ลักษณะสายพันธุ์และนิสัย “เชทแลนด์ ชีพด็อก (Shetland Sheepdog)”

ประวัติสายพันธุ์

เชทแลนด์ ชีพด็อก (Shetland Sheepdog) มีต้นกำเนิดมาจากเกาะเกาะเชทแลนด์ (Shetland Islands) ของประเทศสกอตแลนด์ โดยมีลักษณะที่สามารถทำงานหนักได้ มีความฉลาดและซื่อสัตย์ แต่ก่อนเชทแลนด์ ชีพด็อกถูกใช้เพื่อต้อนและปกป้องฝูงแกะ พวกมันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเกษตรกรและคนเลี้ยงสัตว์ ต่อมาเชื่อกันว่าเชทแลนด์ ชีพด็อกเป็นลูกผสมระหว่าง สุนัขพันธุ์คอลลี่ กับ สุนัขขนาดเล็กบางชนิด เนื่องจากมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง

ในช่วงปี 1800 เชทแลนด์ ชีพด็อกได้เดินทางไปยังประเทศสกอตแลนด์และประเทศอังกฤษ โดยพวกมันยังคงทำหน้าที่ในการเป็นสุนัขต้อนสัตว์เช่นเคย ในช่วงเวลาเหล่านี้ พวกมันได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีขนาดเล็กกระทัดรัดและมีความชำนาญในการต้อนสัตว์

ถึงแม้ว่าสุนัขสายพันธุ์นี้จะเป็นที่รักของใครหลาย ๆ คนแต่สุนัขสายพันธุ์นี้ ทำให้เกิดข้อโต้เถียงกันอย่างมากทั้งในอังกฤษและอเมริกา ผู้เพาะพันธุ์หลายคนและเจ้าของไม่สามารถตกลงกันได้ว่าเชทแลนด์ ชีพด็อกควรจะมีลักษณะเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้ทำให้สโมสรและองค์กรที่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งในปี 1930 กลุ่มเหล่านี้ก็สามารถตกลงร่วมกันเกี่ยวกับลักษณะของเชทแลนด์ ชีพด็อกตามที่ต้องการได้

ช่วงต้นในปี 1970 เชทแลนด์ ชีพด็อกได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกมันติดอันดับ 1 ใน 10 ของสายพันธุ์สุนัขที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอเมริกา จนกระทั่งทุกวันนี้เชทแลนด์ ชีพด็อกก็ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของคนในครอบครัว เนื่องจากพวกมันมีความซื่อสัตย์และความแข็งแรง

 

ลักษณะทางกายภาพ

ขนและสีขน

เชทแลนด์ ชีพด็อก (Shetland Sheepdog) มีขน 2 ชั้น ขนด้านนอกยาว หนาและหยาบส่วนขนชั้นในมีความอ่อนนุ่ม ขนชั้นนอกสามารถกันน้ำได้ในขณะที่ขนชั้นในช่วยควบคุมอุณหภูมิได้ สีขนของเชทแลนด์ ชีพด็อกมี 3 สีหลักคือ สีน้ำตาล (sable) ซึ่งมีตั้งแต่สีน้ำตาลสว่างไปจนถึงสีน้ำตาลแดง (Mahogany), สามสี (tri-colour) ประกอบไปด้วยสีดำ ขาวและน้ำตาล, สีน้ำเงินลายหินอ่อน (blue merle) ประกอบไปด้วยสีเทามากกว่าสีอื่น ๆ ส่วนสีขาวและดำ (Bi-Black), สีขาว ดำและเทา (bi-blue) จะพบได้น้อยกว่า แต่ยังคงเป็นที่ยอมรับ สีที่เป็นที่รู้จักกันดีคือสีน้ำตาล (sable) ซึ่งมีความโดดเด่นมากกว่าสีอื่น ๆ บางครั้งสีเทาหรือสีน้ำตาลแดง (Mahogany), สีน้ำตาล (sable) อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเชทแลนด์ ชีพด็อกสามสี (tri-colour) เนื่องจากปริมาณสีขนที่เข้มจำนวนมาก อีกสีที่เป็นที่ยอมรับคือสีน้ำตาลลายหินอ่อน (sable merle) แต่มักพบได้น้อยซึ่งมักจะจำแนกความแตกต่างจากสีน้ำตาลปกติของลูกสุนัขได้ยาก สีน้ำตาลลายหินอ่อน (sable merle) มักมีสีน้ำตาลเข้มเป็นหย่อม ๆ บนพื้นสีน้ำตาลอ่อนเมื่อเทียบกับสีดำและสีเทาของสีน้ำเงินลายหินอ่อน (blue merle)

