สิ่งที่ควรคิด ก่อนกู้ซื้อบ้าน!

ตอนนี้คนส่วนใหญ่ที่ทำเรื่อง”กู้ซื้อบ้าน”หรือ”ผ่อนบ้าน”จะเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้สูง คอนโดมิเนียมเป็นตัวเลือกแรกๆที่คนยุคใหม่สนใจ สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากการมีฐานเงินเดือนที่เหมาะสมแล้ว

การวางแผนทางการเงินและระเบียบวินัยในการออมเงินก็มีความจำเป็นเช่นกันครั้งนี้ “บ้านและสวน” มีสิ่งที่ควรคิดเกี่ยวกับการ”กู้ซื้อบ้าน”และ”กู้สร้างบ้าน”สำหรับเป็นข้อมูลให้ผู้สนใจ ดังนี้

house_03_06

ซ้อม”ผ่อนบ้าน”ให้ไม่อึดอัด

แต่ละธนาคารจะมีหลักการพิจารณาปล่อยกู้ไม่ต่างกันนัก ยกตัวอย่าง ปัจจุบันบ้านพักอาศัยเริ่มต้นที่ราคา 2 ล้านบาทเป็นต้นไป ต้องผ่อนธนาคารเป็นเงิน 16,000 บาทต่อเดือน แต่ผู้ที่สามารถกู้ได้ต้องมีฐานเงินเดือนอยู่ที่ 32,000 บาทต่อเดือน  ซึ่งจะปรับเพิ่มหรือลดลงตามราคาบ้าน แต่มีหลักคิดง่ายๆคือครึ่งหนึ่งของเงินเดือนจะกลายเป็นเงินผ่อนบ้านแต่ละเดือน หากมีไม่เพียงพอก็แปลว่าไม่สามารถกู้ได้หรือไม่เหมาะสม เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินมากเกินไป

ขอแนะนำให้ผู้ที่ตั้งใจจะกู้ซื้อบ้านซ้อมเก็บเงินในแต่ละเดือนตามที่ต้องผ่อนชำระตามจริง เช่น ต้องการซื้อบ้าน 1 ล้านบาท ต้องผ่อนชำระเดือนละ 8,000 บาท ฉะนั้นฐานเงินเดือนของผู้กู้ต้องไม่น้อยกว่า 16,000 บาท หากลองเก็บเงินเดือนละ 8,000 บาทได้อย่างสบายๆ ไม่เดือดร้อน นั่นแสดงว่าคุณพร้อมที่จะกู้เงินซื้อบ้านแล้ว เป็นการฝึกวินัยก่อนกู้จริงนั่นเอง

garden-single-01-09

การกู้ซื้อบ้านร่วมคือทางออกของคนรายได้น้อย

กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประมาณ 20,000 บาท แต่มีภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนรถยนต์อยู่แล้ว โอกาสในการจะซื้อหรือผ่อนบ้านด้วยตัวเองเพิ่มขึ้นอีกเป็นเรื่องยากมาก เพราะภาระหนี้ผ่อนรถจะแสดงอยู่ในฐานข้อมูลเครดิตบูโร ผ่อนเดือนละเท่าไรก็จะถูกหักออกเท่านั้น เช่น เงินเดือน 20,000 บาท ผ่อนรถเดือนละ 5,000 บาท รายได้สุทธิก็จะเหลือแค่ 15,000 บาท
ในขณะที่หากจะซื้อคอนโดมิเนียม ราคาขั้นต่ำของคอนโดน่าจะอยู่ที่ 1,000,000 บาท ด้วยอัตรา ดอกเบี้ยบ้าน เฉลี่ย ณ ปัจจุบัน การกู้เงิน 1,000,000 บาท เป็นระยะเวลา 30 ปี (ระยะผ่อนยาวที่สุด) จะต้องผ่อนบ้านเดือนละประมาณ 8,000 บาท หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับผู้กู้จะเหลือรายได้สำหรับใช้จ่ายอื่น ๆ แค่ 7,000 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับการดำรงชีวิตประจำวันในขณะนี้

ดังนั้นในกรณีที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแต่กู้คนเดียวไม่ผ่านหรือรายได้ไม่พอ การกู้ร่วมก็เป็นทางออกหนึ่งที่นิยมเลือกใช้ เพราะจะสามารถกู้ผ่านได้ง่ายขึ้น และหากได้สำรวจตัวเองหรือกำหนดตัวผู้กู้ร่วมเสียตั้งแต่แรกก็จะยิ่งดี จะได้มีเวลาเตรียมตัว เพราะถึงแม้จะเป็นผู้กู้ร่วม แต่ก็ต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้กู้หลัก

garden-single-02-01

Tip

ผู้กู้ร่วม หมายถึง ลูกหนี้ร่วม ในทางกฎหมายลูกหนี้ร่วมจะต้องรับผิดชอบหนี้เป็นส่วนเท่ากัน เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้นผู้กู้ร่วมควรเป็นบุคคลในครอบครัวหรือญาติพี่น้อง แต่หากต้องการใช้บุคคลอื่นก็สามารถทำได้ แต่ผู้กู้ร่วมจะต้องมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในหลักทรัพย์นั้น และต้องยอมรับในภาระหนี้ ในกรณีที่ผู้กู้หลักไม่สามารถชำระหนี้ได้

ไม่มีเงินเดือนกู้ซื้อบ้านได้หรือไม่

keyboard_arrow_up