“สวนศิลป์บินสิ” บ้านดินกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

ใกล้กับเขตป่าชุมชนในหมู่บ้านทุ่งยาว ตำบลศรีบัวบาน อำเภอ เมืองฯ จังหวัดลำพูน สายน้ำไหลเอื่อยของแม่น้ำสารเลียบเลาะ ผ่านบ้านหลังเล็กกะทัดรัดไปรวมกับแม่น้ำปิง พร้อมกับชีวิต ที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายจนดูเหมือนเวลาจะค่อย ๆ ผ่อนช้าลง

เมื่อเข้ามาอยู่ที่นี่ เนาว์ – เสาวนีย์ สังขาระ เป็นนักผลิตรายการสารคดีอิสระ เจ้าของบินสิโปรดักชั่นเฮ้าส์ เธอตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนี้เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2558 ตั้งชื่อว่า “สวนศิลป์บินสิ” จากนั้นเริ่มปรับปรุง ที่ดินรกร้างเป็นพื้นที่เกษตรและบ้านแสนน่าอยู่ เมื่อสิบกว่าปีก่อนเนาว์เคยเรียนและใช้ชีวิตที่ประเทศสหรัฐ- อเมริกา เมื่อกลับมาเมืองไทยได้ไม่นานก็ตั้งใจว่าจะเดินทางรอบโลก โดยเริ่มจากทดลองบินไป – มาประเทศอินเดียหลายครั้ง และลอง ใช้ชีวิตที่นั่นนานถึง 4 ปี ด้วยเหตุผลคือหากสามารถอยู่ในประเทศนี้ ได้ก็สามารถเดินทางไปที่ไหนในโลกได้

 

“ระหว่างที่กลับมาเตรียมตัวเดินทางรอบโลก ใช้เวลา 2 – 3 เดือนอยู่บ้านที่สมุทรปราการ ช่วงนั้นรู้สึกว่าพ่อดูแปลก ๆ จนกระทั่ง พบว่าเป็นมะเร็ง ช็อกและตกใจมากเพราะเขาเป็นคนแข็งแรง มาตลอด ตอนนั้นเลยหยุดทุกอย่าง ตั้งใจว่าจะดูแลพ่อเต็มที่ คุยกันว่าจะรักษาโดยวิธีธรรมชาติควบคู่ไปด้วย ปรากฏว่าผ่านไป 3 เดือน เครียดทั้งคู่ เพราะสิ่งที่ต้องปรับคือวิถีชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่อง อาหาร แต่เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมทุกอย่าง”

เนาว์ตัดสินใจหาซื้อที่ดินเพื่อให้คุณพ่อได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ มากขึ้น เธอรู้จักกับ คุณโจน จันใด มาตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เขาจึงแนะนำให้มาซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่อไปดูที่แล้ว รู้สึกว่าเดินทางไม่สะดวกเพราะเธอยังทำรายการสารคดีซึ่งต้อง เดินทางบ่อยครั้ง จนกระทั่งมาเจอที่ดินแปลงนี้ในจังหวัดลำพูน ซึ่งใช้เวลาเพียง 35 นาทีจากเชียงใหม่ ที่ดินขนาด 2 ไร่ครึ่ง อยู่ติดกับแม่น้ำและป่าชุมชน มีบรรยากาศสงบเงียบ ทำให้เธอตัดสินใจวางเงินมัดจำทันทีตั้งแต่ ครั้งแรกที่มาเห็น

“ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินติดมา 3,000 บาท ตอนนั้นก็ยังมีหนี้อยู่ หกหลัก ที่ดินเดิมมันรกมาก เจ้าของทิ้งร้างไว้ 7 ปี แต่เราเห็น แม่น้ำ ภูเขา เห็นภาพพ่อแม่และครอบครัวมาอยู่ด้วยกัน เส้นทาง มันชัดมากว่าจะทำอะไรบ้าง เราตั้งใจจะทำเวิร์คชอป จัดกิจกรรม สร้างศูนย์การเรียนรู้” ภาพที่ชัดเจนในวันนั้นค่อย ๆ ก่อรูปร่างทีละน้อย

การมาอยู่ ที่นี่ไม่เพียงแต่เพื่อคุณพ่อเท่านั้น แต่ยังเหมือนได้สานต่อความฝัน อีกส่วนหนึ่งของเธอด้วย ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เนาว์เล่าว่าเคยทำมูลนิธิบ้าน เมล็ดดาวกล่อมฝัน (The Whispering Seed Foundation) ก่อตั้ง ร่วมกับเพื่อนโดยจดทะเบียนมูลนิธิที่อเมริกาอยู่ 7 ปี และลงพื้นที่ ทำกิจกรรมที่เมืองไทย เป็นบ้านเด็กกำพร้าศูนย์การเรียนรู้เพื่อ เด็กชายขอบกาญจนบุรี เน้นช่วยเหลือเด็กทั้งกะเหรี่ยง มอญ พม่าในอำเภอสังขละบุรี มีกิจกรรมทำบ้านดินและการพึ่งพาตนเอง

เมื่อมาสร้างสวนศิลป์บินสิเธอจึงนำประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด มาลงมือทำบนที่ดินแปลงนี้ “เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนอยู่ที่อเมริกา เนาว์ไปเที่ยว เทศกาลบอลลูนและมีโอกาสเห็นบ้านดินในรัฐนิวเม็กซิโก บ้านดินที่นั่นอายุเป็นพันปีแต่ยังอยู่ได้จริงจนทุกวันนี้ พอกลับมาเมืองไทย มีชาวอเมริกันคนหนึ่งมาจากอเมริกาเปิดเวิร์คชอปทำบ้านดิน เลยตัดสินใจไปเรียน ทำให้รู้จักพี่โจนตั้งแต่ตอนนั้น ตอนเริ่มต้นทำที่นี่ พี่โจนก็มาช่วยอยู่ 5 – 6 สัปดาห์ “เนาว์มาอยู่ที่นี่จริง ๆ เดือนมิถุนายน พอปลายเดือนกรกฎาคม ก็เริ่มเปิดรับสมัครคนมาร่วมเวิร์คชอปทางเฟซบุ๊ก ชวนมาก่ออิฐ ก้อนแรกด้วยกัน เป้าหมายคือการทำบ้านเองได้และใช้ต้นทุนน้อย”

กิจวัตรประจำวันของเนาว์เริ่มตั้งแต่ตื่นตีสี่ นั่งทำงาน เขียนสคริปต์รายการ วางแผนงานของวัน ช่วงแรก ๆ ที่มาอยู่ พอดวงอาทิตย์เริ่มขึ้นก็จะไปย่ำดิน ทำอิฐดินได้วันละ 30 – 40 ก้อน ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง แล้วจึงอาบน้ำนั่งทำงานต่อจน ถึงช่วงบ่าย ๆ เมื่อสมองล้าแล้วก็จะไปทำงานสวนและบ้านดินต่อ ที่นี่จะจัดเวิร์คชอปช่วงสุดสัปดาห์โดยเปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อย ๆ เน้นให้มาลองใช้ชีวิตเรียบง่าย รู้จักกระบวนการเรียนรู้แบบ พึ่งตนเอง ซึ่งเวิร์คชอปลุยสวนศิลป์รุ่นบุกเบิกมีผู้มาเข้าร่วมมากถึง 27 คน

 

อ่านต่อหน้า 2