10 รูปแบบที่นอนน้องหมา พร้อมเคล็ดลับการเลือกซื้อและการใช้งาน

เมื่อเรานำน้องหมา เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นลำดับแรก ๆ คือ การจัดบริเวณให้น้องหมาของเราอยู่นั้น เป็นส่วนหนึ่งในการฝึกให้น้องหมาเรียนรู้กฎระเบียบ ซึ่งควรฝึกตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข เพราะหากเราละเลยการฝึกเมื่อน้องโตแล้วจะฝึกระเบียบได้ยากกว่าตอนยังเล็ก ๆ อยู่ เมื่อเรากำหนดบริเวณที่นอนให้น้องหมาได้แล้ว ต่อมาคือการจัดหา ที่นอนน้องหมา เพื่อความเป็นส่วนตัว ที่สำคัญเป็นหารสร้าง Safe Zone ทำให้น้องหมารู้สึกสงบ อบอุ่น ปลอดภัยเวลานอนหลับ

วันนี้ บ้านและสวน Pets จึงมี 10 รูปแบบ ที่นอนน้องหมา พร้อมเคล็ดลับการเลือกซื้อและการใช้งานมาฝากกันค่ะ

 

หลักการ หรือวิธีการเลือก ที่นอนน้องหมา

1. ควรเลือกที่นอนน้องหมาให้เหมาะสมกับขนาดตัว หมายถึง ไม่พอดี หรือเล็กจนเกินไป อย่าลืมว่าต้องเลือกที่นอนเผื่อโตไว้สักนิดด้วย โดยคำนึงถึงการเติบโตขึ้น ตามแต่ละสายสายพันธุ์ของน้อง

2. ก่อนเลือกซื้อที่นอนน้องหมา เจ้าของควรวัดขนาดความยาวของตัวน้องไว้ด้วย เริ่มจากปลายจมูกจนถึงปลายสุดลำตัว (ไม่ต้องวัดความยาวของหางนะคะ) ให้วัดขนาดเป็นเซนติเมตร โดยเผื่อความยาวไว้ประมาณ 5 – 10 เซนติเมตร แล้วเทียบกับขนาดของที่นอนที่จะซื้อ เพราะจะช่วยให้เจ้าของซื้อที่นอนได้พอดี เหมาะกับน้องหมา น้องหมาจะได้นอนอย่างสบายตัว ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาพลิกตัวค่ะ

3. ควรเลือกซื้อที่นอนที่สามารถถอดซักทำความสะอาดได้ง่าย เพราะจะไม่ทำให้เป็นที่สะสมของเชื้อโรค อันเป็นสาเหตุให้น้องหมาของเราป่วยได้ง่าย

4. ควรเลือกที่นอนหรือเบาะนอนน้องหมาที่มีคุณภาพดี ทนทาน ใช้ได้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป เบาะหรือที่นอนต้องนุ่มสบายตัว เนื้อผ้าไม่หยาบและแข็งจนเกินไป

 

รูปแบบ ที่นอนน้องหมา 

1. ที่นอนน้องหมาแบบมาตรฐานทั่วไป

ที่นอนน้องหมา
ขอบคุณภาพจาก : design-milk.com8

มองแล้วจะเหมือนเบาะนอนนวม หรือหมอนที่ไม่มีขอบ มีให้เลือกหลายทรง หลายขนาด มากมายด้วยสีสันและวัสดุที่ใช้ รูปทรงส่วนใหญ่ที่เห็นจะมีทั้ง ทรงกลม ทรงรี สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ที่นอนแบบนี้มักจะทำจากผ้าขนสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ ผ้าสักหลาด ผ้ายีน หนังเทียม หรือไมโครไฟเบอร์ ที่นอนแบบนี้มักจะมีราคาตั้งแต่น้อยไปหามาก แตกต่างกันไปตามการดีไซน์และยี่ห้อ ส่วนใหญ่มักจะถอดทำความสะอาดได้ โดยที่นอนแบบมาตรฐานทั่วไปนี้ เหมาะกับสุนัขทุกสายพันธุ์ แต่อาจไม่ดีนักสำหรับสุนัขที่อายุเยอะ ๆ หรือสุนัขที่มีปัญหาเรื่องกระดูก ข้อต่อ และข้อสะโพก (orthopedic problems)

