อยู่กับบ้าน…อยู่กับธรรมชาติ

แนวทางการทำบ้านที่ใกล้ชิดธรรมชาติเป็นหัวใจหลักของหนังสือ NATURE HOMES เราพบว่าเจ้าของบ้านแต่ละคนนอกจากจะมีรสนิยมในการอยู่อาศัยกับธรรมชาติแล้ว พวกเขายังทำบ้านที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม น่าอยู่ อบอุ่น เรียบง่าย และติดดิน  จัดสรรพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับการอยู่บ้านได้อย่างกลมกลืน มีงานอดิเรกดี ๆ ที่ทำให้หัวใจเป็นสุข มีอาหารอร่อยจากพืชผักและผลไม้ในสวน มีระเบียงกว้างให้ออกมานั่งชมต้นไม้ใบหญ้า ไม่สะสมข้าวของมากมายเกินจำเป็น ใช้ชีวิตแบบ Slow Living  มีจังหวะช้า ๆ ทว่ามั่นคง ยั่งยืน   ข้อคิดในการอยู่อาศัยกับธรรมชาติจากบ้านทั้ง 9 หลัง ภายในบ้านทำช่องเปิดและช่องแสงมากมายเพื่อรับแสงธรรมชาติ ทำให้บ้านสว่าง โปร่งโล่ง ไม่ติดเครื่องปรับอากาศหรือใช้เท่าที่จำเป็น เลือกใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น ช่วยประหยัดการซื้อวัสดุใหม่ และการขนส่ง ใช้ต้นทุนในการทำบ้านแบบจำกัดงบประมาณ บางอย่างลงมือทำเอง ทำให้เห็นคุณค่าของวัสดุและงานทำมือ ใช้วัสดุจากธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างบ้านทั้งไม้ ดิน ซึ่งไม่สะสมความร้อน ทำให้บ้านอยู่สบาย ใช้ไม้เก่าสร้างบ้าน เลือกขนาดไม้ตามการใช้งาน และตัดไม้เท่าที่จำเป็น รวมทั้งนำวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงเป็นของตกแต่งบ้านดีไซน์เก๋ที่มีเพียงชิ้นเดียว ทำระเบียงกว้างเชื่อมต่อระหว่างในบ้านและนอกบ้านทำให้รู้สึกใกล้ชิดเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ บ้านหลายหลังอยู่ในชนบท เปิดบ้านออกมาเจอภูเขา ทุ่งนา แม่น้ำ แปลงผัก ส่วนบ้านในเมืองก็เลือกใช้วิธีทำหน้าต่างบานกว้าง ม องเห็นต้นไม้ที่ปลูกอยู่ภายนอกหยิบยืมบรรยากาศสวนให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน วางตำแหน่งห้องน้ำ […]

มาเพาะสปอร์เฟินกัน

เฟินเป็นพืชที่ไม่มีดอก จึงไม่มีผลและเมล็ดไว้ขยายพันธุ์ ธรรมชาติจึงสร้างให้เฟินมีอับสปอร์ (sporangium) อยู่ที่ด้านหลังใบ ซึ่งจะแตกออกและปลดปล่อยสปอร์ที่มีลักษณะคล้ายฝุ่นผงเล็กๆสีน้ำตาลให้ปลิวไปตามลม เมื่อไปตกในบริเวณที่เหมาะสมก็จะเจริญเติบโต เราสามารถ “เพาะสปอร์เฟิน” เหล่านี้ได้ แต่มักไม่ค่อยนิยมทำ เพราะยุ่งยากและใช้เวลานานกว่าต้นจะเติบโตสวยงาม แต่เราก็มีโอกาสได้ต้นกลายพันธุ์ที่อาจเป็นเฟินชนิดใหม่ในโลกก็เป็นได้ ดังนั้นเรามาเพาะสปอร์เฟินกันดีกว่า เตรียมสปอร์เฟินให้พร้อมใช้ Tips สปอร์เฟินแต่ละชนิดมีอายุไม่เท่ากัน บางชนิดเก็บได้นานเป็นปี บางชนิดอายุสั้น ต้องรีบเพาะภายใน 1 – 2 เดือน ควรศึกษาชนิดของเฟินเพิ่มเติม การเพาะสปอร์ Tips วิธีฆ่าเชื้อวัสดุเพาะ คั่ววัสดุปลูกในกระทะให้ร้อน หรือใส่เตาอบนาน 15 – 20 นาที ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำมาใช้ วัสดุเพาะที่นิยมใช้ ได้แก่ รากเฟินชายผ้าสีดา ดินเหนียวหรือดินสวนที่ฆ่าเชื้อแล้ว การเพาะสปอร์ใช้กับเฟินได้ทุกชนิด หรือใช้กับเฟินที่ขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นไม่ได้อย่างเฟินหายากต่างๆ เช่น บัวแฉก เฟินชนิดที่แบ่งกอแล้วทำให้รูปทรงต้นไม่สวยงาม เช่น เฟินข้าหลวง เฟินก้านดำบางชนิด เป็นต้น ข้อมูลจากหนังสือ มือใหม่หัดปลูกเฟิน โดยอุไร จิรมงคลการ สงวนสิทธิ์ โดย บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง […]

