DARK AND DRAMATIC บรรยากาศลึกลับแสนสดใส

/ หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า บ้านที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหลหลังนี้
จะรีโนเวตมาจากบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านจัดสรรแสนธรรมดา /

เมื่อมองจากภายนอก…โครงสร้างบ้านเดี่ยวหลังนี้ไม่ได้มีเค้าของความจัดจ้าเหมือนบรรยากาศด้านในเลยแม้แต่น้อย เพราะพอเปิดประตูเข้ามา เราก็ได้พบกับพื้นท่ีงานออกแบบสุดแปลกตาผสมผสานสไตล์โมเดิร์นวินเทจสีสันสดใส แถมมีกลิ่นอายของมหานครนิวยอร์ก และตกแต่งด้วยงานศิลปะของศิลปินสตรีทอาร์ตระดับโลกไว้ได้อย่างลงตัว

นี่คือผลงานการออกแบบโดย คุณ เอ-วัฒนา โกวัฒนาภรณ์ แห่ง BALaNCE INTERIOR DESIGN เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของบ้านอย่าง คุณจอน-เฉลิมวงค์ และ คุณโบว์-สุธิดา วีรังคบุตร

คุณจอนและคุณโบว์ซื้อบ้านหลังนี้ไว้ตั้งแต่ 7 – 8 ปีก่อน อยู่อาศัยได้สักพักก็ต้องเดินทางไปทํางานที่นิวยอร์ก จึงมีความจําเป็นต้องทิ้งบ้านไป ก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับตัดสินใจรีโนเวตช้ันล่างของบ้านใหม่ทั้งหมด คุณโบว์เล่าที่มาของการแต่งบ้านใหม่ให้ฟังว่า

“เราอยู่บ้านหลังนี้หลายปีก่อนไปนิวยอร์ก พอไปอยู่ที่โน่นทําให้ได้ลองใช้ชีวิตในอพาร์ตเมนต์ และได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วเราชอบสเปซแบบโอเพ่นแปลน ไม่ต้องมีประตูซับซ้อน บวกกับก่อนหน้าที่จะย้ายไปนิวยอร์ก เราไม่เคยใช้พื้นที่ชั้นล่างของบ้านนี้เลย เพราะอากาศด้านล่างค่อนข้างร้อน เราอยู่แต่ในห้องดูหนังและห้องนอนชั้นบนเท่านั้น จนรู้สึกว่าไม่คุ้ม พอมีโอกาสได้รีโนเวตบ้าน จึงบอกคุณเอว่าทำอย่างไรก็ได้ให้เราได้ใช้พื้นที่ข้างล่างบ้าง”

ก่อนหน้าที่จะรีโนเวต แปลนชั้นล่างมีลักษณะเหมือนแปลนบ้านทั่วไป มีพื้นต่างระดับสําหรับแบ่งพื้นที่ใช้งาน และมีประตูหน้าต่างมากเกินความจําเป็น

คุณเอจึงออกแบบให้พื้นที่เกือบ 60 ตารางเมตรของชั้นล่างเป็นสเปซที่ทุกคนในครอบครัวสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ในพื้นที่คนละส่วนก็ตาม เริ่มจากการปรับระดับพื้นให้เท่ากันทั้งบ้าน จากนั้นจึงรื้อผนังเบาที่กั้นระหว่างครัวกับห้องอาหารออก แล้วเพิ่มส่วนต่อขยายของแพนทรี่ออกมาเป็นเคาน์เตอร์ไม้ขนาดใหญ่ ใช้เป็นพื้นที่เตรียมอาหารและรับประทานอาหารได้ในส่วนเดียวกัน

“ส่วนนี้โบว์ชอบมากที่สุด แล้วก็ใช้งานมากที่สุดด้วย เวลาโบว์ทําอาหาร พี่จอนจะนั่งเล่นอยู่แถวนี้ เราคุยกันได้ตลอด พอทําเสร็จเราก็มานั่งรับประทานอาหาร นั่งเล่น และนั่งคุยกันตรงนี้”

ส่วนหน้าต่างและประตูที่มีอยู่รอบบ้านนั้นก็เปลี่ยนใหม่ให้เป็นผนังทึบ เพื่อเป็นพื้นที่ใช้แขวนงานศิลปะและของสะสมของคุณจอน ซึ่งเป็นโจทย์หลักอีกข้อหนึ่งที่ดีไซเนอร์ใช้ในการออกแบบ