มีสีขนอีก 2 แบบที่ค่อนข้างหายาก เนื่องจากไม่เป็นที่ยอมรับในสายพันธุ์คือการมีหัวสีขาว (ขนส่วนใหญ่เป็นสีขาว) อาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีการผสมพันธุ์ของเชทแลนด์ ชีพด็อกที่มีสีขาวทั้งสองตัว สีขนอีกแบบเรียกว่า Double merles เกิดจากการผสมพันธุ์เชทแลนด์ ชีพด็อกที่เป็นลายหินอ่อน (merle) ทั้งสองตัวและมีโอกาสเกิดหูหนวกหรือตาบอดได้มากกว่าสีขนอื่น ๆ มีรายงานเกี่ยวกับเชทแลนด์ ชีพด็อกลายเสือแต่ผู้ที่ชื่นชอบสุนัขสายพันธุ์นี้หลายคนยอมรับว่าบางครั้งการผสมข้ามกันภายในวงศ์ตระกูลของเชทแลนด์ ชีพด็อกอย่างเฉพาะเจาะจงนั้น อาจทำให้เกิดลายเสือขึ้นมาได้

ความสูงและน้ำหนัก

ตามมาตรฐานสายพันธุ์ของ AKC เชทแลนด์ ชีพด็อกมีความสูงอยู่ระหว่าง 13-16 นิ้ว (33-41 ซม.) ปกติแล้วพวกมันมีน้ำหนักประมาณ 11-30 ปอนด์ (5.0–14 กิโลกรัม)

อายุขัย

เชทแลนด์ ชีพด็อกมีอายุโดยเฉลี่ยทั่วไปอยู่ที่ 12 ถึง 14 ปี

 

ลักษณะนิสัย

เชทแลนด์ ชีพด็อกมีความกระตือรือร้น มีความแข็งแรงและอ่อนโยน พวกมันมีคุณสมบัติที่น่าชื่นชมมากมายในสายตาของเจ้าของ ลักษณะบุคลิกภาพของเชทแลนด์ ชีพด็อกขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของพวกมันซึ่งอาจมีตั้งแต่ลักษณะแบบไฮเปอร์ไปจนถึงนิ่ง ๆ และขี้อาย โดยอาจจะแตกต่างกันออกไปหากพวกมันได้รับการเข้าสังคมตั้งแต่ยังอายุน้อย ๆ

ควรให้สุนัขได้รู้จักกับผู้คน สถานที่และประสบการณ์ใหม่ ๆ เร็วเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อทำให้พวกมันรู้สึกสบายใจและมีความเป็นมิตรเมื่อต้องพบปะกับคนแปลกหน้าและสุนัขที่ไม่คุ้นเคย

เชทแลนด์ ชีพด็อกมีสัญชาตญาณในการปกป้องคนในครอบครัวและคนที่พวกมันรัก พวกมันเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดีและพร้อมที่จะบอกให้คนในครอบครัวรู้ในทันทีเมื่อมีผู้บุกรุก ส่วนหนึ่งเกิดจากความขี้ระแวงของพวกมันทำให้พวกมันไม่เชื่อใจกับใครก็ตามที่ไม่ใช่คนในครอบครัว

การเข้ากับเด็ก

เชทแลนด์ ชีพด็อกสามารถเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับเด็ก ๆ ได้หากได้รับการฝึกฝนและเข้าสังคมอย่างเหมาะสม ควรให้สุนัขของคุณได้ทำความรู้จักกับเด็ก ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อให้พวกมันสามารถเรียนรู้พฤติกรรมที่เหมาะสมได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าสุนัขเหล่านี้เป็นสุนัขที่ใช้ไล่ต้อนสัตว์ซึ่งหมายความว่าพวกมันเคยชินกับการไล่ตามสิ่งของขนาดเล็กที่เคลื่อนไหวได้รวมถึงเด็ก ๆ ด้วย พฤติกรรมเช่นนี้ของเชทแลนด์ ชีพด็อกจะต้องไม่เกิดขึ้นหากมีเด็กอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน การฝึกสุนัขของคุณให้มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือต้องสอนให้ลูก ๆ ของคุณรู้จักถึงวิธีปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงของคุณด้วย ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องสร้างความไว้วางใจและความเคารพ เพื่อให้มีการโต้ตอบกันอย่างเหมาะสม แต่ไม่ว่าเชทแลนด์ ชีพด็อกและลูกของคุณจะประพฤติตัวได้ดีเพียงใด ก็ควรที่จะมีผู้ปกครองคอยดูแลอยู่เสมอ