ปลูกเฟินต้องใส่ปุ๋ยหรือไม่

มีหลายคนเข้าใจว่าเฟินขึ้นง่าย โตเร็ว ขอแค่ที่ร่มๆ อากาศชื้นๆ ก็พอ  จริงๆ แล้วธรรมชาติของเฟินก็เหมือนต้นไม้อื่นๆ ที่ต้องการน้ำและธาตุอาหารเพื่อให้ต้นเจริญงอกงาม แต่ก็มีข้อที่แตกต่างตรงที่ เฟินไม่ได้ต้องการปุ๋ยหรือธาตุอาหารมากนัก โดยเฉพาะต้นที่ดูแลดีๆ เปลี่ยนวัสดุปลูกอยู่เสมอ การให้ปุ๋ยเฟินจึงคล้ายกับกล้วยไม้ คือ ให้ทีละน้อย แต่ให้บ่อยๆ   ปุ๋ยแบบไหนที่เฟินชอบ ในตลาดมีปุ๋ยจำหน่ายหลายแบบหลายยี่ห้อ ทั้งปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ฯลฯ และปุ๋ยเคมี มีทั้งชนิดเม็ด ชนิดน้ำ ซึ่งสามารถใช้กับเฟินแต่ละชนิดได้ดีและขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ปลูกเลี้ยง ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นวัสดุจากธรรมชาติ จึงเหมาะกับพืชทุกชนิดรวมทั้งเฟิน แต่อาจมีวัชพืชหรือเชื้อราติดมา ทำให้ต้นพืชเกิดปัญหา ดังนั้นก่อนใช้งาน ควรตากแดดให้แห้งหรืออบฆ่าเชื้อก่อน ถ้าใช้ปุ๋ยคอกจากมูลหมู ควรหมักทิ้งไว้ให้โซดาไฟที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมาสลายก่อนนำมาใช้ ในกรณีของปุ๋ยน้ำชีวภาพ ควรเจือจางก่อนนำมาใช้ เพราะมีส่วนผสมของกากน้ำตาล ถ้าใช้แบบเข้มข้นอาจทำให้ใบไหม้ได้ นอกจากนี้ก็มีปุ๋ยอินทรีย์อีกชนิดที่ปลอดภัยกับเฟินก็คือปุ๋ยปลา ซึ่งมีราคาแพงและหายาก ปุ๋ยเคมี ที่นิยมใช้มีหลายแบบ ควรใช้น้อยกว่าที่ระบุไว้บนฉลาก ในกรณีของปุ๋ยเม็ดและปุ๋ยละลายช้าให้หว่านรอบโคนต้น โดยเว้นระยะห่างจากโคนต้นพอสมควร เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่ม เฉพาะปุ๋ยละลายช้าจะมีสูตร 3 เดือน 6 เดือน จึงไม่จำเป็นต้องใส่บ่อยๆ ส่วนปุ๋ยเกล็ดละลายช้า […]

วิธี เลี้ยงไก่ สไตล์คนเมือง

ไข่ไก่สดๆจากเล้ารสชาติอร่อยที่ได้ลองกินทำเอาติดใจจนอยากจะลอง เลี้ยงไก่ ไว้เก็บไข่กินเองดูบ้างระยะหลังมานี้หลายบ้านก็เริ่มหันมาเลี้ยงไก่ไข่ไว้ในครัวเรือน

เหลืองชัชวาล ปลูกง่าย สวยไว

ภาพ เหลืองชัชวาล กำลังออกดอกสะพรั่งชุดนี้ คุณปกรณ์ ปรีชาพงษ์ เจ้าของรางวัลสวนจัดเองยอดเยี่ยมปี 2549 นิตยสารบ้านและสวน เก็บภาพมาฝากค่ะ

