โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน

โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน (Gastric Dilatation and Volvulus : GDV)

โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน
โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน

Gastric Dilatation and Volvulus (GDV) หรือ โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน จัดเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตต้องได้รับการรักษาในทันที โดยมักจะเกิดขึ้น ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หลังจากการกินอาหารเข้าไปเป็นปริมาณมากใน 1 มื้อ

คือ กระเพาะอาหาร (Stomach) มีการขยายตัวคล้ายลูกโป่ง หรือเรียกว่า “Bloat” หรือ  Gastric Dilatation จากการมีปริมาณแก๊ส น้ำ และอาหารที่สัตว์กินสะสมอยู่มากกว่าปกติ และถ้าเกิดการบิดหมุนของกระเพาะอาหารที่มีอาหาร และ แก๊สขึ้น จะก่อให้เกิด โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน (GDV)  ซึ่งสามารถเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

คือการระบายแก๊สออกจากกระเพาะอาหาร ซึ่งจะมีขั้นตอนกระบวนการนำแก๊สออกจากกระเพราะอาหารได้หลายวิธี เพราะในขณะที่กระเพาะอาหารเริ่มมีการพองขยายใหญ่ แรงดันในกระเพาะอาหารจะเริ่มสูงขึ้น และเมื่อกระเพาะอาหารมีการขยายตัวมากขึ้นและบิดหมุนไปมาภายในช่องท้อง เรียกว่า “Volvulus” โดยการบิดหมุนของกระเพาะอาหารบางส่วนจะมีทิศทางตามเข็มนาฬิกา ซึ่งสามารถเกิดการบิดตัวของกระเพาะอาหารได้ตั้งแต่ 180-360 องศา การบิดส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 180 องศาตามเข็มนาฬิกา การขยายตัวและบิดทำให้ไปกดเส้นเลือดหลักที่เดินทางเข้าสู่หัวใจ ทำให้เกิดปัญหาตามมา ได้แก่

  • เลือดบริเวณช่องท้องไหลกลับเข้าสู่หัวใจน้อยลง
  • การไหลเวียนของเลือดบริเวณช่องท้องลดลง
  • ผนังกระเพาะอาหารตายและฉีกขาด ม้ามขาดเลือดและเกิดเนื้อตาย
  • เมื่อกระเพาะอาหารขยาย กล้ามเนื้อกะบังลมจะถูกกดไม่สามารถขยายตัวได้ ทำให้เกิดภาวะหายใจลำบาก ส่งผลทำให้เกิดการตายของเซลล์ภายในเนื้อเยื่อหลายตำแหน่ง
  • กระบวนการย่อยอาหารหยุดลง ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษมากขึ้นในเลือด รวมถึงทำให้เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าไปในเลือดได้มากขึ้น เรียกว่า ภาวะเลือดมีแบคทีเรีย (Bacteremia) และโลหิตเป็นพิษ (Sepsis)
  • เกิดการช็อกแบบทุกระบบ (Systemic shock)
  • เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ, ไตวายเฉียบพลัน (Kidney failure), และตับวาย (Liver failure)

 

พันธุ์สุนัขที่เกิดโรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน (Gastric Dilatation and Volvulus) ได้บ่อย

  • เกรตเดน (Great Danes)
  • เซนต์เบอร์นาร์ด (Saint Bernards)
  • ไวมาราเนอร์ (Weimaraners)
  • ไอริช เซทเทอร์ (Irish setters)
  • ไอริช วูล์ฟฮาวด์ (Irish wolfhound)
  • กอร์ดอน เซนเทอร์ (Gordon setters)
  • อะกิตา อินุ (Akita Inu)
  • บลัดฮาวด์ (Bloodhound)
  • บาสเซ็ต ฮาวด์ (Basset Hound)
  • คอลลี่ (Collie)
  • นิวฟาวด์แลนด์ (Newfoundland)
  • ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)
  • พูเดิล พันธุ์มาตรฐาน (Standard Poodle)
  • โดเบอร์แมน (Doberman Pinscher)
  • โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก (Old English Sheepdog)
  • โกลเดน รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)
  • บ็อกเซอร์ (Boxer)
  • เยอรมัน เชพเพิร์ด (German Shepherd)
  • ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)

 

ลักษณะกลุ่มอาการสัตว์ที่พบอาจสัมพันธ์กับการเหนี่ยวนำทำให้เกิดโรคได้ จากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  • สุนัขเพศผู้มีโอกาสเป็นมากกว่าสุนัขเพศเมีย
  • สัตว์เลี้ยงมีลักษณะอกลึก (Deep chest) คือทรวงอกสูงมากกว่ากว้าง
  • กินอาหารปริมาณมากครั้งเดียวในแต่ละวัน หรือกินอาหารเร็วเกินไป
  • สัตว์เลี้ยงมีอายุมาก โดยช่วงอายุ 7-12 ปี มีความเสี่ยงการเกิดโรคมากที่สุด
  • มีประวัติครอบครัวของสัตว์ป่วย เคยเกิดโรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน
  • สัตว์มีน้ำหนักมากกว่า 100 ปอนด์ หรือ 45 กิโลกรัม จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 20%
  • มีอาการวิตกกังวล (Anxious)