น้ำยาล้างแอร์ ดีจริงไหม? น่าใช้หรือเปล่า? ส่งผลเสียอย่างไร?

น้ำยาล้างแอร์ เป็นตัวเลือกสำหรับการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเองที่ได้รับการถามมามากขึ้นเรื่อยๆ ว่ามีความปลอดภัย และเหมาะสมต่อการใช้งานหรือไม่? ส่วนหนึ่งก็เพราะสามารถซื้อหาได้ง่าย และมีราคาถูกกว่าการจ้างร้านล้างแอร์อยู่มากทีเดียว วันนี้ บ้านและสวน จึงขออาสามาไขข้อข้องใจให้กับผู้อ่านกันว่า น้ำยาล้างแอร์ ดีจริงไหม?

อ่าน : แอร์เคลื่อนที่ ความเย็นคุณภาพในราคาย่อมเยา ดีจริงหรือไม่?

น้ำยาล้างแอร์ มีกี่ประเภท

สำหรับน้ำยาล้างแอร์ชนิดที่เราสามารถนำมาล้างได้เองนั้น มักหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายอุปกรณ์และเว็บไซต์ออนไลน์ต่าง ๆ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ชนิดโฟมทำความสะอาด และ ชนิดน้ำยาล้างคอยล์เย็น รวมทั้งยังมีผู้แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานในการล้างคอยล์เย็นได้อีกด้วย แต่วิธีไหนจะปังหรือพัง วันนี้เรามีข้อมูลมาให้คุณร่วมวิเคราะห์ตาม วิธีไหนมีขั้นตอนการทำความสะอาดอย่างไร ไปดูพร้อมกันเลย

น้ำยาล้างแอร์ เป็นตัวเลือกสำหรับการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเองที่ได้รับการถามมามากขึ้นเรื่อยๆ ว่าปลอดภัยและเหมาะสมต่อการใช้งานหรือไม่? ส่วนหนึ่งก็เพราะสามารถซื้อหาได้ง่าย และมีราคาถูกกว่าการจ้างร้านแอร์มาล้างอยู่พอตัวเลยทีเดียว วันนี้บ้านและสวนจึงมาไขข้อข้องใจให้กับผู้อ่านกันว่า น้ำยาล้างแอร์ ดีจริงไหม?

น้ำยาล้างแอร์ชนิดโฟมทำความสะอาด

ส่วนประกอบ สารกัดกร่อนคราบ(ที่ไม่ใช่โซดาไฟ)ในรูปแบบโฟม

วิธีใช้

  1. ปิดเครื่องและปลดเบรกเกอร์ลงเพื่อความปลอดภัยจากไฟดูด
  2. เปิดหน้ากากของเครื่องออก แล้วนำแผ่นกรองแอร์ไปทำความสะอาด
  3. ดูดฝุ่นและใช้ที่ฉีดน้ำล้างส่วนคอยล์เย็นก่อน เพื่อล้างฝุ่นและคราบที่ติดอยู่บริเวณผิวหน้าออก
  4. ฉีดโฟมทำความสะอาดลงบนคอยล์เย็นให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
  5. ใช้ที่ฉีดน้ำฉีดน้ำเปล่าเข้าไปที่คอยล์เย็นอีกครั้งเพื่อชะล้างคราบสกปรกและโฟมออก
  6. นำแผ่นกรองแอร์ที่ล้างไว้กลับมาติดตั้ง ปล่อยให้แห้งสัก 1 ชั่วโมง
  7. เปิดใช้งานตามปกติ

ราคา 600-1,000 บาท/ลิตร (ขายเป็นกระป๋อง 250 ml หรือ 500 ml)

ข้อสังเกต ส่วนใหญ่แล้วน้ำยาล้างแอร์ประเภทโฟมทำความสะอาดนั้นจะขายอยู่ในชื่อของ “Cleaner and Freshener” หน้าที่หลักของโฟมคือการทำความสะอาดเพื่อคืนความสดชื่น แก้กลิ่นอับเสียมากกว่า เพราะจากที่ผู้ใช้งานได้บอกกับเราก็คือ หลังจากล้างแล้ว จะรู้สึกว่าอากาศสดชื่นขึ้น แอร์กลับมาเย็น แต่เมื่อสังเกตตามซอกมุมลึก ๆ ที่อยู่เลยคอยล์เย็นเข้าไป พบว่ายังไม่สะอาดอยู่ดี

น้ำยาล้างแอร์ เป็นตัวเลือกสำหรับการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเองที่ได้รับการถามมามากขึ้นเรื่อยๆ ว่าปลอดภัยและเหมาะสมต่อการใช้งานหรือไม่? ส่วนหนึ่งก็เพราะสามารถซื้อหาได้ง่าย และมีราคาถูกกว่าการจ้างร้านแอร์มาล้างอยู่พอตัวเลยทีเดียว วันนี้บ้านและสวนจึงมาไขข้อข้องใจให้กับผู้อ่านกันว่า น้ำยาล้างแอร์ ดีจริงไหม?

