โฮมออฟฟิศสไตล์ทรอปิคัลร่วมสมัย รองรับการใช้ชีวิตเต็มรูปแบบ

รวมฟังก์ชันพื้นที่พักอาศัยและสำนักงานเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นอาคาร Mixed-use ในลักษณะ โฮมออฟฟิศ บรรยากาศน่าสบาย เพื่อรองรับการใช้งานได้ครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างเต็มรูปแบบ

DESIGNER DIRECTORY: สถาปนิก :  AOMO Architecture of my own / เจ้าของ: District 8 โฮมออฟฟิศ

ด้วยข้อจำกัดมากมายในปัจจุบันทำให้รูปแบบของบ้านพักอาศัยเปลี่ยนไปตามปัจจัยแวดล้อม เพื่อให้เจ้าของกิจการมีความสะดวกในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ District 8 โครงการโฮมออฟฟิศสุดโดดเด่นกลางใจเมือง ที่มีการผสมผสานสไตล์การออกแบบระหว่างโมเดิร์นกับทรอปิคัล โดยมีฟังก์ชันเป็นทั้ง โฮมออฟฟิศ เเละพื้นที่พักอาศัยที่เเยกส่วนกันอย่างชัดเจนไม่ทิ้งความเป็นส่วนตัว

ผสานความเป็นโมเดิร์นและทรอปิคัลให้โฮมออฟฟิศด้วยการเลือกใช้เส้นสายที่ตรงไปตรงมาบริเวณชั้น 1-4 ที่เป็นส่วนของออฟฟิศ และเลือกใช้หลังคาจั่วในส่วนที่พักอาศัย
ห้องนั่งเล่นเลือกการจัดวางแบบโอเพ่นแปลนเพื่อให้โปร่งโล่งสบายตา พร้อมกับการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว สามารถเคลื่อนย้ายได้
ต้องการมีสระว่ายน้ำไว้ในส่วนพักอาศัย จึงเลือกวางตำแหน่งสระว่ายน้ำไว้กลางบ้าน เพื่อเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่ระหว่างอาคาร ให้ลมและแสงธรรมชาติเข้ามาได้อย่างเต็มที่
ด้วยข้อจำกัดในการก่อสร้างจึงไม่สามารถเจาะสระว่ายน้ำบนพื้นชั้น 5 ได้ จึงต้องก่อสระขึ้นมาบนพื้นแทน ทำให้เกิดระดับการเข้าถึงอาคารทั้งสองฝั่งที่แตกต่างกัน สร้างประสบการณ์ในการรับรู้พื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ

โฮมออฟฟิศที่มีเพ้นต์เฮ้าส์อยู่ชั้นบนสุด 

District 8 เป็นบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ที่แต่เดิมได้เช่าพื้นที่สำนักงานและสตูดิโอไว้ถ่ายทำรายการ แต่ต่อมาต้องการขยับขยายธุรกิจและมีสตูดิโอเป็นของตัวเองเพื่อลดต้นทุนการเช่าสำนักงานที่สูงถึงหลักแสนบาทต่อเดือน เจ้าของโครงการจึงตัดสินใจซื้อที่ดินผืนงามในซอยสุขุมวิท 65 ขนาด 150 ตารางวา เพื่อสร้างโฮมออฟฟิศของตัวเองขึ้นมา โดยวางใจให้ทาง AOMO หรือ Architecture of my own บริษัทออกแบบฝีมือไม่ธรรมดามาดูแลการออกแบบตั้งแต่การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการจากที่ดินว่างเปล่าจนถึงงานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายในอย่างครบวงจร

“โจทย์จากเจ้าของโครงการนั้นต้องการสร้างโฮมออฟฟิศที่มีพื้นที่พักอาศัยชั้นบนสุดในลักษณะของ เพ้นต์เฮ้าส์ เราจึงวิเคราะห์ข้อจำกัดในการออกแบบ รวมถึงแยกส่วนพื้นที่พักอาศัยให้ออกจากออฟฟิศอย่างชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว”

ภายในออฟฟิศเน้นการตกแต่งอย่างเรียบง่ายในสไตล์โมเดิร์นด้วยเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเเละธีมสีโมโนโทน สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงาน
สร้างลูกเล่นในการบอกระดับชั้นของส่วนออฟฟิศด้วยการแสตมป์ตัวเลขบนคอนกรีตบริเวณมุมผนังตำแหน่งชานพักบันได

