หอมรักภายใต้ชายคาของบ้านหลังเล็ก (It smells good)

บ้านเล็ก 05
มุมทำงานของป้าจายที่ในเวลากลางวันไม่ต้องเปิดไฟเลยด้วยซ้ำ เพราะมีแสงสว่างจากบานหน้าต่างส่องสว่างเข้ามาอยู่เสมอ

แต่ด้วยเวลาที่ผ่านไป ทำให้ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรากลายเป็นถนนที่ขวักไขว่คึกคักที่สุดอีกเส้นหนึ่งของกรุงเทพมหานคร จากแผนเดิมที่อยากมีบ้านบนถนนใหญ่ จึงจำเป็นต้องปรับมาเป็นหมู่บ้านเงียบสงบที่อยู่ลึกเข้ามาในซอยนวมินทร์ 88 แทน “ พี่ก็มาซื้อตั้งแต่โครงการเปิดใหม่ ๆ เลยนะ ตั้งแต่ยังเป็นที่ดินเปล่า ทางโครงการเขาก็มีแบบบ้านให้เลือก เอ้อ จริงสิ ตอนนั้นคิดกันเรื่องตัวเลขบ้านเลขที่ด้วยนะ ตอนแรกอยากจะเลือกเลข 7 เพราะดูจะเป็นเลขดี แถมยังเป็นหลังเกือบสุดท้ายรับลม ไม่โดนแดด หรือไม่อย่างนั้นก็เลข 5 เลขดีเหมือนกัน ”

บ้านเล็ก 07

ซึ่งเมื่อเราถามถึงบทสรุปของบ้านเลขที่ 6 พี่จุ๊ก็ถึงกับปล่อยเสียงหัวเราะออกมา พร้อมพาเราเดินขึ้นไปยังชั้น 2 แล้วชี้ชวนให้ดูวิวนอกหน้าต่าง “ก็บ้านเล็กๆ หลังนี้น่ะ มองเห็นต้นหูกวางต้นใหญ่ด้านนอกได้พอดีน่ะสิ พี่รู้ว่าคุณแม่อยากเห็นต้นไม้ แต่ตอนพามาดูนะ ทำเป็นยึกๆ จิ๊จ๊ะ ไม่ยอมเลือกหลังนี้เสียที สุดท้ายพี่บอกไปว่า งั้นเอาหลังอื่น เพราะหลังนี้กรอบหน้าต่างเป็นสีขาว พี่ไม่ชอบ คุณแม่ท่านเลยบอกว่า เอาหลังนี้ละเห็นต้นหูกวาง เป็นอันสรุป จบเรื่อง”

บ้านเล็ก 08
ตกแต่งโถงบันไดด้วยตู้เหล็กสีเดียวกับตู้อีกใบด้านล่าง เพียงแต่เปลี่ยนประเภทให้เป็นตู้ใส่ซีดี ของสะสมอีกอย่างของเจ้าของบ้านแทน

บ้านเล็ก 09

และด้วยความที่ป้าจายชอบต้นไม้นี่เอง ทำให้พื้นที่รอบบ้านกลายเป็นสวนไปโดยปริยาย มีทั้งไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม ไม้ดอก ปลูกสลับกันไปตามแต่ใจเจ้าของบ้าน ที่สำคัญป้าจายยังเป็นสมาชิกของสวนผักคนเมืองที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสวนผักที่ใช้พื้นที่แคบได้อย่างเป็นประโยชน์สูงสุดด้วย “ พื้นที่ข้างบ้านนั่นไง มีที่อยู่ประมาณ 1.5 ตารางเมตร แม่ปลูกได้รวมพื้นที่จริงเกือบ 6 ตารางเมตรเชียวนะ ” แว่วเสียงป้าจายเล็ดลอดออกมาจากในครัว

บ้านเล็ก 06
เท้ายักษ์ กระถางตกแต่งสวนที่ให้อารมณ์สนุก ๆ

นอกจากพื้นที่รอบบ้านที่ใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่สีเขียวแล้ว พื้นที่ภายในก็ถูกแบ่งตามฟังก์ชันเอาไว้อย่างเหมาะเจาะเพราะเมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน สเปซแรกที่เห็นคือส่วนนั่งเล่น ซึ่งเป็นพื้นที่กึ่งอเนกประสงค์ ตกแต่งด้วยโต๊ะตัวยาว เก้าอี้และม้านั่ง ไว้ใช้ดูโทรทัศน์ รับประทานอาหาร หรือแม้แต่จัดปาร์ตี้สำหรับเพื่อนๆ ของเจ้าของบ้านเอง