คุณจอนเล่าว่า “ด้วยความที่ผมเป็นครีเอทีฟ ทําให้ต้องหาข้อมูลด้านศิลปะเยอะเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ นี่จึงเป็นที่มาของการสะสมของเล่นของศิลปินแนวสตรีทอาร์ต ก่อนหน้านี้ไม่เคยเอาออกจากกล่องเลย พอทําบ้านเสร็จผมจึงอยากนําของเล่นเหล่านี้ออกมาวางประดับอยู่ตามจุดต่างๆ ในบ้าน แม้แต่ในตู้เก็บจานก็ยังมี เพราะไม่ต้องการให้อยู่ แต่เฉพาะบนหิ้งของเล่นเฉยๆ

หลังจากได้รับโจทย์เรื่องการจัดวางของสะสม ดีไซเนอร์จึงขอดูของสะสมทั้งหมดและเลือกออกแบบให้บรรยากาศของบ้านออกมาดูอบอุ่น แฝงความสนุกสนาน ด้วยการใช้ผนังสีเทาเข้มกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่โทนสีเข้ม แต่งเติมด้วยสีสันจากผลงานศิลปะและของสะสมต่าง ๆ เพื่อช่วย ดึงอารมณ์และสร้างความสดใสให้แก่บ้าน

“ต้นแบบของสีที่เราใช้ได้แรงบันดาลใจและเรเฟอเรนซ์มาจากบ้านของ Abigail Ahern มัณฑนากรชาวอังกฤษ ภาพทุกอย่างจึงชัดมาก เด่นที่ผนังสีเทา ๆ และมีเฟอร์นิเจอร์สีจัดๆมาหยอดไว้ตามจุดต่างๆ เห็นแล้วรักเลยค่ะ ”

ส่วนพื้นกระเบื้องลายตารางหมากรุกก็มีที่มาจากพื้นล็อบบี้ของอพาร์ตเมนต์ในนิวยอร์ก ช่วยเพิ่มอารมณ์คลาสสิกเท่ๆ เข้ากันดีกับเฟอร์นิเจอร์ที่เจ้าของบ้านซื้อเก็บไว้ขับเน้นกลิ่นอายสไตล์นิวยอร์กให้ยังอยู่ในความทรงจํา

จากบ้านเดี่ยวสีขาวโมเดิร์นธรรมดาๆ เปลี่ยนโฉมใหม่จนมีสไตล์เฉพาะตัว เกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ลองเปลี่ยนวิถีชีวิตการอยู่อาศัย ทําให้เจ้าของบ้านค้นพบตัวตนที่แท้จริง แล้วนําความชอบนั้นมาใช้ตกแต่งบ้าน เกิดเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง “เจ้าของ” กับ “บ้าน” ท่ีไม่ว่าจะอยู่ตรงมุมไหนก็สัมผัสได้ถึงความสุข

เหมือนอย่างที่คุณโบว์บอกกับเราว่า “เมื่อก่อนบ้าน หลังนี้แทบไม่มีอีโมชั่นนัลกับเราเลย เหมือนเป็นแค่ที่อยู่อาศัย เราไม่ได้รู้สึกว่าอยากกลับบ้าน แต่พอแต่งบ้านใหม่แล้วกลับรู้สึกว่าบ้านนี้เป็นบ้านของเราจริงๆ เสียที ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นหลังจากรีโนเวตบ้านเสร็จ เมื่อ 1 ปี ที่ผ่านมานี้เอง ทั้งๆ ที่เราอยู่บ้านนี้มา 7 – 8 ปีแล้ว”

 

มุมรับแขกเลือกใช้พรมหนังสัตว์ตัดเป็นรูปวงกลมและเย็บ ต่อกันเป็นผืน ช่วยลดเหลี่ยมมุมของห้องได้เป็นอย่างดี แถมยังดูเรียบเท่ด้วยหีบไม้ขนาดใหญ่และของสะสม ท่ีเจ้าของบ้านขนกลับมาจากนิวยอร์ก
มุมรับแขกเลือกใช้พรมหนังสัตว์ตัดเป็นรูปวงกลมและเย็บ ต่อกันเป็นผืน ช่วยลดเหลี่ยมมุมของห้องได้เป็นอย่างดี แถมยังดูเรียบเท่ด้วยหีบไม้ขนาดใหญ่และของสะสม ที่เจ้าของบ้านขนกลับมาจากนิวยอร์ก

