หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม NooJo art and farm

NooJo art and farm (หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม) ห้องเรียนชีวิต

หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม NooJo art and farm
หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม NooJo art and farm

my home ได้มีโอกาสไปสัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบชนบทท่ามกลางธรรมชาติที่ “NooJo art and farm (หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม)” และจะพาทุกคนไปค้นหาแรงบันดาลใจจากเจ้าของ คุณหนู – ภัทรพร อภิชิต และคุณโจ – วีรวุฒิ กังวานนวกุล

หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

คู่สามี – ภรรยาต้นแบบคนเมืองที่เปลี่ยนชีวิตโดยละทิ้งงานประจำในกรุงเทพฯ แล้วหันไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบนพื้นที่ 6 ไร่ในจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมกับลงมือลงแรงสร้างโรงนาเล็กๆ ให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ ทำงานศิลปะ ทำเกษตร ควบคู่กับการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายในวิถีพอเพียง

คุณหนูเล่าให้ฟังว่า “จริงๆ แล้วเราสองคนไม่ใช่คนพื้นที่ ก่อนหน้านี้พี่โจได้เปิดร้านทุ่งนากาแฟ ซึ่งเป็นร้านแรกๆ ในตลาดน้ำอัมพวา ส่วนพี่เป็นบรรณาธิการของนิตยสารฉบับหนึ่ง แล้วได้มีโอกาสมาที่แม่กลอง จนได้มาทำความรู้จักกับพี่โจ ได้มาสัมผัสชีวิตที่อัมพวา ก่อนจะตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หลังจากนั้นก็เริ่มรู้สึกว่าบ้านที่เราสองคนอยู่มันเป็นบ้านหลังเล็กๆ ไม่มีบริเวณที่จะทำอะไรได้มากนัก บวกกับความตั้งใจที่อยากอยู่กับธรรมชาติตั้งแต่ต้น จึงมองหาที่ดินสักผืนหนึ่งวันหนึ่งได้มาเจอที่ตรงนี้ก็ตัดสินใจซื้อเลยทันที”

หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

หลังจากที่ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนี้ไว้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ระหว่างนั้นก็ปลูกต้นไม้ไปเรื่อยๆ สลับกับการเดินทางไปญี่ปุ่น ผ่านไป 4 ปีทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะกลับมาสร้างพื้นที่แห่งนี้ด้วยกัน โดยเริ่มต้นจากการวางแผนผังเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิต รวมถึงรองรับเพื่อนๆ และจิตอาสาที่เข้ามาร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับพวกเขาอีกด้วย

NooJo art and farm หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

คุณโจเล่าให้ฟังว่า “เดิมทีพื้นที่ตรงนี้เป็นท้องนาไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาก็กลายเป็นฟาร์มปลาสลิด ซึ่งตอนเรามาเจอพื้นที่ตรงนี้เต็มไปด้วยต้นไม้และบ่อน้ำเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ จึงวางแผนที่จะทำอาคารแกลเลอรี่บนน้ำ แต่ด้วยโครงสร้างที่ต้องใช้งบประมาณมาก เลยหันมาทำบนพื้นดินแทน ทำให้ได้โครงสร้างที่ใหญ่และแข็งแรงในงบประมาณซึ่งไม่สูงจนเกินไป แถมยังรองรับการใช้งานได้มากขึ้น” คุณหนูเสริมว่า “ความตั้งใจแรกคือการสร้างที่นี่ให้เป็นแกลเลอรี่อย่างเดียว แต่ทุกอย่างในชีวิตเรามันมีหลายมิติ แล้วเราก็ต้องทำทุกอย่างไปพร้อมๆ กัน จึงสร้างพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นพื้นที่ที่หลากหลาย ทั้งทำเกษตร ทำอาหาร ที่พัก แต่คงไว้ซึ่งความเรียบง่าย”

