“เฮือนธรรม” บ้านพื้นถิ่นไทย ในขนบแบบญี่ปุ่น

จุดเด่นของบ้านเฮือนธรรมคือการออกแบบที่ผสมผสานข้อดีของ บ้านพื้นถิ่นไทย เข้ากับลักษณะพื้นที่ใช้งานของบ้านญี่ปุ่น ลึกๆแล้วความงามของบ้านหลังนี้

สงบร่มรื่นในบ้านไทยอีสาน

บรรยากาศอันร่มรื่นของแมกไม้และสไตล์บ้านที่ดูสงบและสวยงามเป็นอย่างมาก นี่คือบ้านไทยอีสาน ประยุกต์ที่ดูร่วมสมัย ผสมกลิ่นอายเรือนไทยและจังหวะสนุกๆของครอบครัว

รวมไอเดียแต่งบ้านสวย ทันสมัย แบบไทยสไตล์

ใครที่คิดว่าการ แต่งบ้านแบบไทย ๆ จะทำให้บ้านออกมาดูเก่าและโบราณล่ะก็ ขอให้คิดใหม่ my home มีไอเดียแต่งบ้านแบบไทยที่จะทำให้บ้านดูโดดเด่นและทันสมัยมาฝากกันค่ะ

Boon Chan Ngarm House ที่พักสไตล์ไทยวินเทจในเขตพระนคร

บ้าน Boon Chan Ngarm ที่พัก ทางเลือกใหม่สำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสไตล์วิถีไทยดีไซน์วินเทจ ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ บนเกาะรัตนโกสินทร์ ริมถนนพระสุเมรุ

โอบล้อมด้วยขุนเขา

ไม่แปลกที่ธรรมชาติแห่งขุนเขาและกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า รวมถึงสายลมอันบริสุทธิ์สดชื่นรอบๆเขาใหญ่จะกลายเป็นเหตุผลสำคัญของการบอกลาชีวิตในกรุงเทพฯ แต่เหนืออื่นใดก็คงเป็นเพราะ คุณแนน – สุรีย์ สุทธิสาร ภรรยาคนสวยเป็นคนพื้นถิ่นแถวนี้ ทำให้ คุณปั๊บ – ปวริศร์ สุทธิสาร ตัดสินใจมาสร้างครอบครัวและบ้านพักอาศัยหลังใหม่อยู่ที่เขาใหญ่เป็นการถาวร ระยะเวลาร่วม 8 ปีของการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ เหล่านี้ ยังทำให้คุณปั๊บเกิดแนวคิดที่จะแบ่งปันความสุขด้วยการสร้างโครงการบ้าน 1.618 ขึ้นบนพื้นที่กว่า 42 ไร่ ที่ระดับความสูงประมาณ 430 เมตร ซึ่งมีขุนเขาสูงโอบล้อมรอบทิศทาง แถมด้วยช่องลมธรรมชาติที่รับลมได้ตลอดทั้งปี สำหรับแนวคิดการออกแบบมีจุดเริ่มต้นจากอัตราส่วน 1.618 ที่เลโอนาร์โด ฟีโบนัชชี นักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีคิดค้นขึ้นจากสัดส่วนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และกลายเป็นอัตราส่วนมหัศจรรย์ให้วงการศิลปะและสถาปัตยกรรมนำไปประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดโมนาลิซา วิหารพาร์เธนอน หรือโลโก้ของแบรนด์ Apple กระทั่งมาเป็นอัตราส่วนในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้ให้ลงตัวและงดงาม     “ผมอยากสร้างบ้านที่เข้ากับสภาพแวดล้อมของเขาใหญ่ให้มากที่สุด ไม่ใช่เอาบ้านจากประเทศไหนๆมาตั้งอยู่ที่เขาใหญ่เฉยๆ เพราะด้วยสภาพอากาศแบบร้อนชื้น มีฝนตกมาก ผมจึงให้ความสำคัญกับหลังคาเป็นอันดับแรก ใช้เวลาเลือกวัสดุทำหลังคาอยู่นานครับ กว่าจะมาสรุปที่หลังคาชิงเกิ้ล (Asphalt Shingle) ที่ตอบรับเรื่องฝนและเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี ดูแลรักษาง่าย ตามมาด้วยชายคาที่สามารถระบายอากาศได้ ไม่เกะกะสายตา เพื่อเน้นการเปิดมุมมองออกสู่ธรรมชาติได้เต็มที่” คุณปั๊บยังนำแรงบันดาลใจจากรูปทรงของขุนเขาที่ลดหลั่นอยู่รอบๆ […]

