ถอดรหัสงานออกแบบคอนโดเมเจอร์ฯ การดีไซน์ที่เข้าใจคนรักสัตว์เลี้ยง

เชื่อไหม ความสุขของสัตว์เลี้ยง เราออกแบบและสร้างได้ด้วยพื้นที่ที่อยู่อาศัย การสร้างสเปซให้เหมาะสม มีความปลอดภัย ความสะอาด ความสวยงาม และเป็นมิตรต่อสุขลักษณะของสัตว์เลี้ยง การเลือกบ้านเพื่ออยู่อาศัยทั้งรูปแบบของบ้านเดี่ยวทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโดมิเนียม จึงต้องใส่ใจรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงที่เป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัวของเรานั้น ได้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะกับพวกเขา เกิดเป็นความสุขที่พาให้หัวใจของคนเลี้ยงสัตว์ได้พองโต

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เข้าใจหัวใจของคนเลี้ยงสัตว์เป็นอย่างดี ด้วยประสบการณ์การสร้างคอนโดมิเนียมที่เลี้ยงสัตว์ได้เจ้าแรกของเมืองไทย มานานกว่า 20 ปี ทุกโครงการจึงผ่านการพัฒนาและต่อยอดจนเกิดเป็นแนวคิด Pet- Friendly Residences ที่ไม่ได้มองผ่านแค่ไอเดียของสถาปนิกนักออกแบบเท่านั้น แต่ยังสร้างแนวคิดใหม่เพื่อการอยู่อาศัยให้กับคนเลี้ยงสัตว์ด้วยการจับมือกับผู้เชี่ยวชาญอย่างโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ออกแบบพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงในโครงการคอนโด ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการคิด สู่งานออกแบบ ถ่ายทอดเป็นงานดีไซน์ในอาคารที่รวมทั้งคนเลี้ยงสัตว์และไม่ได้เลี้ยงสัตว์ให้อยู่ด้วยกัน

สพ.ญ. นวพร ชวนปรีชา (หมออ๊อฟ) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ และคุณปรียาณี  คงวล (คุณแอน) Senior Interior Designer ของเมเจอร์ฯ สองผู้เชี่ยวชาญต่างสาขาที่จับมือร่วมสร้างสรรค์โครงการเมทริส พัฒนาการ-เอกมัย คอนโดที่เลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งให้ความสำคัญกับทุกสิ่งมีชีวิตที่อยู่อาศัยภายในโครงการ การออกแบบจึงไม่ได้แค่หยิบยกแค่ฟังก์ชัน ความสวยงามมาถ่ายทอด แต่ยังมีมิติต่างๆ มีผสานทั้งสองศาสตร์ให้อยู่ร่วมกัน เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความสุขให้สัตว์เลี้ยงได้อย่างแท้จริง

รู้ใจสัตว์เลี้ยงก็เลือกที่อยู่ได้ง่าย

หัวใจสำคัญอย่างแรกในการเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงคือต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ที่เลี้ยงก่อน ไม่ว่าจะเป็นสุนัข หรือแมว ซึ่งข้อนี้หมออ๊อฟได้ขยายความไว้อย่างน่าสนใจ