มาป้องกันและกำจัดหอยทากกัน

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า พืชผักและไม้ประดับในสวนน้อยๆ ของเรา ยอดมักกุด ใบก็หายไป เหลือแต่กิ่งก้านกับลำต้นโด่เด่ พอมองหาตัวการก็มักพบทากและหอยทากคลานวนเวียนใกล้ๆ ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ บางครั้งมาเป็นขบวนแบบไม่เกรงใจใคร หากไม่อยากให้ต้นไม้ในสวน โดยเฉพาะผักกินใบที่เราปลูกไว้เสียหาย จึงควรป้องกันกำจัดก่อนจะสายเกินไป วิธีป้องกันกำจัดทากและหอยทากตัวร้ายที่ง่ายที่สุดคือ อย่าปล่อยให้บ้านหรือสวนของเราอับชื้น รก สกปรก ควรหมั่นเก็บเศษใบไม้ใบหญ้า ผลไม้เน่าเสีย เศษอาหารออกไปทิ้ง เพื่อตัดแหล่งอาหารของหอยทาก และหมั่นดูแลตัดแต่งกิ่งต้นไม้ อย่าให้ร่มครึ้มจนแสงแดดส่องไม่ถึงพื้นดิน เพราะทากและหอยทากชอบอยู่ในที่อับชื้น ทั้งยังขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว อีกวิธีที่ช่วยกำจัดทากและหอยทากได้ดี ก็คือ เก็บหอยทากเหล่านั้นออกไปทิ้ง แต่ต้องนำไปทิ้งให้ไกลจากสวนหรือตัวบ้านหน่อยนะคะ ไม่งั้นพวกมันจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และอาจมีจำนวนมากกว่าที่เก็บทิ้งเสียอีก แต่หากจัดการด้วยวิธีดังกล่าวแล้วยังคงมีทากและหอยทากกวนใจ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่จะพบมากเป็นพิเศษ เรามีวิธีป้องกันกำจัดที่ได้ผลมาฝาก เพียงแค่ใช้ของที่มีอยู่ในครัวให้เป็นประโยชน์ ดังนี้ เปลือกไข่ หลังจากทำอาหารเมนูไข่เสร็จแล้วอย่าเพิ่งทิ้งเปลือก เพราะเปลือกไข่นอกจากใส่เป็นปุ๋ยเสริมธาตุอาหารให้พืชผักได้แล้ว ยังช่วยกำจัดทากและหอยทากได้ชะงัด วิธีทำ ล้างเปลือกไข่ให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง บดให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วโรยรอบๆ แปลงผักหรือรอบกระถาง เมื่อทากหรือหอยทากคลานผ่านมาโดนเปลือกไข่มันจะระคายเคือง ก่อนล่าถอยไม่มายุ่มย่ามกินผักในแปลงหรือกระถางของเรา กระเทียม นอกจากช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืชได้ดีแล้ว ยังช่วยป้องกันทากและหอยทากไม่ให้เข้าใกล้ต้นไม้ของเราได้ด้วย เนื่องจากกระเทียมมีธาตุกำมะถันสูง มีกลิ่นที่ช่วยไล่และยับยั้งสัตว์เหล่านี้ วิธีทำ ตำกระเทียมทั้งเปลือก 2-3 […]

จัดพื้นที่กลางให้คุณตาคุณยาย

พื้นที่นั่งเล่น เป็นที่รวมของสมาชิกทุกคนในบ้าน เป็นมุมนั่งเล่นของคุณตาคุณยาย เป็นมุมเอกเขนกของเด็กๆ และเป็นมุมเย็บปักถักร้อยของคุณๆ แม่บ้าน ในบ้านที่มีพื้นที่ไม่มากมาย พื้นที่ส่วนนี้มักรวมกับส่วนรับประทานอาหารไว้ด้วย มาดูไอเดียการจัดพื้นที่กัน 01.มุมเก็บของ คนแต่ละวัยมีความสะดวกในการจัดเก็บของต่างกัน คือ ชั้นล่าง เหมาะกับสมาชิกวัยเด็กใช้เก็บของเล่น เพราะหยิบง่าย เก็บสะดวก ชั้นสูงระดับเอว เหมาะกับคุณตาคุณยาย เพราะไม่ต้องก้ม ไม่ต้องเอื้อม ชั้นสูงกว่าระดับเอว เหมาะกับการเก็บของทั่วไป ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจใช้เก็บหนังสือและของอื่นๆ ที่ไม่อยากให้ลูกๆ รื้อค้น 02.มุมเด็กเล่น ควรจัดไว้ด้านในสุด เพื่อความเป็นส่วนตัว ควรเตรียมชั้นวางของ กล่องหรือตะกร้าใส่ของไว้ให้พร้อม 03.มุมทำการบ้าน เลือกโต๊ะกลางขนาดใหญ่ ให้เด็กได้ใช้เป็นโต๊ะทำการบ้านหรือทำงานอดิเรก เช่น วาดรูป ปั้นดินน้ำมัน 04.มีพื้นที่สำหรับรถเข็น เผื่อพื้นที่ว่างให้รถเข็นของคุณตาคุณยายได้เข้าถึงทุกพื้นที่ โดยไม่มีสิ่งกีดขวางและควรทำพื้นให้เรียบเสมอกัน 05.โต๊ะอาหารพร้อมหน้า วางโต๊ะอาหารให้มีพื้นที่รอบโต๊ะให้รถเข็นผ่านได้สะดวก และเผื่อพื้นที่ให้คุณตาคุณยายเข็นรถมานั่งรับประทานอาหารพร้อมหน้ากันได้ 06.เคานเตอร์หรือแพนทรี ควรออกแบบแพนทรีให้คุณตาคุณยายที่นั่งรถเข็นใช้ได้สะดวก โดยทำเคานเตอร์สูง 75 เซนติเมตร มีพื้นที่ว่างใต้เคานเตอร์สูงไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร และลึกอย่างน้อย 40 เซนติเมตรเพื่อให้รถเข็นสอดเข้าได้ Note: * […]

