับจ่ายใช้สอยนำเอาต้นไม้ใบและต้นไม้ชนิดต่างๆมาแต่งบ้านกันมากขึ้น ผู้คนเริ่มกลับมาสนใจการปลูกต้นไม้ด้วยตนเองและทำให้ต้นไม้หลายชนิดกลายเป็นต้นไม้ยอดฮิตไปในชั่วข้ามคืน

ก่อนสิ้นสุดปีนี้ เราจึงขอรวมรวบต้นไม้ยอดฮิตที่มีคนสนใจและเข้ามาค้นหาข้อมูลมากที่สุดใน https://www.baanlaesuan.com/ จะมีต้นอะไรบ้างนั้นมาชมกันเลย

 

 

1.หลิว

ชื่อวิทยาศาสตร์: Salix babylonica L.

การนำไปใช้งาน เป็นต้นไม้ยืนต้นที่สามารถปลูกเป็นต้นไม้ประธานหรือเป็นฉากหลังได้ดี ลำต้นขนาดไม่ใหญ่มากจึงสามารถปลูกในสวนที่มีขนาดจำกัดได้ แต่ต้องมีแสงแดดเพียงพอ นิยมใช้ในการจัดสวนสไตล์จีน ญี่ปุ่นและอังกฤษ ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 4–8 เมตร ทนต่อบริเวณที่น้ำท่วมถึง สามารถปลูกริมถนนและทางเดิน แต่ส่วนใหญ่นิยมปลูกประดับสวนริมน้ำ เพราะรูปทรงอ่อนช้อย ช่วยเพิ่มเส้นสายที่พลิ้วไหวดูนุ่มนวลสามารถลดทอนความแข็งขององค์ประกอบที่อยู่รอบๆได้ดี

2.โกฐจุฬา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eupatorium capillifolium

การนำไปใช้งาน ต้นใบ และกลิ่นคล้ายผักชีลาวมากแต่มีขนาดโตกว่า สูงได้ถึง 60 เซนติเมตร – 2 เมตร มีดอกขนาดเล็กออกเป็นช่อตามก้าน มีกลีบเลี้ยงสีเขียว คล้ายถ้วยหุ้ม มีกลีบเล็กๆ เหมือนด้ายสีขาวโผล่เป็นรัศมี ในธรรมชาติจะมีผีเสื้อกลางคืนชนิดหนึ่งที่กินน้ำหวานจากดอกของต้นไม้ชนิดนี้ไว้ในตัวเพื่อใช้ล่าเหยื่อ ขยายพันธุ์โดยการปักชำยอด ชอบแสงจัด ดินร่วนน้ำไม่ขัง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและกินยอดเป็นผักสด ปลูกในแปลงเพื่อสร้างความรู้สึกอ่อนช้อยหรือพรางตาวัสดุที่อยู่ด้านหลัง เหมาะกับปลูกในสวนชนบท สวนอังกฤษและสวนผักสวนครัว

3.หูกระจงแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Terminalia sp.

การนำไปใช้งาน จัดเป็นต้นไม้พุ่มสูงประมาณ 3 เมตร สามารถปลูกได้ในบริเวณที่ได้รับแสงแดดตลอดวันหรือแสงแดดครึ่งวันได้ โตช้า ลายใบและโคนใบแหลม สีเขียวอมเหลือง เส้นใบและกึ่งกลางใบสีม่วงแดง ก้านใบสั้น เหมาะกับปลูกในสวนทุกประเภท แต่นิยมใช้กับสวนจีนและสวนญี่ปุ่นเนื่องจากใบสีแดงให้ความรู้สึกเหมือนธรรมชาติในฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี สามารถสร้างสีสันและจุดเด่นในสวนได้ไม่ยาก นิยมทั้งปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกประดับแปลง

4.แคคตัสและต้นไม้อวบน้ำ

การนำไปใช้งาน ยังเป็นต้นไม้ที่เป็นที่นิยมอยู่เสมอสำหรับแคคตัสและต้นไม้อวบน้ำ ทั้งนำมาปลูกเป็นต้นไม้กระถางประดับในห้องที่มีแสงแดดส่องถึง หรือในปัจจุบันก็เริ่มนำออกไปปลูกประดับในสวนที่ให้ความรู้สึกเหมือนสวนทะเลทรายและแถบเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย ซึ่งในปีนี้สายพันธุ์ที่มาแรงคงเป็นปราสาทนางฟ้า (Cereus sp. ‘Fairy Castle’) ซึ่งต่อมาเพี้ยงเป็น “คอนโดนางฟ้า” ตามตลาดจะขายเป็นไม้กระถางขนาดเล็ก แต่เมื่อโตเต็มที่แล้วจะเปลี่ยนรูปเป็นไม้ลำขนาดใหญ่ ผิดกับตอนแรกไปสิ้นเชิง เหมาะกับปลูกริมกำแพงหรือทำเป็นรั้วบริเวณที่ไม่ต้องการให้คนเดินผ่านได้

5.สนมังกร

ชื่อวิทยาศาสตร์: Juniperus chinensis L.

การนำไปใช้งาน นิยมใช้จัดสวน เพราะทนอากาศร้อนได้ดี แต่ไม่ทนน้ำขังแฉะ นิยมปลูกไว้ริมถนน และทางเดิน หรือปลูกเป็นกลุ่มเพื่อสร้างจุดนำสายตา สามารถปลูกเรียงกันเพื่อสร้างฉากหลังให้กับสวนได้ รวมถึงพรางบริเวณที่ไม่ต้องการให้มองเห็น ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องตัดแต่งมากก็ยังคงมีรูปทรงต้นที่สวย ในบริเวณภาคเหนือหรือพื้นที่ที่อากาศเย็นจะมีขนาดต้นที่ใหญ่

6.ซิลเวอร์โอ๊ก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Grevillea robusta A.Cunn.exR.Br.

การนำไปใช้งาน ใช้กับงานสวนได้ทุกรูปแบบ ทั้งสวนญี่ปุ่น สวนหิน สวนโมเดิร์น สวนยุโรป สามารถปลูกต้นเดียวเป็นจุดเด่นในสวน หรือปลูกเป็นกลุ่มให้อารมณ์แบบป่าสนในต่างประเทศ นิยมใช้ไม้ทำเฟอร์นิเจอร์ ถือเป็นไม้ต้นโตเร็วที่ปลูกเลี้ยงง่าย  ชอบดินระบายน้ําดี  เป็นกรดเล็กน้อยถึงปานกลาง  ทนแล้ง  แต่ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรครากเน่า  จึงไม่ควรปลูกในบริเวณที่มีน้ําขังแฉะ  นอกจากมีใบสวยเป็นจุดเด่นแล้ว  ยังมีทรงพุ่มค่อนข้างโปร่ง  ทําให้แสงแดดส่องทั่วถึงโคนต้นได้  จึงสามารถปลูกไม้ประดับชนิดอื่นที่ไม่ต้องการแสงแดดมากเป็นต้นไม้ชั้นล่างร่วมได้

7.หอมหมื่นลี้

ชื่อวิทยาศาสตร์: Osmanthus fragrans Lour.

การนำไปใช้งาน เหมาะกับปลูกเพื่อสร้างร่มเงาและสร้างกลิ่นหอมในสวน หากปลูกในที่มีอากาศเย็นจะมีช่อดอกใหญ่และบานพร้อมกันทั้งต้น สามารถปลูกเป็นไม้กระถางในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนได้ แต่จะออกดอกน้อยและช่อดอกเล็กกว่า ดอกมีสีขาว ช่อดอกบานพร้อมกันทั้งช่อนาน 2–3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมตลอดวัน ออกดอกเดือนตุลาคม –กุมภาพันธ์ เป็นต้นไม้ยืนต้นที่สูงได้ถึง 8 เมตร