ออฟฟิศเรียบเท่ด้วยสไตล์ปูนเปลือย

ส่วนสำนักงานแบ่งพื้นที่ใช้งาน ดังนี้ ชั้น 1 เป็นที่จอดรถ ชั้น 2 เป็นสำนักงาน ชั้น 3 เป็นสตูดิโอ และชั้น 4 เป็นสำนักงาน การออกแบบเน้นให้เกิดการใช้พื้นที่ได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด รวมถึงสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมเพื่อเอื้อต่อการทำงานในสไตล์โมเดิร์นที่โดดเด่นด้วยเส้นสายทางสถาปัตยกรรม การเลือกใช้วัสดุหลักอย่างปูนเปลือย การจัดแปลนในลักษณะโอเพ่นแปลน (Open Plan) และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเพื่อลดความอึดอัดจากการสร้างผนังอาคาร อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับความสูงของพื้นที่แนวตั้ง โดยทุกชั้นจะมีความสูงจากพื้น 3.60 เมตร และไม่ตีฝ้าปิดเพื่อโชว์งานระบบ พร้อมกับติดตั้งหน้าต่างในทิศทางที่เหมาะสมตลอดแนว เพื่อดึงประโยชน์ของแสงธรรมชาติให้เข้ามายังอาคารได้ตลอดทั้งวัน ยกเว้นในบริเวณชั้น 3 ที่เป็นสตูดิโอถ่ายทำรายการจะมีความสูง 6 เมตร เพื่อรองรับการติดตั้งงานระบบไฟต่าง ๆ ในการถ่ายทำนั่นเอง

กรุผนังกระจกตลอดแนวความสูงในทิศทางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้อาคารรับรู้ถึงสภาพแสงที่เปลี่ยนไป อีกทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้
สร้างเส้นนำสายตา ด้วยการเลือกสีคู่ตรงข้ามกับภาพรวมของห้องในบริเวณวงกบ ราวบันได และคาน เพื่อสร้างมิติในการรับรู้
วางตำแหน่งห้องนอนไว้ชั้นบนสุดใต้หลังคาจั่วเพื่อให้ในห้องมีพื้นที่แนวตั้งมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความน่าสนใจด้วยการกรุฝ้าเพดานให้ลาดเอียงไปตามแนวหลังคา
เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า (เหมือน) ลอยได้ ด้วยการเว้นระยะขอบด้านล่างเคาน์เตอร์ในลึกเข้าไปและซ่อนไฟเอาไว้

เพ้นต์เฮ้าส์ส่วนตัวครบจบทุกฟังก์ชัน

พื้นที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณชั้น 5 – 6 ของอาคาร มีความพิเศษอยู่ที่การยกสระว่ายน้ำขึ้นมาไว้บริเวณชั้น 5 จนเกิดเป็นคอร์ตกลางบ้าน เกิดการเชื่อมต่อฟังก์ชันในรูปแบบที่ต่างจากบ้านหลังอื่น เนื่องจากไม่สามารถสร้างสระว่ายน้ำให้ลึกไปถึงพื้นชั้น 5 ได้ เพราะจะกระทบไปยังฝ้าเพดานของชั้น 4 ดังนั้นผู้ออกแบบจึงก่อสระขึ้นโดยมีความลึกที่ 1.30 เมตร และสร้างพื้นใต้สระว่ายน้ำไว้ถึง 2 ชั้น ป้องกันการรั่วซึมของน้ำจากสระ ในกรณีที่เกิดการรั่ว น้ำจากสระจะตกลงบนพื้นที่เตรียมเอาไว้และไหลไปยังท่อน้ำทิ้ง โดยไม่กระทบหรือรั่วซึมลงไปยังชั้น 4 ซึ่งเป็นส่วนสำนักงานแต่อย่างใด

เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และชุดเครื่องนอนสีโมโนโทนเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการพักผ่อน แต่ก็สร้างความน่าสนใจในรายละเอียดการตกแต่งด้วยหลอดไฟที่ทำจากอะลูมิเนียม ช่วยเพิ่มความหรูหราให้ห้องที่ดูเรียบง่ายนี้ไปในตัว
เลือกใช้ชุดครัวบิลท์อินด้วยโทนสีดำเพื่อสร้างบรรยากาศเรียบหรู ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างการรับรู้ของการแบ่งพื้นที่ด้วย