ในขณะที่พื้นที่ติดกับประตูจัดให้เป็นห้องทำงานของป้าจาย ซึ่งมองเห็นสวนหน้าบ้านได้อย่างถนัดชัดเจน กลิ่นหอมของอะไรบางอย่างพาให้เราเดินตามไปยังครัวด้านหลัง เพื่อพบกับป้าจายที่กำลังทอดเปาะเปี๊ยะกล้วยไว้หลายชิ้น… และทำให้เราเห็นว่า ครัวของบ้านหลังนี้ไม่ได้กว้างใหญ่อะไร แต่กลับเต็มไปด้วยอุปกรณ์ครบครัน หนำซ้ำยังดูใช้งานง่ายและใช้งานได้จริงอีกด้วย

บ้านเล็ก 10
“สั่งเตียงไปแล้ว แต่ยังไม่มาเสียที เลยต้องวางฟูกกับพื้นไปก่อน”

ส่วนพื้นที่ชั้น 2 นั้นแบ่งออกเป็น 3 ห้องหลัก ๆ ได้แก่ห้องนอนของพี่จุ๊และพี่บะ ห้องนอนของป้าจายและห้องเก็บของที่พี่จุ๊ออกตัวก่อนว่า “ ของรกเยอะแยะ เก็บไม่หมดเสียที ”

บ้านเล็ก 11
กางเกงยีนไม่ต้องซักบ่อย หาราวสวยๆ มาวางพาดให้เรียบร้อยสะอาดตา
บ้านเล็ก 12
ตุ๊กตาหมีที่เย็บจากผ้าทอลายแบบสามมิติ พี่จุ๊ซื้อมาจากฮ่องกง กลายเป็นคาแร็คเตอร์เด่นของห้องไปในทันที

บ้านเล็ก 11-m-02

บ้านเล็ก 11-m1

แดดยามกลางวันราแสงลงไปบ้างแล้ว พวกเรายังคงนั่งพูดคุยกับพี่จุ๊และป้าจาย รอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟและกลิ่นเปาะเปี๊ยะกล้วยราดน้ำผึ้งอันหอมหวาน เอ๊ะ… นี่เรามาถ่ายงานหรือนั่งอยู่ในคาเฟ่กลางสวนกันแน่นะ

บ้านเล็ก 16
จัดพื้นที่หน้าบ้านให้เขียวชอุ่มด้วยไม้ดัด ไม้กระถาง และไม้เลื้อย ได้ประโยชน์คือช่วยกันความร้อนจากผนังคอนกรีตได้ด้วย
บ้านเล็ก 13
ตู้ล็อกเกอร์เหล็ก มองเผิน ๆ อาจธรรมดา แต่ตู้ใบนี้ออกแบบมาให้เก็บรองเท้าโดยเฉพาะ เพราะมีรูระบายอากาศ และแต่ละช่องก็ออกแบบมาให้ใส่รองเท้าได้พอดี
บ้านเล็ก 15
เพิ่มลูกเล่นด้วยการเปลี่ยนจากบานธรรมดามาเป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง
บ้านเล็ก 17
ทางเดินในสวนวางไม้ท่อนเพื่อให้เดินสะดวกเก๋ด้วยการโรยก้อนหินต่างขนาดต่างรูปแบบคั่นระหว่างไม้แต่ละท่อน

 

เจ้าของ : คุณพรศิลป์ สาขากร และคุณอภิชาติ งามเลิศ
เรื่อง : มนตรา ศิริขันธ์
ภาพ : ณัฐวุฒิ เพ็งคำภู, อุ้ม เชาวนปรีชา
สไตล์ : เกษม์จงกล พูลล้น


รวมแบบบ้านหลังเล็กชั้นเดียวน่าอยู่

บ้านปูนทรงกล่องแบบลอฟต์

keyboard_arrow_up