เที่ยวชมสวนเกษตรภายใต้แนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง

ไร่ชา 101

arm140225-028

เชื่อว่าหากใครมีโอกาสได้ไปเยือนดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย หนึ่งในสถานที่ที่ต้องแวะไปก็คือ ไร่ชา 101 ภาพต้นชาที่ปลูกเป็นแนวขั้นบันไดกว้างสุดลูกหูลูกตาสลับด้วยทิวเขาสีเขียวสร้างความรู้สึกสดชื่นได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากความสสวยงามของต้นชาที่ยืนต้นเรียงเป็นระเบียบอย่างน่ามอง ครั้งนี้เรายังได้ชมกรรมวิธีการผลิตชาคุณภาพ โดยมีคุณรุ่งโรจน์ ลิมปะนะพฤกษ์ เจ้าของไร่ชาพาเรานำเที่ยวสถานที่สวยงามแห่งนี้

ไร่ชาแห่งนี้ได้พันธุ์ชามาจาไต้หวัน ชนิดพันธุ์ที่ปลุกก็มีชาอู่หลงก้านอ่อน, ชาอู่หลงเบอร์ 12, ชาสี่ฤดู และชาอัสสัม ดอยแม่สลองถือเป็นแหล่งผลิตชาแห่งใหญ่ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ด้วยมีสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เหมาะสม ซึ่งกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้มูลค่ามหาศาลมห้ท้องถิ่น โดยตลาดส่งออกส่วนใหญ่คือตีน ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา

arm140225-027

arm140225-182

arm140225-049

หลังชมบรรยากาศของไร่ชาและสูดอากาศบริสุทธิ์ เราจึงตามคุณรุ่งโรจน์เข้าไปชมกรรมวิธีผลิตชาเม็ด ซึ่งปัจจุบันจะใช้เครื่องจักรทุ่นแรง เนื่องจากในแต่ละวันที่นี่จะผลิตชาเพื่อส่งจำหน่ายเป็นปริมาณและและยังโชคดีที่คุณรุ่งโรจน์ได้ให้คนงานสาธิตวิธีทำชาแบบดั้งเดิมให้ชม

arm140225-066

arm140225-059

เรามีโอกาสได้ลองทำชาด้วยวิธีแบบดั้งเดิม บอกได้เลยว่า กว่าจะได้ใบชามาชงดื่มไม่ง่ายนัก ก่อนลิ้มรสชาคุนรุ่งโรจน์กำชับให้เราหมุนถ้วยชาไปมาเพื่อไม่ให้มือสัผัสความร้อนมากเกินไปและค่อยๆดมกลิ่นชา กลิ่นหอมกรุ่นและรสชาติที่เข้มข้นปลุกให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นจริงๆ และยังให้คำแนะนำเรื่องรสชาติของชาอีกว่า “รสชาติชาอู่หลงก้านอ่อนจะนุ่มนวลเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มลองดื่มชา แต่ถ้าคอชาที่ชอบความเข้มข้นต้องลองอู่หลงเบอร์ 12”

คุณรุ่งโรจน์ได้เล่าย้อนไปสมัยก่อนด้วยความภาคภูมิใจว่า ในยุคก่อนมีการปลูกผิ่นกันแพร่หลาย กระทั่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาถึงและมีพระราชดำริให้ยุติการปลูก พร้อมส่งเสริมให้ชาวบ้านหันไปประกอบอาชีพอื่น การปลูกฝิ่นจึงค่อยหมดไปในที่สุด ภาพของดอยแม่สลองในวันนี้จึงเต็มไปด้วยแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะชาที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ผู้คนในแถบนี้ รวมถึงยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเชียงรายจนถึงทุกวันนี้

arm140225-176

arm140225-201