เรือนรับรองความสุข

ต้นไม้ใหญ่ แสงแดด และท้องฟ้ามีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก บ้านที่มีธรรมชาติโอบล้อมสร้างความสุขให้ผู้อยู่อาศัยได้เสมอ เหมือนเช่นบ้านของ พันตำรวจเอก เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ซึ่งทีมงาน “บ้านและสวน” เคยมีโอกาสแวะไปเยือนมาแล้ว แต่ครั้งนี้มีการสร้างเรือนรับรองใหม่ ซึ่งแยกออกจากบ้านหลังใหญ่และอยู่ในระดับต่ำกว่า โดยปลูกไล่ลงไปตามระดับความชันของภูเขา จึงช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นเอกเทศ และยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ดี เรือนรับรองนี้สร้างแยกเป็น 2 หลังอย่างเป็นสัดส่วน ออกแบบหน้าตาและขนาดของเรือนให้ดูใกล้เคียงกัน โดยดัดแปลงจากเรือนยุ้งข้าวเก่าสไตล์ล้านนา โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้สักเก่า จึงมีความคงทนแข็งแรง ผู้ออกแบบปรับขนาดของเรือนยุ้งข้าวให้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ด้วยที่ตั้งที่มีลักษณะเป็นเนินจึงต้องปรับเป็นพื้นที่ราบก่อน เพื่อให้สะดวกกับการก่อสร้าง พร้อมทำกำแพงเตี้ยๆบอกขอบเขต และยังเป็นส่วนกั้นแนวดินด้วยในตัว ชั้นล่างของเรือนดูคล้ายใต้ถุนโล่ง แต่ปรับให้เข้ากับการใช้งานใหม่ด้วยการกรุผนังกระจกโดยรอบ ทั้งสองหลังวางพื้นที่ใช้สอยเหมือนกัน โดยชั้นล่างเป็นส่วนนั่งเล่น และด้านหลังต่อเติมออกไปเป็นห้องน้ำ ชั้นบนเป็นห้องนอน (ไม่มีห้องน้ำ) แม้ว่ารายละเอียดของการตกแต่งจะต่างกัน ทว่าทั้งสองหลังก็ดูน่าอยู่และสวยงามไม่ด้อยไปกว่ากัน แม้บ้านหลังใหญ่จะมีความสมบูรณ์พร้อมต่อการอยู่อาศัยแล้ว แต่คุณเกรียงศักดิ์ก็ให้เหตุผลที่สร้างเพิ่มเติมอีก 2 หลังว่า “เวลาที่ผมมาพักผ่อนเพื่อนฝูงที่สนิทกันมักตามมาสมทบ นัดกันมากินข้าวและก็อยู่จนดึก บางทีก็จัดปาร์ตี้รอบกองไฟ ผมมีเตาย่างบาร์บีคิวเตรียมพร้อมไว้หมด พอสนุกกันก็ไม่อยากกลับบ้านแล้ว จริงๆผมมีพื้นที่พอให้เขากางเต็นท์นอนกันได้ แต่คิดไปคิดมาสร้างเรือนรับรองน่าจะดีกว่า 1 หลังก็เหมือน 1 ห้องสวีท มีส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องนอนในตัว […]

