ลักษณะสายพันธุ์และนิสัย “แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier)”

ประวัติสายพันธุ์

แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier) คาดว่ามีต้นกำเนิดมากจากประเทศอังกฤษ ในช่วงปี 1800 โดยนักเพาะพันธุ์สุนัขที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นที่ชื่อว่า Parson John Russell เขาเริ่มเพาะพันธุ์สุนัขพันธุ์ เพื่อใช้ในการล่าสุนัขจิ้งจอก โดยคำว่า รัสเซลหมายถึงนักล่าจิ้งจอกตัวยง และแจ็คมาจากชื่อของผู้เพาะพันธุ์

ในเวลาต่อมาด้วยรูปร่างที่ปราดเปรียว ว่องไว และรูปร่างกะทัดรัด จึงทำให้พวกมันเป็นสุนัขเลี้ยงที่โปรดปรานมากในหมู่นักกีฬา โดยเฉพาะนักกีฬาขี่ม้า และเป็นที่นิยมในอเมริกาในช่วงปี 1930 จากนั้นแจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียจึงกลายมาเป็นสุนัขที่มีความนิยมอย่างต่อเนื่องอย่างที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ โดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงจากต้นกำเนิดแม้จะผ่านมาแล้วกว่า 170 ปี

นอกจากนี้ยังเชื่อว่า แจ็ค รัสเซล เทอร์เรีย เป็นต้นกำเนิดของสายพันธุ์อื่นอีก 3 สายพันธุ์ คือ พาร์สัน เทอร์เรีย (The Parson Terrier), รัสเซล เทอร์เรีย (Russell Terrier) และ แจ็ค รัสเซลเทอร์เรีย (Jack Russell Terrier) แม้ว่าสายพันธุ์เหล่านี้จะมีต้นกำเนิดมาจากพันธุ์เดียวกัน และมีลักษณะทางกายภาพที่คล้ายกัน แต่ก็มีลักษณะเด่นอื่น ๆ ที่ต่างกัน โดยพาร์สัน เทอร์เรีย (The Parson Terrier) และ รัสเซล เทอร์เรีย (Russell Terrier) ทั้งคู่ได้รับการยอมรับโดย AKC ในขณะที่ แจ็ค รัสเซลเทอร์เรีย (Jack Russell Terrier) ไม่ได้รับการการยอมรับ ซึ่งจัดเป็นข้อแตกต่างหลัก ระหว่างสองสายพันธุ์นี้ มีข้อมูลจากทางสมาคมสุนัขพันธุ์แจ็ค รัสเซล เทอร์เรีย จากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าด้วยการจดจำลักษณะของสายพันธุ์ แจ็ค รัสเซลเทอร์เรีย (Jack Russell Terrier) เพื่อการคงไว้ในสถานะของสุนัขเพื่อการใช้งาน นอกจากนี้ ข้อแตกต่างหลักที่สามคือ ขนาดของแต่ละสายพันธุ์ รัสเซล เทอร์เรีย (Russell Terrier) ขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 8-12 นิ้ว แจ็ค รัสเซลเทอร์เรีย (Jack Russell Terrier) ขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 10-12 นิ้ว พาร์สัน เทอร์เรีย (The Parson Terrier) มีขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 12.5-15 นิ้ว และยังมีความซับซ้อนในเรื่องของการเรียกชื่อ กล่าวคือ สายพันธุ์ รัสเซล เทอร์เรีย(Russell Terrier) นอกเขตสหรัฐ มักถูกเรียกรวมว่าเป็น แจ็ค รัสเซลเทอร์เรีย (Jack Russell Terrier)

 