ผลิตภัณฑ์รักษาเนื้อไม้

การใช้ไม้ในงานก่อสร้าง ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน สิ่งสำคัญที่ต้องนึกถึงคือ การดูแลไม้ให้อยู่ในสภาพแข็งแรง ทนทาน สวยงามตลอดอายุใช้งาน ซึ่งนอกจากการทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูตามปกติแล้ว การใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ก็เป็นเรื่องที่ควรทำ ผลิตภัณฑ์รักษาเนื้อไม้ ที่มีจำหน่ายในบ้านเรา มีหลายชนิดจนผู้ใช้หลายรายสับสน ในที่นี้ขอแบ่งประเภทตามการใช้งานดังนี้ น้ำมันรองพื้น ใช้ทารองพื้นไม้เพื่ออุดเสี้ยน ทำให้ผิวไม้เรียบ ช่วยให้สีหรือน้ำยาเคลือบต่างๆ ยึดเกาะกับผิวไม้ได้ดี ป้องกันยางไม้ ทำให้ไม้ไม่เปลี่ยนสี น้ำยาเคลือบภายใน สำหรับใช้กับไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ภายในบ้าน ใช้ทาทับบนผิวไม้ มีให้เลือก 2 แบบคือ ชนิดเงา (ไม่มีสี) เหมาะกับไม้ที่มีลายสวยงาม เช่น ไม้สักทอง ไม้มะค่า หรือไม้เนื้ออ่อนบางชนิด ทาได้ทั้งพื้นปาร์เกต์และเฟอร์นิเจอร์ ชนิดกึ่งเงา (มีเฉดสี) เหมาะกับผนังไม้ วงกบประตู หน้าต่าง และงานไม้ต่างๆ ให้ความแข็งแรง ทนการขูดขีด สามารถใช้พอลิยูริเทนทาทับได้ น้ำยาเคลือบภายนอก เป็นพอลิยูรีเทนชนิดพิเศษ ให้ความคงทนและเงางาม น้ำยาเมื่อแห้งจะเป็นฟิล์มเคลือบบนผิวไม้ ช่วยป้องกันรังสียูวีและความร้อนจากแสงแดด เหมาะกับการใช้งานภายนอกบ้าน หรือทาพื้นไม้ พื้นปาร์เกต์ และเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ ถ้าไม่ชอบความมันเงาหรือไม่ต้องโชว์ลายไม้ก็สามารถใช้ยูรีเทนชนิดด้านทาทับได้ สีทาย้อมไม้ […]

อย่าให้เรื่องปลวกๆ มากวนใจ

มาทำความรู้จักและ วิธีกำจัดปลวก ปลวกเป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวอ่อนนุ่ม มีสีขาวขุ่นไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลแก่ ในโลกนี้มีปลวกอยู่ประมาณ 2,000 ชนิด ทั้งที่บินได้ บินไม่ได้ อยู่ใต้ดิน ทำรังในต้นไม้หรือไม้แห้ง ฯลฯ ส่วนใหญ่ชอบกัดกินเนื้อไม้ สามารถเดินผ่านคอนกรีตซึ่งเป็นส่วนล่างของอาคารไปตามผนัง รอยร้าว ที่ว่างหรือรอยต่อขึ้นไปทำลายโครงสร้างไม้ที่อาคารชั้นบน แต่จะไม่เดินผ่านวัสดุที่เป็นกระจก โลหะและพลาสติก เราจึงต้องหา วิธีกำจัดปลวก ชนิดของปลวก แบ่งตามลักษณะการอยู่อาศัยคือ ปลวกในเนื้อไม้ พวกนี้สร้างรังหรือทางเดินอยู่ในไม้ตลอดชีวิต แบ่งเป็น ปลวกไม้เปียก เป็นปลวกที่อาศัยอยู่ในไม้ที่มีความชื้นสูง หรือไม้ผุที่อยู่ในที่อากาศเย็น ปลวกไม้แห้ง เป็นปลวกที่อาศัยในที่แห้งแล้งหรือมีความชื้นเพียงเล็กน้อย มักพบตามไม้แห้งหรือตากแดดจนแห้งแล้ว ปลวกพวกนี้ทำความเสียหายให้บ้านเรือนมาก โดยเฉพาะไม้ที่ใช้งานมานาน เป็นปลวกที่ไม่ทำทางเดินด้วยดิน จึงมองไม่เห็นตัว แต่จะพบขี้ก้อนกลมๆ เล็กๆ กองอยู่ที่โคนเสาหรือไม้ที่เข้าทำลาย ปลวกในดิน พวกนี้สร้างรังในดินหรือส่วนที่ติดกับดิน เช่น ตอไม้แห้ง ท่อนที่วางบนดิน หรือเสาไม้หรือไม้ในบ้าน อาคารที่ตั้งอยู่บนดิน แบ่งเป็น ปลวกใต้ดิน จะเจาะพื้นดินลงไปทำรังอยู่ใต้ดิน หรืออยู่ในบริเวณไม้ที่อยู่ติดดิน รังมีรูพรุนคล้ายฟองน้ำ หาอาหารเหนือพื้นดิน สร้างทางเดินด้วยดิน ปลวกชนิดนี้เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยไม้ ปลวกที่สร้างจอมปลวก […]