งามแสงเดือน บ้านไม้เจ้าเสน่ห์

“งามแสงเดือน” เป็นชื่อของ บ้านไม้ ที่ตั้งขึ้นเองค่ะ อาจเพราะเคยอยู่แต่คอนโดมานาน พอได้มาอยู่บ้านซึ่งมีที่ให้นั่งมองดวงจันทร์ เลยรู้สึกว่าบ้านสวยจัง ตอนบ้านหลังนี้สร้างเสร็จก็ส่งข่าวบอกเพื่อนสนิทที่อยู่เนปาล คุยเล่าความรู้สึกตอนนั้นให้เธอฟัง เธอก็พูดกลับมาว่า ‘งามแสงเดือนนะ’ จากนั้นเราตอบกลับไปว่า ‘แล้วเมื่อไรจะมาเยือนส่องหล้าบ้างล่ะ’ เลยกลายเป็นที่มาของการตั้งชื่อบ้านหลังนี้ค่ะ” บ้านไม้      นั่นเป็นคำบอกเล่าของ คุณศิริงาม ยาวิราช เจ้าของบ้านซึ่งคงสังเกตเห็นว่าเรายืนมองชื่อบ้านอยู่นาน ชื่อนี้ฟังดูเพราะพริ้งและชวนให้นึกถึงบทเพลงเก่าที่มีชื่อนี้เช่นกัน สื่อความนัยที่ว่าบ้านนี้มีความร่มเย็นและงดงาม บนที่ดินขนาดประมาณ 80 ตารางวา ตั้งอยู่บริเวณทางคู่ขนานกับคลองชลประทานในเขตอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก ตำแหน่งที่ดินอยู่ตรงหัวมุมถนนพอดี ทว่าไม่ใช่เส้นทางที่พลุกพล่าน สภาพแวดล้อมจึงยังคงความเงียบสงบ มองจากภายนอกอาจไม่เห็นตัวบ้าน เพราะด้านหน้าบ้านปลูกมะขามต้นสูงใหญ่ รวมถึงไม้ดอกไม้ประดับทั้งด้านนอกและด้านในของรั้วไม้ไผ่ขัดแตะมองเห็นแค่เพียงบางส่วนของหลังคากระเบื้องดินขอเท่านั้น “ที่ดินมีลักษณะเอียงนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ปรับที่ดินนะคะ ใช้วิธีลดทอนความสูงของเสาเอา หากสังเกตด้านหลังบ้านเสาจะสูงจากพื้นประมาณ 40 เซนติเมตร แต่ด้านหน้าสูงเมตรกว่าๆ ส่วนรูปแบบของบ้านก็ได้มาจากความคุ้นเคยของตัวเอง สมัยเด็กๆ เคยอยู่บ้านแบบนี้กับปู่ย่าตายาย เลยคิดและออกแบบเองว่าบ้านจะต้องเป็นแบบนี้มีห้องนอนขนาดนี้ มีพื้นที่ส่วนรวมขนาดนี้ แล้วต้องมีชานด้วย โดยให้น้องสถาปนิกช่วยเขียนแบบให้ค่ะ”     อ่านต่อหน้า 2