“พื้นที่ที่เหมาะสมกับสัตว์ ขึ้นอยู่กับชนิดของสัตว์และการเลี้ยงดูด้วยค่ะ ถ้าเป็นสุนัข ส่วนใหญ่ก็จะเหมาะกับเป็นพื้นที่ semi – outdoor สามารถออกไปวิ่งเล่นข้างนอกบ้าน สำหรับแมว ถ้าเลี้ยงแมวระบบปิด โดยไม่ได้ออกไปเจอแมวข้างนอกเลย จะช่วยลดความเสี่ยงในกลุ่มโรคไวรัสในแมวได้ ซึ่งธรรมชาติของแมวที่เลี้ยงในบ้านจะชอบพื้นที่ที่มีสเปซให้เขาขึ้นปีนป่ายในแนวดิ่ง ต้องการพื้นที่แนวสูงเพื่อขึ้นไป ชอบวิวผ่านกระจกใส เห็นสิ่งแวดล้อมข้างนอก แต่สุนัขจะใช้พื้นที่แนวราบ ลักษณะที่เหมาะสมในบ้านหรือห้องจะต้องไม่มีสิ่งที่เป็นอันตราย เช่น เฟอร์นิเจอร์สิ่งของที่มีคมเหลี่ยม พื้นต้องไม่ลื่นเพราะจะส่งผลต่อกล้ามเนื้อของสุนัข ไม่มีเหลี่ยมมุมที่อาจจะเป็นอันตราย หรือพวกสิ่งแปลกปลอมตามพื้นซึ่งพวกเขาอาจจะกินเข้าไปได้ ที่สำคัญคืออยู่แล้วต้องปลอดภัย ทำความสะอาดง่ายค่ะ”

คอนโดที่ให้ความใส่ใจเรื่องความปลอดภัย

ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญของที่อยู่อาศัย การออกแบบคอนโดของทางเมเจอร์ฯ ได้ใส่ใจในจุดต่างๆ เพื่อลดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่ร่วมกับเจ้าของ ซึ่งคุณแอนเล่าถึงความสำคัญของตรงนี้ไว้ว่า

“โครงการใหม่ๆ ของเมเจอร์ฯ ทีมดีไซเนอร์ได้มีการเวิร์คชอปกับทีม Petscape มีการทำแบบสอบถามกับทางลูกบ้าน เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง ทั้งในเรื่องของการใช้วัสดุเพื่อความปลอดภัย อย่างเช่น พื้นห้องโครงการจะเลือกใช้พื้นลามิเนต ซึ่งเป็นวัสดุทดแทนไม้ที่มีความแข็งแรง คงทน ป้องกันการกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดี ผิววัสดุที่เลือกใช้จะไม่ลื่น ช่วยซัพพอร์ตข้อต่อของสัตว์เลี้ยงได้ในระดับนึง ส่วนระเบียงด้านนอกเราออกแบบให้ใช้เป็นพื้นที่ของการขับถ่ายได้ง่าย วางกระบะทรายได้  ตรงนี้ความปลอดภัยสำคัญมาก ราวระเบียงจึงมีความถี่เป็นพิเศษระยะเพียง 7.5 เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีความถี่มากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขลอดออกไปได้ โดยคำนึงถึงเรื่องความสวยงามให้สอดคล้องกับฟังก์ชันด้วย”

 

‘การออกแบบโครงการจึงไม่ได้แค่หยิบยกแค่ฟังก์ชัน ความสวยงามมาถ่ายทอด

แต่ยังมีมิติต่างๆ มีผสานทั้งสองศาสตร์ให้อยู่ร่วมกัน

เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความสุขให้สัตว์เลี้ยงได้อย่างแท้จริง’

 

“วัสดุอื่นๆ ภายในห้องพักที่ทางโครงการเลือกใช้ เน้นหลีกเหลี่ยงสาร VOCs เพื่อสุขลักษณะที่ดีของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ รวมถึงผู้อยู่อาศัยอื่นๆ ที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ เป็นจุดที่ Balance การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยภายในโครงการอีกทางหนึ่ง”