8.ลิ้นมังกร

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Sansevieria trifasciata Prain

การนำไปใช้งาน ถือว่าเป็นต้นไม้ที่สามารถนำไปปลูกในสวนได้เพื่อใช้ประโยชน์หลากหลายวัตถุประสงค์ เหมาะทั้งปลูกเป็นไม้กระถางหรือลงแปลงประดับสวน ถือว่าเป็นต้นไม้ที่ทนมาก เหมาะกับคนที่พึ่งเริ่มต้นปลูกต้นไม้ สามารถอยู่ในบริเวณที่รำไรถึงครึ่งวันได้ นิยมปลูกในสวนกรวดและสวนหิน สามารถประดับในอาคารได้ดีและปลูกกลางแจ้งในพื้นที่แห้งแล้วได้เช่นกัน รวมถึงปลูกบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดได้เช่นฉากหรือมุมอาคาร

9.ไฮเดรนเยีย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hydrangea macrophylla (Thunb.) Ser.

การนำไปใช้งาน อีกหนึ่งไม้ดอกเมืองหนาวที่ปลูกประดับในสวนให้บรรยากาศแบบสวนอังกฤษ เป็นไม้ดอกอายุหลายปี ลำต้นสูงได้ถึง 2 เมตรหากได้รับอากาศที่เหมาะสม ออกดอกเป็นช่อกลมแน่น มีหลายสีหลายสายพันธุ์ทั้งสีม่วง ชมพู ฟ้า ขาว แดง ไฮเดรนเยียชอบน้ำปานกลาง ดินระบายน้ำได้ดี แดดครึ่งวัน และจะออกดอกได้ดีในช่วงที่มีอากาศเย็น สามารถปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกลงแปลงก็ได้ ไม่ควรปลูกในบริเวณที่ได้รับแสงแดดแรงเกินไป ใบจะไหม้และตายได้ทันที

10.พลูฉีก/มอนสเตอร่า

ชื่อวิทยาศาสตร์: Monstera deliciosa Liebm.

การนำไปใช้งาน เป็นไม้เลื้อยทอดยาวไปตามพื้นหรือหลักพยุงต้น ก้านใบยาว ใบเป็นรูปหัวใจ มีลักษณะเป็นแฉกฉลุลงบนพื้นใบ บางชนิดจะมีขอบใบหยักเป็นแฉกหรือลักษณะใบมีรูปร่างแปลกตา ส่วนมากมักมีสีเขียวสด และขอบใบจะค่อยๆใหญ่ขึ้นตามอายุของต้น นิยมปลูกเป็นไม้กระถางเลื้อยขึ้นหลัก เลี้ยงง่ายและทนทาน สามารถปลูกในอาคารได้ ชอบแสงแดดรำไร ควรปลูกในเครื่องปลูกที่โปร่งและระบายน้ำดี รดน้ำให้มีความชื้นปานกลาง

11.หอมเจ็ดชั้น

ชื่อวิทยาศาสตร์: Tarenna wallichii (Hook.f.) Ridl.

การนำไปใช้งาน เป็นไม้พุ่มสูงได้ถึง 3 เมตร ดอกบานพร้อมกันทั้งช่อนาน 2–3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ หากปลูกในพื้นที่ที่มีความชื้นตลอดปี จะทยอยออกดอกในช่วงอื่นๆด้วยได้ ชอบแสงแดดเต็มวัน ควรปลูกให้ห่างจากต้นไม้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร หมั่นตัดแต่งกิ่งจะทำให้ออกดอกดกขึ้น หากปลูกในที่มีอากาศเย็นจะออกดอกดก เหมาะกับปลูกในสวนป่า สวนทรอปิคัลและสวนไทย

12.โรสแมรี่

ชื่อวิทยาศาสตร์: Rosmarinus officinalis  L.