 

คุณจอนและคุณโบว์ในมุมโปรดของบ้าน มีโต๊ะไม้ตัวใหญ่สําหรับรับประทานอาหาร และเป็นมุมนั่งเล่นพูดคุยประจําวัน
คุณจอนและคุณโบว์ในมุมโปรดของบ้าน มีโต๊ะไม้ตัวใหญ่สําหรับรับประทานอาหาร และเป็นมุมนั่งเล่นพูดคุยประจําวัน

 

DARK-AND-DRAMATIC-4
ของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ช่วยเสริมเสน่ห์ให้บ้านน่าอยู่

 

ช้ันรองเท้าบิลท์อินสูงจรดเพดาน ออกแบบให้แต่ละล้ินชักเป็นกระเป๋าเดินทาง สไตล์วินเทจสีไม่เหมือนกันเลย ใช้เก็บรองเท้ากว่า300คู่ของเจ้าของบ้าน
ชั้นรองเท้าบิลท์อินสูงจรดเพดาน ออกแบบให้แต่ละลิ้นชักเป็นกระเป๋าเดินทาง สไตล์วินเทจสีไม่เหมือนกันเลย ใช้เก็บรองเท้ากว่า 300 คู่ของเจ้าของบ้าน

 

มุมรับประทานอาหาร ด้านหลังเป็นผนังเรียบๆ เกิดจากการเปลี่ยนหน้าต่างให้เป็นผนังทึบ เพื่อให้บ้านมีสเปซสําหรับแขวนงานศิลปะ สีของผนังท่ีเลือกใช้คือสีเทา TOA8278
มุมรับประทานอาหาร ด้านหลังเป็นผนังเรียบๆ เกิดจากการเปลี่ยนหน้าต่างให้เป็นผนังทึบ เพื่อให้บ้านมีสเปซสําหรับแขวนงานศิลปะ สีของผนังที่เลือกใช้คือสีเทา TOA8278

 

พื้นบ้านลายตารางหมากรุกปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ สีขาว-ดํา ตัดขนาด30x30เซนติเมตร ได้แรงบันดาลใจ มาจากพื้นล็อบบี้ในอพาร์ตเมนต์ท่ีนิวยอร์ก
พื้นบ้านลายตารางหมากรุกปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ สีขาว-ดํา ตัดขนาด 30×30เซนติเมตร ได้แรงบันดาลใจ มาจากพื้นล็อบบี้ในอพาร์ตเมนต์ที่นิวยอร์ก

 

DARK-AND-DRAMATIC-7
ผนังครัวปิดผิวด้วยกระเบื้องเซรามิกดินเผาสีขาวสั่งทำขึ้นพิเศษ แต่ละแผ่นจึงโค้งเว้าไม่เท่ากัน ช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ที่น่าสนใจเมื่อแสงตกกระทบพื้นผิว เจ้าของบ้านได้ไอเดียนี้มาจากผนังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในนครนิวยอร์ก

 

โถงบันไดยังคงเลือกใช้สีเดียวกับผนัง ด้านล่าง เพื่อเชื่อมต่อสเปซการตกแต่ง จากชั้นล่างไปสู่ช้ันบน รวมไปถึง ราวบันไดสีแดง ช่วยนําสายตา ต่อเนื่องไปสู่ห้องดูหนังสีแดงด้านบน
โถงบันไดยังคงเลือกใช้สีเดียวกับผนังด้านล่าง เพื่อเชื่อมต่อสเปซการตกแต่ง จากชั้นล่างไปสู่ชั้นบน รวมไปถึงราวบันไดสีแดง ช่วยนําสายตาต่อเนื่องไปสู่ห้องดูหนังสีแดงด้านบน

 