ลักษณะทางกายภาพ

แจ็ค รัสเซลล์ เป็นสุนัขขนาดเล็กที่มีความกระตือรือร้น และชื่นชอบการทำงานมาก ด้วยรูปร่างที่ปราดเปรียวของพวกมันทำให้มีร่างกายที่ยืดหยุ่นได้ดี และขนปกคลุมมีลักษณะเรียบสลับกับขนหยาบ หรือที่เรียกกันว่าขนแตก (broken coat) ซึ่งหมายความว่าขนของมันจะไม่หลุดร่วงมากนัก แจ็ค รัสเซลล์ ถูกจำแนกออกเป็น 3 สายพันธุ์ตามความแตกต่าง คือ พันธุ์ขนสั้น ขนยาว และขนหัก ลักษณะของขนมีประโยชน์เมื่อสุนัขออกไปล่าสัตว์ในป่า สำหรับขนหักและขนยาวจะค่อนข้างหยาบเมื่อเทียบกับขนสั้น แต่ขนสั้นก็ไม่ควรจะอ่อนนุ่มและเป็นมันจนเกินไป เนื่องจากขนเหล่านี้ช่วยปกป้องสุนัขในเวลาที่ออกไปล่าสัตว์ โดยขนสีขาวจะพบได้บ่อยที่สุด และต้องมีมากกว่าสีอื่น ๆ ในร่างกาย สามารถพบสีดำ หรือน้ำตาลที่บนใบหน้า รอบตา หู ที่ก้นถึงหางและเล็กน้อยบนลำตัว นอกจากนี้ สุนัขที่มีลักษณะของขนหยาบอาจมีขนยาวที่หาง หรือบริเวณหน้า มากกว่าสุนัขที่ขนเรียบ ที่ผิวหนังอาจมีจุดสีดำหรือ น้ำตาลเล็กๆ รอบลำตัว ขนที่ปกคลุมควรมีความหนา 2 ชั้น หากเป็นขนเรียบจะหนาแต่ไม่อ่อนนุ่ม หรือ ในขนหยาบก็จะหนาแต่ไม่ฟูฟุ้ง ส่วนหัวรับกันอย่างพอดีกับหู แคบลงบริเวณะตา และแบนออกบริเวณหู มีจมูกสีดำ กรามมีความแข็งแรง กระดูกฟันที่แข็งแรงเพื่อการกัด และเคี้ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ดวงตาเป็นรูปทรงอัลมอนด์ มีสีดำ ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสติปัญญา หูรูปทรงตัววีขนาดเล็ก ที่ลู่ไปด้านบนเมื่อสุนัขมีความกระตือรือร้น หางตั้งสูง

โดยทั่วไปแล้วพวกมันเป็นสุนัขที่ชอบขุดซึ่งเป็นสัญชาตญาณนักล่าที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ พวกมันจะมีความซน และก้าวร้าวอยู่บ้าง แล้วยังจะชอบวิ่งไล่ หรือแม้แต่ทำลายข้าวของต่าง ๆ ที่สำคัญพวกมันเป็นหมาที่เห่าเก่งมาก เป็นสุนัขที่ตื่นตัวและเฝ้าระวังได้ดี รักในความกล้าแสดงออกโดยธรรมชาติแต่ด้วยคุณสมบัตินักล่า อาจจะมีนิสัยก้าวร้าวกับสุนัขตัวอื่น หรือเด็กเล็ก ๆ ได้

นิสัยโดยธรรมชาติ รวมถึงลักษณะการทำงาน ไม่ได้มีความแตกต่างจากเดิมเมื่อเทียบกับ ในช่วงเวลา 200 ปีก่อน มีความแข็งแรง กำยำ ช่วงไหล่มีความกว้างอยู่ที่ 10–15 นิ้ว (25–38 ซม.) ตามคำอธิบายของ American kennel club ได้อธิบายสัดส่วนโดยรวมของพวกมันไว้ว่า โดยทั่วไปแล้วแจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียจะมีความสูงอยู่ระหว่าง 10-14 นิ้ว สำหรับน้ำหนักจากมาตรฐานสายพันธุ์ของทั้งอังกฤษและอเมริกาได้ระบุไว้ว่าแจ็ค รัสเซลล์ต้องหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 14–18 ปอนด์ (6.4–8.2 กก.) เพื่อความสอดคล้องกันในด้านสัดส่วนของร่างกาย

อายุขัย

อายุขัยโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงอายุ 12-15 ปี ในกรณีที่ไม่มีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ และจะมีความกระฉับกระเฉงตลอดช่วงอายุขัย