NooJo art and farm หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

ตัวอาคารอเนกประสงค์เป็นอาคารโครงสร้างเหล็ก มีรูปแบบเหมือนกับโรงนาสมัยก่อน มีประตูหน้าต่างขนาดใหญ่ บวกกับมีหลังคาสูงโปร่ง ทำให้มีลมพัดผ่านตลอดทั้งวัน ภายในมีพื้นที่กว้างขวางสามารถรองรับได้หลายกิจกรรมทั้งเป็นมุมทำงานศิลปะ ร้านขายของทำมือ และเป็นแกลเลอรี่สำหรับจัดแสดงผลงานของเจ้าของอีกด้วย คุณหนูเล่าให้ฟังว่า “เหตุผลที่เลือกออกแบบให้เป็นอาคารสไตล์นี้ เพราะเราต้องการให้มีชั้นลอย ดังนั้นหลังคาจึงต้องสูง แต่ว่าด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงต้องคิดเผื่อและเตรียมโครงสร้างที่สามารถรับน้ำหนักของชั้นลอยได้ไว้ด้วย ซึ่งอาคารรูปทรงนี้ถ้าไม่คำนึงถึงขนาดก็จะดูแปลกๆ ระหว่างทำเราก็จะปรึกษากันตลอด โดยเน้นจุดมุ่งหมายที่มีเป็นหลัก แล้วนำมาปรับให้ดูเรียบง่ายและมีความเป็นเราที่สุด”

NooJo art and farm หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

คุณโจเล่าว่า “การได้กลับมาอยู่กับธรรมชาติเป็นความคิดที่ผมมีมาตั้งแต่สมัยเรียน เพราะทั้งชีวิตของผมคือการเดินทางและทำงานศิลปะ ผมจึงต้องการพื้นที่ให้ผมได้ทำงานที่ตัวเองรัก ทำงานที่ตัวเองเชื่อ ในแนวทางพึ่งพาตนเองตามหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสไว้เมื่อปี 2540 ผมก็เชื่อตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ แล้วก็ตั้งใจจะใช้ชีวิตแบบนั้น เพราะคิดว่ามันใช่สำหรับเรา”

NooJo art and farm หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

คุณหนูเสริม “ถ้าถามว่าเรานำทฤษฎีของในหลวงมาปรับใช้อย่างไร เรียกได้ว่าทุกอย่างในชีวิตของเรา เริ่มตั้งแต่การใช้เงิน ไปจนถึงกินของที่ทำเอง เพราะความหมายของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้พูดเรื่องรวยหรือจน ไม่ใช่แค่มาทำเกษตรอย่างเดียว แต่สอนให้เรารู้จักประมาณตน อยู่กับความมีเหตุมีผล การไม่มีหนี้ ทำทุกอย่างเท่าที่มี ถือเป็นหลักในชีวิตเลยก็ว่าได้

NooJo art and farm หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

“ความยากของการมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คือ มันค่อนข้างใช้เวลานาน และต้องอยู่กับมันตลอด เพราะถ้าแค่มีเงินมากพอทุกอย่างก็จบ สามารถเนรมิตให้สวยได้ดั่งใจในเวลาที่รวดเร็ว แต่ในเมื่อเราไม่ได้มีกำลังมากพอ เราจึงต้องค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ แต่ข้อดีก็คือ เราได้อยู่กับมันตั้งแต่ต้น ได้สะสมความชอบมาเรื่อยๆ ทำให้เราได้เห็นค่าของวัสดุที่มีอยู่ แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์”

NooJo art and farm หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

ในส่วนของที่พัก ได้รับการออกแบบให้เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นล่างเป็นมุมครัวและมุมรับประทานอาหาร ชั้นสองเป็นห้องนอนสไตล์เรียบง่าย ถัดจากบ้านพักออกแบบให้เป็นบาร์แบบกึ่งเอ๊าต์ดอร์ ภายในจัดวางเตาฟืนและเตาพิซซ่าที่ทำขึ้นเองจากดิน ถือเป็นมุมที่พี่หนูคลุกคลีอยู่เป็นประจำ

NooJo art and farm หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

คุณหนูเล่าให้ฟังว่า “ปกติพี่ไม่ค่อยได้ทำอาหารเลย ก่อนหน้านี้ก็ใช้ชีวิตปกติอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่พอใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติก็ไม่เป็นเหมือนคนเมืองทั่วไปมาอยู่ที่นี่หลายอย่างต้องทำด้วยตัวเอง เพราะที่นี่ไม่มีอะไรพร้อม ถ้าเราอยากได้ อยากกินอะไร เราก็ต้องหา ต้องทำเอาเอง เราจึงได้พบว่าทุกวันเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หมดทุกอย่างแล้วเราก็เลยอยู่ได้เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่ปรับตัวได้กับทุกสถานที่แม้แต่สัตว์ พืช ก็ยังปรับตัวได้ แต่ติดที่ความกลัวและทัศนคติที่มันครอบคลุมเราไว้”

NooJo art and farm หนูโจ อาร์ตแอนด์ฟาร์ม

NooJo art and farm 45 หมู่ที่ 6 ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 75110
tell : 08-1804-1403
facebook : Noojo art and farm