ลักษณะสายพันธุ์และนิสัย “ขาวมณี หรือขาวปลอด (Khao Manee)”

ประวัติสายพันธุ์

แมวพันธุ์ขาวมณีเป็นแมวที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย ถูกบันทึกครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 14 ในเล่มที่เรียกว่า ตำราแมว เดิมมีชื่อว่า ขาวปลอด ซึ่งมีความหมายว่าสีขาวสนิททั้งตัว จากนั้นถูกเปลี่ยนมาเป็นขาวมณี เนื่องจากมีสีตาที่แตกต่างกันออกไป

แมวขาวมณีเป็นที่ชื่นชอบของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่ 5) ซึ่งเป็นกษัตริย์ของไทยในช่วงปี 1868 – 1910 โดยแมวพันธุ์ขาวมณีถูกเลี้ยงเป็นอย่างดีภายในวังไม่ให้คนภายนอกเห็น และได้รับการปกป้อง เพื่อให้เป็นแมวที่มีต้นกำเนิดจากรางวงศ์ไทย

แมวขาวมณีเป็นแมวที่พบได้ยาก และไม่เคยถูกส่งออกนอกประเทศ และจนกระทั่งปี 1999 คอลลีน เฟรมัท นักอนุรักษ์สัตว์ชาวอเมริกัน ได้เริ่มนำแมวพันธุ์ขาวมณีจำนวน 12 ตัว ไปทำการเพาะขยายพันธุ์ และหลังจากนั้นไม่นาน นักเพาะพันธุ์จากประเทศฝรั่งเศส ก็ได้สานต่อการขยายพันธุ์แมวขาวมณี ทำให้กลายเป็นเจ้าเดียวในประเทศแถบตะวันตก

 

ลักษณะทางกายภาพ

แมวขาวมณีมีลักษณะเหมือนแมวฝั่งตะวันตก รูปร่างเพรียว สวยงาม มีโครงสร้างกระดูกที่ค่อนข้างบางและมีขาหน้าสั้นกว่าขาหลัง บริเวณส่วนหลังและข้างลำตัวโค้งเล็กน้อย หัวของแมวขาวมณีมีขนาดเล็กและมีรูปทรงสามเหลี่ยม จมูกมีรอยหักเล็กน้อย หูมีขนาดปานกลางและตั้ง โดยเฉพาะในเพศผู้ แมวขาวมณีมีจมูกและอุ้งเท้าเป็นสีชมพู

นอกจากนี้แมวขาวมณีมีลักษณะพิเศษที่โดดเด่น คือ รูปทรงของตาและสีของตา จะมีลักษณะเหมือนกับอัญมณีที่วางอยู่บนหินอ่อน และมีสีตาที่หลากหลาย ตั้งแต่สีฟ้าอ่อนจนถึงสีฟ้าไพลิน สีเขียวมรกต สีเขียวเพอริดอท หรือ สีเหลืองแซฟไฟร์ นอกจากนี้ในสภาวะปกติขาวมณีสามารถมีสีตาที่แตกต่างกันทั้ง 2 ข้างได้ และลักษณะขนที่พบเป็นขนสั้น เรียบ และมีสีขาวตลอดทั้งตัว

อายุขัย

แมวขาวมณีมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 10-12 ปี

 

ลักษณะนิสัย

แมวขาวมณีเป็นแมวที่ขี้เล่นและขี้สงสัย เป็นแมวที่ชอบเล่นเกมส์และชอบที่จะสำรวจสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เข้ากับเด็ก แมว และสัตว์ขนาดเล็กได้ดี นอกจากนี้ลูกแมวขาวมณีเป็นแมวที่ต้องการความรักความเอาใจใส่ และชอบเล่นกับแมวตัวอื่น ๆ

การเข้ากับเด็ก

แมวขาวมณีสามารถเข้ากับเด็กได้ดี เนื่องจากเป็นแมวที่ชอบเล่นและมีความขี้เล่นในตัว โดยถ้าแมวได้อยู่กับสัตว์ชนิดอื่นหรือคนตั้งแต่ยังเด็กจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับแมวง่ายมากขึ้น

 

การดูแล

การออกกำลังกาย

เนื่องจากแมวขาวมณีโดยธรรมชาติเป็นแมวที่ชอบเล่น ชอบทำกิจกรรม ทำให้การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อช่วยรักษาความสมดุลของระบบกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของร่างกาย หากแมวได้ออกไปนอกบ้านมักจะเห็นแมวลงไปนอนกลิ้งที่พื้นหรือปีนบนต้นไม้ หรือถ้าหากเป็นแมวที่เลี้ยงภายในห้อง ควรมีเสาสำหรับฝนเล็บ โครงสำหรับปีนป่าย และของเล่นแมว หรือสิ่งของอื่นๆ ที่สามารถให้แมวเล่นปลดปล่อยพลังงานในตัวได้

อาหาร

ควรได้รับอาหารเม็ดและอาหารเปียกที่มีคุณภาพและเพียงพอ มีส่วนประกอบของโปรตีนมากกว่าคาร์โบไฮเดรต มีวิตามินและกากใย และควรแยกชนิดอาหารสำหรับแมวเด็ก แมวโตและแมวอายุมาก เนื่องจากแมวเด็กมีความต้องการไขมันและโปรตีน เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตมากกว่าแมวโต

 

โรคประจำพันธุ์

  • โรคระบบผิวหนัง
    • โรคผิวหนังจากหมัดแมว (Fleas)
    • เชื้อราในแมว (Dermatophytosis)
  • โรคระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจ
  • โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
    • ปัญหาสุขภาพช่องปาก
    • ท้องเสีย
  • โรคระบบทางเดินหายใจ
    • โรคหวัดแมว (Rhinotracheitis)
  • โรคหู
    • หูหนวก (Deafness)

 

เรื่อง : สุรภา ประติภาปกรณ์