ออกแบบออฟฟิศไม่ให้กระทบความเป็นส่วนตัว 

ความท้าทายในการออกแบบโฮมออฟฟิศคงหนีไม่พ้นการรวมฟังก์ชันสำคัญอย่างพื้นที่พักอาศัยและสำนักงานเข้าด้วยกัน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแบ่งขอบเขตความเป็นส่วนตัวให้ชัดเจน ผู้ออกแบบจึงนำขนาดและฟังก์ชันเดิมของ District 8 มาลองวางในพื้นที่ใหม่ไปพร้อมกับการวิเคราะห์ที่ดินและกฎหมายอาคาร จึงพบว่าด้วยข้อจำกัดดังกล่าวทำให้สามารถก่อสร้างอาคารให้มีความสูงได้ไม่เกิน 23 เมตร ตัวอาคารจึงลงตัวที่ความสูง 6 ชั้นตามฟังก์ชันที่ควรมี และแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกัน ได้แก่ ชั้น 1-4 เป็นส่วนของสำนักงาน และชั้น 5-6 เป็นพื้นที่พักอาศัย ซึ่งแต่ละโซนก็มีสไตล์การตกแต่งและออกแบบต่างกันเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งาน

ทำชั้นวางหนังสือความสูงจรดฝ้าเพดาน สามารถใช้ได้ทั้งโครงคร่าวไม้เนื้อแข็งและโครงคร่าวอะลูมิเนียม แล้วกรุด้วยลามิเนตหรือไม้จริง จากนั้นจึงติดตั้งไฟแบบซ่อนใต้ชั้นหนังสือทุกชั้น

แม้ว่าที่พักอาศัยจะอยู่ในอาคารเดียวกับสำนักงาน แต่ผู้ออกแบบก็แบ่งพื้นที่ไว้อย่างชัดเจน กรองการเข้าถึงด้วยลิฟต์และบันได โดยผู้ที่สามารถเข้าถึงส่วนพักอาศัยได้จะต้องมีคีย์การ์ดเท่านั้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดวางฟังก์ชันด้วยการเปลี่ยนจากพื้นระบบ Post Tension ในชั้น1-4 เป็นโครงสร้างเหล็กทั้งเสาและคานในส่วนของพื้นที่พักอาศัย ทำให้สเปซที่เกิดขึ้นไม่มีเสาขนาดใหญ่มาบดบังสายตา สร้างความรู้สึกปลอดโปร่ง อีกทั้งยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่แบบโอเพ่นแปลนได้เต็มที่ ช่วยเปิดมุมมองและใช้พื้นที่ได้อย่างลื่นไหล

ทำสกายไลต์ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้พื้นที่ได้เป็นอย่างดี โดยวัสดุที่นิยมใช้ ได้แก่ กระจกเทมเปอร์ ที่มีความแข็งแรงสูง เมื่อแตกเศษกระจกจะมีลักษณะเป็นเมล็ดข้าวโพด จึงไม่ทำอันตรายแก่ผู้ใช้พื้นที่ 

โมเดิร์น & ทรอปิคัล สองสไตล์ที่ผสมลงตัว

ในด้านงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอก ผู้ออกแบบต้องการให้อาคารมีกลิ่นอายความเป็นทรอปิคัล เนื่องจากต้องการเปลี่ยนภาพจำของการใช้หลังคาทรงจั่วที่มักใช้กันในบ้านพักอาศัยสองชั้นเป็นหลักมาใช้กับอาคารสูง ส่วนหลังคาจึงเป็นทรงจั่ว วัสดุเป็นเมทัลชีต โดยภายใต้หลังคาเป็นห้องนอนที่สามารถมองเห็นความลาดเอียงของหลังคาได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังเลือกใช้ไม้จริงและไม้เทียมเข้ามาเป็นวัสดุหลักเพื่อสร้างเสน่ห์และดึงบรรยากาศของความเป็นบ้านเข้ามาไว้ในพื้นที่ โดยยังสร้างความต่อเนื่องจากภายในไปสู่เปลือกอาคาร (Facade) ภายนอกที่กรุระแนงกันแดดด้วยอะลูมิเนียมลายไม้ เพื่อให้ทั้งอาคารมีความเป็นทรอปิคัลและดูเป็นหนึ่งเดียวกัน

“ความแตกต่างระหว่างบ้านทั่วไปกับโฮมออฟฟิศที่เราออกแบบคือ แม้ว่าจะเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวของที่พักอาศัย แต่เราก็ใส่ใจเรื่องการเชื่อมต่อและการเข้าถึงพื้นที่สำนักงานได้อย่างสะดวกสบายและเอื้อต่อการใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ได้โฮมออฟฟิศที่สร้างคุณภาพชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ”


เรื่อง : Ektida N.
ภาพ : JOYA 49 Photography

TA.THA.TA Studio โฮมออฟฟิศหน้าจั่วสีขาว ความสบายจากธรรมชาติแสนละมุน

TA.THA.TA Studio แบบบ้านโมเดิร์น บ้านหน้าจั่วสีขาว