บ้านรับลม แบบบ้านรับลม

ออกแบบบ้านเปิดรับลม สำหรับคนหลายช่วงอายุ

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม
บ้านรับลม แบบบ้านรับลม

การสร้างบ้านสักหลัง ให้เข้ากับการใช้งานของทุกคนในครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าเป็นบ้านที่มีสมาชิกหลายช่วงอายุ การเตรียมบ้านให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย และ ออก แบบบ้านรับลม ให้เข้ากับภูมิอากาศบ้านเรา จะช่วยให้ทุกคนในบ้านอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

ซุ้มประตูทางเข้าบ้านสีม่วงตัดกับฟ้า มีประตูไม้เชื่อมความกลมกลืนให้สองสี

วันนี้ผมมาเยี่ยม “ครอบครัวใหญ่” ของคุณเต้ – ปิติรัตน์ ยศวัฒน สถาปนิกหญิง และ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาฯ ครอบครัวนี้ประกอบด้วย คุณพ่อภาษิต ยศวัฒน เภสัชกร อายุย่างเจ็ดสิบ คุณแม่ดาริกา ยศวัฒน แม่บ้านที่มีศิลปะในหัวใจ อายุหกสิบกว่าๆ คุณติ๊ก – ปิติกร ยศวัฒน พี่ชาย ซึ่งเป็นอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ และ อาม่า อายุ 97 ปี กับผู้ดูแลอาม่าอีกหนึ่งคน แล้วยังพ่วงน้องหมาน่าฟัดสองตัว กับน้องแมวอีกหนึ่งตัว สิริรวมสมาชิกในบ้านนี้ 9 ชีวิตถ้วน!!! มาดูกันว่า แบบบ้านรับลม ที่สวยงามหลังนี้จะเป็นยังไง

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม
ปลูกไม้ใหญ่อย่างปีบ ที่ลักษณะเรือนยอดด้านบนโปร่ง ลําต้นเพรียวเป็นตัวเสริมความงามให้บ้าน
ที่ประจำของหมูตั้ง

“ไม่อยากเปิดแบบแปลนบ้านจัดสรรสําเร็จรูป แล้วก็จิ้มๆเอา เพราะว่ากว่าจะเก็บเงินสร้างบ้านกันได้ ก็ไม่ใช่แป๊บเดียว”

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม
ห้องใหญ่สําหรับทุกกิจกรรมของครอบครัว ออกแบบให้เป็นศูนย์กลางของบ้านในทุกๆด้าน

“อยากมีบ้านที่มีบริเวณมานานแล้ว เพราะเดิมอยู่ตึกแถวกันมาตั้ง 30 ปีแล้ว พ่อเขาก็อายุมากแล้ว เดินขึ้น เดินลง ตลอดลําบาก เผอิญได้ที่ดินใกล้กับร้านขายยาที่พ่อทํางานอยู่ก็เลยสะดวกมาก สร้างบ้านเลยหนึ่งหลัง” คุณเต้เริ่มเล่าถึงช่วงเริ่มต้นออกแบบบ้านหลังนี้ หลังจากเราเลือกนั่งลงคุยกันตรงระเบียงหน้าห้องคุณติ๊ก

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม
ช่องเปิดเชื่อมต่อระหว่าง ครัวกับโต๊ะกินข้าว มีตู้วิเศษเปิดหยิบของได้สองด้าน

“อย่างแรกนั่งประชุมกันเลย ทุกคนในบ้านตกลงกันให้ชัดเจนว่าใครต้องการอะไรบ้าง เพราะอย่างห้องพี่ชายเนี่ย เขาก็จะเผื่อพื้นที่สําหรับสองคน แต่ห้องเราเองก็ต้องการแค่เล็กๆ เพราะถ้าเกิดสมมติแต่งงานเราก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ซึ่งตอนออกแบบใหม่ๆพ่อแม่ดูในแปลนแล้วก็ถามห้องสี่คูณห้าเล็กนะ จะอยู่ได้เหรอลูก เราก็บอกว่าได้ พอสร้างเสร็จทุกคนก็ชอบ เพราะว่ามันพอดีๆอย่างห้องครัวบ้านนี้พ่อก็บอกเอาไว้ชั้นบน เพราะเขารู้สึกว่ามันสะอาด และ โล่งกว่า ห้องผู้ใหญ่ก็จะให้อยู่ข้างล่างหมดเลยจะได้ไม่ต้องเดินขึ้น – ลงลงบันได”

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม
“เฟอร์นิเจอร์ไม้ส่วนใหญ่ในบ้าน ถ้าเป็นไม้จริงจะบอกช่างให้ทําสีขัดเสี้ยนขาวหมดเลยเพราะชอบ โชคดีที่ได้ผู้รับเหมาที่ถนัดงานรีสอร์ทอยู่แล้วเลยทําได้ไม่ยาก”