บ้านคือศูนย์รวมใจ

เชื่อว่าคนไทยคงคุ้นชินกับภาพความอบอุ่นของการดูแลบุพการี หรือการกลับไปเยี่ยมเยือนญาติพี่น้อง บรรยากาศของการทำอาหารรับประทานร่วมกัน การนั่งล้อมวงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ รวมไปถึงการได้เห็นลูกหลานวิ่งเล่นด้วยกันท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนาน ก็ช่วยสร้างความสุขได้เป็นอย่างดี การออกแบบบ้านหลังนี้จึงเกิดจากความตั้งใจให้เป็นสถานที่รวมความรัก ความปรารถนาดี และความห่วงใยระหว่างคนในครอบครัว ทีมงาน “บ้านและสวน” มุ่งหน้าไปยังย่านบางบอน ลึกเข้าไปในซอยที่ห่างจากถนนใหญ่มีบ้านสีขาวสองชั้นรูปทรงร่วมสมัย โอบล้อมด้วยสนามหญ้าเขียวขจี อีกทั้งบริบทที่แวดล้อมบ้านหลังนี้ยังคงเป็นชุมชนที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างบดบังทัศนียภาพของธรรมชาติ บรรยากาศจึงเงียบสงบและมีความร่มรื่น เมื่อเห็นบ้านแสนสวยหลังนี้แล้วก็ชวนให้นึกถึงสุภาพสตรี ด้วยรูปทรงที่ให้ความรู้สึกเรียบร้อย อบอุ่น สง่า ดูร่วมสมัย แต่ให้ความพิเศษส่วนตัวแบบที่หลีกหนีจากความวุ่นวายภายนอกได้ นั่นทำให้เรานึกสงสัยถึงที่มาที่ไป คุณวรพจน์ เตชะอำนวยสุข สถาปนิกผู้ออกแบบจึงเล่าถึงความต้องการของเจ้าของบ้านที่อยากได้บ้านเพื่อเป็นสถานที่รวมตัวของครอบครัว โดยได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมโคโลเนียลในช่วงรัชกาลที่ 5 และบ้านเรือนไทยที่ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น “โจทย์หลักคือการปลูกบ้านหลังใหม่เป็นบ้านของคุณยาย และก็เป็นบ้านที่รวมญาติๆ ได้ด้วย ลองมานั่งคิดเรื่องการออกแบบพื้นที่ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัวและการใช้พื้นที่ส่วนรวม เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างตอบโจทย์ เลยนึกไปถึงลักษณะของบ้านเรือนไทยที่มีเอกลักษณ์คือใต้ถุนสูง มีด้านล่างเป็นลานอเนกประสงค์ มีชานพักเป็นพื้นที่รวมคนและนำไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้” สถาปนิกได้ออกแบบการเข้าสู่ตัวบ้านผ่านพื้นที่เล็กๆ แล้วค่อยนำพาไปสู่การเปิดเผยพื้นที่เปิดโล่งด้านในได้อย่างต่อเนื่อง มีจุดนำสายตาระหว่างทางจนกระทั่งมาสู่สนามหญ้าสีเขียวที่อยู่ภายใน ซึ่งชวนให้รู้สึกได้ว่าเป็นสถานที่พิเศษเฉพาะบุคคลอันเป็นที่รักเท่านั้น “เพื่อให้บ้านเป็นศูนย์รวมของญาติๆ ตามที่ตั้งใจ พื้นที่สีเขียวของบ้านนี้จึงทำหน้าที่เป็นสนามหญ้าสำหรับให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่นกัน การวางตัวบ้านในลักษณะโอบล้อมแบบนี้ต้องคำนึงทิศทางแดดและลมประกอบด้วย เพราะต้องการให้บ้านมีพื้นที่สีเขียวที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ตอนเช้าจะได้แสงอ่อนๆจากทิศตะวันออก พอถึงช่วงบ่ายตัวบ้านจะบังแดดไว้ ทำให้สนามหญ้ากลายเป็นสวนยามบ่ายของครอบครัวได้ด้วย” บริเวณชั้นล่างของบ้านออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม เว้นเพียงห้องผู้สูงอายุที่มีบริเวณส่วนตัวให้สามารถสัมผัสพื้นหญ้าสีเขียวและเข้าถึงครัวได้ง่าย ขณะที่ชั้นบนทั้งหมดเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว แบ่งเป็นห้องนอนใหญ่ […]

สัมผัสชีวิตริมคลองที่…บ้านบางเชือกหนัง

วิถีชีวิตริมน้ำนับเป็นเอกลักษณ์ความเป็นอยู่อย่างชาวภาคกลางที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไปเพราะมีถนนเข้ามาแทนที่แต่บ้านริมคลองบางเชือกหนังหลังนี้ กลับเชื่อมโยงบรรยากาศแบบบ้านริมคลองยุคเก่าเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่