เรื่องพื้น พื้น ที่ควรรู้ไว้

พื้นเป็นส่วนสำคัญของบ้านที่ต้องพิจารณาและวางแผนตั้งแต่เริ่มการก่อสร้าง พื้นบ้านมีหลายแบบด้วยกัน ในที่นี้ขอแยกดังนี้ พื้นบนดิน หมายถึง พื้นที่ติดกับดิน เป็นพื้นที่ถ่ายน้ำหนักลงดิน เช่น พื้นบ้านชั้นล่าง พื้นระเบียงบ้าน โรงรถ พื้นลอย หมายถึง พื้นที่อยู่เหนือดินและถ่ายน้ำหนักลงบนคาน เสา แล้วถ่ายลงดินอีกทอดหนึ่ง เช่น พื้นบ้านชั้นสอง พื้นเฉลียง และพื้นดาดฟ้า ส่วนประกอบของพื้นจึงประกอบด้วย คอนกรีตเสริมเหล็กและไม้ พื้นไม้ ส่วนใหญ่เป็นพื้นลอย เพื่อหลีกเลี่ยงความชื้นจากพื้นดิน ซึ่งทำให้ไม้ผุ การทำพื้นไม้ต้องพิจารณาเรื่องการวางแนวคานตามช่วงยาวของเสา วางลงในช่องแคบของเสา และพื้นไม้จะปูทับลงตามแนวคาน หรือปูขวางส่วนขนานของคาน ตง และพื้นนั้นต้องสัมพันธ์กันตลอด เพื่อให้รับน้ำหนักได้ทั่วถึงและถ่ายน้ำหนักไปยังคาน เสา และฐานรากได้อย่างดี การปูพื้นไม้ทำได้ทั้งการเรียงพื้นไม้ติดกัน การปูพื้นแบบเข้าลิ้นด้วยการบังใบ ใช้ลิ้นสอด หรือลิ้นในตัว และการปูเว้นร่อง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับพื้นระเบียงภายนอก ไม้ที่นิยมใช้ทำพื้นก็มีทั้งที่เป็นไม้แท้ เช่น ไม้มะค่า ไม้สัก ไม้เต็ง ซึ่งแข็งแรงทนทาน พื้นไม้อีกชนิดที่นิยมคือ ปาร์เก้ต์ มีทั้งที่ทำจากไม้มะค่า ไม้แดง ไม้สัก และปาร์เกต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ไม้แอช […]

นำแสงเข้าบ้านด้วยหลังคารับแสง

การทำ หลังคารับแสง หรือสกายไลท์ เป็นกลยุทธ์หนึ่งของการนำแสงสว่างเข้าสู่ตัวบ้าน  ช่วยให้ภายในบ้านสว่างไสว ประหยัดค่าไฟฟ้า ทั้งความร้อนจากแสงแดดยังช่วยฆ่าเชื้อโรค ไล่ความชื้น ทำให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้บ้านสะอาด ปลอดเชื้อโรคไม่อับชื้น แต่เนื่องจากบ้านเรามีอากาศร้อน การทำหลังคารับแสงจึงต้องพิจารณาในเรื่องต่างๆ  คือ 1.ขนาดของหลังคารับแสง ในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง โดยทั่วไปกำหนดขนาดหลังคารับแสงไม่เกิน 10 เปอร์เซนต์ของพื้นที่ห้อง ส่วนห้องที่มีหน้าต่างหรือช่องแสงอยู่บ้าง ก็ไม่เกิน 5 เปอร์เซนต์ของพื้นที่ห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้านมากเกินไป 2.ทิศทางและปริมาณแสง ที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลาที่ต้องใช้งานพื้นที่นั้นๆ ทิศเหนือ เป็นแสงที่ดีที่สุด เพราะแสงแดดไม่ร้อนแรง เนื่องจากไม่ใช่ทางโคจรของดวงอาทิตย์ เหมาะกับห้องนอน ห้องนั่งเล่น ระเบียง/เฉลียง ทิศใต้ ให้แสงเต็มที่ในฤดูหนาว เนื่องจากโลกจะหันแกนด้านทิศใต้รับแสงอาทิตย์ คนไทยเรียกว่า “ตะวันอ้อมข้าว” ควรเป็นโถงบันได ห้องน้ำ ห้องรับประทานอาหาร หรือห้องครัวก็ยังพอได้ ทิศตะวันออก เป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น บริเวณที่หันเข้าสู่ทิศนี้จะได้รับแสงในตอนเช้า อาจเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องนอน ทิศตะวันตก เป็นทิศที่ให้แสงสว่างมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงบ่าย อาจเป็นโถงบันได ห้องน้ำ 3.รูปแบบของหลังคารับแสงหรือสกายไลท์ มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบสำเร็จรูปและสั่งทำ โดยแบบสั่งทำมักใช้วัสดุโปร่งแสงประเภทพอลิคาร์บอเนต มีรูปทรงหลากหลาย เช่น ทรงโดม พีระมิด ครึ่งวงกลม เป็นต้น   วัสดุอะไรบ้างที่ยอมให้แสงผ่านได้ กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์กลาสแบบใส เป็นวัสดุที่ผลิตจากการผสมใยแก้วชนิดพิเศษ (ไฟเบอร์กลาส) […]