“ไม่อยากเปิดแบบแปลนบ้านจัดสรรสําเร็จรูป แล้วก็จิ้มๆเอา เพราะว่ากว่าจะเก็บเงินสร้างบ้านกันได้ ก็ไม่ใช่แป๊บเดียว พื้นที่รวมก็เกือบ 500 ตารางเมตร น่าจะคิดให้ดีเลยว่าอยากอยู่กันแบบไหน อย่างบ้านเราตอนเริ่มสร้างมีงบประมาณไม่เยอะ ตอนแรกก็ไม่มีอะไรเลย เราใช้เงินแค่พอสร้างโครงสร้างหลักๆให้ได้ก่อน หลังๆก็ค่อยเติมต้นไม้ เติมเฟอร์นิเจอร์ เติมพวกของตกแต่งกุ๊กกิ๊กทีหลัง บิลท์อินก็ไม่เยอะมาก ต้องเผื่อที่ไว้สําหรับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมาลงบ้าง ค่อยๆเติมไป เพราะว่าบางทีเราคิดในกระดาษเราคิดไม่ออกในทีเดียวหรอก”

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม
ห้องครัวเป็นอาณาจักรของคุณแม่ บานตู้ทําสีขาวแล้วใช้แปรงจุ่มสีน้ําเงินแห้งๆ ปัดเป็นลายเส้นของลายไม้ บานริมขวาสุดเป็นตู้เปิดสองทางต่อเนื่องกับตู้อีกฝั่งผนัง
ผ้าปิดใต้เคาน์เตอร์ทําจากผ้าไวนิล ที่คุณเต้ไปเดินเลือกซื้อเองแล้วเอามาให้ช่างตัดติดตาไก่ ราวแขวนเป็นลวดสปริงหุ้มพลาสติกขาว

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม

เรื่องสไตล์ของการตกแต่งก็ผ่านมติที่ประชุมแล้วเช่นกัน “เราคุยกันว่าจะทําบ้านสไตล์รีสอร์ทนะ ดิบๆหน่อย พ่อก็ชอบ แม่ก็ชอบ ทุกคนชอบก็เลยโอเค แล้วก็ถามทุกคนอีกว่าบ้านเรารับแดดรับลมเยอะนะ ทางเดินจะเป็นทางเดินภายนอกที่มีหลังคาคลุม เพราะฉะนั้นพอเข้าหน้าฝนทีก็จะเปียกจะเลอะหน่อย จะมียุงนะยอมมั้ย …ยอม… โอเค เป็นข้อตกลงร่วมกันจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง แฮ็ปปี้ร่วมกัน พ่อแม่แฮ็ปปี้ เราก็แฮ็ปปี้ เพราะเราชอบอยู่แบบโปร่งๆ เย็นๆ ไม่ชอบนอนแอร์ไม่เปิดแอร์เลย

“รูปที่ผนังหัวนอนนี่คิดตั้งนานนะกว่าจะเสร็จ ก็เปลี่ยนใจไปหลายรอบสุดท้ายวาดเป็นรูปต้นไม้แบบลดทอนรายละเอียด จะได้ไม่ดูรกเกินไปแต่ยังได้อารมณ์นอนใต้ร่มไม้อยู่”

“พื้นที่ในแต่ละห้องก็ไม่ใหญ่มาก จะมีห้องนั่งเล่นนี่แหละที่ใหญ่หน่อย เพราะตอนประชุมกันก่อนออกแบบ ตั้งใจให้เป็นศูนย์รวมทุกชีวิตในบ้าน โซฟานี้ตั้งใจทําไว้ปาร์ตี้หลายๆคน มันเลยใหญ่พิเศษก็คุยกับพี่ชายอยู่ว่า รีสอร์ทชอบมีเดย์เบด เราเอามั่งมั้ย พี่ติ๊กเขาบอกว่าเดย์เบดลึกแค่เมตรเดียวก็ยังนอนไม่พอต้องมีที่วางเท้าอยู่ดี เมตรห้าสิบไปเลยมั้ย ไปกันใหญ่เลยคราวนี้ หมอนเลยต้องใบใหญ่ตาม แต่ว่าพ่อแม่เขาก็ไม่ค่อยนั่งนะเขาชอบนั่งเก้าอี้ หรือ โซฟาเวลาดูหนัง ดูทีวี กินข้าว ด้วยกันก็ใช้ห้องนี้หมดเลยเป็นห้องของครอบครัว”