 

ลักษณะนิสัย

แจ็ค รัสเซล เทอร์เรีย เป็นสายพันธุ์อนุรักษ์ ที่จัดว่าเป็นสายพันธุ์ขนาดเล็ก เดิมทีได้รับการปรับปรุงพันธู์เพื่อไช้ล่าสุนัขจิ้งจอก การที่จะเข้าใจในบุคลิกของพวกเขา เราจำเป็นต้องเข้าใจถึงความเป็นมาของพวกเขา ที่ถูกสร้างเพื่อการล่าเสียก่อน ซึ่งการล่าสุนัขจิ้งจอกจำเป็นต้องใช้สุนัขสายพันธุ์ที่รวดเร็ว มีพลังมากพอที่จะไล่ตาม และไล่ล่าเหยื่อ มีความฉลาดพอที่จะตามเกมของสุนัขจิ้งจอกให้ทัน มีความกล้าพอที่จะตามสุนัขจิ้งจอกเข้าไปในถ้ำ และเชื่อฟังมากพอที่จะฟังคำสั่งที่ใช้ในการไล่ล่า แจ็ค รัสเซล เทอร์เรีย จึงเป็นสายพันธุ์เหมาะสมที่สุด เนื่องด้วยคุณสมบัติที่พวกเขามี ควบคู่กับความสามารถในการฝึกเพื่อการไล่ล่าของเจ้าของ

หากคุณกำลังมองหาสุนัขสายพันธุ์ขนาดเล็ก แจ็ค รัสเซล เทอร์เรีย อาจไม่เหมาะ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นสุนัขที่ดี สำหรับครอบครัว และเป็นคู่หูที่ดีได้ แต่ด้วยต้นกำเนิดของเขาที่ถูกใช้เพื่อการล่า ส่งผลให้พวกเขาเองก็ต้องการเจ้าของที่เข้ากันได้กับพฤติกรรมนักล่าของเขาด้วย พวกเขาเป็นสุนัขที่มีพลังงานสูงมาก แม้ว่าพวกเขาจะมีบุคลิกที่ขี้เล่น และสนุกสนาน แต่พวกเขาสามารถแสดงออกถึงพลังงานของเขาเมื่ออยู่กับเจ้าของได้มากที่สุด และมักมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กชนิดอื่นๆได้ เช่น แมว กระต่าย หนู นก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกยั่วยุ ดังนั้นเมื่อพาออกไปข้างนอก ควรใส่สายจูงอยู่เสมอ เพราะพวกเขาอาจวิ่งหนี หรือวิ่งตามกลิ่นได้ พวกเขามักจะแสดงให้เห็นถึงความภักดีต่อเจ้าของ และจะยอมต่อสู้กับอันตราย หากเจ้าของถูกคุกคาม ซึ่งลักษณะเหล่านี้อาจไม่เหมาะยุคสมัยปัจจุบัน การเลี้ยงในที่แคบหรือคอนโดอาจเป็นการเพิ่มพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ดังนั้นจึงควรหากิจกรรมให้พวกเขาได้ใช้พลัง ตามสัญชาติญาณ เพื่อลดความเครียดในสัตว์เลี้ยง

การเข้ากับเด็ก

โดยปกติแล้ว สุนัขสายพันธุ์นี้ สามารถอยู่ร่วมกับครอบครัวที่มีทั้งคนแก่และเด็กได้เป็นอย่างดี แต่ยังไม่แนะนำสำหรับครอบครัวที่มีเด็กทารก เด็กเล็ก เนื่องจากพวกเขา อาจตอบสนองต่อการรุกรานในแบบที่เป็นอันตรายต่อเด็ก แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าของที่จะระมัดระวัง และสอนเด็กๆ ในการรับมือและดูแลสุนัขสายพันธุ์นี้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย แม้ว่าสุนัขสายพันธุ์นี้จะดูเป็นสุนัขสายพันธุ์ขนาดเล็ก แต่ด้วยความที่พวกเขาถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานและเป็นนักล่า สุนัขสายพันธุ์จึงจำเป็นต้องได้รับการฝึก เพื่อการเข้่ากันได้ดีกับเด็ก และพวกเขาก็จะเป็นสมาชิกที่น่ารักของครอบครัวที่รักเขาได้อย่างดี

