10 คำถามเรื่องไฟฟ้าที่คุณต้องรู้

ในชีวิตประจำวันของคนเราส่วนใหญ่ต้องใช้ ไฟฟ้า เป็นแหล่งพลังงานสำคัญในการดำเนินชีวิต แต่ก็มีคนจำนวนไม่มากนักที่จะให้ความสนใจเรื่องไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ภายในบ้าน เพราะเมื่อพูดถึงไฟฟ้าแล้ว เรามักรู้สึกว่าเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนและอันตราย ต้องอาศัยผู้มีความรู้ความชำนาญเท่านั้นจึงจะหยิบจับหรือทำได้

แต่หากเรามีความเข้าใจเพียงพอ มีความระมัดระวัง และรู้จักการทำงานที่ปลอดภัยแล้ว มือสมัครเล่นอย่างเราๆก็สามารถซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสวิตช์ ปลั๊ก หลอดไฟ หรือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ซึ่งช่วยประหยัดเงินและเวลาในการหาช่างมาซ่อมแซมอีกด้วย

1. มิเตอร์ไฟบ้านมีขนาด 5 แอมแปร์ เปิดเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง พร้อมกันได้หรือไม่?

ไฟฟ้า

ไม่ได้ เนื่องจากมิเตอร์ไฟมีขนาดเล็กเกินไป (ไฟฟ้าอาจจะดับทั้งบ้านหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้) ปกติมิเตอร์ไฟบ้านทั่วไปที่การไฟฟ้ามาติดตั้งให้นั้นจะกำหนดขนาดการใช้กระแสไฟไว้ประมาณ 5 แอมแปร์ (5 A) และจะเผื่อการใช้งานไว้อีกประมาณ 3 เท่า แต่เครื่องปรับอากาศที่เจ้าของบ้านซื้อหามาเพิ่มเติมภายหลังจะใช้กระแสไฟฟ้ามาก

ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ 2 เครื่องพร้อมๆกัน ให้ติดต่อกับการไฟฟ้าในเขตพื้นที่ของท่าน เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเปลี่ยนมิเตอร์ไฟเป็นขนาด 15 แอมแปร์จะปลอดภัยกว่า แต่เจ้าของบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เอง

2. สายไฟมีวันหมดอายุไหม

ฉนวนหรือเปลือกชั้นนอกที่ใช้หุ้มสายไฟส่วนใหญ่ทำจากพีวีซี (PVC) ซึ่งมีความแข็งแรงและมีอายุการใช้งานยาวนาน ปกติถ้าเราไม่ใช้กระแสไฟมากเกินกว่าขนาดของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ หรือถูกหนูกัดแทะสายไฟ สายไฟที่ได้มาตรฐานจะมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า15-20 ปี แต่ถ้าปล่อยให้ถูกกระแทก ตากแดดตากฝนและถูกรังสียูวีเล่นงานเป็นประจำ สายไฟจะมีอายุการใช้งานไม่เกิน10 ปี ดังนั้นการเดินสายไฟแบบร้อยท่อก็พอช่วยยืดอายุการใช้งานของสายไฟได้ในระดับหนึ่ง

3. เมื่อเลิกใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นแล้ว ต้องปิดตรงไหนบ้างถึงปลอดภัย

จริงๆแล้ว ถ้าจะปิดให้กดปุ่ม OFF ที่ตัวเครื่องก็พอ แต่ถ้าจะให้ประหยัดและปลอดภัยจริงๆ ให้ปิดวาล์วน้ำ และตามด้วยสวิตช์เปิด-ปิดที่ตัวเครื่อง ซึ่งสวิตช์ตัวนี้ทำหน้าที่ควบคุมแรงดันน้ำให้คงที่และจะตัดไฟเมื่ออุณหภูมิน้ำร้อนถึงจุดที่เราตั้งค่าไว้ แต่เพื่อความสบายใจของผู้ใช้ก็ควรปลดวงจรไฟฟ้าด้วยการสับเบรกเกอร์มาไว้ที่ตำแหน่ง OFF ทุกครั้ง เมื่อเลิกใช้งานแล้ว รวมถึงหมั่นตรวจเช็คสวิตช์ป้องกันไฟรั่วไฟดูด (ELCB) อย่างน้อยเดือนละครั้ง

4. มีสายดินแล้วต้องติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วอีกหรือไม่

สายดินถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องมีไว้ป้องกันไฟดูด เพื่อให้กระแสไฟที่รั่วไหลลงดินได้สะดวก โดยไม่ผ่านร่างกายเรา (ไฟไม่ดูด) ส่วนเครื่องตัดไฟรั่วมีหน้าที่ตัดกระแสไฟรั่วก่อนที่จะเป็นอันตรายกับมนุษย์ (ไฟดูด) และช่วยป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ดังนั้นระบบไฟฟ้าที่ดี จึงควรมีทั้งระบบสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว เพื่อเสริมการทำงานซึ่งกันและกันให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

5. เมื่อเกิดเพลิงไหม้จากไฟฟ้า…ต้องทำอย่างไรและใช้อะไรดับ

หากพบประกายไฟที่จะก่อให้เกิดอัคคีภัย ให้เตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อม การดับเพลิงที่เกิดจากไฟฟ้า ต้องใช้ถังดับเพลิงที่ใช้ดับไฟที่เกิดจากไฟฟ้าโดยเฉพาะเท่านั้น อย่าใช้น้ำดับไฟเป็นอันขาด เพราะน้ำเป็นสื่อไฟฟ้า (ยกเว้นในกรณีที่ปลดวงจรไฟฟ้าแล้วสามารถใช้น้ำดับได้)

ถังดับเพลิงที่ใช้ดับเพลิงไหม้จากไฟฟ้าจะมีเครื่องหมายระบุว่าใช้ดับไฟได้ สังเกตที่ข้างถังจะระบุเป็นตัวอักษร C (ชนิด Aใช้ดับเพลิงพวกไม้และกระดาษ ชนิด B ใช้กับไฟที่เกิดจากน้ำมันเชื้อเพลิงต่างๆ)