วัสดุ: ผลิตภัณฑ์จากไม้

ไม้เป็นวัสดุจากธรรมชาติ ต้องอาศัยเวลาเพื่อให้เติบโต และสมบูรณ์จนใช้งานได้ จึงทำให้ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้งาน การคิดค้นและผลิตไม้ทดแทนในรูปแบบต่างๆ จึงเกิดขึ้นและนิยมใช้อย่างแพร่หลาย ได้แก่ แผ่นวัสดุที่ใช้ไม้ชิ้นเล็กประสานกัน หรือนิยมเรียกว่า ลามิเนตบอร์ด (Laminated Board) ประกอบขึ้นจากแผ่นไม้บาง (Veneer) ที่ใช้เครื่องจักรปอกหรือฝานเป็นแผ่น นำมาซ้อนให้ได้ความหนาตามต้องการแล้วอัดด้วยกาว หรือใช้แผ่นไม้แปรรูปบางๆ ที่ต่อประสานกันเป็นแผ่นทำเป็นไส้ (Core) เพื่อให้หนาขึ้น เช่น ไม้อัด (Plywood) ใช้แผ่นไม้บางวางให้เสี้ยนไม้สลับทิศทางกันในแต่ละชั้น ทากาวแล้วอัดเข้าด้วยกัน มีทั้งไม้อัดสัก ไม้อัดยาง ไม้อัดมะปิน รวมถึงชนิดที่ใช้ไม้ต่างประเทศ เช่น ไม้อัดแอช ไม้อัดบีช ไม้อัดเมเปิ้ล มีขนาด 4×8 ฟุต หรือ 1.22x 2.44 เมตร  หนาตั้งแต่ 4,6 (ใช้ทำโครงตู้ ชั้น และโต๊ะ) 10,15 และ 20 มม. (ใช้ทำโครงตู้โดยไม่ต้องเสริมโครง) มีทั้งแบบกันน้ำและไม่กันน้ำ ไม้อัดไส้ระแนง (Block Board)  คือไม้อัดที่มีไส้ทำจากไม้แปรรูปชิ้นเล็กๆ […]

วัสดุ: ไม้ (wood)

ไม้เป็นวัสดุที่มีเสน่ห์ ผิวสัมผัสและลวดลายมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ บ้านเรานิยมใช้ไม้ก่อสร้างอาคารบ้านเรือนต่างๆ เช่น เป็นส่วนโครงสร้าง เสา ฝา คาน พื้น บันได ฯลฯ และตกแต่งภายใน เช่น ปูพื้น กรุผนัง ทำเฟอร์นิเจอร์ ประตู หน้าต่าง เป็นต้น ในประเทศไทยจำแนกประเภทของไม้ตามลักษณะความแข็งแรงดังนี้ ไม้เนื้ออ่อน เป็นไม้ที่มีวงปีกว้างมาก เนื่องจากเป็นไม้โตเร็ว ลำต้นใหญ่ เนื้อค่อนข้างเหนียว แต่ทำงานได้ง่าย เนื้อไม้มีสีจางหรือค่อนข้างซีด อาทิ ไม้กระบาก ไม้ยาง ไม้ฉำฉา ไม้เหียง ไม้โมก ไม้กระท้อน ไม้ยมหอม ไม้จำปาป่า ไม้สนต่างประเทศ เป็นต้น เหมาะกับงานในที่ร่มหรืองานชั่วคราว งานตกแต่ง และเครื่องมือเครื่องใช้ ไม้เนื้อแข็ง เป็นไม้ที่มีวงปีมากกว่าไม้เนื้ออ่อน เพราะเจริญเติบโตช้ากว่า คือต้องมีอายุหลายสิบปีจึงจะนำมาใช้งานได้ ลักษณะทั่วไปของไม้คือ มีเนื้อมัน ลายละเอียด เนื้อแน่น สีเข็ม (แดงถึงดำ) มีน้ำหนักมาก แข็งแรงทนทาน เช่น ไม้สัก ไม้ตะแบก ไม้ประดู่ ไม้มะเกลือ เป็นต้น เหมาะสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ งานก่อสร้างบ้าน และเครื่องมือ ไม้เนื้อแกร่ง เป็นไม้ที่เจริญเติบโตช้ามาก จึงทำให้วงปีถี่มากกว่าไม้สองชนิดแรก […]