ขนาดของพื้นที่ไม่สำคัญเท่ากับสเปซที่แบ่งได้พอเหมาะ

“สัตว์เลี้ยงแต่ละสายพันธุ์ต้องสเปซไม่เท่ากัน ในสุนัขบางสายพันธุ์ก็ไม่ได้ต้องการการออกกำลังกายเยอะมาก บางสายพันธุ์จะต้องพาออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านบ้าง แต่บางสายพันธุ์ก็ต้องการสเปซเยอะ หรือสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ต้องออกกำลังกาย เจ้าของต้องแบ่งเวลาและหาพื้นที่ที่เหมาะสมให้กับตัวเขา ส่วนแมว พื้นที่ไม่ค่อยมีผลมาก แมวจะชอบพื้นที่ที่เป็นแนวดิ่ง จะต้องมีระดับให้เขาขึ้นไต่ได้ปีนขึ้นไป ต้องมีพวกอุปกรณ์ให้ทำตามสัญชาตญานธรรมชาติ เช่น ที่ลับเล็บ อุโมงค์บ้าน กล่องแคบที่เข้าไปนอนได้ แมวจึงเลี้ยงในห้อง ในบ้าน หรือคอนโดได้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องขนาดพื้นที่” หมออ๊อฟอธิบายเพิ่ม

 

‘พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงสัตว์ ไม่ได้จำกัดว่าขนาดเล็กใหญ่

แต่เมเจอร์ฯ ให้ความใส่ใจกับการจัดแบ่งสเปซที่เหมาะสมเพื่อพวกเขา’

 

สเปซของห้องเพื่อเจ้าของและสัตว์เลี้ยง

คุณแอนเล่าย้ำให้เห็นภาพของการออกแบบห้องคอนโดทุกแบบของโครงการให้สำคัญกับ “สเปซ”  พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงสัตว์ ซึ่งไม่ได้จำกัดว่าขนาดเล็กใหญ่ แต่เมเจอร์ฯ ให้ความใส่ใจกับการจัดแบ่งสเปซที่เหมาะสมเพื่อพวกเขา ซึ่งตามธรรมชาติสุนัขและแมว จะรู้ตำแหน่งแต่ละอย่างทั้งที่นอน ที่กิน ที่ขับถ่าย  จึงควรจัดสเปซให้มีระยะห่างที่เหมาะทำให้ถูกสุขลักษณะ  แบ่งพื้นที่ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันให้เป็นที่เป็นทาง โดยเจ้าของสามารถปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีได้

นอกจากการทิ้งสเปซในห้องคอนโดเพื่อให้เจ้าของได้ตกแต่งจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสัตว์เลี้ยงแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับจุดอื่นๆ ด้วยเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัย เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะ (Home Automation) สั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน อย่างเปิดไฟ เปิดเครื่องปรับอากาศ หากเกิดกรณีฉุกเฉินก็สามารถสั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ทำงานเพื่อสัตว์เลี้ยงได้”

อุณหภูมิ กลิ่น แสง เสียง สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง

สุนัขและแมวไม่ต่างจากคนเราที่ต้องการอากาศที่สะอาด กลิ่นที่สะอาด ปลอดมลภาวะอย่างฝุ่น PM2.5 ซึ่งสุนัขและแมวอัตราการหายใจจะมากกว่าของคนเรา ความเสี่ยงที่จะสูดเอาแบคทีเรีย ฝุ่น มลภาวะ จึงสูงกว่าคนเราด้วย ที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงก็ควรมีอากาศถ่ายเท เปิดหน้าต่างระบายอากาศได้ มีแสงธรรมชาติส่องถึงเพื่อให้ได้รับวิตามินดีและฆ่าเชื้อโรคบางชนิด

“อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับสัตว์ต้องอยู่สบายไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป ประมาณ 25 องศาเซลเซียส กำลังดี ถ้าร้อนมากพวกสัตว์ตัวเล็กๆ อย่าง เอ็กโซติก เพ็ทส์ จะสามารถดีเวลลอปตัวฮีทสโตรกเองได้ การเกิดฮีทสโตรกไม่จำเป็นต้องไปวิ่งกลางแดดเท่านั้น การอยู่ในพื้นที่ปิด ไม่ระบายอากาศ ก็สามารถเกิดได้เหมือนกัน” หมออ๊อฟเล่าเพิ่มเติม