บนความพอดีของชีวิต

เราได้พบ บ้านไม้ชั้นเดียว หลังหนึ่งหลบซ่อนตัวลึกเข้าไปในเรือกสวนของอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ผ่านสวนผลไม้และสวนยางมากมาย ลัดเลาะไปตามเนินเขาซึ่งเป็นภูมิประเทศเฉพาะของพื้นที่แถบนี้อย่างเงียบเชียบบ้านขนาดกำลังพอดีที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา บ้านไม้ชั้นเดียว หลังนี้เป็นของ คุณนพดล ศรีเกียรติขจร ซึ่งตั้งใจใช้เป็นบ้านสำหรับพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของครอบครัว บนทำเลที่เคยเป็นสวนผลไม้มาก่อน “ที่บ้านชอบต้นไม้ครับ สิ่งแรกที่คิดเลยก็คืออยากมีที่ให้ปลูกต้นไม้ได้ อยากมีสวนเป็นของตัวเองพอได้ทำเลที่นี่ก็คุยกับคุณเล็กผู้ออกแบบว่าอยากได้บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใหญ่มาก เป็นบ้านไม้อารมณ์ไทยๆที่เข้ากับบริบทความเป็นสวนผลไม้ของที่ดินแถวนี้” บ้านหลังนี้จึงวางแปลนโดยมีเรือนเล็กๆ 4 หลังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เชื่อมต่อด้วยระเบียงไม้ซึ่งใช้เป็นทั้งทางสัญจรในบ้านและพื้นที่อเนกประสงค์ในตัว จากถนนใหญ่เมื่อผ่านสวนผลไม้และสระว่ายน้ำเข้ามา จะพบทางเดินที่ขนาบด้วยแนวต้นไผ่ซึ่งนำพาเข้าสู่ตัวบ้าน โดยเดินเข้ามาตามทางเดินไม้ที่เปิดมุมมองสู่บ่อน้ำขนาดใหญ่และวิวภูเขาด้านหลังบ้าน “ด้วยวิวภูเขาด้านหลังและบ่อน้ำที่มีอยู่ก่อนแล้ว เพราะที่นี่เคยเป็นสวนผลไม้ ทำให้เราต้องหันทิศของตัวบ้านมาทางนี้แม้จะเป็นทิศตะวันตกก็ตาม” คุณเล็ก – กรรณิการ์ รัตนปรีดากุล สถาปนิกของบ้านหลังนี้ แก้ปัญหาการรับมือกับแสงแดดยามบ่ายที่ร้อนแรงด้วยการทำชานยื่นออกไปทางทิศตะวันตก เพื่อรับกับแสงแดดที่จะสาดส่องเข้ามา พร้อมปลูกต้นไม้ ซึ่งเมื่อโตเต็มที่ก็จะช่วยให้บรรยากาศของบ้านมีความร่มรื่นมากกว่านี้ เวลาเริ่มคล้อยสู่ช่วงสายและเที่ยง แม้คุณเล็กจะออกแบบให้หลังคาบางส่วนมีความโปร่งแสง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกร้อนแต่อย่างใด หลายองค์ประกอบทำให้บ้านหลังนี้อยู่ใน “ภาวะน่าสบาย” ได้อย่างเหลือเชื่อ ตั้งแต่ทำเลที่อยู่ในสวน มีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ การออกแบบเป็นเรือนหลังเล็กๆ แยกกัน ทำให้สามารถขยับปรับเปลี่ยนแต่ละห้องได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของและเว้นช่องว่างให้ลมพัดผ่านได้สะดวก บ้านหลังนี้ประกอบด้วยห้องนอนที่แยกออกเป็น 3 หลัง และพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นส่วนนั่งเล่น ครัว และส่วนรับประทานอาหารอีก 1 หลัง […]