การนำไปใช้งาน ต้นไม้พุ่มสามารถสูงได้ถึง 1-2 เมตร มีทั้งชนิดพุ่มและชนิดเลื้อย ลำต้นและใบมีขนนุ่มสั้นสีขาวปกคลุม ปลูกเป็นไม้กระถาง ไม้ประดับแปลง และไม้คลุมดิน(ชนิดเลื้อย)ได้ ใบมีกลิ่นหอมมากใช้สกัดน้ำมันหอมระเหยและเป็นส่วนผสมของยา เครื่องสำอาง หรือปรุงรสชาติอาหารให้มีกลิ่นหอมและรสเผ็ดร้อน โดยเฉพาะใช้แต่งกลิ่นอาหารจำพวกเนื้อ ชา และไวน์ นิยมปลูกเป็นสมุนไพรในสวนครัวสไตล์ชนบทฝรั่งเศสและยุโรป

13.พลูฉลุ

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Monstera obliqua (Miq.) Walp. ‘Expilata’

การนำไปใช้งาน ต้นไม้เลื้อยขนาดเล็ก ใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 5 – 10 เซนติเมตร ยาว 8 – 18 เซนติเมตร ปลายใบแหลมโคนใบมน ผิวใบด้านบนสีเขียวถึงเขียวเข้ม แผ่นใบเป็นรูเว้าแหว่งขนาดใหญ่และเล็กสลับกันไปอยู่ระหว่างเส้นใบ แต่ไม่สม่ำเสมอ โคนก้านใบเป็นกาบเล็กๆ เหมาะปลูกระดับล่างของสวนแนวตั้งหรือแปลงปลูกที่ชุ่มชื้นหรือปลูกในกระถางประดับในอาคารได้ นิยมใช้แต่สวยสไตล์สวนป่าและทรอปิคอล

14.ฟิโลเดนดรอน

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Philodendron sp.

การนำไปใช้งาน ไม้อิงอาศัย อายุหลายปี ที่มีหลากหลายสายพันธุ์และแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีรูปทรงของใบที่สวยงามแตกต่างกันไป เมื่อนำไปจัดวางอยู่ในบริเวณไหนก็ดูสวยเด่นอยู่เสมอ นิยมปลูกเป็นไม้กระถางประดับในอาคาร ปลูกประดับสวน และเป็นไม้ตัดใบไปประดับแจกัน ชอบแสงแดดรำไร ดินร่วนระบายน้ำดี และรดน้ำสม่ำเสมอแต่อย่าให้แฉะ

15.คุณนายตื่นสาย

ชื่อวิทยาศาสตร์: Portulaca umbraticola Kunth

การนำไปใช้งาน ไม้เลื้อยคลุมดิน อายุหลายปี ดอกบานเมื่อได้รับแสงแดดตอนเช้า มีทั้งดอกสีขาว ชมพู แดง เหลือง และส้ม ออกเดี่ยวตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบดอกชั้นเดียว บอบบาง ขอบกลีบดอกหยักเป็นคลื่น ดอกบานเต็มที่กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ออกดอกตลอดปี คนส่วนใหญ่มักเข้าใจสลับกับแพรเซี่ยงไฮ้ ปลูกเลี้ยงง่าย เหมาะปลูกคลุมดินในที่โล่ง หมั่นตัดแต่งกิ่งแห้งก็จะให้ดอกตลอดปี

16.ทองอุไร

ชื่อวิทยาศาสตร์: Tecoma stans (L.) Kunth

การนำไปใช้งาน ไม้พุ่ม อายุหลายปี สูงได้ถึง 2-5 เมตรโตเร็ว ชอบแสงแดดตลอดวันถึงครึ่งวัน นิยมปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกประดับแปลงทั้งริมทางเดินหรือมุมต่างๆของสวน ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด ดอกรูปแตรสีเหลืองสด โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ดอกร่วงง่าย แต่ก็ออกดอกง่ายมาก ออกดอกได้ดกตลอดปี สามารถปลูกกับสวนทุกสไตล์ เหมาะทั้งปลูกเป็นต้นไม้ประธานและฉากหลังในสวน ให้ร่มเงาบริเวณถนนหรือทางเดินได้

17.ยางอินเดีย

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ficus elastica Roxb. ex Hornem.