 

การดูแล

การออกกำลังกาย

เชทแลนด์ ชีพด็อกไม่จำเป็นที่จะต้องออกกำลังกายเป็นเวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวัน แต่พวกมันต้องการการออกกำลังกายในระดับปานกลางเพื่อสุขภาพที่ดี ในบางครั้งสุนัขสายพันธุ์นี้จะทำแค่เพียงเดินไปรอบ ๆ บ้าน แต่อย่างไรก็ตามพวกมันชอบที่จะได้วิ่งเล่นกับเจ้าของและสุนัขตัวอื่น ๆ เมื่อมีโอกาส

เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์นี้มีความชาญฉลาดคุณจึงต้องกระตุ้นพวกเขาอยู่เสมอ โดยใช้เกมเป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกาย เช่น การใช้สิ่งของล่อให้วิ่งตาม, การแข่งต้อนสัตว์, การสะกดรอย หรือการเล่นกับลูกบอลซึ่งจะทำให้พวกมันรู้สึกท้าทายทั้งด้านทางความคิดและร่างกาย การทำให้พวกมันรู้สึกสนุกและเพลิดเพลินเป็นสิ่งสำคัญมากในการป้องกันไม่ให้พวกมันรู้สึกเบื่อ เนื่องจากเมื่อเชทแลนด์ ชีพด็อกเริ่มมองหาแหล่งความบันเทิงของพวกมันเองมันอาจจะกัดโซฟาของคุณหรือขุดดอกไม้ที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านได้

อาหาร

อาหารที่ให้จะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพโดยรวมของพวกมัน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรจัดหาอาหารที่มีคุณภาพสูงและทำจากส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติทั้งหมด ควรทำการตรวจสอบฉลากอาหารเพื่อดูแหล่งโปรตีนและผักตามธรรมชาติ หลาย ๆ บริษัทพยายามใช้ข้าวโพดและถั่วเหลืองใส่เข้าไปในผลิตภัณฑ์ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้อาจเป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยงได้เนื่องจากย่อยได้ยาก

ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ สุนัขควรได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการวันละ 2 ถ้วย โดยแบ่งออกเป็นสองมื้อแยกกัน ทำการวัดปริมาณอาหารของสุนัขและตรวจสอบดูปริมาณการกินเพื่อหลีกเลี่ยงโรคอ้วนและภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพอื่น ๆ เช่นเดียวกับในมนุษย์สุนัขแต่ละตัวมีความแตกต่างกันจึงเป็นเหตุผลที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับอายุ น้ำหนัก ระดับการทำกิจกรรมและการเผาผลาญของพวกมันเมื่อทำการจัดอาหาร สำหรับสูตรอาหารที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นควรทำการปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ควรมีน้ำสะอาดให้แก่สุนัขอยู่ตลอดเวลา และทำความสะอาดชามวันละครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย การจัดหาน้ำดื่มที่สะอาดเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะหลังจากการออกกำลังกายหรือในสภาพอากาศที่ร้อน

 

โรคประจำพันธุ์

ปัญหาสุขภาพที่พบได้ทั่วไปในเชทแลนด์ ชีพด็อก มีดังนี้

  • โรคผิวหนัง
    • โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ (Dermatomyositis)
  • โรคระบบประสาท
    • โรควิตกกังวล (Anxiety)
    • โรควิตกกังวลต่อการแยกจาก หรือว่าเกิดจากบาดแผลทางใจ (Separation Anxiety)
    • โรคลมชัก (Epilepsy)
  • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
    • ภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroidism)
  • โรคระบบโครงกระดูก ข้อต่อ และโครงสร้าง
    • โรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน (Patellar Luxation)
    • โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia)
  • โรคระบบเลือดและภูมิคุ้มกัน
    • โรควอนวิลลิแบรนด์ (Von Willebrand Disease)
  • โรคตา
    • ความผิดปกติของตาในสุนัขพันธุ์คอลลี่ (Collie Eye Anomaly : CEA)

 

เรื่อง : ธันยพร แท่นนอก