 

2. ที่นอนน้องหมาแบบ Nest

ขอบคุณภาพจาก : fuzzyyard.com

ลักษณะทั่วไปเหมือนที่นอนแบบแรก แตกต่างกันเพียงตรงขอบยกขึ้นสูง อาจมีขอบล้อมรอบตัวที่นอนบางส่วน หรืออาจรอบที่นอนเลยก็ได้ ที่นอนชนิดนี้อาจเหมือนโซฟานั่ง หรือเก้าอี้นอนรับแขกที่เราคุ้นเคยกันดี ขอบที่ยกสูงขึ้นมานั้น ก็เพื่อจุดประสงค์ให้น้องหมาได้เกยคางอย่างสบายอารมณ์ หรือได้ม้วนตัวขดอยู่ในเบาะ ที่นอนน้องหมาแบบนี้เหมาะกับน้องหมาทุกสายพันธุ์ที่ชอบการนอนขดตัว หรือแผ่หราอย่างมีความสุข

[DIY] Cozy Pet’s Bed เบาะนอนสุนัข ทำง่ายแถมน่ารัก

 

3. ที่นอนน้องหมารูปทรงโดนัท

ขอบคุณภาพจาก : www.overstock.com – shopluckypaws.com

เหมือนที่นอนแบบ nest คือ มีขอบยกรอบตัวที่นอน แต่จะแตกต่างตรงขอบคือจะทำให้นุ่มเป็นพิเศษ เหมือนเอาหมอนข้างมาขดกลม สำหรับน้องหมาที่ชอบขดตัวและชอบซุกตัวอยู่บนที่นอน มักจะมีรูปทรงกลม หรือรูปไข่ ทำจากวัสดุที่นุ่มเป็นพิเศษ เหมาะกับน้องหมาขี้หนาว หรือเลี้ยงไว้ในห้องแอร์ แต่ไม่เหมาะกับน้องหมาที่ไม่แข็งแรง หรืออายุเยอะ ๆ เพราะอาจทำให้มีปัญหาในการเข้าออก ลุกนั่ง เพราะที่นอนแบบนี้จะนุ่มลื่นมาก

 

4. ที่นอนน้องหมาแบบ Orthopedic

ขอบคุณภาพจาก : wayfair.com

ชื่อก็บอกแล้วนะคะว่าต้องมีไว้สำหรับน้องหมาที่มีปัญหาเรื่องกระดูก ข้อต่อ และข้อสะโพก จึงมักจะทำจากโฟมหนา ๆ ที่มีคุณภาพสูง ที่นอนชนิดนี้จะช่วยรองรับตัวของน้องหมาอย่างพิเศษ คือเมื่อน้องหมานอนจะทำให้การกดทับทางร่างกายของกระดูก ข้อสะโพก และข้อต่อต่าง ๆ น้อยมาก ที่นอนชนิดนี้สามารถใช้ได้กับน้องหมาทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าเล็กใหญ่ อ้วนผอม หรืออายุมากก็ตาม มีให้เลือกมากมายหลายแบบสีสันสวยงาม

 

5. ที่นอนน้องหมาแบบใส่เข้าไปในกรง (Kenels and Crates)

ขอบคุณภาพจาก : thepamperedpetmart.com

โดยที่นอนชนิดนี้จะผลิตมาให้เข้ากับกรงของน้องหมา มีหลายขนาดหลายทรง ถ้าสุนัขของเราถูกเลี้ยงมาให้นอนในกรง การมีที่นอนที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับปูไว้ในกรงจะดีมากกว่าที่เราจะเอาผ้านวม หรือกระดาษไปปูให้เค้า ซึ่งปัจจุบันที่นอนแบบนี้มีชนิดที่สามารถกันน้ำ และทำความสะอาดได้ง่าย ดังนั้นหากน้องหมาของคุณชอบใช้ชีวิตอยู่ในกรงแล้วละก็ที่นอนแบบนี้นับเป็นสิ่งสำคัญ เหมาะกับน้องหมาทุกพันธุ์ ทุกวัย ทุกขนาด และทุกสรีระเลยค่ะ