การนำไปใช้งาน ปัจจุบันมีพันธุ์ใบด่างที่มีสีสันสวยงาม เช่น ยางอินเดียด่าง ยางอินเดียด่างสามสี ยางอินเดียใบดำ ยางอินเดียแคระ เป็นต้น นิยมปลูกเป็นไม้กระถางในอาคารเพราะมีใบหนามันจึงปรับตัวในพื้นที่ที่ได้รับแสงน้อยได้ดีปานกลาง น้ำยางสีขาวเป็นพิษ ในต่างประเทศใช้ทำยางลบ หากนำไปปลูกลงดินจะโตเร็วมากและรากแผ่ออกไปได้ไกลกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ จึงไม่ควรปลูกไว้ใกล้บ้านหรือสิ่งก่อสร้าง

18.บัวบกโขด

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Stephania erecta Craib

การนำไปใช้งาน นิยมปลูกเป็นต้นไม้กระถาง อยู่ในกลุ่มไม้อวบน้ำ เป็นไม้โขดที่เติบโตได้ดีในป่า จัดเป็นพืชล้มลุกที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีหัวหรือรากขนาดใหญ่ไว้สะสมน้ำและสารอาหาร ยิ่งอายุเยอะหัวยิ่งใหญ่และออกก้านใบได้ง่าย ถ้าอยากให้ต้นยาวเลื้อย ให้วางในพื้นที่แสงรำไร เพราะเมื่อแตกกิ่งก้านออกมาแล้ว ตัวก้านจะยืดตัวหาแสง ทำให้ได้ก้านยาว แต่ถ้าชอบแบบก้านสั้นๆ ใบเยอะๆ ก็ให้วางไว้ในที่แสงเต็มวัน ต้นก็จะแตกใบกลมๆ ให้ได้ชมอยู่เสมอ

19.เหลืองชัชวาล

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Dolichandra unguis-cati (L.) L.G. Lohmann

การนำไปใช้งาน ไม้เลื้อย ชนิดนี้กลายเป็นไม้ยอดนิยมขึ้นมาเพราะสามารถปลูกให้เลื้อยแนบไปกับกำแพงได้ดีเนื่องจากตามซอกใบมีมือพันปลายแยกเป็น 3 แฉก คล้ายเล็บแมว จึงยึดเกาะกับวัสดุผิวหยาบได้เหนียวแน่น แต่หากผนังเป็นพื้นผิวเรียบอาจจะทำตาข่ายหรือสลิงให้เลื้อยเกาะขึ้นไปก็ได้ โตเร็ว และออกดอกตลอดทั้งปี แต่จะดกในช่วงฤดูร้อน

20.บีโกเนีย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Begonia spp. & hybrid

การนำไปใช้งาน ไม้ล้มลุก อายุหลายปีโตเร็วถึงปานกลาง นิยมใช้วัสดุที่อุ้มน้ำและระบายน้ำได้ดี เช่น กาบมะพร้าวสับ นิยมปลูกเป็นไม้คลุมดิน ไม้กระถาง หรือใช้จัดสวนแนวตั้ง เหมาะปลูกในที่อากาศเย็น ควรได้รับปุ๋ยทางใบทุก 2 สัปดาห์ ถ้าปลูกบนแผงสวนแนวตั้ง ในช่วงฤดูฝนควรหมั่นฉีดสารป้องกันกำจัดเชื้อราอยู่เสมอ เพื่อป้องกันโรคเน่า เหมาะกลับปลูกในสวนสไตล์ทรอปิคอลและสวนอังกฤษ

21.เวอร์บีน่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Verbena bonariensis