 

การดูแล

การออกกำลังกาย

แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียเป็นสายพันธุ์สุนัขใช้งานที่เก่าแก่ พวกมันต้องการการปลดปล่อยพลังงาน อาจไม่เหมาะหากผู้เลี้ยงเป็นคนที่ไม่สามารถมีเวลาให้กับพวกมันได้ เพราะหากไม่มีการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ มักจะส่งผลให้พวกมันรู้สึกหงุดหงิด และมีนิสัยทำลายข้าวของได้ จนเกิดเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีปรากฏในรูปแบบของการกัดทำลายข้าวของภายในห้อง การวิ่งไล่รถยนต์ รวมไปถึงการทำอันตรายต่อเด็ก ๆ และสัตว์อื่น ๆ จึงแนะนำให้สุนัขได้รับการทำกิจกรรมอย่างน้อย 45 นาทีต่อวัน เป็นประจำ สิ่งที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้พวกมันออกไปวิ่ง หลังจากนั้นจึงนำสุนัขเดินต่อไปอีกสักครู่ นอกจากนี้พวกมันต้องการการบริหารสมองด้วยเช่นกัน นี่เป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำว่าการฝึกฝนของพวกมันควรมีการเล่นเกม การเรียนรู้เทคนิค และทำตามคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งทำให้ได้รับประสบการณ์และการกระตุ้นมากกว่าการไปเดินเล่นตามปกติ

อาหาร

เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์นี้มีพลังงานสูง จึงต้องการอาหารที่มีโปรตีนและไขมันในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีเจ้าของควรหลีกเลี้ยงอาหารที่มีการเติมธัญพืชต่าง ๆ เช่นถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวโพด เนื่องจากเป็นอาหารที่ย่อยยาก และเหนี่ยวนำให้เกิดอาการแพ้ ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อผิวหนังได้ การให้อาหารที่มีคุณภาพดี สำหรับลูกสุนัขควรให้ปริมาณ 2 ถ้วย 2-3 ครั้งต่อวัน ส่วนสุนัขโตควรให้ปริมาณที่เหมาะสมอยู่ที่ ¾ ถึง 1 ถ้วย ของปริมาณอาหารแห้งในหนึ่งวัน และควรแบ่งให้ 2 มื้อ ซึ่งสามารถปรับปริมาณให้เพิ่มขึ้นได้ เพื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน และไม่ว่าแจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียจะใช้พลังงานไปเยอะเพียงใด แต่กระบวนการเผาผลาญอาหารของพวกมันก็จะเสื่อมลงไปตามอายุ ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย

 

โรคประจำพันธุ์

  • โรคผิวหนัง
    • โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Skin allergies)
  • โรคระบบประสาท
    • โรคลมชัก (Epilepsy)
    • โรควิตกกังวล (Anxiety)
    • การเจริญผิดปกติของไขสันหลัง (Degenerative Myelopathy)
    • การเดินที่ไม่สัมพันธ์กันของขา (Ataxia)
    • ภาวะกลัวตื่นตกใจง่าย (Anxieties)
    • ภาวะวิตกกังวลจากการถูกแยก (Separation Anxiety)
  • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
    • ภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroidism)
    • การสร้างฮอร์โมนคอร์ติซอลมากกว่าปกติ (Cushing’s Disease)
  • โรคระบบกระดูก เอ็น และข้อต่อ
  • โรคตา
    • โรคต้อกระจก (Cataract)
    • โรคต้อหิน (Glaucoma)
    • โรคเลนส์ตาเลื่อน (Primary Lens Luxation : PLL)
  • โรคหู
    • โรคหูหนวกตั้งแต่กำเนิด (Congenital deafness)
  • โรคมะเร็ง (cancer)

 

เรื่อง สุรภา ประติภาปกรณ์ และ ชนิฏฐา กล้าแข็ง