10 เคล็ดลับ จัดการสัตว์และแมลงในสวน

0
3912
10 เคล็ดลับ จัดการสัตว์และแมลงในสวน

ปัญหากวนใจสำหรับคนดูแลสวนมากสุดนั่นคือ สัตว์และแมลง แล้วจะมีวิธีไหนจัดการได้ดีบ้าง สารเคมีหรือวิธีธรรมชาติ เรามีสัตว์แมลงที่เป็นปัญหาที่สุดพร้อมเคล็ดลับการป้องกันกำจัดมาให้ชมกัน

1. ทากและหอยทาก

3-02

หอยทากเป็นศัตรูที่ระบาดในที่ที่มีอากาศอับชื้นมาก หรือที่มีน้ำขังแฉะ ศัตรูชนิดนี้จะกัดกินใบอ่อน หน่ออ่อนและรากอ่อน บางทีก็ทำให้ใบขาดเป็นแผลเป็นรู หอยทากเป็นศัตรูที่ชอบหลบซ่อนในเวลากลางวันและชอบออกหากินในเวลากลางคืน เราจะสังเกตได้โดยพบรอยทางน้ำเมือกที่มันขับออกมาแห้งติดอยู่ตามกระถางหรือบนสิ่งที่มันเคลื่อนไหว

การป้องกันกำจัด

  • ใช้วิธีล่อด้วยเหยื่อพิษโดยผสมยากับอาหารล่อให้มันมากิน เหย่อพิษมีขายนท้องตลาด เช่น เหยื่อพิษเตัลดีไฮด์ แต่ถ้าวางไว้ที่น้ำฝนชะล้างได้หรือถูกน้ำชะล้างบ่อยๆก็ใช้ไม่ได้ผลดี
  • ใช้ยา สลักกิต ซึ่งมียาเมตาลดีไฮด์ เป็นส่วนผสมอยู่ด้วย โดยผสมน้ำในอัตราส่วน 1 : 600 ฉีดให้ทั่ว ควรฉีดเวลาเช้าแดดยังไม่ออก หรือภายหลังฝนตกใหม่ๆ ซึ่งหอยทากจะออกมาจากที่หลบซ่อน
  • ใช้ปูนขาวโรยให้ทั่วจะช่วยไล่ให้พวกนี้หายไปได้ระยะหนึ่งหรือใช้น้ำปูนใสรดสัก 4-5 ครั้ง
  • ก่อเนินทรายหยาบ กองขี้เถ้า หินปูนหรือเปลือกหอยนางรมแตกไว้รอบต้นพืช ทากและหอยทากเกลียดของพวกนี้ที่สุด

2. มด

ROOM1 X
ROOM1 X

มดเป็นแมลงที่กินน้ำหวานจากมูลของเพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย และเพลี้ยแป้ง ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ช่วยเคลื่อนย้ายตัวอ่อนของแมลงเหลานั้นด้วย

การป้องกันกำจัด

  • ใช้ยาออลดริน 50% W.P. ดีลดริน 50% W.P. หรือคลอเคน 50% W.P. หรือดีดีที 50% W.P. ในอัตราส่วน 20-40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร เวลาใช้ต้องระมัดระวังอย่าให้เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้าไปใกล้ เพราะเป็นยาอันตรายมาก และควรฉีดพ่นในที่ที่มีลมสงบด้วย เพื่อกันการฟุ้งกระจยของยาไปทั่วบริเวณ
  • รังมดบ่งบอกว่าดินมีสภาพแห้ง เป็นดินทราย ถ้าคุณเห็นว่ามดเป็นตัวก่อกวนก็ปรับปรุงสภาพดินในสวนด้วยวิธีแบบอินทรีย์มากขึ้น วิธีนี้จะทำให้ดินอุ้มความชื้นได้ดีขึ้นและจะไล่มดให้หนีไปเอง
  • ใช้กากชาโรยบนดินในไม้กระถาง เป็อีกหนึ่งวิธีไล่มดได้ดี

3. หนอน

2

หนอนผีเสื้อ นอกจากกัดกินแล้วยังทำให้ใบม้วนด้วย บางทีเราเรียก หนอนม้วนใบ ตัวหนอนมีสีต่างๆ เช่น สีแดง สีเขียว และยังมีอีกหลายสายพันธุ์