การนำไปใช้งาน ไม้ดอกอายุหลายปี ลำต้นเป็นเหลี่ยม ตั้งตรงสูง 0.6-1.2 เมตร มีดอกออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีชมพู ม่วงอ่อนจนถึงม่วงเข้ม ปลูกเลี้ยงง่ายได้ตลอดทั้งปี เจริญเติบโตเร็ว ชอบดินระบายน้ำดี แสงแดดจัดถึงแสงครึ่งวัน ทนต่อสภาพอากาศร้อนและแล้งได้ดี สามารถตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ออกดอกใหม่ จึงนิยมปลูกประดับแปลงหรือปลูกเป็นทุ่ง สามารถตัดดอกปักแจกันได้

22.เศรษฐีพันล้าน

ชื่อวิทยาศาสตร์: Kalanchoe hybrid

การนำไปใช้งาน เป็นไม้อวบน้ำที่ได้รับความนิยมในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ขยายพันธุ์ง่ายจึงเป็นพืชที่พบได้ทั่วไป ขอบใบหยักมนมีตาพิเศษที่เกิดเป็นต้นเล็กๆ ตามขอบใบจำนวนมาก แผ่นใบหนา ตั้งขึ้น สีเขียวอมฟ้า ก้านใบสีเขียว เมื่อต้นสมบูรณ์เต็มที่จะผลิช่อดอก โดยแยกต้นเล็กที่เจริญจากขอบใบมาปลูกได้

23.สับปะรดสี

วงศ์ Bromeliaceae

การนำไปใช้งาน ด้วยความที่เป็นต้นไม้ที่มีชนิดพันธุ์ในวงศ์เยอะมากจึงมีให้เลือกใช้จัดสวนได้มากมายหลายประเภท บางชนิดปลูกบนดินได้และทนทานกับแสงแดดจัด บ้างเหมาะกับการปลูกเป็นไม้กระถางประดับ หรือปล่อยให้เติบโตกับขอนไม้ ตลอดจนคาคบไม้และซอกหิน เหมาะกับสวนสไตล์ทรอปิคอลที่ต้องการสันที่สวยงาม

24.ตีนตุ๊กแก

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ficus pumila L.

การนำไปใช้งาน ไม้เลื้อยขนาดเล็ก ยอดเลื้อยได้ไกล 2-5 เมตร ปลูกเป็นไม้เลื้อยเกาะผนังหรือประดับตามแนวรั้ว ชอบแสงแดดเต็มวันและปานกลาง ความชื้นสูง การปลูกต้นตีนตุ๊กแกไม่ก่อให้เกิดปัญหากับโครงสร้างของกำแพง เพียงแต่ทำให้ผิวหน้าของกำแพงที่ฉาบไว้ผุกร่อนหรือเป็นรอย ซึ่งคงไม่สวยงามเวลาที่คุณต้องการจะรื้อต้นไม้ออก

25.กวักมรกต

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Zamioculcas zamifolia

การนำไปใช้งาน ต้นไม้ประดับที่เหมาะสําหรับประดับภายในอาคารเป็นต้นไม้กระถาง แต่ก็สามารถปลูกในแปลงสวนได้ร่วมกับต้นไม้ชนิดอื่น  เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพที่มีแสงน้อย ลักษณะลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน ก้านใบอวบน้ำ ใบสวยมีสีเขียวเป็นมันวาว ปัจจุบันมีพันธุ์ที่มีสีด่างและดำ ไม่ค่อยพบปัญหาแมลงรบกวนแต่จะมีปัญหารากเน่าถ้าหากรดน้ำมากเกินไป การดูแลรักษาง่ายไมต้องรดน้ำมาก ปลูกได้ในดินผสมทั่วไป

26.พยับหมอก

ชื่อวิทยาศาสตร์: Plumbago auriculata Lam.

การนำไปใช้งาน นิยมปลูกเป็นฉากหลังของสวนหรือปลูกร่วมกับต้นไม้ดอกชนิดอื่นในแปลงปลูกหรือกระถางต้นไม้ ตำแหน่งที่ปลูกไม่ควรจำกัดความสูง เพราะถ้าตัดแต่งบ่อยๆ จะไม่มีดอก เพราะดอกแห้งคาต้น มักใบไหม้ ยอดเน่า และเกิดราดำในฤดูฝน จึงควรพ่นยากันรา ออกดอกตลอดปี แต่ออกดกในช่วงเดือน พ.ย.-ม.ค.

