7 วิธีป้องกันบ้านพังจาก ความร้อนและความชื้น

ความร้อนและความชื้น ทำให้บ้านพังได้! มาดูวิธีป้องกันความร้อนและความชื้นให้บ้านของเรากัน

ความร้อนและความชื้น เป็นปัจจัยต้นเหตุที่สร้างความเสียหายให้บ้าน เช่น ผนังแตก ขึ้นรา อยู่อาศัยไม่สบายและสิ้นเปลืองพลังงาน และอย่างที่เค้าว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” บ้านและสวน จึงขอแนะนำ 7 วิธีใความร้อนและความชื้น ทำให้บ้านพังได้! มาดูวิธีป้องกันความร้อนและความชื้นให้บ้านของเรา ไปดูกันเลยว่ามีวิธีใดบ้าง

 

 1. ใส่ฉนวนกันความร้อนที่หลังคา

สามารถติดตั้งได้ 3 ตำแหน่ง คือ บนพื้นผิวหลังคา ใต้วัสดุมุงหลังคา และบนฝ้าเพดาน โดยแนะนำให้ป้องกันความร้อนตั้งแต่ชั้นหลังคา ก็จะลดความร้อนได้ดีกว่าการติดตั้งฉนวนเหนือฝ้าเพดาน เพราะความร้อนที่ผ่านหลังคาลงมาจะน้อยลงและมีโอกาสระบายออกทางช่องระบายอากาศก่อนลงมาถึงฝ้าเพดาน หรืออาจติดตั้งหลายตำแหน่งก็จะเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนได้ดียิ่งขึ้น  กันร้อน กันชื้น

2. ป้องกันแดดและฝน

หลังคาบ้านควรทำชายคายื่น 1-1.5 เมตร เพื่อป้องกัน ความร้อนและความชื้น จากแดดและฝน หากหลังคาไม่มีชายคา จะทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย เช่น ผนังแตก สีลอก ขึ้นรา น้ำซึม

3. ป้องกันน้ำฝนไหลย้อนและคราบน้ำ

ลดความเสียหายจากน้ำฝนได้ด้วยการทำขอบคานเอียงเข้าจะช่วยลดการเกิดคราบน้ำที่ผนังได้ ยกระดับฝ้าชายคาให้สูงกว่าขอบคานป้องกันฝ้าเสียหายจากน้ำฝน และทำ “บัวหยดน้ำ” ป้องกันน้ำฝนไหลย้อนเข้าบ้ากันร้อน กันชื้น

กันร้อน กันชื้น

4. ป้องกันความชื้นจากดิน

ถ้าจำเป็นต้องทำพื้นบ้านเตี้ยหรือติดดิน ควรปูแผ่นพลาสติกหรือวัสดุกันซึม หรือเทคอนกรีตรองพื้นก่อนทำพื้นบ้าน พร้อมทำระดับท้องรางระบายน้ำให้ต่ำเพื่อช่วยให้ระบายน้ำได้เร็ว (แต่ต้องไม่ต่ำกว่าทางระบายน้ำสาธารณะ)

กันร้อน กันชื้น

5. พื้นบ้านยกสูง

เพื่อระบายความชื้นจากดิน อีกทั้งไม่ถมดินขวางทางน้ำ และทำทางระบายน้ำรอบบ้าน

6. ผสมน้ำยากันซึม

โครงสร้างคอนกรีตที่ติดกับดิน ควรผสมน้ำยากันซึมระหว่างผสมคอนกรีต ช่วยป้องกันความชื้นซึมเข้าเนื้อคอนกรีต ทำให้มีอายุการใช้งานนานขึ้

กันร้อน กันชื้น

7. ทาน้ำยาเคลือบผิว

วัสดุที่น้ำซึมได้ เช่น หิน อิฐ ทรายล้าง คอนกรีต ควรทาน้ำยาเคลือบผิว ป้องกันตะไคร่น้ำและรา ช่วยให้บ้านไม่โทรมเร็ว


  • เรื่อง : ศรายุทธ ศรีทิพย์อาสน์
  • ภาพประกอบ : เอกรินทร์ พันธุนิล

รวมปัญหาเรื่องรอยร้าว

รวม 4 ฉนวนกันความร้อนยอดนิยม

ติดตามบ้านและสวน www.facebook.com/baanlaesuanmag