บ้านที่มีลมหายใจ…และกำไรของชีวิต

ณ หัวโค้งหนึ่งของทางหลวงชนบทที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในตำบลบ้านชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มองเข้าไปก็จะเห็นบ้านหลังคาแป้นเกล็ดที่ดูแปลกตากว่าบ้านเรือนโดยรอบ ตัวอาคารคอนกรีตแซมด้วยองค์ประกอบไม้แลดูนิ่งสงบและอบอุ่น บ้านหลังนี้คือบ้านของ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ และครอบครัว “มีความคิดว่าเมื่อคุณพ่อเกษียณก็อาจมาอยู่ทำสวนทำไร่ ใช้ชีวิตง่ายๆอยู่ที่นี่” คุณเต้อเล่าถึงสาเหตุที่มาปลูกบ้านอยู่ที่นี่ “เริ่มมาจากตอนหนีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 เราทั้งครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย และผมมาเช่ารีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แปลงนี้ และก็เริ่มติดใจบรรยากาศของพื้นที่แถบนี้” แม้จังหวัดราชบุรีจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากขับรถก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่อำเภอสวนผึ้งซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังยังมีบรรยากาศแบบชนบทอย่างเต็มเปี่ยม   “ที่นี่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ผมสามารถขับรถไปทำงานที่อาศรมศิลป์ได้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านตากอากาศ แต่เป็นบ้านอีกหลังที่หากคุณพ่อเกษียณแล้วคงมาอยู่กัน” มองจากภายนอกบ้านหลังนี้ดูใหญ่โตทีเดียว แต่ความจริงแล้วการออกแบบเริ่มมาจากการสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แล้วจึงนำมาผนวกเข้าด้วยกัน “บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ร่วมกัน บ้านใหม่ก็เลยอยากให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง แล้วก็เชื่อมพื้นที่เหล่านั้นด้วยโถงทางเดิน เปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสวนและกั้นความเป็นส่วนตัวของทุกห้องออกจากกัน แต่ก็ยังหลวมพอที่ลมจะไหลเวียนผ่านทุกส่วนของบ้านได้” บ้านหลังนี้จึงมีรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ที่ทับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีลานหินกรวดซึ่งปลูกต้นไม้ใหญ่สองสามต้นอยู่ตรงกลาง หากมองจากด้านบนก็จะเห็นว่ามีส่วนกั้นให้เกิดความเป็นส่วนตัวและเพิ่มความสดชื่นให้ทุกพื้นที่ในบ้าน แต่มองจากด้านล่างกลับดูนิ่งสงบ เข้ากับห้องทำงานของคุณเต้อที่ต้องการสมาธิในการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม ทางเดินทั้งหมดภายในบ้านและระเบียงของแต่ละห้องตั้งอยู่บนคานยื่น (Cantilever) ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม “ผมคิดว่าคานยื่นนั้นเป็นเหมือน ‘กำไรของโครงสร้าง’ เพราะไม่ต้องเสียฐานราก ไม่ต้องเสียเสา ใช้การฝากน้ำหนักไว้กับโครงสร้าง จึงออกแบบให้ทางเดินและระเบียงเป็นโครงสร้างที่ยื่นออกไป 1.50 เมตร ทั้งเพิ่มพื้นที่สัญจรและช่วยกันแดดกันฝนได้ดี รวมถึงทำให้บ้านดูเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นคล้ายยุ้งข้าวอีกด้วย” […]

