เพชรลดา พูลวรลักษณ์ ผู้เกิดมาพร้อมหัวใจของคนรักสัตว์ จาก Passion สู่ผู้นำตลาดคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ในเมืองไทย

ถ้าจะมีใครสักคนที่ Born to be เพื่อเป็นคนรักสัตว์ หนึ่งในนั้นคงไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่คือคุณโอ๋ เพชรลดา พูลวรลักษณ์ CEO คนเก่งแห่งเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัทผู้สร้างและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของเมืองไทย ซึ่งความลุ่มหลงในสัตว์นานาชนิดที่อยู่ใน DNA ของผู้บริหารคนนี้ได้ส่งต่อสู่พนักงานเมเจอร์ฯ และสะท้อนผ่านโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดให้ผู้พักอาศัยสามารถเลี้ยงสัตว์ได้เป็นเจ้าแรกในเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี

ภาพของคุณเพชรลดากับสุนัขพันธุ์ยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ 2 ตัว มันนี่ กับ ปีใหม่ สองพี่น้องวัย 16 ขวบ อาจจะเป็นภาพคุ้นตาตามสื่อต่างๆ แต่ความพิเศษของการพูดคุยครั้งนี้คือ แฮปปี้ นกกระตั้วสีขาวนวลวัย 11 เดือนที่มานั่งร่วมวงในการสนทนากับเราด้วย ท่ามกลางบรรยากาศตกแต่งห้องในคอนเซ็ปต์ Mid-Century Modern โดยมีฉากหลังเป็นลายวอลล์เปเปอร์สุดสร้างสรรค์ที่สื่อถึงไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ออกแบบโดยคุณจิรายุ คูอมรพัฒนะ หรือ JIRAYU KOO ศิลปิน Illustrator ที่มีลายเส้นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ณ โครงการ เมทริส พัฒนาการ-เอกมัย

มันนี่ กับ ปีใหม่ สองพี่น้องยอร์กกี้ไซซ์เล็กที่เติบโตมาในคอนโดมิเนียมตลอดระยะเวลา 16 ปี หากเทียบอายุคน สองพี่น้องนี้คงเป็นคุณทวดอายุ 80 ปีที่ยังมีความสดใส แสนรู้ มีความขี้อ้อนตามลักษณะสายพันธุ์และเป็นมิตรกับทุกคนจนต้องตกหลุมรักทั้งคู่ได้ง่ายๆ

“มันนี่กับปีใหม่ เป็นผลผลิตของหมาตัวก่อนค่ะชื่อว่ากุ๊กกิ๊ก ซึ่งเป็นหมาที่เรารักมาก แล้วเขาก็มีลูกออกมา 5 ตัว ก็เลยมีช่วงหนึ่งที่เรามีหมา 8 ตัว เลี้ยงในคอนโดมิเนียม ปีใหม่เป็นลูกสาวคนโต มันนี่เป็นน้องชายคนสุดท้อง ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ เขาไม่อยู่แล้ว ตอนนี้อายุทั้งสองก็ 16 ปีเท่ากัน ถ้าเป็นอายุคนคือแก่มาก เหมือนคุณพ่อเขาอายุยาวนานถึง 21 ปี ถามว่าเรารู้ไหมว่าจะเลี้ยงอย่างไรให้เขาอายุยืน แข็งแรงแบบนี้ ตอบเลยว่าคงไม่ได้รู้ขนาดนั้น แต่เราเลี้ยงเขาด้วยความรักมากกว่า เราดูแลเขาเท่าที่เราจะดูแลได้อย่างดีที่สุด” คุณเพชรลดาเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของน้องหมาทั้งสองก่อนที่สมาชิกใหม่อย่างเจ้า แฮปปี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน

“แฮปปี้ เป็นนกตัวผู้ค่ะ เราจะรู้ว่านกเป็นเพศไหนจากกรุ๊ปเลือด ส่งเลือดไปตรวจก็รู้ มาทีแรกไม่มีขน อายุประมาณ 6 สัปดาห์ ขนยังไม่ขึ้นผิวหนังยังเป็นตุ่มๆ ยืนไม่แข็ง แต่พอโตขึ้นเขาขี้อ้อนมาก ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้” คุณเพชรลดาเล่าต่อว่าได้รู้จักกับนกกระตั้ว หรือนกคอกคาทู (Cockatoo) ครั้งแรกจากบ้านของญาติแล้วตกหลุมรักความขี้อ้อน ฉลาด แสนรู้ ของเจ้านกชนิดนี้ จึงเริ่มศึกษาหาข้อมูลเพื่อเลี้ยงในคอนโดมิเนียม