เสียงรบกวน มีผลกระทบต่อสัตว์บางชนิดที่ขี้ตกใจอย่างหนูแฮมเตอร์ กระต่าย แต่ถ้าเป็นสุนัขและแมวหากได้ยินเสียงของสัตว์ตัวอื่นอาจจะเกิดความไม่สบายใจ จะรู้สึกไม่ปลอดภัย การป้องกันเสียงรบกวนจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการเลือกที่อยู่อาศัยที่เป็นประโยชน์ต่อสัตว์และเพื่อนบ้านที่ร่วมโครงการเดียวกัน

ความสุขของสัตว์เลี้ยงเกิดขึ้นได้เพราะงานออกแบบ

อุณหภูมิ กลิ่น แสง เสียง ภายในที่พักที่ส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงผ่านการดีเวลอปจนเกิดเป็นงานออกแบบห้องคอนโด การเลือกใช้วัสดุ ที่คำนึงถึงสัตว์เลี้ยง คุณแอนอธิบายเพิ่มว่า

“การออกแบบช่วยให้ห้องเย็นสบาย ห้องคอนโดของเมเจอร์ฯ เอง จะออกแบบให้มีช่องประตูหน้าต่างบานใหญ่ฝังตัวทุกๆ ห้อง บางยูนิตที่มีขนาดใหญ่ก็เพิ่มหน้าต่างบานกระทุ้งที่เปิดรับลมให้โฟล์วเข้าออกได้ เลือกสีที่กันความร้อนทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยใช้สีฟอกอากาศไม่มีสารระเหยต่ำ มีแสงสว่างส่องเข้าพื้นที่เพื่อให้เกิดผลดีต่อสัตว์เลี้ยง ซึ่งบานกระจกที่กว้างเปิดให้เห็นวิวก็จะช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้สัตว์เลี้ยงที่ชอบดูวิวข้างนอกด้วย เรื่องของเสียงรบกวนก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทีมงานให้ความใส่ใจที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดบริบทที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงจริงๆ ”

 

‘Pet Zone ของโครงการ เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย ได้ออกแบบตามคำแนะนำของคุณหมอ

ให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเหมาะกับสุขภาพอนามัยต่อสุนัขมากที่สุด’

 

สนามวิ่งเล่นที่ความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง

เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียมที่มอบพื้นที่ส่วนกลางให้กับเหล่าสัตว์เลี้ยงได้ใช้พื้นที่แบบจุใจ ด้วยสนามวิ่งเล่น Pet Zone ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างทีมสัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อและทีมดีไซเนอร์ โดยนำความคิดเห็นจากลูกค้าโครงการก่อนๆ และทำงานร่วมกันจนเกิดเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเหมาะกับสุขภาพอนามัยต่อสุนัขมากที่สุด

“ในส่วนของ Pet Zone ของโครงการ เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย ได้ออกแบบพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงตามคำแนะนำของคุณหมอ รพ.สัตว์ทองหล่อ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน พื้นที่สำหรับวิ่งเล่น ออกกำลังและผ่อนคลายบนสนามหญ้าจริง และยังสามารถขุดดินเล่นได้ตามธรรมชาติของเค้า ต้นไม้ที่เลือกปลูกในพื้นที่นี้จะเป็นต้นไม้ที่ไม่มีผลเพื่อป้องกันการกัดแทะหรือกินเข้าไป พื้นที่ปลดสายจูงสุนัข ทางโครงการได้จัดทำประตู 2 ชั้น ทำให้ลูกบ้านสามารถปล่อยให้สัตว์เลี้ยงวิ่งเล่นได้เอง พื้นที่ส่วนนี้เราเลือกใช้วัสดุหญ้าเทียมแทน เนื่องจากดูแลและทำความสะอาดได้ง่าย มีความคงทน และไม่มีหลุมหรือบ่อที่อาจะทำให้สุนัขสะดุดล้มได้ค่ะ และพื้นที่ขับถ่าย ทางโครงการจัดแบ่งพื้นที่สำหรับขับถ่ายบนหญ้าจริง เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของสุนัขด้วยค่ะ” คุณแอนเล่า