โอบล้อมด้วยแสงใน บ้านไทย สไตล์มินิมัล

นับเป็นโชคดีของเราที่วันนี้อากาศดี ไม่ร้อนจัดและแสงแดดไม่แรงจนเกินไป เหมาะแก่การถ่ายภาพบ้านเป็นอย่างยิ่ง บ้านที่เรามาเยือนในครั้งนี้เป็นเรือนหอ บ้านไทย สไตล์มินิมัลของ คุณจุ๊บ – ศศธร ภาสภิญโญ และ คุณรินทร์ – ภัทรกานต์ เศรษฐชยั ตั้งอยู่ในย่านพัฒนาการ บนพื้นที่ 100 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินเดิมของครอบครัวคุณจุ๊บ บ้านที่มีไอเดียในการจัดการกับแสงสว่างได้อย่างน่าสนใจ   “เริ่มแรกเราอยากได้บ้านไทยสไตล์มินิมัล กล่าวคือมีโถงทางเดินอยู่ตรงกลางบ้านเหมือนบ้านไทย แต่การตกแต่งต้องดูเรียบ มีแฝงอารมณ์แบบญี่ปุ่นนิดๆ และเปิดรับแสงธรรมชาติได้รอบบ้านโดยที่ต้องไม่เพิ่มความร้อนให้บ้านด้วย เราสองคนชื่นชอบการอ่านหนังสือและมักเก็บภาพสไตล์การตกแต่งบ้านไว้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างบ้านของเรา” คุณจุ๊บเกริ่นนำให้เราฟัง การหาไอเดียจากหนังสือประกอบกับเคยเรียนด้านสถาปัตยกรรม จึงสเก็ตช์ภาพบ้านแบบคร่าวๆ พร้อมบอกความต้องการหลักให้ คุณวิมลรัตน์ อิสระธรรมนูญ สถาปนิกนำไปออกแบบต่อ ใน บ้านไทย หลังนี้ จากที่จอดรถ ผู้ออกแบบทำทางเดินรอบบ่อปลาคาร์พ ก่อนจะนำเข้าไปสู่ตัวบ้าน การออกแบบดังกล่าวสร้างบรรยากาศแห่งการเชื้อเชิญ เปรียบเสมือนการต้อนรับจากเจ้าของบ้าน รอบบริเวณบ้านยังปลูกต้นไม้นานาพรรณดูร่มรื่น สร้างความรู้สึกสดชื่นได้ดีก่อนเข้าไปสู่ภายในบ้าน ซึ่งสิ่งแรกที่พบคือโถงนั่งเล่นแบบดับเบิลสเปซที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย สะท้อนบุคลิกของเจ้าของบ้านทั้งสองที่ชื่นชอบความสบายและเป็นกันเอง ผู้ออกแบบใช้โถงบันไดกลางบ้านเป็นจุดเชื่อมโยงทุกพื้นที่ใช้งานตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ผนังที่ขนาบโถงนี้ทั้งสองด้านเป็นปูนเปลือย ดูเท่และทันสมัยแบบที่เจ้าของบ้านชื่นชอบผสมผสานกับการเลือกใช้ไม้และไม้วีเนียร์ เป็นการเพิ่มรายละเอียดที่ดูสะอาดตา โถงบันไดนี้ยังแบ่งบ้านเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วยส่วนรับแขก ส่วนรับประทานอาหาร […]