การป้องกันและกำจัด

  • ถ้าหนอนเกิดจำนวนน้อยให้ใช้มือจับทำลายเสีย
  • ใช้ดีดีที 50% ชนิดละลายน้ำ ผสมน้ำในอัตตราส่วนยาดีดีที 3 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปีบ ฉีดพ่น
  • ใช้ยาคลอเดน (Chlorden 75%) ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:800 พ่นให้ถูกตามตัวหนอนหรือใช้ยาเซวิน(Sevin) ฉีดพ่นใบให้ทั่ว

หนอนไชกิ่ง ตัวแก่วางไข่ไว้ตามกิ่งที่ยังอ่อนอยู่ โดยเจาะแทงเข้าไปในกิ่ง ไข่จะเจริญเป็นตัวหนอนอยู่ภายในกิ่งและไชออกมาเมื่อเป็นตัวแก่ ทำให้กิ่งผุ ปลายกิ่งเหี่ยวแห้งตาย

การป้องกันและกำจัด

  • ตัดกิ่งที่หนอนทำลายออกเสีย
  • ใช้ยาฟูโมแกส หรือ ยาคาร์บอนเตตร้าคลอไรด์ หรือ ยาคาร์บอนไดซัลไฟด์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ใส่เข็มฉีดเข้าไปในรูหนอนที่มีหนอนเจาะอยู่รูละ 1 ซีซี แล้วใช้ดินเหนียวอุดรูเสีย เพื่อป้องกันมิให้ยาระเหยออกมา หรือถ้าไม่มีเข็มจะใช้สำลีชุบยาแล้วใช้เหล็กปลายแหลมแทงเข้าไปก็ได้ เสร็จแล้วใช้ดินอุดรูเช่นเดียวกัน
  • ใช้ยาคลอเดน (Chlorden 75%) ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:800 ฉีดพ่นเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันแมลงที่จะมาวางไข่ใหม่

4. เพลี้ยอ่อน

C.13-J
C.13-J

เป็นแมลงดูดน้ำเลี้ยงที่มีขนาดเท่่าหัวเข็มหมุด อาจทำให้สวนเสียหายอย่างหนักได้ แมลงชนิดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ต้นไม่งอกงามเท่านั้น ยังแพร่เชื้อไวรัสด้วย

การป้องกันและกำจัด

  • เพลี้ยอ่อนอาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าต้นไม้ที่ปลูกมีน้ำเลี้ยงเจือจางอันเกิดจากปริมาณไนโตรเจนสูงเกินไป ควรใช้ปุ๋ยปรับสมดุลในปริมาณพอเหมาะจะช่วยให้ต้นไม้แข็งแรงดีซึ่งทำให้ลดโอกาสที่จะถูกเพลี้ยอ่อนเกาะกิน
  • ลองนำต้นบอระเพ็ดมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือนำเมล็ดสะเดามาบด แล้วแช่น้ำไว้หนึ่งคืน กรองเอาแต่น้ำมาฉีดพ่นให้ต้นไม้ รสขมจะแทรกอยู่ในน้ำเลี้ยงของต้นไม้ทำให้เพลี้ยไม่ชอบ
  • ยาป้องกันแมลงที่ใช้ได้ผลดี เช่น โล่ติ้น มาลาไธออน ยาฉุน ยาประเภทดูดซึม เช่น เมตาซีสทอกซ์

5. เพลี้ยแป้ง

ini026a_d1
ขอบคุณภาพจาก : http://www.cib.res.in/insectinfo/details.php?nbaiiuid=INI026A

เป็นจำพวกแมลงดูดกินน้ำเลี้ยงพืช ที่แพร่หลายมากอีกชนิดหนึ่ง เป็นแมลงงที่มีลำตัวอ่อนนุ่ม ภายนอกลำตัวปกคลุมด้วยผงสีขาวและไขมันคล้ายก้อนขุยแป้งเล็กๆ มักจะเกาะติดอยู่กับที่รวมกันเป็นกลุ่ม เมื่อเวลาดูดน้ำเลี้ยงจากพืชจะปล่อยสารมีพิษบางชนิดซึ่งทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต และทำให้บริเวณนั้นมีสีเหลือง เพลี้ยแป้งชอบเกาะอยู่ตาซอกใบหรือหลบซ่อนลงไปอาศัยอยู่ตามโคนรากไม้ในกระถาง

การป้องกันและกำจัด

  • ยาที่มีประสิทธิภาพได้แก่ ไซกอน, ไดอาซินอน, มาลาไธออน ฉีดพ่นทุกๆ 15-30 วันต่อครั้ง ต้องฉีดให้ยาถูกตัวแมลงและต้องใช้ยาเคลือบติดตัวแมลงผสมฉีดไปด้วย