ซาชิโกะ การปักผ้าแบบญี่ปุ่น

ซาชิโกะ (刺し子) เป็นรูปแบบการเย็บด้วยมือของชาวญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งใช้วิธีเย็บแบบง่ายๆ คือการด้นตะลุย (Running Stitch) เป็นลวดลายซ้ำๆ หรือสานกันเป็นลวดลายต่างๆ คล้ายงานปักด้นของชาวไทยภูเขาในบ้านเรา สันนิษฐานกันว่ามีที่มาจากการเย็บผ้าหลายๆ ชั้นให้ติดกัน (ควิลต์) เพื่อให้ใช้งานได้ทนทาน ป้องกันความหนาวเย็น ฯลฯ เนื่องจากเนื้อผ้าที่ทอผ้าใช้ในครัวเรือนแบบดั้งเดิมไม่แข็งแรง ทนทานเช่นปัจจุบัน  ต่อมาจึงพัฒนาลวดลายออกไปมากมาย จนกลายเป็นงานเย็บปักที่แพร่หลายทั่วไป  โดยเฉพาะในหมู่สตรีที่อยู่ตามท้องไร่ ท้องนาและผู้ใช้แรงงาน ได้นำเอางานปักซาชิโกะมาใช้ซ่อมแซมเสื้อผ้าและของใช้ เช่น ฟูก หมอน ผ้ากันเปื้อน เสื้อคลุม ที่เรียกว่า Boro (แปลว่า ผ้าขี้ริ้ว) ซึ่งใช้การปะผ้าที่รอยขาดบนเสื้อผ้า ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง เราจึงคุ้นกับงานปักซาชิโกะที่ปักด้วยด้ายสีขาวบนผ้าพื้นสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งชาวไร่ ชาวนาและคนใช้แรงงานสวมใส่กัน (ในสมัยเอโดะห้ามคนใช้แรงงานสวมเสื้อผ้าสีสด ส่วนคนในชนบทนิยมย้อมผ้าเป็นสีน้ำเงินเข้มก็เพราะทนทาน บ้างก็ว่าไล่แมลงต่างๆ) ลายปักซาชิโกะส่วนใหญ่มักมีรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งใช้วิธีด้นตะลุยได้ง่าย ลายมีทั้งที่ดัดแปลงจากลายปักของจีน และได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติรอบตัว เช่น ลายคลื่น ลายภูเขา ลายต้นสน ลายเมล็ดข้าว ฯลฯ การปักใช้เข็มและด้ายที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ ด้ายส่วนใหญ่ทำจากฝ้ายควั่นเป็นเส้นกลม ปัจจุบันประยุกต์ไปใช้ผ้าและด้ายปักสีต่างๆ แบบที่ใช้ปักผ้าทั่วไป เช่น […]

NATURE LEARN ห้องเรียนธรรมชาติ

  สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหากิจกรรมสนุก ๆ ช่วงปิดเทอมให้กับเด็กๆ หนังสือ Nature Learn ห้องเรียนธรรมชาติ เล่มนี้ไม่เพียงแต่แนะนำสถานที่ให้พาเด็ก ๆ มาเรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังให้แนวคิดการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่นำมาปรับใช้ในบ้าน หรือจะรวมกลุ่มพ่อแม่ที่มีความสนใจในแนวทางเดียวกันทำกิจกรรมขึ้นมากันเองก็ได้ เพราะการที่เด็ก ๆ ได้ออกมาอยู่กับธรรมชาติไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทางด้านร่างกายของเขาเท่านั้นแต่ยัง เสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ สติปัญญา และพัฒนาการ สถานที่แนะนำภายในเล่มนี้ยังเป็นทางเลือกให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีที่กว้าง ๆ มากพอให้เจ้าตัวน้อยได้วิ่งเล่นได้ลองพาเขาออกมาอยู่กับสายลม แสงแดด ต้นไม้ ลำคลอง ลองไปเช้าเย็นกลับแค่ 1 วันดูก่อนที่ ฟาร์มเดอเล็ก ไร่ปลูกรัก บ้านนาครูธานี Organic Way และดวงตวันบ้านสวน   เรียนรู้การอยู่กับธรรมชาติ ลองเก็บผัก ทำขนม อาหาร เลี้ยงไก่ ฯลฯ หรือค่ายที่เปิดเฉพาะช่วงปิดเทอม อย่างค่ายจังหวะแห่งชีวิตของ Little Tree ,House of Learning เรียนรู้ธรรมชาติและการละเล่นสนุกแบบเด็กบ้านสวน ระยะเวลา 5 วัน ไปเช้าเย็นกลับ ค่ายครอบครัวที่ หนูโจอาร์ทแอนด์ฟาร์ม  […]