“ พอมาอยู่คอนโดก็ไม่ได้กังวลใด ๆ เพราะเราเชื่อว่าไม่ว่าจะเลี้ยงคอนโดหรือเลี้ยงบ้าน

ถ้าเราเทรนเขาให้เขาสามารถอยู่กับเราได้อย่างมีความสุขทั้งคู่

อยู่ที่ไหนมันก็เหมือนกัน”

“ก่อนเลี้ยงก็ศึกษาข้อมูลมาในระดับนึงค่ะ เพราะเราอยู่คอนโดเลยต้องศึกษาว่าอะไรที่จะเป็นอุปสรรค เป็นข้อควรรู้ ทำให้รู้ว่าต้องเอาเขามาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าส่วนใหญ่จะเริ่มเลี้ยงตอน 5-6 เดือน แต่เราเลือกรับมาตั้งแต่ 6 สัปดาห์เพราะเราเชื่อว่าถ้าเราฝึกเขาตั้งแต่เด็กๆ เขาก็จะมีพฤติกรรมเป็นไปในทิศทางที่เราต้องการได้ เช่น ฝึกไม่ให้เขาส่งเสียงดังรบกวนห้องอื่นๆ เป็นต้น “

แฮปปี้เติบโตมาในคอนโดมิเนียม โดยจะมีคอนเล็ก ๆ ให้เขาเกาะ และจะชอบกัดจิกสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งปากจะทำหน้าที่เหมือนกับมือ ไว้สำหรับจิก จับ  สัมผัส เขาจึงชอบกัดนั่นกัดนี่ไปเรื่อย

“แฮปปี้เหมือนเด็กค่ะ จะเล่นกับสิ่งของต่าง ๆ ในบ้าน จึงต้องมีของเล่นให้เขาไม่อย่างนั้นเขาก็จะกัดเฟอร์นิเจอร์ข้าวของเครื่องใช้ แต่เขาก็ขี้เบื่อนะคะ เล่นไม่นานก็เบื่อ หากชิ้นไหนที่เขาชอบจะอยู่ได้เป็นชั่วโมง ตอนนี้ก็เริ่มส่งเสียงเป็นภาษาของเขา ซึ่งจริงๆ เขาพูดได้ แต่ตอนนี้เขาเพิ่ง 11 เดือนเองต้องรอให้โตกว่านี้จะเลียนเสียงได้เหมือนนกแก้ว”

“เราเข้าใจว่าบ้านมีความหมายกับชีวิตของคนทุกคนมากมายแค่ไหน

ซึ่งหนึ่งใน DNA ของเมเจอร์ฯ คือเรามักจะใส่ใจในทุก ๆ รายละเอียด

เพราะว่า บ้านคือสิ่งที่มีความหมายจริงๆ”

จากประสบการณ์ตรงในการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดมิเนียมที่ไม่ได้มองเห็นข้อจำกัดของพื้นที่ สู่รูปแบบของคอนโดมิเนียมแบบ Pet- Friendly Residences ซึ่งเป็นจุดขายของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ แม้ว่าคุณเพชรลดาจะบอกว่าไม่ใช่ความตั้งใจให้เป็นจุดขายตั้งแต่แรก เพราะแนวคิดการอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ในคอนโดเกิดขึ้นจากความเข้าใจในความต้องการ ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยมากกว่า

“ส่วนตัวเป็นคนรักสัตว์มาก เชื่อว่าตัวเองเข้าใจคนรักสัตว์แล้วใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดต้องการอะไร คนที่มีสัตว์เลี้ยงเขาจะให้สัตว์เป็นเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว โครงการแรกของเมเจอร์ฯ ที่เริ่มทำก็ให้เลี้ยงสัตว์ได้ เพราะเรารู้สึกว่า สัตว์คือส่วนหนึ่งของชีวิต คือไลฟ์สไตล์ของเรา เราจึงได้เรียนรู้จากตรงนั้นมาเรื่อย ๆ และรู้วิธีการจัดการที่จะต้องมีกฎระเบียบ เพราะไม่ใช่บ้าน แต่เป็นคอนโดมิเนียมที่มีหลายครอบครัวอยู่ร่วมกันในสถานที่เดียวกัน เพราะฉะนั้นการมีข้อตกลงเพื่ออยู่อาศัยร่วมกันที่ชัดเจนจึงจำเป็นต้องมี”