27.ทิลแอนด์เซีย

ชื่อวิทยาศาสตร์: Tillandsia spp.

การนำไปใช้งาน ไม้อากาศที่เราคุ้นเคยกันอีกชนิดหนึ่ง เป็นไม้เขตร้อนที่ทนแดดได้ดี จึงปลูกเลี้ยงได้ง่าย หากมีขอนไม้สำหรับเกาะเกี่ยวจะยิ่งเติบโตได้ดี ด้วยว่าเป็นพืชอิงอาศัยชนิดที่จัดเป็นไม้อวบน้ำนั้นจะมีใบหนาอวบน้ำ มีไทรโคมปกคลุมใบ ซึ่งทำหน้าที่ดูดความชื้นจากอากาศ รูปทรงจะมีลักษณะแตกต่างกันไป บ้างก็มีสีสันเป็นพู่ขนตรงปลายยอด ส่วนใหญ่แล้วนิยมปลูกทิลแอนด์เซียไว้แขวนประดับตามอาคารในบนต้นไม้ใหญ่ในสวน

28.ชบาเมเปิ้ล

ชื่อวิทยาศาสตร์: Hibiscus acetosella Welw. ex Hiern

การนำไปใช้งาน นิยมปลูกเป็นไม้กระถางและปลูกประดับแปลง ให้ดอกบานตอนเช้าแล้วหุบช่วงสาย ออกดอกตลอดปีแต่ออกมากช่วงหน้าหนาว ใบคล้ายใบเมเปิ้ล แผ่นใบบาง สีแดงถึงแดงอมม่วง ในต่างประเทศนิยมนำใบมากินเป็นผักสลัดหรือตกแต่งอาหารให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น ดอกสดชงเป็นชา ให้สีแดงอมชมพู รวมถึงนำมาทำเป็นแยมกินกับขนมปังด้วย

29.พรมออสเตรเลีย

ชื่อวิทยาศาสตร์: Fittoniaver schaffeltii (Lem.) Coem. var. argyroneura(Coem.) Nichols

การนำไปใช้งาน ไม้ล้มลุกอายุหลายปี เหมาะปลูกเป็นไม้กระถางหรือไม้คลุมดิน ชอบแสงแดดครึ่งวันเช้าถึงรำไร ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม กว้าง 2 – 2.5 เซนติเมตร ยาว 4 – 10 เซนติเมตร พื้นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน เส้นใบสีขาวสานกันเป็นร่างแห ก้านใบอ่อนมีขนสั้นนุ่มปกคลุม มีสีสวยงามสามารถปลูกในสวนถาดร่วมกับต้นไม้ชนิดอื่นได้

30.เฟิน

การนำไปใช้งาน พรรณไม้ที่ได้รับความนิยมมาตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็นสวนสไตล์ทรอปิคัล สวนอังกฤษ สวนโมเดิร์น ล้วนแต่มีเฟินเป็นองค์ประกอบหนึ่ง อาจจะเพราะเฟินเป็นพรรณไม้ที่ดูแลง่ายและมีฟอร์มใบที่สวยงาม ปลูกเลี้ยงง่าย มีความแข็งแรงคงทน ชอบแสงรำไร เป็นเฟินอิงอาศัยที่สามารถเติบโตบนดินได้จึงนิยมปลูกทั้งในกระถางสำหรับตั้งประดับภายในบ้าน และปลูกประดับในสวนตามต้นไม้ใหญ่ โขดหิน ก็เสริมให้สวนดูร่มรื่นมากขึ้น


40 ต้นไม้ยอดฮิตที่ไม่เคยตกเทรนด์

จะปลูก ไม้ยืนต้น ที่โตเร็ว ควรปลูกต้นอะไรดี