ทุบใบไม้ กิจกรรมสนุกในสวน

ปิดเทอมนี้หากยังไม่มีโปรแกรมไปไหน ลองชวนหนูๆเดินเล่นสำรวจสวนรอบๆบ้าน เก็บดอกไม้ใบไม้มาทำกิจกรรมสนุกๆ อย่าง ทุบสีดอกและใบลงบนกระดาษหรือผืนผ้า นอกจากเด็กๆ จะได้รู้จักต้นไม้เพิ่มขึ้นแล้วยังได้เรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติ และรูปร่างของใบไม้ที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังสนุกกับเสียงกรุบกรับๆที่แข่งกันดังจากการทุบใบไม้ อาจเลือกต้นที่หาได้ข้างทาง อย่าง ใบต้อยติ่ง  ตำลึง เบญจรงค์ ฯลฯ หรือ ดอกไม้อย่างอัญชัน กรรณิการ์ ดาวเรือง หรือดอกอื่นๆที่นิยมนำมาคั้นสี แต่หากไม่มีจะใช้ใบของต้นอะไรก็ได้ค่ะ เพียงเลือกใบที่ไม่ใหญ่และฉ่ำน้ำเกินไป จากนั้นจับวางลงบนกระดาษหรือผืนผ้าให้สวยงาม หากเป็นเด็กเล็ก คงไม่ค่อยสนใจในเรื่องความงามเท่าใดนัก พ่อแม่อาจช่วยจับวาง แล้วให้เด็กๆเดินสำรวจหาก้อนกรวดในสวน แล้วจัดแจงทุบใบไม้ดอกไม้เหล่านั้น นอกจากเด็กๆจะสนุกกับการทุบดอกไม้แล้ว สีสันที่ปรากฎบนกระดาษยังดูน่าตื่นเต้นและสนุกไม่แพ้กันเลยทีเดียว ติดตามอ่านเรื่องราวสนุกๆเหล่านี้ได้ใน หนังสือ “เล่นกับดอกไม้ใบหญ้า” Play with Flowers &Leaves  

Fixed and Stitch: 5.ฝีเข็มเย็บพื้นฐาน

(Simple handstitch) การซ่อมแซมเสื้อผ้าหรือเครื่องใช้มีวิธีทำได้หลายอย่าง เช่น จ้างช่างเย็บผ้าที่เราเห็นตามริมทางหรือในตลาด จ้างบริษัทที่ให้บริการซักแห้ง หรือลงมือทำด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีหลังเหมาะกับการซ่อมแซมเล็กน้อยๆ ที่ไม่ซับซ้อน เช่น กระดุมหลุด ตะเข็บปริ แต่ถ้ามีทักษะการเย็บดีอยู่แล้ว การลงมือทำเองก็ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้ ในที่นี้ขอกล่าวเฉพาะฝีเข็มที่ใช้กันบ่อยๆ ในงานซ่อมแซมเสื้อผ้า ด้นตะลุย หรือ Running Stitch คือการเย็บขึ้นลงไปบนเนื้อผ้า ใช้เย็บผ้าสองชิ้นหรือมากกว่าให้ติดกัน การเย็บฝีเข็มถี่ๆ จะช่วยให้ตะเข็บที่เย็บแข็งแรงมากขึ้น ที่นิยมกันคือ  3 ฝีเข็มต่อความยาว 1 เซนติเมตร เนา หรือ Tacking Stitch เย็บแบบเดียวกับด้นตะลุย แต่ฝีเข็มยาวกว่า พวกช่างตัดเสื้อจะใช้เวลาที่ต้องการให้ผ้าติดกันชั่วคราว เช่น การขึ้นตัวอย่าง  ในกรณีที่เราไม่มีเข็มหมุด วิธีนี้ช่วยได้ วิธีทำ สนเข็ม ทำปมด้าย แล้วเริ่มเย็บ โดยแทงเข็มจากด้านหลังผ้าขึ้นมาด้านหน้า แล้วแทงเข็มขึ้น–ลงไปเรื่อย (ด้นตะลุยกับเนาใช้วิธีเดียวกัน ต่างกันที่ขนาดฝีเข็ม) ด้นถอยหลัง หรือ Back Stitch เป็นการเย็บเดินหน้าและถอยหลัง วิธีนี้ได้ตะเข็บที่แข็งแรงทนทาน ได้ฝีเข็มใกล้เคียงการใช้จักรเย็บ […]

4 เทคนิคการค้ำยันและยึดโยงต้นไม้

เมื่อย้ายต้นไม้ลงปลูกในพื้นที่ที่ต้องการแล้ว สิ่งสำคัญประการหนึ่งคือ การค้ำยัน เพื่อพยุงต้นไม้ไม่ให้โยกคลอน รากพืชเติบโตได้เต็มที่ การค้ำยันที่นิยมใช้มี 4 แบบ คือ การค้ำยันแบบ 2 หลัก เหมาะกับไม้ต้นที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 2 – 3 นิ้ว โดยปักไม้ค้ำสูงจากพื้น 80 เซนติเมตร ห่างกัน 60 เซนติเมตร ใช้เวลาค้ำยัน 2 ปี   การค้ำยันแบบคอก เหมาะกับไม้ต้นที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 4 – 8 นิ้ว โดยปักไม้ค้ำสูงจากพื้น 80 เซนติเมตร และห่างกัน 1 เมตร ควรใช้เชือกพันอีกครั้งเพื่อความแข็งแรง ใช้เวลาค้ำยัน 2 – 3 ปี     การค้ำยันแบบกระโจม ต้องใช้ พื้นที่กว้างเหมาะกับไม้ต้นที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 8 – 12 นิ้ว ใช้ไม้ค้ำยาว […]