 

6. ที่นอนน้องหมาแบบยกพื้นขึ้นมา

ขอบคุณภาพจาก : tanjavanhoogdalem – design-milk.com

ที่นอนชนิดนี้มีหลายแบบเช่นกัน แบบมาตรฐานทั่วไปเหมือนเตียงนอนของเรา บ้างก็ออกแบบเป็นแบบรังนก บ้างก็เป็นแบบที่นอน orthopedic ข้อดีของที่นอนยกพื้น นอกจากจะใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ให้สวยงามให้กับบ้านได้แล้ว ยังป้องกันน้องหมาจากพื้นเย็น ๆ สิ่งสกปรก และแมลงรบกวนที่อยู่ตามพื้น แต่ที่นอนน้องหมาแบบนี้อาจไม่เหมาะกับน้องหมาที่มีปัญหาข้อต่อข้อสะโพก หรือสายพันธุ์บางชนิดที่มักมีปัญหาเรื่องหลัง เช่น ดัชฮุนด์ เพราะการต้องกระโดดขึ้นกระโดดลงอาจเสี่ยงต่ออันตรายของสุขภาพได้

 

7. ที่นอนน้องหมาแบบมีลักษณะปิด (covered or hooded bed)

ที่นอนน้องหมา
ขอบคุณภาพจาก : snoozerpet.com – baxterboo.com

เช่น ออกแบบเป็นลักษณะบ้าน, หรือโดม เหมาะกับหมาที่ตัวเล็ก ๆ ขี้อาย มีโลกส่วนตัวสูง

 

8. ที่นอนน้องหมาแบบ Heated bed

ที่นอนน้องหมา
ขอบคุณภาพจาก : breedingbusiness.com

หากคุณอยู่ในเมืองหนาว หรืออยู่บ้านแล้วชอบเปิดแอร์เย็น ๆ หรือน้องหมาที่มีปัญหาเจ็บปวดข้อต่อ ข้อสะโพก ที่นอนน้องหมาแบบ Heated bed จะเหมาะมาก เพราะเป็นที่นอนที่ออกแบบมาสำหรับการรักษา การทำงานของที่นอนลักษณะนี้จะคล้าย ๆ มีแผ่นให้ความร้อน หรือผ้าห่มไฟฟ้า แต่อย่าลืมนะคะ อ่านคู่มือการใช้ทุกครั้ง ทำตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด

 

9. ที่นอนน้องหมาแบบเจลให้ความเย็น

ที่นอนน้องหมา
ขอบคุณภาพจาก : chevy.com

ที่นอนแบบนี้บ้านเราอาจจะคุ้นเคยมากกว่าแบบ heated bed ที่นอนแบบให้ความเย็นจะช่วยผ่อนคลายและเพิ่มความเย็นในช่วงอากาศร้อน หรือแม้แต่เมื่อน้องหมา ไปวิ่งเล่นกลับมาเหนื่อยๆ มักจะทำจากวัสดุพลาสติก หรือวัสดุที่คล้าย ๆ กัน สอดไส้ด้วยเจลให้ความเย็น ที่นอนชนิดนี้เหมาะกับสุนัขทุกสายพันธุ์เช่นกัน และโดยเฉพาะสุนัขที่ขี้ร้อนอย่างพวก บูลด๊อก เป็นต้น

 

10. ที่นอนน้องหมาสำหรับพกพา

ที่นอนน้องหมา
ขอบคุณภาพจาก : designmilk.com

ที่นอนแบบนี้เหมาะมากกับเดินทางท่องเที่ยว ลักษณะก็เหมือนที่นอนมาตรฐานทั่วไป เพียงแต่สามารถพับและพกพาได้ เพื่อสะดวกในการใช้และประหยัดพื้นที่ค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พอจะเลือกที่นอนสำหรับน้องหมาไว้ในใจได้กันบ้างแล้วหรือยัง หวังว่าข้อมูลที่เอามาเเบ่งปันกันวันนี้จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อที่นอนให้เหมาะกับน้องหมาของคุณนะคะ

 

เรื่อง ลีฬภัทร กสานติกุล