บ้านไทยอีสานสมัยใหม่ ใกล้ชิดกับชีวิตชนบท

“โจทย์ของเราคือ อยากได้ บ้านไทยอีสาน ที่ไม่ใช่แค่เลียนแบบอาคารพื้นถิ่น แต่ต้องเป็นบ้านที่กลมกลืนไปกับบริบทของสิ่งแวดล้อมจริงๆ เชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยกับชุมชน บอกเล่าและแบ่งปันชีวิตซึ่งกันและกันได้ เป็นบ้านที่เหมาะกับช่วงอายุของเราซึ่งเริ่มสนใจคุณภาพของการใช้ชีวิตมากกว่าการโหมงานหนัก” คุณปิแอร์ เวอร์เมียร์ เจ้าของบ้าน เล่าถึงที่มาของบ้านกึ่งพื้นถิ่นไทยกึ่งร่วมสมัยในอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีหลังนี้ให้เราฟัง คุณปิแอร์อยู่เมืองไทยมาได้ 6 ปีแล้ว จึงคุ้นเคยกับวิถีชีวิตแบบไทย และติดใจในความเป็นบ้านนอกที่อบอุ่น อันที่จริงที่ตั้งของบ้านนี้คือบริเวณบ้านเดิมของ คุณนิตญา ผ่านสำแดง คู่รักของคุณปิแอร์ เมื่อถึงเวลาต้องปรับปรุงบ้านจึงถือโอกาสสร้างใหม่ทั้งหลังเสียเลย โดยมี คุณเล็ก – กรรณิการ์ รัตนปรีดากุล รับหน้าที่ออกแบบ “อยากได้บ้านไทยๆ หลังไม่ต้องใหญ่มาก และชอบไม้ นี่คือสิ่งที่คุณปิแอร์บอกกับเราตอนคุยกันครั้งแรก” คุณเล็กเล่าให้ฟัง “เอาจริงๆ รู้สึกว่าการได้ทำบ้านไทยแนวชนบทเป็นลักษณะบ้านที่เป็นตัวของเราเองมากกว่าการออกแบบบ้านในรูปแบบอื่น จึงคุยกันง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างจะตรงใจกัน” บ้านไทยอีสาน ชั้นล่างของบ้านเป็นโถง ทำหน้าที่คล้ายใต้ถุน มีบันไดโปร่งอยู่กลางบ้าน ห้องครัวด้านหน้า และระเบียงรายรอบ ผนังเป็นกรอบโครงคร่าวที่ใช้วัสดุเพียง 3 ชนิด คือ ผนังไม้ซ้อนเกล็ด กระจกบานเกล็ด และแผ่นซีเมนต์บอร์ด ซึ่งมาจากความตั้งใจที่จะทำงานออกแบบอันเรียบง่าย “เราใช้วัสดุและวิธีการที่แทบไม่แตกต่างจากบ้านในบริบทโดยรอบ นอกจากความเหมาะสมในแง่งบประมาณ แหล่งวัสดุ และขั้นตอนการก่อสร้างแล้ว ผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นคือ บ้านหลังนี้ดูกลมกลืนกับชุมชนได้ดี” […]

รวม “บ้านเย็น อยู่สบาย” รับมือหน้าร้อน

บ้านเย็น อยู่สบาย เหมาะกับภูมิอากาศแบบเมืองไทย จับภูมิปัญญาใส่ดีไซน์ กลายเป็นบ้านสวยสุดชิลจนไม่อยากออกไปไหน

ตกแต่งบ้านให้มีบรรยากาศ บ้านเรือนไทย ด้วย 14 วิธีสุดง่าย

แม้ว่าปัจจุบัน บ้านเรือนไทยนับวันจะยิ่งหาชมได้ยาก แต่เรายังสามารถสร้างบรรยากาศภายในบ้านได้แบบบ้านเรือนไทย ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

9 TIPS COOL HOUSE, COOL DESIGN สร้างบ้านเย็นในเมืองใหญ่

มาสร้างบ้านโมเดิร์นทันสมัยที่เหมาะกับวิถีชีวิตคนไทยด้วยการดึงภูมิปัญญาไทยมาใช้กันเถอะ!

แบบบ้านทรงไทย ภูมิปัญญาจากการใช้ชีวิต

การออกแบบบ้านให้เหมาะกับภูมิประเทศและภูมิอากาศจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ บ้านไทย ส่วนใหญ่อยู่สบาย และบรรยากาศการอยู่อาศัยอย่างอบอุ่นแบบไทยๆก็มาจากภูมิปัญญา

เวลาวารี 2499

เวลาวารี 2499 เป็นหนึ่งในบ้านพักสำหรับเช่าพักผ่อนของ @MehoMe เป็นบ้านพักตากอากาศที่ดัดแปลงมาจากบ้านไม้ดั้งเดิมแบบชั้นเดียว หลังคาจั่วผสมกับเพิงหมาแหงน

keyboard_arrow_up