“ตลอด 20 ปีที่เราอยู่ตรงนี้มา ไม่ใช่เฉพาะแค่เงื่อนไขการอยู่อาศัยอย่างเดียวเท่านั้น มันจะเป็นส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะทำอย่างไรให้น้องหมาน้องแมวอยู่ในคอนโดแล้วไม่จำเป็นจะต้องอยู่แต่ในห้อง สามารถออกมาข้างนอกแล้วใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เพราะเราเชื่อว่าคนรักสัตว์หรือเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนจะมีความสุขมากขึ้นถ้ามองเห็นสัตว์เลี้ยงของตัวเองมีความสุขด้วย”

“ประสบการณ์ 20 กว่าปีของเมเจอร์ฯ

จึงไม่ใช่แค่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้

แต่คำนึงถึงทุกชีวิตที่อยู่ร่วมกันแบบ everyday life”

เรียนรู้ ปรับปรุง พัฒนา คือหัวใจสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อคอนโดมิเนียมของเมเจอร์ฯ ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยของคนเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่ยังมีคนที่ไม่เลี้ยงสัตว์อาศัยอยู่ร่วมกันด้วย ประสบการณ์จากตรงนี้ต่อยอดสู่งานออกแบบที่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ฟังก์ชันยังต้องตอบโจทย์ของผู้อยู่อาศัย ทั้งงานดีไซน์ที่ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลี้ยงอย่างโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องวัสดุที่มีความปลอดภัยอย่าง SCG รวมถึงงานออกแบบอาคารที่มีการคิดตั้งแต่เริ่มวางแปลนโครงการ การแบ่งสัดส่วนพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ลดการรบกวนที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่มาเติมแต่งภายหลัง รวมถึงการหาสิทธิประโยชน์และกิจกรรมที่น่าสนใจต่าง ๆ มามอบให้กับลูกบ้านที่เป็นคนรักสัตว์ตลอดทั้งปี

“ประสบการณ์จริงที่เราเรียนรู้ว่าจุดไหนจะต้องพัฒนา จุดไหนต้องต่อยอด เราเข้าใจว่าเราทำอะไรอยู่ ไม่ใช่แค่คนที่เลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่ยังมีความต้องการของคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ทำอย่างไรให้ทั้ง 2 ฝ่าย อยู่แล้วแฮปปี้ เราจึงมีบริษัทในเครือที่เรียกว่า คือ MDPC Expertise Meets Excellence ที่จะมาบริหารต่อหลังจากโครงการเสร็จสิ้น ทำหน้าที่บริหารโครงการที่มีทั้งคนเลี้ยงสัตว์และไม่เลี้ยงสัตว์ให้อยู่ร่วมกันภายใต้กฎต่างๆ ที่นิติบุคคลใช้อยู่ ซึ่งผ่านการไตร่ตรองจากประสบการณ์ 20 กว่าปีของเมเจอร์ฯ จึงไม่ใช่แค่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่คำนึงถึงทุกชีวิตที่อยู่ร่วมกันแบบ everyday life”

“ตอนนี้เราก้าวไปอีกขั้นด้วยการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับสัตว์ เกิดเป็น PETSCAPE ที่รวบรวมสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อมอบให้น้องหมาน้องแมว เช่น ส่วนลดจากโรงพยาบาลสัตว์ ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ หรือข้อมูลจากคาเฟ่ รีสอร์ต ร้านอาหารที่สัตว์เลี้ยงเข้าได้ เป็นความพิเศษที่มอบให้กับลูกบ้านของเรา”

“เพราะบ้านเป็นหนึ่งสิ่งในชีวิตคนที่ทุกคนต้องใช้เงินจำนวนมากครั้งหนึ่งในชีวิตเพื่อให้ได้มันมา เราเข้าใจว่ามันมีความหมายกับชีวิตของคนทุกคนมากมายแค่ไหน ซึ่งนั่นเป็น DNA ของเมเจอร์ฯ ที่เราทำอะไรแล้วเราใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ และเข้าใจว่า บ้านคือสิ่งที่มีความหมายจริงๆ ส่วนสัตว์เลี้ยงคือความสุข ให้ความรัก เติมเต็มกับเรา คนเรามันมีช่วงเวลาที่ดาวน์ เราคิดว่าการที่เราทำงานเหนื่อยๆ กลับมาบ้านแล้วเรามีน้องหมาที่เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข พอเจอเขา ความเหนื่อยที่มีมันหายไปเลย” คุณเพชรลดากล่าวทิ้งท้ายพร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าแฮปปี้พร้อมกับออดอ้อนอยู่เคียงข้าง ส่วนมันนี่และปีใหม่ยังคงนอนนิ่ง สงบสุข บอกถึงความอุ่นใจที่ได้อยู่ใกล้ ๆ เจ้าของสุดรักที่อยู่ด้วยกันมานาน