ใช้แผ่นไม้ขนาดใหญ่เป็นท็อปเคาน์เตอร์แบบไอส์แลนด์ยื่นต่อออกมาจากแพนทรี่ครัว ช่วยเพิ่มความ หลากหลายของวัสดุที่ใช้ในบ้าน เติมความเท่ด้วยท่ีแขวนเครื่องครัวด้านบน ซึ่งทําจากตะแกรงเหล็กยึดกรอบไม้ เครื่องครัวที่ใช้ส่วนใหญ่ให้ความรู้สึกแบบวินเทจนิดๆ จนกลายเป็นของตกแต่งได้ในตัว
ใช้แผ่นไม้ขนาดใหญ่เป็นท็อปเคาน์เตอร์แบบไอส์แลนด์ยื่นต่อออกมาจากแพนทรี่ครัว ช่วยเพิ่มความหลากหลายของวัสดุที่ใช้ในบ้าน เติมความเท่ด้วยที่แขวนเครื่องครัวด้านบน ซึ่งทําจากตะแกรงเหล็กยึดกรอบไม้ เครื่องครัวที่ใช้ส่วนใหญ่ให้ความรู้สึกแบบวินเทจนิดๆ จนกลายเป็นของตกแต่งได้ในตัว

 

กระถางปลูกต้นไม้รูปทรงแปลกตาทําจากเหล็กสีสนิม ช่วยให้ต้นไม้ธรรมดาดูมีความหมายและมีเรื่องราวมากขึ้น บ่งบอกสไตล์ของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี
กระถางปลูกต้นไม้รูปทรงแปลกตาทําจากเหล็กสีสนิม ช่วยให้ต้นไม้ธรรมดาดูมีความหมายและมีเรื่องราวมากขึ้น บ่งบอกสไตล์ของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

 

DARK-AND-DRAMATIC-10
“โบว์อยากได้บ้านที่เราไม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับบ้าน แต่เป็นบ้านที่มีฟังก์ชันสำหรับเรา อยู่ตรงไหนก็สบายตามไลฟ์สไตล์ในแบบที่เราชอบ”

 

แม้แต่ในห้องน้ำชั้นล่างก็ยังคงคอนเซ็ปต์โมเดิร์นวินเทจ และเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นศิลปะ จึงตกแต่งด้วยวอลล์เปเปอร์ ลายเส้นขาว - ดําท่ีเจ้าของบ้านซื้อมาจากนิวยอร์ก ปูพื้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีดํา และเลือกอ่างล้างหน้าทรงคลาสสิก
แม้แต่ในห้องน้ำชั้นล่างก็ยังคงคอนเซ็ปต์โมเดิร์นวินเทจ และเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นศิลปะ จึงตกแต่งด้วยวอลล์เปเปอร์ลายเส้นขาว – ดําที่เจ้าของบ้านซื้อมาจากนิวยอร์ก ปูพื้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีดํา และเลือกอ่างล้างหน้าทรงคลาสสิก

 

ห้องดูหนังบนช้ันสอง เป็นห้องที่เจ้าของบ้านตกแต่งเองอย่างง่ายๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีแดง ดูเข้ากับพื้นปาร์เกต์ไม้สีเข้ม ปูแบบก้างปลา ซึ่งเป็นพื้นเดิม ของโครงการ จึงไม่จําเป็น ต้องปูพื้นใหม่ ผนังห้องฝั่งหน่ึง ทําเป็นชั้นบิลท์อินสีดําสูงจาก พื้นจรดเพดานเพื่อใช้เก็บของสะสม
ห้องดูหนังบนช้ันสองเป็นห้องที่เจ้าของบ้านตกแต่งเองอย่างง่ายๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีแดง ดูเข้ากับพื้นปาร์เกต์ไม้สีเข้มปูแบบก้างปลา ซึ่งเป็นพื้นเดิมของโครงการ จึงไม่จําเป็นต้องปูพื้นใหม่ ผนังห้องฝั่งหนึ่งทําเป็นชั้นบิลท์อินสีดําสูงจาก พื้นจรดเพดานเพื่อใช้เก็บของสะสม

 

DARK-AND-DRAMATIC-16
“ผมไม่ได้มีกรอบความคิดอะไรเลยตอนออกแบบบ้านหลังนี้แค่คิดให้สนุกเท่านั้น!”

 

DARK-AND-DRAMATIC-18
โปสเตอร์ผลงานการออกแบบของ Obey หรือ Shepard Fairey ศิลปินสตรีทอาร์ตที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่ง ส่วนด้านล่างคือไวนิลผลงานของ KAWS ของสะสมของคุณจอน เจ้าของบ้าน

 

เรื่อง : กษมา
ภาพ : จิระศักดิ์, นันทิยา
คอลัมน์ : room to room
room magazine : December 2014 No. 142
keyboard_arrow_up