งานออกแบบยังซัพพอร์ตกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชำระล้างทำความสะอาดปูด้วยวัสดุกระเบื้องที่ไม่ลื่น เพื่อล้างเท้าหรือเช็ดตัวสัตว์เลี้ยงก่อนนำสัตว์เลี้ยงขึ้นบนห้องพัก จัดเตรียมถังขยะเพื่อรองรับขยะขับถ่ายของสัตว์เลี้ยง รวมถึงตำแหน่งของพื้นที่ส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยงนี้ก็เชื่อมต่อกับลิฟท์ของสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัยมากขึ้นค่ะ

ทุกคนคือหัวใจสำคัญในคอนโด

เพราะทุกคนล้วนสำคัญ การแบ่งโซนสำหรับสุนัขจึงถูกแบ่งเป็น 4 โซนหลักๆ คือส่วนที่ปล่อยลงพื้นได้ เช่น ภายในห้องพัก ส่วนที่ปล่อยลงพื้นได้แต่ต้องมีสายจูง เช่น โซน Petscape ส่วนที่เข้าได้แต่ต้องอยู่ในภาชนะ เช่น โถงทางเดินส่วนกลาง ลิฟท์สำหรับสัตว์เลี้ยง ส่วนที่ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด เช่น Co-working Space โซนบาบีคิว สระว่ายน้ำ ฟิตเนส โดยแต่ละโซนจะมีสัญลักษณ์บอกที่ชัดเจนและผู้อยู่อาศัยจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้า ผ่านทีมงานนิติบุคคล MDPC Expertise Meets Excellence ที่มีประสบการณ์ด้านการจัดการพื้นที่อยู่อาศัยของคนเลี้ยงสัตว์มานานกว่า 20 ปี

นอกจากนี้ การจัดการเรื่องกลิ่นและขยะ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ในโครงการจึงมีแยกขยะที่ชัดเจน กั้นห้องเป็นสัดส่วน แยกขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะพลาสติก และมีถังขยะของสัตว์เลี้ยงแยกต่างหาก สำหรับทิ้งมูลสัตว์ ป้องกันกลิ่นรุนแรงรบกวนผู้อยู่อาศัยที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์

มีความสุขและสุขภาพดีจากความใส่ใจ

หมออ๊อฟแนะนำเพิ่มเติมว่า สิ่งหนึ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ควรมองข้ามคือ เรื่องสุขภาพขั้นพื้นฐานของสัตว์เลี้ยง ควรได้รับวัคซีนครบก่อนพามาใช้พื้นที่ส่วนรวม หากเพิ่งรับลูกสุนัขมาเลี้ยงเพิ่งฉีดแค่ไม่กี่เข็ม ไม่แนะนำให้เอาออกมาพบปะสัตว์ตัวอื่นๆ หรือมีความเจ็บป่วย อย่างเช่น ถ้าไม่สบายอยู่ ท้องเสีย อาเจียน รวมทั้งเรื่องโซเชียลของสุนัขที่มาใช้พื้นที่ร่วมกัน ควรใช้สายจูงตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยทั้งกับสุนัขเราและสุนัขตัวอื่นๆ โดยอยู่ในความดูแลของเจ้าของตลอดเวลาที่ใช้พื้นที่ส่วนรวม

ความมั่นใจ จึงเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของชุมชนคนเลี้ยงสัตว์เมื่อต้องมาอาศัยอยู่ร่วมอาคารเดียวกัน ซึ่งทางเมเจอร์ฯ เสริมความเชื่อมั่น และอำนวยความสะดวกสบายด้วย “Petscape” ที่มาพร้อมกับสิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของห้องที่ลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจตรวจสุขภาพสัตว์ แพ็กเกจวัคซีน ประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง รวมทั้งส่วนลดต่างๆ ในการซื้ออาหาร ที่พัก คาเฟ่ ที่จะเติมเต็มให้การใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของเต็มไปด้วยความสุข ความสนุก และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น