ลายดอกไม้ที่พื้นคุณเต้ใช้สีกัดปูนวาดเอาสดๆ

“คนในบ้านทุกคนต้องคุยกันเองให้ชัดเจนว่า ใครต้องการอะไรบ้างตกลงกันให้จบก่อน แล้วค่อยคุยกับสถาปนิก คือถ้าไม่เคลียร์กันพอกลับบ้านก็ไปเถียงกันต่ออีก”

ห้องคุณพ่อคุณแม่เลือกให้อยู่ชั้นล่างติดกับสวน ฝ้าของห้องนี้สูงถึง 3.50 เมตรทําให้ลมโกรกอย่างยิ่ง ผนังห้องเป็นปูนฉาบนูนสูงต่ําทําให้เกิดมิติเมื่อเจอกับแสงแดด
บ้านรับลม แบบบ้านรับลม
ของเยอะจุ๊กจิ๊กยังไงก็เอาอยู่ ด้วยพื้นที่เก็บของทุกซอกทุกมุมในห้อง ไม่เว้นแม้แต่ขอบล่างหน้าต่าง ซึ่งสูงขึ้นแค่ 40 เซนติเมตรคุณเต้ก็ทํากล่องเตี้ยยาวไว้ใช้เก็บ และ วางของ

เมื่อถามถึงวัสดุที่ใช้คุณเต้ตอบยิ้มๆว่า “ชอบไม้มาก ถ้ามีตังค์ก็อยากได้ไม้เยอะกว่านี้นะ พยายามใส่ไม้ลงไปทุกส่วนของบ้านเลย เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างในบ้านทําจากไม้แทบทั้งหมด อย่างประตู หรือ เก้าอี้ ก็ไปดูแถวอยุธยา บางบอน รังสิต ลูกนอนบันได ก็ไปสั่งไม้หน้า 14 มา แล้วก็ให้ช่างเขาทำ สะพานทางเดินนี่ก็ไม้ จะสังเกตว่าสีเนื้อไม้จะไม่ค่อยเท่ากัน เพราะเป็นไม้ต่างที่ต่างถิ่นกัน เราบอกช่างเลยว่าห้ามทําสีเดียวกันนะ วัสดุที่เอามาทําบ้านเราเนี่ยคิดเรื่องงบประมาณเป็นหลัก ของเก่าของมือสองเจอทีไรก็ซื้อนะ เพราะมันไม่แพง และ เราชอบอะไรที่เก่าๆดิบๆ ไปเดินหาแถวรัชดาไนท์บ้าง ตลาดรถไฟบ้าง บางอย่างก็ของเก่าที่บ้าน ของที่บ้านเดิมก็เยอะ เก้าอี้กินข้าวนี่ก็อายุ 30 ปีแล้ว อยู่มาก่อนเราเกิดอีก ส่วนกระเบื้องเราก็เลือกสีเรียบๆ คือสีธรรมชาติหน่อย แล้วก็คิดเรื่องความปลอดภัยเยอะมาก เรื่องวัสดุกันลื่นเพราะเดี๋ยวนี้พ่อแม่ก็อายุมากแล้ว”

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม
โซนน้องหมาโรยกรวดกําหนดบริเวณทั้งหมด ทํารั้วเตี้ยๆก็เพียงพอกับขนาดตัวของสุนัข
ซุ้มประตูสีฟ้าเจาะช่องทําที่นั่งเล็กๆก่อนออกจากบ้าน

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม

“คิดเรื่องทิศแดด – ลมเยอะมาก” เป็นถึงสถาปนิกเรื่องเหล่านี้คุณเต้ไม่มีหลุดอยู่แล้ว “ออกแบบตั้งแต่วางแปลนบ้านให้เป็นรูปตัวแอลเพื่อรับลม โดยให้ลมพัดผ่านสวนเข้ามา เพื่อดักฝุ่นละอองจากถนนด้านหน้า ทําระเบียง  และ สะพานเชื่อมยื่นยาวทางด้านทิศใต้ของบ้าน เพื่อกันแดดให้ห้องนอน บานเปิดใหญ่เปิดโล่งให้ลมพัดผ่านห้องต่างๆได้หมด รวมทั้งห้องน้ําด้วย เพื่อระบายความชื้นปรากฏว่าได้ผลดีมาก คือลมพัดทะลวงทุกห้องเลยแต่ผลที่ตามมา คือลมก็พาฝนเข้าบ้านด้วย เลยต้องทํามู่ลี่ไว้ช่วยกันฝนสาด ต้องเสริมชั้นผ้าพลาสติกด้วยเป็นสองชั้นแต่ว่าก็มีห้องเราเนี่ยแหละที่ลมเข้าน้อยสุด อาจจะเป็นเพราะหน้าต่างไม่ถึงพื้น คือขอบบนหน้าต่างสูงจากพื้น 2.40 เมตร แล้วขอบล่างสูงจากพื้นแค่ 40 เซนติเมตร ห้องอื่นเขาเป็นบานเปิดถึงพื้นหมดเลย อย่างห้องเราพอมานั่งข้างหน้าต่างก็เย็นดี แต่พอเรานอนเข้ามากลางห้องหน่อยลมมันก็ไม่ค่อยลงมา” ผมถามว่าแล้วถ้าเกิดใครมีบ้านเก่าที่อยากปรับปรุงให้มีลมเข้าบ้านบ้างทําไงดี “ก็ต้องลงทุนนะ คือประตูหน้าต่างเนี่ยคุณยอมมั้ย ที่จะทําบานใหญ่ถึงพื้น บางคนไม่ชอบให้หน้าต่างห้องนอนใหญ่มาก เพราะรู้สึกโหวงๆไม่เป็นส่วนตัว ทั้งที่จริงๆมันสบายกว่ากันเยอะ เพราะหน้าต่างเล็กๆปกติเนี่ย ลมไม่เข้าหรอกก็ต้องเปิดแอร์ไปตามระเบียบ”

