ผสมผสานอย่างลงตัวแบบฉบับ บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย

บ้านหลังนี้เป็นของครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกมีอายุตั้งแต่ 8 ขวบถึง 84 ปี ทั้งยังมีเรื่องราวมากมายที่ถ่ายทอดผ่านข้าวของเครื่องใช้จากรุ่นสู่รุ่น เกิดเป็นการผสมผสานให้บ้านโมเดิร์นหลังนี้มีกลิ่นอายความเป็นไทยแทรกอยู่ในทุกมุมของบ้าน โดยเจ้าของบ้านก็คือ คุณป่อง-ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกหญิงแห่ง Case Studio ผู้ทำงานเพื่อชุมชนมาอย่างยาวนาน

บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย

คุณป่องบอกเล่าความเป็นมาของการสร้างบ้านใหม่ว่า ทางครอบครัวได้ตกลงขายที่ดินของบ้านเก่าซึ่งอยู่อีกฟากของถนนไป โครงการสร้างหลังใหม่ขึ้นทดแทนจึงได้เริ่มขึ้นด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยอาศัยการเรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยทุกคนในบ้านหลังเก่ามาเป็นปัจจัยหลักในการออกแบบ ได้แก่ คุณแม่ของคุณป่องซึ่งอายุ 84 ปี และลูกอีก 3 คน ไล่มาตั้งแต่ตัวคุณป่องเอง คุณเอ็ด น้องชายคุณป่องกับภรรยาและลูกอีก 2 คน คนเล็กสุดอายุ 8 ขวบ และคุณอุ้ย น้องสาวซึ่งเป็นครูสอนดนตรี

“จากเดิมที่แต่ละคนจะมีบ้านเป็นหลังๆ คนละหลัง แยกกันไปในเนื้อที่กว่า 4 ไร่ แต่สุดท้ายพอหลายปีเข้า วิถีชีวิตเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นว่าทุกคนกลับมารวมกันอยู่ที่บ้านแม่ มาอยู่บ้านแม่ มากินข้าวบ้านแม่ บ้านหลังอื่นๆใช้กันแค่ห้องเดียว แต่บ้านแม่กลับมีที่ไม่พอ”

คุณป่องอธิบายถึงที่มาของการปรับเปลี่ยนบ้านใหม่ที่กลายเป็นผลลัพธ์ที่ต่างจากบ้านหลังเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยในพื้นที่เดิมนั้นยังประกอบด้วย บ้านไม้โบราณที่สร้างโดยคุณตาของคุณป่องเองร่วมกับช่างจีนที่ว่าจ้างมา นอกจากนี้ยังมีออฟฟิศสถาปัตย์ของ Case Studio กับออฟฟิศรับเหมา Ed The Builder และบริษัททัวร์ของน้องชาย โรงเรียนสอนดนตรีของน้องสาว รวมทั้งต้องมีพื้นที่ห้องพักแขกของเพื่อนๆ ด้วย

บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย

“จริงๆ แล้วมีเพื่อนมาค้างที่บ้านตั้งแต่ ป.2” คุณป่องอธิบายลักษณะพฤติกรรมอีกอย่างหนึ่งของครอบครัวนี้ “พอไปเรียนต่อ ก็ยังมีเพื่อนที่เมืองนอกตามมาค้างที่บ้านอีก เรียกว่าถ้ามีสมุดเซ็นชื่อแบบโรงแรม จะเห็นเลยว่าเคยมีเพื่อนจากทุกทวีปมาค้างที่บ้านหมดแล้ว และก็มีปาร์ตี้เยอะมาก (หัวเราะ) เลยเป็นอีกโจทย์ที่ต้องทำพื้นที่รองรับเพื่อนๆ ด้วย ทั้งเพื่อนที่มาอยู่ชั่วคราวและเพื่อนที่จะมาอยู่ถาวร ซึ่งแบบหลังก็จะแยกเป็นอาคารไว้ 2 ยูนิต เป็นเพื่อนญี่ปุ่นกับคนเช่าบ้านในบางส่วนของบ้านหลังเก่าที่อยู่กันมานานมากจนเป็นเพื่อนกันไปแล้ว ฝากฝังกันได้ แม่ก็เลยบอกให้สร้างตรงนี้ด้วยนะ” ทั้งหมดนี้จึงเป็นโจทย์หลายข้อที่ต้องปรับเปลี่ยนใหม่ให้ลงตัวในพื้นที่ 1 ไร่ที่มีลักษณะเป็นแนวยาว

เนื่องจากบ้านไม้โบราณอายุเกือยร้อยปีทรุดโทรมลงมาก ตัวเสาเดิมผุกร่อน และภายในดูทึม ไม่เหมาะกับวิถีชีวิตสมัยใหม่แล้ว จึงกำหนดให้เป็นประธานของบ้าน และเป็นหอพระซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปอย่างเดียว เพื่อให้สมาชิกในบ้านยังรู้สึกอุ่นใจที่ได้เห็นบ้านไม้หลังนี้ มีการตีความพื้นที่ใต้ถุนสูงของเรือนไทยใหม่ เพื่อให้สอดรับกับการใช้ชีวิตและรูปแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นที่สร้างขึ้นใหม่ โดยการยกเรือนไทยไปไว้บนชั้นสองของอาคารกลาง ส่วนชั้นล่างของอาคารกลางนี้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับสังสรรค์รวม ซึ่งมีทั้งโซฟารับแขก มุมดูโทรทัศน์ แพนทรี่ แกรนด์เปียโน และมุมนั่งของคุณยาย ด้านหนึ่งเปิดเป็นบานกระจกหันหน้าสู่สระว่ายน้ำตามแนวยาว อีกด้านซึ่งตรงกับที่จอดรถจะมีช่องหน้าต่างขนาดเล็ก และยาวเจาะเอาไว้ในตำแหน่งที่คุณแม่สามารถนั่งมองเห็นผู้คนที่เข้า-ออกบ้านได้ด้วย

บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย บ้านโมเดิร์นกลิ่นอายไทย

อ่านต่อหน้า 2

keyboard_arrow_up