น้ำยาล้างแอร์ชนิดน้ำยาล้างคอยล์เย็น

ส่วนประกอบ สารกัดกร่อนคราบ(ที่ไม่ใช่โซดาไฟ)ในรูปแบบของเหลว

วิธีใช้
1. ปิดเครื่องและปลดเบรกเกอร์ลงเพื่อความปลอดภัยจากไฟดูด

2.เปิดหน้ากากของเครื่องออกแล้วนำแผ่นกรองแอร์ไปทำความสะอาด

3.ดูดฝุ่นและใช้ที่ฉีดน้ำล้างส่วนคอยล์เย็นก่อนเพื่อล้างฝุ่นและคราบที่ติดผิดหน้าออก

4.ผสมน้ำยากับน้ำ 1/5 และนำไปฉีดพ่นด้วยที่ฉีดน้ำลงบนคอยล์เย็น(ควรแยกที่ฉีดน้ำออกจากการใช้งานทั่วไป) ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที

5.ใช้ที่ฉีดน้ำฉีดน้ำเปล่าเข้าไปที่คอยล์เย็นอีกครั้งเพื่อชะล้างคราบสกปรกและโฟมออก

6.นำแผ่นกรองแอร์ที่ล้างไว้กลับมาติดตั้ง ปล่อยให้แห้งสัก 1 ชั่วโมง

7.เปิดใช้งานตามปกติ

ราคา 600-1,000 บาท/ลิตร (ขายเป็นกระป๋อง 250 ml หรือ 500 ml)

ราคา 50-100 บาท/ลิตร (ขายเป็นขวด 1 ลิตร)

ข้อสังเกต เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดในการใช้น้ำยาล้างแอร์ด้วยตนเอง แต่อาจส่งผลกระทบกับการกัดกร่อนโดยเฉพาะในส่วนของคอยล์เย็น และโลหะต่าง ๆ ในระบบแอร์ได้ ทั้งการฉีดพ่นด้วยที่ฉีดน้ำนั้น ก็อาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ของแอร์ได้ดีพอ

น้ำยาล้างแอร์ เป็นตัวเลือกสำหรับการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเองที่ได้รับการถามมามากขึ้นเรื่อยๆ ว่าปลอดภัยและเหมาะสมต่อการใช้งานหรือไม่? ส่วนหนึ่งก็เพราะสามารถซื้อหาได้ง่าย และมีราคาถูกกว่าการจ้างร้านแอร์มาล้างอยู่พอตัวเลยทีเดียว วันนี้บ้านและสวนจึงมาไขข้อข้องใจให้กับผู้อ่านกันว่า น้ำยาล้างแอร์ ดีจริงไหม?

การล้างแอร์ด้วยน้ำยาล้างจาน

น้ำยาล้างจานทั่วไปก็เป็นอีกสูตรหนึ่งที่ได้ยินคนพูดถึงมาเยอะ โดนล้างเหมือนวิธีอื่นทุกอย่าง เพียงแต่ใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำ แล้วนำไปขัดคอยล์เย็นเพื่อชะสิ่งสปกรกออกไปเท่านั้น

ข้อสังเกต การขัดถูกด้วน้ำยาล้างจานนั้นเข้าถึงได้เพียงแค่ภายนอกของคอยล์เย็นเท่านั้น อาจจะดูดี แต่คิดว่าไม่น่าส่งผลใด ๆ ต่อการทำงานอย่างที่ควรจะเป็น

สรุป

ในส่วนของน้ำยาล้างแอร์ทั้งสองชนิด แท้จริงแล้วผู้ชำนาญการแนะนำว่า ไม่ควรใช้ เพราะหากทิ้งไว้นานเกินไป หรือใช้ในปริมาณที่เข้มข้นเกินไป อาจเป็นผลทำให้คอยล์เย็น ตลอดจนท่อทองแดง ท่ออะลูมิเนียม เกิดการกัดกร่อน และรั่วซึมได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในส่วนของแนวตะเข็บรอยบัดกรีต่าง ๆ รวมทั้งการใช้น้ำยาล้างจานก็มีประสิทธิภาพน้อยเกินไปที่จะเห็นผลและคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการล้างแอร์ด้วยตนเองขอแนะนำการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงค่อย ๆ ฉีดชะล้างสิ่งสกรปรกออกจากเครื่อง รวมทั้งการล้างแผ่นกรองแอร์อย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถช่วยให้แอร์ของท่านกลับมาเย็น และปล่อยอากาศที่สดชื่นขึ้นได้แล้วละครับ

วิธีถอดพัดลมเพื่อทำความสะอาด

ติดตามข้อมูลดีๆจากบ้านและสวนได้ที่นี่