 

 

บ้านรับลม แบบบ้านรับลม
ลานปูนทรงฟรีฟอร์ม ที่นั่งพักในสวน
กําแพงหลังบ้านแอบใส่ดีไซน์เล็กน้อยบล็อกช่องลมบางจุดยังแขวนต้นไม้ได้อีกด้วย

มาถึงหัวใจของบ้านกันบ้าง “สําหรับห้องอาม่าต้องอยู่ตรงกลาง ทุกคนสามารถมองเห็นได้ตลอด รับลมดีเห็นสวน เห็นกิจกรรมในบ้าน ไม่เหงา ใกล้โรงรถ เข้า – ออกสะดวกในกรณีฉุกเฉิน คือมีทางลาด ลงทางลาดปุ๊บก็เข้าโรงจอดรถได้เลย แล้วก็อาม่าเดินไม่ได้แล้ว ต้องใช้รถเข็น ก็ต้องเผื่อพื้นที่ไปห้องน้ําให้กว้างพอ ห้องน้ําก็มีที่นั่งอาบน้ํามีราวจับ ส้วมก็มีราวจับ ทุกคนต้องช่วยกันดูแลทุกๆแง่ เรานั่งทําสวนอยู่ข้างหน้า อาม่าก็จะมองเห็นแกก็ชอบนั่งดูมานี่แกก็แฮ็ปปี้” คุณเต้พูดถึงอาม่าไปยิ้มไป จนเราอดหน้าบานตามไม่ได้ “คุณแม่ตอนนี้ก็เลยไม่ได้ทํางาน อยู่บ้านดูแลอาม่าหรือไปอยู่ร้านยากับพ่อบ้าง แล้วก็ทําครัวสามมื้อ ว่างๆก็ชอบทํางานฝีมือทุกชนิด คุณแม่จบจิตรกรรมฯศิลปากร ตอนนี้มีโปรเจ็คท์ใหญ่ ไล่เย็บผ้าคลุมเตียงให้ทุกคนในบ้าน คนละสองผืน โปรเจ็คท์ต่อไป ก็จะระบายสีผนังห้องน้ํา แล้วกะว่าจะช่วยกันวาดรูปทั้งโถงบันไดเลย” น้ําเสียงเธอมุ่งมั่นจนเกือบเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น แต่ผมเห็นได้จากแววตาว่า สิ่งที่เธอพูดนั้นจะเกิดขึ้นจริงแน่นอนในไม่ช้า “ทานข้าวกันได้แล้วจ้า…คุยอะไรกันนักหนา ไม่หิวเหรอ” แว่วเสียงคุณแม่คุณเต้เรียกไปกินข้าว ท้องไส้พวกเราก็เริ่มมีอาการบทสนทนายาวๆว่าด้วยบ้านน่ารักหลังใหญ่หลังนี้ก็เป็นอันยุติ แต่วูบหนึ่งในสมองผมรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวแสนอบอุ่นนี้ไปซะแล้ว…มีอะไรกินบ้างครับแม่ ^__^

เจ้าของ – ออกแบบ คุณปิติรัตน์ ยศวัฒน

เรื่อง – ภาพประกอบ ฮ่องเต้

ภาพ ณัฐวุฒิ เพ็งคำภู, ธนาวุฒิ โชติประดิษฐ์

สไตล์ บุญยวีร์ บุนนาค


บ้านไม้ หลังเล็ก ของครูแตงโม

บ้านสองชั้น สีขาว – บ้านใจสว่าง

บ้านชั้นเดียวแบบไทยประยุกต์